“สหายที่ปรึกษาฉู่ อย่าเข้าใจผิดนะคะ สหายอวิ๋นดีกับฉันมาก ยอมทุ่มเงินให้ฉันตั้งสองร้อยหยวนเลย”
ฉู่สือมองเธอลึกๆ
“พวกเขาไม่ได้ตีเธอจริงๆ เหรอ?”
“ไม่ได้ตี”
อวิ๋นฮวนฮวนตอบหนักแน่น
อวิ๋นกั๋วต้งรู้ทันทีว่าไม้ตายนี้ใช้ได้ผล
“ตอนนี้ข่าวลือแพร่ไปทั่วเขตบ้านพักแล้ว เธอช่วยออกไปแก้ข่าวด้วย”
เมื่อได้เงินแล้ว อวิ๋นฮวนฮวนก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เดินตามอวิ๋นกั๋วต้งไปทุกแห่ง พูดตามที่เขาต้องการซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่มีใครตีเธอ พวกเขาเป็นครอบครัวที่รักกันดี อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
แม้ทุกคนจะพูดว่าพวกเขาเชื่อ แต่ในใจคิดอย่างไรนั้น ก็ไม่มีใครรู้
อวิ๋นกั๋วต้งอารมณ์แจ่มใส รีบไปทำงานต่อ
ส่วนอวิ๋นฮวนฮวนก็กลับไปเอาสมุดบัญชีเงินฝากของตัวเองที่บ้านฉู่สือ
เมื่อมองตัวเลขในสมุดบัญชี ดวงตาของเธอก็โค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์
“รวมกับสามร้อยหยวนนี้ ฉันน่าจะซื้อบ้านเดี่ยวมีลานเล็กๆ ได้หลังหนึ่งแล้วใช่ไหม”
เธอไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับเก็บของสำคัญ จึงฝากฉู่สือช่วยเก็บไว้ เพราะเชื่อมั่นในนิสัยของเขา
อาจเป็นเพราะความรู้สึกแบบลูกนกที่ผูกพันกับคนแรกที่ช่วยชีวิต
ตอนที่เธอสับสนที่สุด ฉู่สือคือคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วย พาเธอหนีรอดมาได้ เธอจึงเชื่อใจเขามาก
เมื่อเห็นท่าทางรักเงินของเธอ ฉู่สือก็อดหัวเราะไม่ได้
“เธอหาเงินเก่งจริงๆ”
เขาคิดว่า คงต้องหาที่อยู่ใหม่ให้เธอจริงๆ บ้านตระกูลอวิ๋นไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่นาน
อวิ๋นฮวนฮวนตอบอย่างมั่นใจ
“พวกเขาทำให้ฉันไม่มีความสุข ฉันก็ทำให้พวกเขาเสียเงิน แบบนี้ยุติธรรมแล้ว”
พูดจบก็หยิบหมั่นโถวขึ้นมากัด
ฉู่สือเป็นชายโสด ปกติกินข้าวที่โรงอาหาร
เมื่อเห็นเธอกินอย่างเอร็ดอร่อย ก็อดถามไม่ได้
“อวิ๋นกั๋วต้งไม่ได้ให้คูปองโรงอาหารกับเธอเหรอ?”
อวิ๋นฮวนฮวนรู้สึกว่าหมั่นโถวทางเหนือหอมกว่า เหนียวนุ่มกว่า และอร่อยกว่า
“พวกเขาคงไม่อยากให้ฉันไปปรากฏตัวที่โรงอาหาร คนเยอะ ข่าวลือแพร่เร็ว คงหวังให้ฉันอยู่เงียบๆ จนเรื่องซาลง”
ฉู่สือถอนหายใจเงียบๆ
คนบ้านอวิ๋น...ไม่มีใครธรรมดาสักคน
หลังอาหารเช้า ฉู่สือพาเธอไปฝากเงินที่ธนาคาร
เธอดูเด็กเกินไป พนักงานธนาคารบางคนอาจซักถามรายละเอียด
เงินสามร้อยหยวนถือเป็นเงินก้อนใหญ่ จะพกติดตัวก็ไม่ปลอดภัย
อวิ๋นฮวนฮวนเก็บไว้เพียงห้าสิบหยวนเป็นเงินสำรอง ก่อนจะไปห้างสรรพสินค้า ซื้อยาสีฟัน แปรงสีฟัน กะละมัง ผ้าขนหนูผืนใหม่ และของใช้จำเป็นต่างๆ
ฉู่สือขมวดคิ้ว
“พวกเขาไม่แม้แต่จะเตรียมแปรงสีฟันกับผ้าขนหนูให้เธอ?”
