บทที่ 126: ของขวัญจากแม่
ท่ามกลางความฉงนของพ่อซือและจางชุ่ยเหมย โจวเจ๋อตงเอ่ยคำว่า ‘แม่’ ออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต ตัวของเขาสั่นเทิ้มไปหมด ไม่ใช่แค่เพราะความประหม่า แต่ลึกลงไปในใจคือความหวาดหวั่นและไม่มั่นคงอย่างรุนแรง
น้องชายของเขาเป็นเด็กช่างพูด ใครๆ ก็รักใคร่เอ็นดู ซือเนี่ยนเองก็คงไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่น้องจะเรียกเธอแบบนั้น แต่สำหรับเขาแล้วมันต่างกัน เขาไม่เคยเป็นที่รักของใคร ผู้คนรอบข้างต่างมองว่าเขาเป็นเด็กประหลาด เข้าสังคมไม่เก่ง ทั้งยังอารมณ์ร้าย บางทีซือเนี่ยนอาจจะรู้สึกไม่ชอบเขาเหมือนกับคนอื่นๆ ก็เป็นได้
ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัว จนเขาไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตาเพื่อดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ความรู้สึกเสียใจถาโถมเข้ามาในใจอย่างรวดเร็ว เขาไม่น่าทำอะไรวู่วามแบบนี้ในวันสำคัญของเธอเลย ในเมื่อเขาไม่ใช่ลูกในไส้ของเธอ การกระทำแบบนี้ต่อหน้าคนมากมาย อาจทำให้เธอต้องอับอาย
แค่คิดว่าตัวเองอาจเป็นต้นเหตุให้เธอต้องขายหน้า มือเล็กๆ ที่ประคองชามซุปอยู่ก็สั่นระริกจนแทบจะทำมันร่วงหล่นลงพื้น แต่แล้วจู่ๆ ก็มีฝ่ามือที่ทั้งนุ่มนวลและอบอุ่นคู่หนึ่งเข้ามาประคองชามของเขาเอาไว้
โจวเจ๋อตงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือนั้น ภาพที่เห็นคือใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนของซือเนี่ยน
"ขอบใจนะเสี่ยวตง เก่งมาก นี่ซองแดงจากแม่นะ" เธอบอกพร้อมกับวางซองสีแดงสดซองใหญ่ลงบนฝ่ามือที่หยาบกร้านของเขา
ถึงแม้โจวเจ๋อตงจะอายุยังน้อย แต่เพียงแค่ซือเนี่ยนเหลือบตามองก็สังเกตเห็นลายบนมือที่สับสนยุ่งเหยิงและหนังแข็งๆ ที่ด้านหนาอยู่บนปลายนิ้วของเด็กชาย มันเป็นร่องรอยของชีวิตที่ต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งที่เขาเพิ่งจะอายุได้เพียง 10 ขวบเท่านั้น
ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจของซือเนี่ยน ที่ผ่านมาลูกชายคนโตเป็นเด็กเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจา ทำให้บางครั้งเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเข้าหาเขาอย่างไรดี จนกลายเป็นความเผลอเรอและละเลยเขาไปโดยไม่ตั้งใจ เพิ่งจะมาตระหนักได้ในตอนนี้เองว่าเด็กคนนี้ก็ปรารถนาความรักและความใส่ใจไม่ต่างจากคนอื่น แม้ภายนอกจะดูนิ่งเฉย แต่ส่วนลึกในใจคงกำลังร่ำร้องให้ใครสักคนหันมามองเขาอยู่
แววตาของโจวเจ๋อตงสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมา เขากำซองแดงในมือไว้แน่น ความรู้สึกตื้นตันใจฉายชัดออกมาทางสีหน้า "ขะ...ขอบคุณครับ"
พอเด็กคนอื่นๆ เห็นว่าเจ้าสาวเริ่มแจกซองแดงแล้ว แถมลูกชายคนโตยังได้เป็นคนแรก บรรยากาศรอบๆ ก็คึกคักขึ้นมาทันตา กลุ่มเด็กๆ นำโดยสือโถวรีบวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรอบตัวซือเนี่ยนไว้ ทุกคนต่างแหงนคอมองเธอเป็นตาเดียว
"น้าครับ วันนี้น้าสวยมากเลย สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ" สือโถวเริ่มเปิดฉากเยินยออย่างสุดความสามารถ
เด็กคนอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า
"คุณน้าสวยจัง เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดที่ผมเคยเห็นเลย"
"สือโถวบอกว่าคุณน้าทำอาหารอร่อยมาก ยังให้ลูกอมเขาด้วย แถมยังพาขี่จักรยานอีก คุณน้าใจดีที่สุดเลย ผมก็ชอบคุณน้าครับ"
