หวานใจ ในร่างสาวน้อยวัยยี่สิบสองผู้เพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งจาก “ทาสแมวประจำซอย” เป็น “เจ้าของสัตว์วิเศษแห่งโลกปราณ” แบบไม่ได้ตั้งตัว ยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกกลางป่า ขณะสายตาคมกริบของชายหนุ่มรูปงามนามหยางเฉินกวาดมองเธอกับน้องแมวยี่สิบตัว ราวกับกำลังส่องขุมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หล่นมาจากสวรรค์
เธอเหลือบไปมองน้องแมวของตัวเอง แล้วแทบสำลักลมหายใจ เพราะทุกตัวนั่งเรียงเป็นวงล้อมอย่างสงบเสงี่ยม หลังตรง หางม้วน ตาหรี่นิ่ง ราวกับผ่านค่ายฝึกมารยาทแมวชั้นสูงมาสามภพสามชาติ
“เอ้าาา...พวกแกเป็นอะไรของแกลูก” เธอพึมพำในลำคอ “ปกติยาริสปีนผนังจนกาวหลุด มารุจังวิ่งชนโซฟาวันละสามรอบ เสี่ยวไป๋หวงชามข้าวจนแม่ต้องเลี้ยงแยกโต๊ะ...แล้วนี่ทำไมนั่งกันสงบเหมือนแมววัด ใครมาสอนมารยาทพวกแกเนี่ย ข้ามมิติมาชั่วโมงเดียวเปลี่ยนคนไปเลยนะ”
“เจ้า...มีนามว่าใด?” หยางเฉินถามซ้ำ พร้อมแววตาที่ปนความสงสัยกับความระแวงในสัดส่วนพอ ๆ กัน
หวานใจสะดุ้งโหยง รีบยืดตัวตรงเป๊ะเหมือนนักเรียนถูกครูเรียกตอบหน้าชั้น ในหัวเสียงเตือนภัยดังหวอ “มาแล้ว ฉากพระเอกสอบสวนนางเอก อีตอนนี้ในนิยายต้องตอบชื่อให้ดูลึกลับหน่อย ห้ามบอกชื่อจริงเด็ดขาด ไม่งั้นเสียเชิงตั้งแต่ต้นเรื่อง”
“ข้าชื่อ...เอ่อ...หวานใจเจ้าค่ะ” เธอตอบแบบลืมแผนไปครึ่งวินาที ก่อนจะรีบแก้ “เอ๊ย! ไม่ใช่ ท่านเรียกข้าว่า ไป๋ลู่ ก็ได้เจ้าค่ะ แม่กวางขาวผู้งดงาม ป้าขอยืมชื่อนางเอกเรื่องโปรดมาใช้หน่อยในฐานะแฟนคลับตัวยง อิอิ”
“หวาน...ใจ? ไป๋ลู่...?” หยางเฉินขมวดคิ้วจนแทบชนกัน ราวกับสมองกำลังประมวลผลว่าสองชื่อนี้เป็นคนเดียวกันได้อย่างไร
“ใช่เจ้าค่ะ หวานใจ! เอ๊ย! เรียกข้าว่าไป๋ลู่ หรือแม่นางไป๋เถอะ ฟังดูมีระดับกว่ากันเยอะ” เธอโบกมือปัด ๆ ยิ้มแหย ๆ “ชื่อจริงมันบ้าน ๆ ไม่เข้ากับป่าลึกลับแบบนี้หรอกเจ้าค่ะ”
หยางเฉินพยักหน้าช้า ๆ “ไป๋ลู่...เป็นนามที่งดงาม และฟังดูเหมาะกับเจ้าดี”
“งดงามก็แน่ล่ะ” หวานใจคิดในใจ หน้ายิ้มแต่ใจกรี๊ด “แต่แถมความแปลกประหลาดมาเต็มด้วยนะจ๊ะ ใครมันจะไปเดาออกว่ามีป้าทาสแมวหอบน้องเหมียวยี่สิบตัวทะลุมิติมาลงป่าเซียน นี่มันพล็อตหลุดโลกยิ่งกว่านิยายที่ฉันอ่านอีก”
เธอสูดหายใจลึก รวบรวมความกล้าแบบสาวน้อยที่ผ่านทั้งมรสุมชีวิต มรสุมค่างวด และมรสุมแมวท้องเสียตอนตีสามมานับไม่ถ้วน ก่อนเปิดปากถาม “คุณเฉินคะ ที่นี่มันที่ไหนกันแน่ แล้วฉันกับลูก ๆ มาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง มีป้ายบอกทางมั้ย มีจุดชาร์จแบตมั้ย”
