ชื่อ “หวานใจ” เป็นชื่อที่ฟังแล้วใครก็นึกภาพหญิงสาวแก้มยุ้ย ยิ้มหวาน พูดจาอ่อนหวานราวน้ำผึ้งเดือนห้า
ผิดค่ะ ผิดมหันต์ ผิดตั้งแต่บรรทัดแรก
เพราะเจ้าของชื่อหวานใจตัวจริง เป็นสาวใหญ่วัยห้าสิบต้น ๆ ปากไว ใจนักเลง เสียงดังฟังชัด เวลาโมโหน้องแมวจะร้องลั่นบ้านได้ถึงสามซอย และไม่มีอะไรในตัวที่หวานสมชื่อ นอกจากระดับน้ำตาลในเลือดที่หมอสั่งให้คุมมาสองปีแล้ว
“หวานแต่ชื่อ ที่เหลือขมปี๋” เธอชอบพูดกับตัวเองแบบนั้นเวลาส่องกระจกตอนเช้า
ชีวิตของหวานใจไม่มีสามี ไม่มีลูก มีแต่ “ภาระ” ที่มีขนปุกปุยและร้องเหมียวได้ ทั้งหมด...ยี่สิบตัว
ใช่ค่ะ ยี่สิบ ไม่ใช่คาเฟ่แมว ไม่ใช่ฟาร์ม ไม่ใช่มูลนิธิ แต่เป็นแมวของเธอเองล้วน ๆ ที่มากองรวมกันอยู่ในบ้านชั้นเดียวขนาดห้าสิบห้าตารางวา กับมนุษย์หนึ่งคนผู้ดำรงตำแหน่ง “ทาสแมว” อย่างเป็นทางการ ไม่มีวันหยุด ไม่มีโอที ไม่มีวันลาพักร้อน
บางตัวเธอเก็บมาจากข้างถนน บางตัวคลอดเองในตะกร้าผ้า บางตัวเดินตามกลับบ้านมาแบบหน้าด้าน ๆ แล้วก็ไม่ยอมกลับ บางตัวเจ้าของเดิมย้ายหนีทิ้งไว้หน้าปากซอย เธอก็ใจอ่อน เก็บมาเลี้ยงต่อทุกตัว จะทิ้งก็ทิ้งไม่ลง ใจไม่ได้แข็งเหมือนปาก
วงจรชีวิตของเธอจึงหมุนอยู่กับคำว่า ตื่นเช้า ตักทราย ล้างชาม ต้มตับ ป้อนยา เช็ดตา หยอดหู ล้างก้นน้องแมวที่ท้องเสีย แล้วปิดท้ายด้วยการเปิดแอปธนาคารดูยอดเงินคงเหลือ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่จนม่านสั่น
“ค่าอาหารแมวเดือนนี้...มากกว่าค่าข้าวแม่อีกวุ้ย” เธอบ่นพลางกดเครื่องคิดเลข “ยี่สิบตัว คูณสามมื้อ คูณสามสิบวัน...โอ๊ยยย อย่าคิดเลยดีกว่า คิดแล้วเสียสุขภาพจิต”
เธอก็มีงานประจำนะคือนั่งเล่นหุ้นปั่นหุ้นกินบุญเก่ามรึดก ที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ก็พอใช้ชีวิตสบาย สบาย อย่างเพลงพี่เบิร์ด ธงชัย ร้องได้อยู่นะ มีเงินเก็บพอให้เลี้ยงตัวเองไปจนตายได้แหล่ะน่า เลยไม่ต้องไปตรากตรำทำงานออฟฟิศเหมือนชาวบ้านอื่นเค้า งานหลักๆก็คือ งานแมว นั่นเอง เวลาว่างจากการเป็นทาส เธอมีงานอดิเรกอยู่สองอย่าง หนึ่งคืออ่านนิยายออนไลน์ สองคือดูคลิปสอนทำโน่นทำนี่ในยูทูปนิยายที่เธอติดงอมแงมคือแนวทะลุมิติ นางเอกตกจากตึกบ้าง ถูกรถชนบ้าง โดนฟ้าผ่าบ้าง แล้วตื่นมาเป็นคุณหนูในโลกเซียน มีระบบช่วย มีคลังมิติ มีพระเอกหล่อเลี่ยมมาคอยปกป้อง เธออ่านมาเป็นพัน ๆ ตอน จนคิดว่าถ้ามีสอบวิชา “ขนบนิยายทะลุมิติ” เธอต้องได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งแน่ ๆ
ส่วนคลิปยูทูปที่เธอชอบดู กลับไม่ใช่คลิปเต้นหรือคลิปกิน แต่เป็นคลิปแนว...เอาตัวรอด ทำเตาเผาดินเอง เผาถ่านเอง ปั้นหม้อ ทอผ้า สร้างบ้านดิน ทำสบู่ ทำเทียน หมักปลาร้า ไปจนถึงตีมีดจากเหล็กเก่า