โจวเจ๋อหานได้ยินเสียงเอะอะจึงรีบอุ้มน้องสาววิ่งออกมาจากในบ้าน พอเห็นภาพพี่ชายถือซองแดงอยู่ในมือและได้ยินเสียงเพื่อนๆ กำลังแข่งกันสรรหาคำชมมาให้ซือเนี่ยน เขาก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันควัน
เด็กชายอุ้มน้องเบียดเสียดผู้คนเข้าไปข้างหน้า พยายามเค้นสมองหาคำพูดที่ดีที่สุด แล้วตะโกนออกมาสุดเสียง "แม่ครับ ผมรักแม่ที่สุดเลย"
ภาพที่เกิดขึ้นสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ใหญ่ที่อยู่โดยรอบ ทุกคนมองเด็กๆ ด้วยความเอ็นดู ซือเนี่ยนเองก็อดหัวเราะไม่ได้
"เด็กคนนี้นี่ ปากหวานที่สุดเลยนะเรา"
เธอหยิบซองแดงที่เตรียมไว้ออกมา ยื่นให้โจวเจ๋อหานและเหยาเหยาคนละซอง ก่อนจะแจกจ่ายให้เด็กที่เหลือจนครบทุกคน แล้วหยิบลูกอมกำใหญ่ส่งให้พวกเขาไปแบ่งกัน
เธอแกะลูกอมเม็ดหนึ่งส่งเข้าปากโจวเจ๋อหานที่ยังคงอุ้มน้องสาวอยู่ไม่ห่าง พร้อมกับก้มลงไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของเขาเบาๆ "เสี่ยวหานเหนื่อยหน่อยนะ"
"ผมไม่เหนื่อยเลยครับ" เด็กชายตอบกลับมาอย่างแข็งขัน ดวงตาหยีลงขณะเคี้ยวลูกอมในปาก ความหวานซาบซ่านไปทั่วทั้งใจ นี่แม่เป็นคนแกะให้เขาเองเลยนะ หวานกว่าลูกอมเม็ดไหนๆ ที่เคยกินมา
ซือเนี่ยนหันไปเห็นโจวเจ๋อตงยืนแอบมองอยู่ไม่ไกล จึงแกะลูกอมอีกเม็ดแล้วยื่นให้เขา
"เสี่ยวตงก็กินเม็ดนึงสิ"
ใบหน้าของโจวเจ๋อตงแดงซ่านขึ้นมาอีกระลอก เขาตอบกลับไปแทบจะในทันที
"ให้น้องกินครับ"
ภาพที่เขาแสดงความรักต่อน้องๆ อย่างไม่มีเงื่อนไข ทำให้ซือเนี่ยนรู้สึกตื้นตันใจ ที่ผ่านมาเธอให้ลูกอมไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยเก็บไว้กินเองเลยสักครั้งเดียว แต่จะเก็บรวบรวมไว้ให้น้องชายกับน้องสาวเสมอ
เด็กที่มีจิตใจดีและมีความรับผิดชอบเกินวัยแบบนี้ หากไม่เป็นเพราะเรื่องราวเลวร้ายในอดีตที่ฝังใจเขาอยู่ โตขึ้นเขาคงไม่กลายเป็นคนเย็นชาและปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก ถ้าหากเธอตั้งใจอบรมสั่งสอนเขาให้ดี ไม่แน่ว่าในอนาคตเขาอาจจะเติบโตไปเป็นคนที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคาดคิดก็ได้
"เสี่ยวตงกินเถอะ เหยาเหยายังเล็ก กินเยอะไม่ได้ เดี๋ยวฟันผุ"
พอได้ยินว่าขนมหวานไม่ดีต่อสุขภาพของน้องสาว โจวเจ๋อตงก็ไม่ปฏิเสธอีก เขารับลูกอมมาจากมือของซือเนี่ยน
เธอจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เด็กชายจึงกำลูกอมในมือไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้นตะกุกตะกัก "คือ...ทางฝั่งพ่อยังมีเรื่องให้ผมช่วย ผม...ผมไปก่อนนะครับ"
ว่าแล้วเขาก็หมุนตัววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับต้องการจะหนีอะไรบางอย่าง จนกระทั่งไปชนเข้ากับร่างของใครคนหนึ่ง โจวเจ๋อตงเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ และพบกับใบหน้าที่เขาไม่คุ้นเคย ทำให้นึกไม่ออกในทันทีว่าเป็นใคร แต่อีกฝ่ายกลับเรียกชื่อของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"โจวเยว่ตง? ทำไมเธอ..." ประโยคที่ว่า 'ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้' ของหลินซือซือถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอ
"คุณคือใครครับ" โจวเจ๋อตงถามกลับอย่างสงสัย สายตาที่ผู้หญิงคนนี้ใช้มองเขามันแปลกมาก ราวกับว่าพวกเขารู้จักกันมานาน ทั้งที่เขาจำไม่ได้เลยว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน
คำถามของเด็กชายทำให้หลินซือซือได้สติ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาทั่วแผ่นหลัง เธอเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องไม่ควรพูดออกไปเสียแล้ว แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ามันก็ยากจะทำใจเชื่อได้จริงๆ
หลินซือซือไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเด็กๆ ตระกูลโจวจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากขนาดนี้ ช่างแตกต่างจากภาพที่เธอเคยประสบพบเจอในชาติที่แล้วราวกับเป็นคนละคน จนเธออดสงสัยไม่ได้ว่านี่ใช่ครอบครัวเดิมที่เธอเคยแต่งเข้ามาอยู่แน่หรือ
โจวเยว่ตง เด็กชายที่เคยมีนิสัยมืดมนและเก็บตัว กลับเรียกซือเนี่ยนว่าแม่ แถมยังยอมกินของที่เธอป้อนให้อีกต่างหาก ทั้งที่หลังจากเหตุการณ์ที่ภรรยาเก่าของโจวเยว่เซินเกือบวางยาฆ่าน้องชายของเขา เขาก็ตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ยอมให้น้องๆ กินของจากมือผู้หญิงคนไหนอีกเด็ดขาด
แม้แต่ตอนที่เธอแต่งเข้ามาเป็นภรรยา เธอก็ไม่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขาสักครั้งเดียว ซึ่งในตอนนั้นเธอกลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีเสียอีก แล้วตอนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่าซือเนี่ยนจะใช้เวลาเพียงน้อยนิดซื้อใจเด็กๆ ที่เกลียดผู้หญิงเข้าไส้ได้ถึงสองคนเลยอย่างนั้นหรือ
หลินซือซือส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงของโจวเยว่ตงที่ปกติแทบจะไม่ยอมปริปากคุยกับผู้หญิงคนไหนดังขึ้น
"คุณมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ"
ดวงตาของหลินซือซือเบิกกว้างด้วยความตกใจ กว่าจะรวบรวมสติกลับมาได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย
"เธอ...เธอจำฉันไม่ได้เหรอ ฉันเคยมาบ้านเธอนะ" ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างฝืดเฝื่อน
โจวเจ๋อตงใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ผมจำได้แล้ว คุณคือคนที่มาดูตัวกับพ่อใช่ไหมครับ" เขารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เรื่องที่หลินซือซือกับซือเนี่ยนถูกสลับตัวกันในโรงพยาบาล จนเป็นเหตุให้ซือเนี่ยนต้องมาแต่งงานกับพ่อของเขาแทน
"ใช่ เธอน่ะชื่อโจวเยว่ตงใช่ไหม" หลินซือซือถามย้ำ
โจวเจ๋อตงมองหน้าเธอ แต่ในแววตาไม่ได้แสดงความยินดียินร้ายใดๆ เขายังคงรักษามารยาทและตอบกลับไปว่า "ผมไม่ได้ชื่อโจวเยว่ตงแล้วครับ นั่นมันชื่อเก่า ตอนนี้ผมชื่อโจวเจ๋อตง"
เขาเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"พ่อกับแม่เป็นคนตั้งชื่อใหม่ให้ผมเอง ต่อไปนี้เรียกผมว่าโจวเจ๋อตงก็พอครับ" พูดจบ เขาก็กำลูกอมในมือแล้ววิ่งตรงไปยังอีกทิศทางหนึ่งทันที
โจวเยว่เซินที่กำลังยืนคุยอยู่กับผู้กำกับหลี่และแขกคนอื่นๆ รู้สึกได้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ที่ชายเสื้อ เขาก้มลงมองก็พบว่าเป็นลูกชายคนโตของเขาเอง ซึ่งกำลังจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกายสดใส
ชั่ววูบหนึ่ง เขาเกือบจะคิดว่าเป็นลูกชายคนรอง เพราะนี่ไม่ใช่ท่าทีที่ลูกชายคนโตของเขาเคยแสดงออกมา แววตาของโจวเยว่เซินอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "เสี่ยวตง เป็นอะไรไป"
"พ่อครับ ดูนี่สิ" โจวเจ๋อตงแบฝ่ามือเล็กๆ ของเขาออก เผยให้เห็นลูกอมเม็ดหนึ่งที่วางอยู่บนนั้น
โจวเยว่เซินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "นี่คือ?"
ริมฝีปากของโจวเจ๋อตงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ซึ่งทำให้ใบหน้าของเขาดูน่ามองขึ้นเป็นพิเศษ
"อันนี้แม่แกะให้ผมเองเลย"
[จบบท]