หยางเฉินมองเธอครู่หนึ่งอย่างไม่เข้าใจคำว่าชาร์จแบต ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ที่นี่คือป่าตะวันตก เขตแดนต้องห้ามแห่งอาณาจักรซิวหลง โลกใบนี้คือโลกปราณ ดินแดนแห่งพลังวิญญาณและสัตว์อสูร การที่เจ้ามาปรากฏตรงนี้ แปลว่าเจ้าได้ข้ามมิติมาจากโลกอื่น”
“อ๋อ...โลกฉันก็มีสัตว์อสูรเหมือนกันนะคะ” หวานใจตอบหน้าตาเฉย พลางกวาดมือชี้ไปที่ฝูงแมว “ยี่สิบตัวนี่แหละค่ะ อสูรกินข้าวเปียกซองวันละหกซอง อาละวาดตอนตีสี่ ปลดล็อกประตูตู้เย็นได้ด้วยจมูก”
หยางเฉินไม่ขำ ตรงกันข้ามกลับมองจริงจังยิ่งกว่าเดิม “ข้าไม่แปลกใจเลย พวกมันมีพลังที่ยังไม่ตื่น ซ่อนอยู่ลึกในกายทุกตัว...แต่เจ้าต้องระวังให้มาก เพราะโลกนี้ไม่ใช่ที่ที่ใครจะอยู่รอดได้ง่าย ๆ”
“ว้อยยย” หวานใจร้องในใจ “ขนาดโลกเดิมฉันยังอยู่แทบไม่รอดเลยนะลูกพี่ ค่าอาหารแมวเดือนละหมื่นสอง ยังจะมาโหดกว่าเดิมอีกเรอะ อยากได้เงินคืนค่ะ อยากกลับบ้าน”
ยังไม่ทันบ่นจบในใจ ฟ้าก็แลบแปลบ ฟ้าร้องคำรามลั่น พื้นดินสั่นสะเทือนจนต้นไม้โยกเหมือนจะถอนราก
“ครืนนนนน!!!”
แล้วสัตว์ประหลาดร่างมหึมาก็พุ่งทะลุพงไพรออกมา มันมีเขาเดียวโด่บนหน้าผาก ดวงตาสีแดงเพลิงลุกโชน ขนดำปุกปุยทั้งตัว กรงเล็บยักษ์เหวี่ยงต้นไม้ปลิวว่อนราวใบไม้ร่วง ส่งเสียงคำรามก้องจนใบหูสั่น
“อสูรชั้นกลาง!” หยางเฉินตวัดกระบี่ออกจากฝักในพริบตา ใบหน้าเคร่งเครียด “ไป๋ลู่! ถอยไปข้างหลังข้า เร็ว!”
แต่แมวยี่สิบตัวกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ตรงกันข้าม พวกมันลุกขึ้นพร้อมกัน ขนตั้งชัน หางพองเป็นแปรงล้างขวด บางตัวแยกเขี้ยว บางตัวย่อตัวต่ำ บางตัวกระโจนออกไปยืนดักหน้าหวานใจเป็นแนวป้องกัน ราวกับองครักษ์พิทักษ์จักรวาลแมวที่ซ้อมมาแล้วเป็นพันครั้ง
“เอ๊ะ...ลูก ๆ พวกแกจะทำอะไร ถอยมาสิลูก แม่ยังไม่พร้อมส่งพวกแกไปสงคราม!” หวานใจตะโกน เสียงสั่น มือกอดเสี่ยวไป๋ลูกแมวขาวตัวจิ๋วแน่น
แล้ววินาทีนั้นเอง แมวทั้งวงก็เริ่มเปล่งแสง
เจ้าริเวอร์ แมวอ้วนแปดโลผู้ปกติขยับตัวยากยิ่งกว่าเลื่อนตู้เย็น จู่ ๆ ก็มีประกายไฟสว่างวาบพวยพุ่งออกจากอุ้งเท้าทั้งสี่ เปลวเพลิงลุกโชนรอบตัวอย่างสง่างาม “นั่น...ธาตุไฟ!” หวานใจอ้าปากค้าง “เจ้าริเวอร์ ตัวที่อ้วนจนต้องพาไปลดน้ำหนักที่คลินิกเนี่ยนะ พ่นไฟได้ด้วยเหรอ ค่าคลินิกเดือนที่แล้วเสียเปล่าเลยนะลูก!”