“ดูไปทำไมก็ไม่รู้เนอะ” เธอเคยพึมพำกับเจ้าริเวอร์ แมวอ้วนพันธุ์ทางน้ำหนักเกือบแปดกิโลที่นอนแผ่อยู่ข้างตัว “แต่ดูแล้วมันเพลินดี เผื่อวันหนึ่งโลกแตกขึ้นมา แม่จะได้เอาตัวรอดได้ไง จริงมั้ยลูก”
เจ้าริเวอร์ลืมตาข้างเดียว มองแม่มันด้วยสายตา “จะบ้าเหรอ” แล้วก็หลับต่อ
แต่สิ่งที่หวานใจครุ่นคิดบ่อยที่สุด บ่อยจนกลายเป็นความฟุ้งซ่านประจำตัว กลับไม่ใช่เรื่องพระเอกหล่อหรือคลังมิติ
“เอ๊ะ...ถ้าวันหนึ่งฉันทะลุมิติขึ้นมาจริง ๆ แล้วน้องแมวยี่สิบตัวจะทำยังไงวะ”
นี่คือคำถามที่วนเวียนในหัวเธอทุกคืน คนอื่นเขาฝันว่าจะได้ฝึกลมปราณ ได้เหินเวหา ได้ครองยุทธภพ แต่หวานใจนั่งกุมขมับ
“ถ้าฉันทะลุไปคนเดียว ใครจะให้ข้าวแมว ใครจะตักทราย ใครจะป้อนยาเจ้าไวโอลิน พวกมันจะอดตายมั้ย”
“แต่ถ้าทะลุไปทั้งยี่สิบตัว...แล้วโลกนู้นมันมีข้าวเปียกซองขายมั้ยล่ะ มีทรายแมวมั้ย มีที่ให้มันขี้มั้ย ถ้าไม่มีมันจะขี้ใส่หัวใครเนี่ย”
ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เครียดกว่าตอนคิดว่าจะหาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอมหลานอีก สุดท้ายทุกครั้งก็จบลงด้วยการถอนหายใจ แล้วล้มตัวลงนอนบนฟูกข้างเจ้าริเวอร์ผู้ยิ่งใหญ่
“ช่างมันเถอะ...มันไม่มีวันเกิดขึ้นจริงหรอกเนอะ ฟุ้งซ่านไปวัน ๆ” เธอบอกตัวเองเป็นประจำ
แต่ใครจะไปคิดล่ะคะ...ว่าเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เธอคิดเล่น ๆ ทุกคืน วันหนึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา
คืนนั้นฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ ฟ้าคำรามเป็นระยะ เสียงฟ้าร้องดังจนน้องแมวขี้ตกใจสามสี่ตัวมุดเข้าไปอยู่ใต้ตู้เย็น
หวานใจทำกิจวัตรครบถ้วนตามหน้าที่ทาส ป้อนข้าว เช็ดตา นับหัวแมวให้ครบยี่สิบ กดเครื่องคิดเลขค่าทรายแมวอีกยี่สิบถุงที่ต้องสั่งพรุ่งนี้ แล้วก็เอนหลังลงเปิดโทรศัพท์ตามเคย
“อ่านนิยายต่อดีกว่า...เอ๊ะ หรือดูคลิปทำเตาเผาถ่านดี” เธอลังเลอยู่ครู่ ก่อนจะเลือกอย่างหลัง “เอาเตาเผาถ่านนี่แหละ ดูแล้วสงบจิตสงบใจดี”
เธอเลื่อนดูคลิปชายแก่คนหนึ่งกำลังก่อเตาดินอย่างชำนาญ มือหนึ่งลูบหัวเจ้าริเวอร์ที่มานอนทับต้นขา อีกมือถือจอ ดวงตาเริ่มปรือ ๆ
แล้วมันก็เกิดขึ้น
เปรี้ยง!
สายฟ้าผ่าลงมา ไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นแสง สว่างวาบจนห้องนอนทั้งห้องกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา
หวานใจรู้สึกเหมือนมีมือยักษ์มองไม่เห็นเอื้อมมาฉุดกระชากเธอจากด้านหลัง ตัวลอยขึ้นจากฟูก ท้องไส้ปั่นป่วนเหมือนนั่งรถไฟเหาะที่เบรกแตก
และท่ามกลางแสงขาวนั้น เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนสติจะดับวูบ ไม่ใช่เสียงฟ้า ไม่ใช่เสียงกรี๊ดของตัวเอง
แต่เป็นเสียงแมวยี่สิบตัวร้องประสานกันสุดเสียง
“เมี๊ยววววววววววววววววว—!!!”
แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท