หลังคำประกาศกร้าวใต้ต้นไม้ใหญ่เมื่อคืนก่อนว่า “ถ้าต้องเป็นเจ้าแม่แมวแห่งโลกปราณ ก็เอาเลยเว้ย!” หวานใจก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางสาย “คนไม่เต็มบาทแต่แมวเต็มบ้าน” อย่างเป็นทางการ
และแน่นอนว่าชีวิตสายนี้มันไม่มีอะไรง่าย เพราะแค่เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เธอกำลังนั่งฉีกซองข้าวเปียกให้ลูก ๆ กินอย่างสงบสุข เธอก็โดนโจมตีเข้าให้
เสียงหวีดเฉียดหัวดัง “ฟิ้ววววว!” พร้อมใบมีดลมที่เฉือนยอดไม้เหนือหัวเธอขาดเป็นเส้นตรงเนี้ยบ ราวกับโดนโกนด้วยมีดโกนรุ่นห้าใบมีดที่โฆษณาว่าเกลี้ยงเกลาไม่บาดผิว
“เฮ้ยยยยย!!!” หวานใจตะโกนลั่นพลางกลิ้งตัวหลบเข้าพุ่มไม้ด้วยสัญชาตญาณแมวตกใจ ซึ่งเธอสะสมมาจากการอยู่กับน้องแมวมายี่สิบปี “ใครวะ! เช้า ๆ มาปามีดลมใส่ป้า ยังไม่ได้กินกาแฟเลยนะ!”
“ออกมาเถอะ...ทาสแมว” เสียงเย็นเยียบของเซียวหลานเฟิงดังขึ้น ร่างสูงเพรียวในชุดคลุมยืนตระหง่านอยู่บนยอดเสาไม้สูง ชายเสื้อโบกสะบัดตามสายลม แผ่ออร่าอันตรายราวพายุที่กำลังก่อตัว
“ฉันไม่ใช่ทาสค่ะ ฉันเป็นแม่แมว!” หวานใจโผล่หัวออกจากพุ่มไม้ ชี้หน้า “แล้วน้องแมวฉันไม่ชอบคนที่พูดเสียงเย็น ๆ เหมือนตู้แช่แข็งแบบคุณด้วยนะ ฟังแล้วขนลุก เหมือนตัวร้ายในละครหลังข่าว!”
เสียงคำรามของเจ้าพี่โทนดังขึ้นก่อนใครเพื่อน ตามด้วยแมวทั้งยี่สิบตัวที่กระโดดลงมาจากหลังคาศาลเจ้าพร้อมกันอย่างมีจังหวะ ตูม ตูม ตูม เหมือนพวกมันซักซ้อมท่ากระโดดมาแล้วเป็นเดือน ลงพื้นเรียงหน้ากระดานสวยงามราวทีมนักเต้น
เจ้าขลุ่ยขนลุกซู่แล้วพ่นไฟลวงตาหมุนวนเป็นวงเพลิง เจ้าขิมพุ่งฉิวไปมาเร็วจนเห็นเป็นเงาราง ๆ เจ้าซอขุดพรวดมุดหายลงดินไปกับเจ้าปี่ที่ปีนป่ายว่องไวจนตาลาย เจ้าฮารุจังเรียกละอองน้ำมาห่อหุ้มรอบตัวหวานใจเป็นเกราะ ส่วนเจ้าแคนก็สยายเถาวัลย์รัดพุ่มไม้รอบด้านไว้แน่นหนา
“เอาอีกแล้วสินะ เจ้ายังยืนกรานไม่ยอมมอบพวกมันให้ศาลเจ้าใช่หรือไม่” เซียวหลานเฟิงกล่าวเสียงเรียบเฉย
“ไม่มีทางค่ะ!” หวานใจตะโกนกลับสุดเสียง “พวกเขาเป็นครอบครัวของฉัน! ไม่ใช่ของสะสม ไม่ใช่ไอเทมในเกม ไม่ใช่ของฝากที่จะยกให้ใครได้! เข้าใจมั้ยคะคุณ!”
เสียงระบบดังขึ้นในหัวเธอทันที “ภารกิจฉุกเฉินเริ่มต้น ชื่อภารกิจ ปกป้องแมวด้วยหัวใจ รายละเอียด เอาชนะผู้ใช้ธาตุลมเซียวหลานเฟิง เพื่อรักษาอิสรภาพของแมวทั้งยี่สิบตัว รางวัล ปลดล็อกสกิลรวมร่างวิญญาณสัตว์ขั้นแรก”
“รวมร่างอะไรของมันวะลูกกกก!!!” หวานใจร้องลั่น “นี่มันการ์ตูนเช้าวันเสาร์เหรอ ป้าจะแปลงร่างงั้นเหรอ ป้าอายุห้าสิบสองแล้วนะ เข่าป้าจะไหวมั้ยเนี่ย!”
“ระบบคะ ถามหน่อย” เธอตะโกนใส่อากาศกลางสนามรบ “รวมร่างแล้วชุดมันรัดมั้ย ป้าเพิ่งกินข้าวเปียกไปสองซองเมื่อกี้ ท้องยังอืดอยู่เลย แล้วมีประกันอุบัติเหตุแถมมั้ย เผื่อกระโดดแล้วเอวเคล็ด” แต่ระบบเงียบกริบไม่ตอบ “เห้อ ระบบห่วยแตก ไม่มีฝ่ายบริการลูกค้าเลย”
แต่ยังไม่ทันตั้งตัว ลมพายุก็พัดม้วนตลบเข้าหาเธออย่างรุนแรง “ฉัวะ!!!” เถาวัลย์ของเจ้าแคนปะทะกระแสลมกลางอากาศ เจ้าฮารุจังเรียกน้ำมากั้นเป็นเกราะ เจ้าพี่โทนปล่อยเงามืดล้อมร่างเธอไว้ป้องกัน
แต่พลังธาตุลมก็ไม่ใช่เล่น ๆ เซียวหลานเฟิงวาดพัดเป็นวงกลมช้า ๆ ลมกรีดสายน้ำจนแตกกระจาย เถาวัลย์ถูกฉีกขาดเป็นท่อน ๆ เจ้าพี่โทนเริ่มหอบเหนื่อย เงามืดจางลง “แมวของเจ้าเก่งก็จริง แต่พลังกระจัดกระจายเกินไป” เซียวหลานเฟิงเยาะ “ต่างตัวต่างสู้ ไม่มีวันเอาชนะข้าได้หรอก”
“ว่าไงนะ” หวานใจกอดเจ้าพี่โทนที่หอบแฮ่ก ๆ ขึ้นมา เลือดขึ้นหน้า “มาว่าลูกฉันว่ากระจัดกระจาย เนี่ยนะ! รู้มั้ยว่าแมวยี่สิบตัวนี่กว่าจะเลี้ยงให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้เนี่ย ฉันใช้เวลาสิบปี ต้องแยกชาม แยกกระบะทราย ไกล่เกลี่ยเรื่องแย่งที่นอนนับครั้งไม่ถ้วน! พวกเขาสามัคคีกว่าที่แกคิดเยอะ!”
เจ้าพี่โทนในอ้อมแขนเธอส่งเสียง “เมี๊ยว” เบา ๆ เหมือนจะบอกว่าอย่าห่วง แม่ ก่อนกระโดดลงไปยืนนำหน้าฝูงอีกครั้ง หางชี้ฟ้า สะบัดเรียกเพื่อน ๆ ทั้งสิบเก้าตัวให้มาเรียงแถว ราวกับหัวหน้าก๊วนที่กำลังจะประกาศแผนสุดท้าย
“พูดมากนัก!” หวานใจกัดฟัน “ถ้าอย่างนั้น...รวมพลังกันเลยลูก!”
ในหัวของเธอมีหน้าจอใสเรืองแสงปรากฏขึ้น พร้อมข้อความ “รวมร่างสัตว์วิญญาณ เปิดใช้งาน” แสงหลากสีพุ่งออกจากตัวแมวทุกตัว ลอยหมุนวนรอบร่างหวานใจเป็นเกลียวสายรุ้ง ตัวเธอเริ่มเปล่งประกายเจิดจ้าจนต้องหลับตา แล้ว...
“บู้มมม!!!”
ทันใดนั้น ทาสแมววัยยี่สิบสองปีในชุดเสื้อยืดลายแมวก็แปลงกายกลายเป็น “นักรบแห่งแมว” เต็มยศ เสื้อคลุมยาวลายอุ้งเท้าปลิวสะบัด หน้ากากรูปหัวแมวครอบหน้า แส้แมวสีรุ้งพาดบ่า เข็มขัดประดับหน้าลูกแมวยี่สิบตัวเรียงรอบเอว และข้างหลังมีหางแมวพลิ้วไสวถึงห้าหาง แต่ละหางเรืองแสงตามธาตุหลักทั้งห้า
“เธอคือ...” เซียวหลานเฟิงอ้าปากค้าง พัดในมือแทบร่วง
“ข้าคือ...เจ้าเหมียวแห่งโลกปราณ! แม่แมวประจำจักรวาล! เจ้าแห่งพลังฟู ๆ นุ่ม ๆ น่ารัก ๆ ที่จะไม่มีวันยอมให้ใครแตะลูกข้าแม้แต่เส้นขน!” หวานใจประกาศกร้าว เสียงก้องกังวานราวเทพธิดา แต่เนื้อหากลับกวนประสาทสุดขีด
“เหมียววววววว!!!” เสียงแมวทั้งยี่สิบตัวประสานกันดังสนั่นสะเทือนทั่วโลกปราณ นกแตกรังบินหนีไปทั้งป่า
เจ้าริเวอร์พ่นเปลวไฟขึ้นฟ้าเป็นเสาสูง เจ้าฮารุจังยกสายน้ำขึ้นเป็นกำแพง เจ้ายาริสแผ่เงามืดคลุมสนาม เจ้าจูเนียร์สยายป่าเถาวัลย์ และเจ้าโซระจังเปิดรอยแยกมิติเป็นวงกลม พลังทั้งห้าธาตุไหลรวมเข้าสู่แส้เหมียวในมือหวานใจจนมันเรืองแสงเจิดจ้าราวสายรุ้งเจ็ดสี “นี่แหละความสามัคคีของครอบครัวฉัน จำไว้ให้ดี!” เธอตะโกน
เซียวหลานเฟิงเบิกตากว้าง รีบระดมพลังธาตุลมทั้งหมดสร้างพายุหมุนป้องกันตัว “เป็นไปไม่ได้! พลังห้าธาตุไหลเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร มันขัดกับหลักปราณทั้งปวง!” “ลูกฉันไม่สนหลักปราณอะไรของแกหรอกค่ะ” หวานใจยิ้ม “แมวมันมีหลักของมันเอง คือใครรักแม่ ก็ช่วยแม่ จบ ง่าย ๆ แค่นั้นแหละ”
หวานใจย่อตัว แล้วตวัดแส้เหมียวสุดแรงเข้ากลางกระแสลมของศัตรู “เอาคืนไปเลยจ้า มีดลมของแก!” เสียง “ปัง!” ดังสนั่น กระแสลมทั้งหมดถูกตีสะท้อนกลับ พัดไม้ไผ่ของเซียวหลานเฟิงหลุดกระเด็นจากมือ ตัวเขาถูกแรงผลักลอยไถลไปกระแทกเสาศาลเจ้าดังโครม
ฝุ่นค่อย ๆ จางลง สายลมที่เคยบ้าคลั่งกลับนิ่งสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หวานใจยืนถือแส้เหมียว หายใจหอบเบา ๆ ในชุดนักรบแมวที่เธอเองก็ยังไม่ชินกับหางทั้งห้า
“โอ๊ยยย ตายแล้ว หางห้าหางเนี่ย ป้าจะเดินยังไงเนี่ยลูก” หวานใจก้มมองตัวเองในชุดใหม่ ก่อนเงยหน้าขึ้นทำหน้าเท่กลับทันทีที่นึกได้ว่ากำลังอยู่กลางสนามรบ “เอ่อ...หมายถึง จงหวั่นเกรงในพลังของข้าเถิด เจ้าธาตุลม!”
หยางเฉินวิ่งพรวดเข้ามาในฉากด้วยความตกใจ พอเห็นหวานใจในชุดนักรบแมวเต็มยศ เขาก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ปากอ้าค้าง ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เจ้า...ไม่ใช่แค่แม่แมวธรรมดาเสียแล้ว”
“เพิ่งรู้เหรอคะคุณเฉิน” หวานใจสะบัดแส้เท่ ๆ แล้วเผลอตวัดโดนหน้ากากตัวเองจนเอียง “อุ๊ย เอ่อ...ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาเพื่อเป็นทาสแมวขั้นสูงสุดแห่งจักรวาลนี่เอง!”
เซียวหลานเฟิงพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เลือดกำเดาไหลริน แต่แววตากลับเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งเป็นยอมรับ “ข้าแพ้แล้ว...แต่เจ้าต้องจำไว้ให้ดี แม่นางไป๋ลู่ โลกนี้ยังมีอันตรายอีกมากมายนัก และไม่ใช่ทุกคนที่จะเล่นกับแมวอย่างใจดีเหมือนเจ้า บางคนต้องการพลังนั้นถึงขั้นยอมทำทุกอย่าง”
“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ” หวานใจถอดหน้ากากออก เผยใบหน้าสาวน้อยที่ยิ้มอย่างอบอุ่น เดินเข้าไปหาเขาพร้อมน้องแมวที่ตามล้อมรอบ “เพราะฉันมีแมวอยู่ข้าง ๆ เสมอ และรู้มั้ยคะ คนที่มีแมวยี่สิบตัวคอยหนุนหลังเนี่ย...มันไม่กลัวอะไรแล้วจริง ๆ นะ กลัวอย่างเดียวคือค่าอาหารแมวสิ้นเดือนนี่แหละค่ะ”
เธอยื่นมือช่วยพยุงเซียวหลานเฟิงลุกขึ้น แล้วยัดข้าวเปียกซองใส่มือเขาหนึ่งซอง “เอาไปกินซะ หน้าซีดเชียว เอ๊ย...นี่มันของแมว แต่คนกินก็ได้นะ โปรตีนสูง ป้าเคยชิมมาแล้ว รสทูน่าอร่อยกว่าที่คิด” เซียวหลานเฟิงมองซองข้าวแมวในมือด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก ระหว่างซาบซึ้งกับสงสัยในชีวิต
เจ้าพี่โทนเดินมาเหยียบเท้าเซียวหลานเฟิงเบา ๆ หนึ่งที เหมือนจะบอกว่า “คราวหน้าอย่ามายุ่งกับแม่ข้านะเว้ย” ก่อนสะบัดหางเดินจากไปอย่างมีเลศนัย เรียกเสียงหัวเราะจากหยางเฉินที่ยืนดูอยู่
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” หยางเฉินถาม “ข่าวเรื่องเจ้าคงแพร่ไปทั่วอาณาจักรในไม่ช้า” หวานใจยักไหล่ ก้มลงอุ้มเสี่ยวไป๋ลูกแมวขาวตัวจิ๋วขึ้นมากอด “ก็เลี้ยงแมวต่อไปแหละค่ะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน ตราบใดที่ลูก ๆ ยังหิว หน้าที่แม่ก็ยังไม่จบ ส่วนเรื่องครองยุทธภพน่ะ...เอาไว้หลังจัดการเรื่องทรายแมวเสร็จก่อนนะคะ”