เจ้าฮารุจังส่ายหางเบา ๆ ละอองน้ำเย็นเยียบก็ผุดขึ้นหมุนวนรอบตัว ควบแน่นเป็นสายน้ำใสแวววาว “ธาตุน้ำ...” หวานใจพึมพำ “ตัวที่กลัวน้ำจนต้องจับอาบทีต้องใช้คนสามคน นี่มันเรียกน้ำมาเองเลยนะเนี่ย ชีวิตมันย้อนแย้งจริง ๆ”
เจ้าจูเนียร์กระดิกหางปุ๊บ เถาวัลย์เขียวขจีก็เลื้อยพรวดออกมาจากปลายหาง แผ่กิ่งก้านสยายเหมือนป่าย่อม ๆ “ธาตุพฤกษา!” หวานใจร้อง “ตัวที่กัดต้นไม้ในกระถางแม่ตายไปหมดบ้านเนี่ยนะ ตอนนี้ปลูกป่าเองได้แล้วเหรอลูก สายเกินไปแล้วสำหรับต้นกระบองเพชรของแม่”
เจ้าโซระจังย่อตัวแล้วกระโดด กลางอากาศร่างมันบิดเบือนวูบหายไปเฉย ๆ ก่อนจะโผล่มาอีกฝั่งของอสูรในพริบตา “ธาตุมิติ! วาร์ป!” หวานใจตาโต “โอ้โห ตัวที่ชอบหายไปนอนในตู้เสื้อผ้าจนแม่หาสามวัน อ๋อ...ที่หายเพราะมันวาร์ปนี่เอง เข้าใจแล้ว”
และเจ้ายาริส แมวจอมปีนผนัง ส่งเสียงคำรามต่ำ เงาดำทะมึนแผ่ปกคลุมออกจากตัวเหมือนหมึกกระจายในน้ำ กลืนแสงรอบข้างจนมืดวูบ “ธาตุมืด...” หวานใจกลืนน้ำลาย “ตัวเดียวกับที่ชอบซ่อนตัวในมุมมืดแล้วโผล่มาหลอนแม่ตอนกลางคืนเนี่ยแหละ เหมาะกับธาตุนี้มากลูก เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ”
หวานใจยืนอ้าปากค้างจนน้ำลายจะไหล “นี่มันอะไรกันเนี่ยยย! แมวของฉัน...กลายเป็นสัตว์วิญญาณธาตุพิเศษกันหมดแล้วเหรอ ตอนอยู่บ้านทำได้แค่พ่นก้อนขน แล้วนี่มาพ่นไฟพ่นน้ำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย!”
เสียงเรืองแสงสีทองก็ดังก้องขึ้นในหัวเธออีกครั้ง “พลังแห่งทาสแมวได้ตื่นขึ้นแล้ว ผู้ใช้สามารถสั่งการสัตว์วิญญาณได้ทุกตัวที่รักและไว้ใจในตัวเจ้า”
ตามด้วยแถบข้อความเรืองแสงลอยเด่นตรงหน้า “ภารกิจแรก: ปกป้องผู้พิทักษ์หยางเฉินจากอสูรชั้นกลาง สำเร็จแล้วรับรางวัลปลดล็อกพลัง”
“ฮะ! ฉันเนี่ยนะ” หวานใจชี้หน้าตัวเอง “ต้องไปช่วยผู้ชายหล่อหน้าคมถือดาบคนนี้ด้วยเรอะ ปกติในนิยายพระเอกช่วยนางเอกไม่ใช่เหรอ ระบบนี่มันสลับบทหรือเปล่า เดี๋ยวนะ ทำไมเป็นฉันที่ต้องเปย์เขา!”
แต่ไม่มีเวลาให้บ่นต่อ เพราะอสูรคำรามลั่นแล้วเหวี่ยงกรงเล็บลงมา หวานใจกัดฟันแล้วชูมือขึ้นฟ้าเหมือนแม่ทัพในหนัง “แมวว้อยยยย!! ลุยเลยลูก! สั่งสอนมันให้เข็ด แต่อย่าให้ตัวเองเจ็บนะ ใครเจ็บกลับมาแม่งอนเลย!”
เจ้าริเวอร์พ่นเปลวไฟเป็นลำเข้าใส่ขาอสูร มันร้องลั่นกระโดดถอย “นั่นแหละลูก เผาให้เกรียม!” ตามด้วยเจ้าฮารุจังที่สาดสายน้ำแรงดันสูงเข้าใส่ดวงตาสีแดงจนอสูรตาพร่ามองไม่เห็น “เยี่ยมมาก ฉีดตาไปเลย เหมือนตอนแม่ล้างตาให้พวกแกเป๊ะ!”
เจ้าโซระจังวาร์ปไปมารอบตัวอสูร สร้างความสับสนจนมันเหวี่ยงกรงเล็บมั่วไปหมด ขณะที่เจ้ายาริสพ่นเงาดำคลุมทั่วบริเวณจนอสูรมองไม่เห็นทิศทาง ส่วนเจ้าจูเนียร์ก็ปล่อยเถาวัลย์รัดขาทั้งสี่ของมันไว้แน่นหนึบ “มัดไว้เลยลูก อย่าให้มันดิ้นหลุด!”
หยางเฉินที่เพิ่งจะควักกระบี่ออกมา ยืนชะงักงันไปทั้งท่า มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “เจ้าคือ...แม่ทัพสัตว์วิญญาณกระนั้นหรือ ผู้บัญชาการกองทัพวิญญาณจากต่างแดน?”
“เปล่าค่ะ!” หวานใจตะโกนกลับพร้อมยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิ “ฉันคือแม่แมวค่ะ! ตำแหน่งเต็มคือทาสแมวขั้นเทพ ทำงานมายี่สิบปีไม่มีวันหยุด ไม่มีโอที นี่แหละผลงานที่สั่งสมมาทั้งชีวิต!”
อสูรชั้นกลางที่โดนรุมยำจากทุกทิศทุกธาตุ ในที่สุดก็ทรุดฮวบล้มลงแน่นิ่งกลางพงไม้ พื้นดินสะเทือนเฮือกสุดท้ายแล้วเงียบสงบ
แมวทั้งยี่สิบตัวกระโดดกลับมาอยู่รอบตัวหวานใจอย่างพร้อมเพรียง บ้างเลียขน บ้างนั่งเลียเท้า ทำหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับเพิ่งกลับจากไปเดินเล่นข้างบ้าน “เก่งมากลูก เก่งที่สุดในสามภพเลย เดี๋ยวกลับบ้านแม่เพิ่มข้าวเปียกให้ทุกตัว เอ้ย...ถ้าหาบ้านเจอนะ” เธอลูบหัวทีละตัวด้วยความภูมิใจ
หยางเฉินเก็บกระบี่เข้าฝัก มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “พวกเจ้าคือปาฏิหาริย์...ในโลกปราณทั้งใบ มีเพียงไม่กี่คนที่ควบคุมสัตว์ธาตุได้ถึงสามชนิด นับหัวได้ไม่เกินสิบคนทั้งอาณาจักร แต่เจ้า...มีถึงห้าธาตุ และยังบัญชาได้ถึงยี่สิบตัวพร้อมกัน มันเป็นไปไม่ได้”
“ห้าธาตุเหรอคะ” หวานใจเอียงคอ ก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “อย่าเพิ่งตกใจไปเลยค่ะคุณเฉิน อีกสิบห้าตัวที่เหลือมันยังไม่ตื่นเลยนะ เอาไว้วันไหนแมวแฝดนรกอีกหลายตัวที่บ้านมันตื่นพร้อมกัน...ฉันว่าโลกปราณนี่คงต้องขยับหลบสักหน่อยล่ะค่ะ ป้าเตือนแล้วนะ”