“อืม”
ไม่มีใครใส่ใจเธอสักคน
ฉู่สือสบถออกมา
“บ้าชะมัด พวกมันเป็นอะไรกัน ขี้เกียจแม้แต่จะแกล้งทำเป็นดูแล”
อวิ๋นฮวนฮวนกลับไม่ใส่ใจ
“ซื้อครบแล้ว ไป ฉันเลี้ยงข้าวคุณ”
ทั้งสองมาที่ร้านอาหารตงเป่ย ร้านตกแต่งได้ไม่เลว
อวิ๋นฮวนฮวนสั่งอาหารจานเด็ดหลายอย่าง ทั้งหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ไก่ตุ๋นเห็ด หมูตุ๋นวุ้นเส้น และตี้ซานเซียน
พอไก่ตุ๋นเห็ดยกมาเสิร์ฟ เธอก็ตกตะลึงกับปริมาณอาหาร
หม้อใหญ่เต็มหม้อ! เยอะขนาดนี้เลยหรือ?
ฉู่สือหัวเราะกลั้นไม่อยู่
เมื่อครู่เขาบอกให้เธอสั่งน้อยลงสองอย่าง แต่เธอไม่ยอม บอกว่าอุตส่าห์มาแล้ว ก็ต้องลองทุกอย่าง
“กินเถอะ ยายตัวแสบ”
ไก่ตุ๋นจนนุ่มกำลังดี รสเค็มกลมกล่อม เนื้อนุ่มละลายในปาก เห็ดก็ซึมซับน้ำซุปไก่จนหอมหวาน อวิ๋นฮวนฮวนกินอย่างมีความสุข
ทันใดนั้น ฉู่สือก็วางตะเกียบ เอียงหูฟังเล็กน้อย สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนไป
อวิ๋นฮวนฮวนจึงชะลอการกินลง
ชายผมทองตาสีฟ้าหลายคนเดินเข้ามาในร้านอย่างโอหัง โดยมีชาวจีนเดินตามมาด้วย
ทันทีที่เข้ามา พวกเขาก็สั่งให้นำอาหารทุกอย่างในร้านมาเสิร์ฟ
ทั้งร้านมีอาหารหลายสิบอย่าง แถมยังเป็นอาหารตงเป่ยทั้งหมด
คนที่มาด้วยพยายามเกลี้ยกล่อมเต็มที่ แต่ชาวต่างชาติพวกนั้นกลับไม่ฟังเลย ท่าทางหยิ่งผยองและเผด็จการ
แม้จะเกลี้ยกล่อมอยู่นาน สุดท้ายฝ่ายชาวจีนก็ยอมอ่อนข้อ แต่พวกชาวต่างชาติก็ยังหาเรื่องไม่เลิก
เดี๋ยวก็บ่นว่าร้านสกปรก
เดี๋ยวก็บ่นว่าตะเกียบไม่สะอาด
เดี๋ยวก็บ่นว่าอากาศไม่ดี
พวกเขาพูดภาษาอังกฤษ ลูกค้าส่วนใหญ่ฟังไม่ออก จึงไม่มีใครสนใจ
แต่ฉู่สือกับอวิ๋นฮวนฮวนฟังออกนี่สิ ทั้งคู่กลอกตาด้วยความโมโห
คนพวกนี้เป็นอะไรกันแน่?
จางหงหมินที่เป็นผู้ติดตามยิ่งโมโหกว่าเดิม
เขาอดทนแล้วอดทนอีก คอยเตือนตัวเองว่าต้องคิดถึงภาพรวม ต้องเอาใจช่างเทคนิคต่างชาติกลุ่มนี้ให้ดี เพราะโรงงานทุ่มเงินมหาศาลเชิญพวกเขามา
ก่อนหน้านี้ โรงงานซื้อเครื่องกลึงกึ่งอัตโนมัติราคาแพงจากต่างประเทศ
เครื่องใช้งานได้ดี แต่เสียทุกสองสามวัน
พอเสียก็ต้องซื้ออะไหล่จากต่างประเทศ แถมยังต้องเชิญช่างจากบริษัทผู้ผลิตมาซ่อม
ไปๆ มาๆ ก็เสียเงินมหาศาล
ช่างเทคนิคพวกนี้วางท่าหยิ่งยโส ตั้งแต่วันแรกที่มาก็เรียกร้องสารพัด
อาหารเช้าต้องมีขนมปังกับเค้ก
อาหารกลางวันและเย็นต้องพาไปกินตามร้านอาหาร
ส่วนขนมปังกับเค้กก็ต้องเป็นสูตรตะวันตกแท้ๆ รสชาติเหมือนบ้านเกิดของพวกเขา
บ้าสิ! ใครจะไปรู้ว่ารสชาติบ้านเกิดของพวกแกเป็นแบบไหน?
พอไปร้านอาหาร ก็สั่งให้เสิร์ฟทุกเมนูในร้าน ชิมอย่างละนิด ถ้าไม่อร่อยก็ไม่กินต่อ สุดท้ายเหลืออาหารทิ้งเต็มโต๊ะ สิ้นเปลืองอย่างยิ่ง
ท่าทางก็แย่ มองคนจีนอย่างดูถูก แถมยังให้คนจีนคอยรับใช้ เอาอกเอาใจ
ไม่พอใจเมื่อไรก็หยุดงาน
ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว เครื่องก็ยังซ่อมไม่เสร็จ
แต่จะทำอย่างไรได้?
เครื่องจักรราคาแพงขนาดนั้น จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็ไม่ได้
ก็เพราะเทคโนโลยีของประเทศจีนยังตามหลัง คนจนก็ต้องก้มหน้ารับชะตา...
เขาหยิบแบบพิมพ์เขียวหลายแผ่นออกมา พูดด้วยรอยยิ้มประจบ
“คุณไมค์ ช่วยดูแบบเครื่องกลึงนี้ให้หน่อยครับ ผมมีบางส่วนที่อ่านไม่เข้าใจ”
ไมค์กลอกตาอย่างหยิ่งยโส
“คิดจะขโมยวิชาอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ พวกเราเซ็นสัญญารักษาความลับไว้แล้ว จะไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้พวกคุณ”
จางหงหมินรู้สึกอึดอัดใจ
“คุณไมค์ แต่แบบนี้พวกคุณเป็นคนขายให้เราเองนะครับ แน่ใจหรือว่าไม่มีปัญหา?”
แววตาของไมค์สั่นไหวเล็กน้อย แต่ยังตอบอย่างแข็งกร้าว
“ถ้าไม่เข้าใจก็อย่าพูดมั่ว บริษัทของเรามีชื่อเสียงระดับโลก เป็นที่ยอมรับไปทั่ว...”
มือเล็กๆ มือหนึ่งยื่นเข้ามา ก่อนจะดึงแบบพิมพ์เขียวออกไป
“ขอดูหน่อย”
จางหงหมินเพ่งมอง ก็เห็นว่าเป็นเด็กสาวรูปร่างผอมบาง ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ งดงาม ดวงตาเป็นประกายสดใส
“หนูทำอะไรน่ะ? จะมาแย่งของคนอื่นได้ยังไง รีบคืนมา แบบนี้เป็นเอกสารสำคัญมาก”
อวิ๋นฮวนฮวนถอยหลังไปสองก้าว ก้มหน้าเปิดดูแบบอย่างรวดเร็ว
แบบนี้...ผิดปกติ
จางหงหมินร้อนใจ
“รีบคืนมา นี่เป็นเอกสารลับ ห้ามรั่วไหล...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ไปสะดุดตาไมค์เข้า
“เด็กผู้หญิงในประเทศของพวกคุณไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ไม่คิดจะทักทายแขกผู้ทรงเกียรติสักหน่อยหรือ?”
แขกผู้ทรงเกียรติอะไรกัน!
จางหงหมินลอบกลอกตา เขาไม่อยากสนใจไอ้พวกสารเลวนี้เลย ขอแค่ซ่อมเครื่องเสร็จก็รีบไล่กลับไปเสียที ไม่อยากเห็นหน้าแม้แต่วินาทีเดียว
อวิ๋นฮวนฮวนยิ่งไม่ชายตามองพวกฝรั่งเหล่านี้
ไมค์ไม่พอใจ
“เธอฟังภาษาอังกฤษไม่ออกเหรอ? งั้นก็ช่วยบอกเธอหน่อย ให้มาอยู่เล่นกับฉันสักสองวัน...”
ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้น
“เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร? พูดอีกครั้งสิ”
เป็นฉู่สือ ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
ไมค์เชิดคางสูง มองคนด้วยรูจมูก
“ให้เธอมาอยู่เล่นกับฉันสองวัน วันที่สามฉันจะช่วยซ่อมเครื่องให้พวกนาย”
ฉู่สือเดือดดาล หมัดหนึ่งซัดเข้าเต็มหน้า
“ไอ้สารเลว!”
ตูม!
หมัดนั้นทำเอาจมูกของไมค์เบี้ยวทันที
ไมค์โมโหจัด รีบสวนกลับ
เมื่อพวกเดียวกันเห็นเช่นนั้น ก็ไม่มีใครยืนดูเฉยๆ ต่างตะโกนกรูกันเข้ามาต่อยตี
ฉู่สือดึงอวิ๋นฮวนฮวนไปไว้ด้านหลัง
ฝีมือการต่อสู้ของเขายอดเยี่ยม แม้ถูกหลายคนรุม ก็ยังรับมือได้อย่างสบาย
ร้านทั้งร้านวุ่นวายอลหม่าน
จางหงหมินอยากห้าม แต่แทรกเข้าไปไม่ได้เลย ได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ
บัดซบ จะต่อยกันก็ไปต่อยในที่ลับตาคนสิ จะลากไปซ้อมในซอยเปลี่ยวก็ยังได้
ทำไมต้องมาต่อยกันตรงนี้ด้วย?
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ตึงเครียดอยู่แล้ว
เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะเอายังไงต่อ?
ทันใดนั้น เสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“แบบนี้มีปัญหา”
“อะไรนะ?”
จางหงหมินรีบหันกลับ
อวิ๋นฮวนฮวนชี้ไปที่แบบพิมพ์เขียว สีหน้าไม่สู้ดี
“ข้อมูลถูกแก้ไข”