บทที่ 194: เรื่องอื่นไว้ก่อน
โจวเยว่เซินทำหน้านิ่งเรียบ ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมาเป็นพิเศษ
"ไว้คราวหน้าแล้วกัน พรุ่งนี้ฉันมีธุระ"
"ธุระอะไรอีกล่ะพี่ชาย จะไปกินข้าวกับครอบครัวไม่ใช่หรือไง" อวี๋ตงทำเสียงขึ้นจมูกนิดๆ "กินข้าวเสร็จแล้วค่อยไปก็ได้นี่ มอเตอร์ไซค์ก็มี ขี่ไปชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว ไปด้วยกันนี่แหละน่า"
โจวเยว่เซินไม่ได้ใส่ใจฟังคำชวนของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย "เดี๋ยวค่อยว่ากัน"
อวี๋ตงถึงกับพูดไม่ออก "งั้นให้ผมยืมมอเตอร์ไซค์หน่อย"
คราวนี้โจวเยว่เซินยอมละสายตาจากงานที่ทำอยู่ แล้วเหลือบมองเพื่อนแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไปสั้นๆ "พรุ่งนี้ไม่ได้"
"หา? พี่ไม่ไปแล้วมอเตอร์ไซค์ก็ห้ามไปด้วยเนี่ยนะ"
โจวเยว่เซินลุกขึ้นเต็มความสูง เสียงเรียบๆ แต่ฟังดูเด็ดขาด "อืม ต้องใช้ลากของ"
…
วันต่อมา
ซือเนี่ยนตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพราะจำได้ว่าลูกๆ เรียกร้องอยากกินเกี๊ยวกับบัวลอย เธอเลยลุกมาเข้าครัวจัดการเตรียมไส้เกี๊ยวแต่เช้า
ที่บ้านมีเนื้อหมูเหลือเฟืออยู่แล้ว เมนูไส้หมูสับกะหล่ำปลีจึงเป็นตัวเลือกแรกที่เธอลงมือทำ
แต่ถ้ามีแต่ไส้หมูอย่างเดียวก็อาจจะเลี่ยนเกินไป เธอเลยทำไส้ไข่ผัดกุยช่ายเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง
ขั้นตอนการทำไส้ต้องใช้เวลาพอสมควร ต้องสับเนื้อให้ละเอียดแล้วหมักทิ้งไว้ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ ยิ่งนึกถึงว่าที่บ้านมีแต่ผู้ชายที่ชอบกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ ซือเนี่ยนเลยจัดการแล่หมูสามชั้นส่วนที่เนื้อกับมันพอๆ กันออกมาเป็นชิ้นใหญ่
พอสับหมูจนได้ที่แล้ว เธอก็ใส่เครื่องปรุงอย่างต้นหอม ขิง กระเทียมลงไป ตามด้วยกะหล่ำปลีที่ผัดเตรียมไว้แล้ว คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันดี
ส่วนไส้ไข่ผัดกุยช่ายนั้นทำง่ายกว่ากันเยอะ
ซือเนี่ยนจัดการนวดแป้งสำหรับทำแผ่นเกี๊ยว แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าโจวเจ๋อหานลูกชายคนรองเคยเปรยๆ ว่าอยากกินบัวลอยด้วย เธอเลยหันไปเทแป้งข้าวเหนียวออกมานวด ปั้นเป็นบัวลอยลูกกลมๆ เล็กๆ เตรียมไว้อีกอย่าง
น่าเสียดายที่บ้านไม่มีงาดำ เลยอดทำบัวลอยไส้งาดำของโปรดไป
แต่ไม่เป็นไร ในครัวยังมีเหล้าหวานอยู่ เอามาทำเป็นบัวลอยน้ำขิงใส่เหล้าหวานก็อร่อยไปอีกแบบ
ตอนนี้โจวเยว่เซินยังไม่กลับมาบ้าน ซือเนี่ยนเลยตัดสินใจว่าจะต้มบัวลอยให้เด็กๆ กินรองท้องเป็นอาหารเช้าไปก่อน ส่วนเกี๊ยวค่อยรอให้เขากลับมาแล้วทำกินพร้อมหน้าพร้อมตากัน
โจวเจ๋อหานกับโจวเจ๋อตงตื่นกันแต่เช้า พอรู้ว่าแม่ทำของอร่อยให้กินก็รีบมานั่งรอที่โต๊ะ แถมยังอาสาว่าจะออกไปเก็บฟืนมาเพิ่มให้ด้วย
ที่บ้านยังมีฟืนเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ร่อยหรอเต็มทีแล้ว
ซือเนี่ยนไม่ได้ว่าอะไร ตักบัวลอยร้อนๆ ให้ลูกชายคนละชามใหญ่ แถมยังต้มไข่หวานในน้ำเหล้าให้กินกันอีกคนละสองฟอง
เด็กวัยนี้ชอบของหวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้ชิมคำแรกก็ติดใจ ตักเข้าปากกันคำแล้วคำเล่า เผลอแป๊บเดียวก็หมดชาม
ส่วนโจวซีเหยายังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ซือเนี่ยนเลยไม่ได้ออกไปเก็บฟืนกับลูกชายทั้งสอง
พอท้องอิ่ม เด็กทั้งสองก็นึกถึงเกี๊ยวแสนอร่อยที่กำลังจะได้รับประทานในมื้อต่อไป ทั้งคู่จึงรีบจูงมือกันออกไปทำภารกิจเก็บฟืนทันที
ซือเนี่ยนจัดการเก็บล้างในครัวจนเรียบร้อย แล้วก็เอาแป้งที่หมักไว้มานวดคลึงทำเป็นแผ่นเกี๊ยวบางๆ
พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เธอก็เข้าไปปลุกโจวซีเหยาให้ลุกมากินข้าว
ยังไม่ทันที่ลูกสาวจะกินข้าวเสร็จดี เสียงมอเตอร์ไซค์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
เธอรีบเดินออกไปดู ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของโจวเยว่เซินจอดอยู่จริงๆ แต่ที่แปลกตาคือด้านหลังรถมีแผ่นไม้หนาๆ กองใหญ่พ่วงมาด้วย
ซือเนี่ยนเดินเข้าไปหาเขาด้วยความสงสัย "นี่มันอะไรกันคะ"
โจวเยว่เซินค่อยๆ แกะเชือกที่มัดแผ่นไม้ออก ก่อนจะยกมันลงมาวางกองไว้ที่หน้าประตู "เอาไว้ทำอ่างอาบน้ำให้พวกคุณ"
ก่อนหน้านี้ซือเนี่ยนเคยพูดเปรยๆ ว่าอยากได้อ่างอาบน้ำ เพราะใช้กะละมังมันไม่ค่อยสะดวก
โจวเยว่เซินเลยไปหาช่างไม้ให้ช่วยทำให้ ตอนนี้เหลือแค่เอามาประกอบก็ใช้งานได้แล้ว
ซือเนี่ยนถึงกับตาโตด้วยความดีใจ "อ่างอาบน้ำของฉันเหรอคะ นี่ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย"
เรื่องนี้เธอเคยพูดกับโจวเยว่เซินไปแค่ครั้งเดียวแล้วก็ลืมไปแล้ว เพราะคิดว่าสภาพความเป็นอยู่ในชนบทแบบนี้ การจะได้นอนแช่น้ำอุ่นๆ ในอ่างคงเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยเกินไปหน่อย
แถมช่วงนี้เขาก็ดูยุ่งๆ เธอเลยไม่อยากรบกวนเขาอีก
ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังจำได้ แถมยังไปจัดการหามาให้เรียบร้อยแล้วด้วย
โจวเยว่เซินเหลือบตามองวัสดุในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ "พอดีช่างไม้คนก่อนเขาป่วย เลยช้าไปหน่อย ทำให้คุณต้องรอนานเลย"
ซือเนี่ยนรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ "ไม่เลยค่ะ ไม่นานเลย แค่นี้ก็ลำบากคุณแย่แล้ว คุณทำงานเหนื่อยๆ ยังต้องมาวุ่นวายเรื่องของฉันอีก เกรงใจจังเลยค่ะ"
โจวเยว่เซินเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ มองหน้าเธอ "กับผมเนี่ยนะ ต้องเกรงใจด้วย"
ซือเนี่ยนหลุบตาลง วันนี้เธอดูมีน้ำมีนวลเป็นพิเศษ พอเจอเรื่องน่าตื่นเต้นเข้าไป แก้มก็เลยขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ ดูมีชีวิตชีวามาก
พอสบเข้ากับสายตาคมกริบของโจวเยว่เซินเข้า เธอก็รู้สึกร้อนที่แก้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "ก็... ฉันจะไปเกรงใจคุณได้ยังไงล่ะคะ"
โจวเยว่เซินมองแก้มแดงๆ ของเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่แววตาของเขาจะฉายแววอ่อนโยนออกมา
แล้วเขาก็หันกลับไปสนใจงานตรงหน้า หยิบประแจขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน
"เดี๋ยวฉันช่วยนะคะ"
ซือเนี่ยนรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
การจะได้นอนแช่น้ำในอ่างท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวนแบบนี้ สำหรับคนรักความสบายอย่างเธอแล้ว มันคือที่สุดของความสุขจริงๆ
ยิ่งช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลง เธอยิ่งขี้หนาวเป็นพิเศษ พออากาศเปลี่ยนทีไร มือเท้าก็เย็นเฉียบทุกที
การได้แช่น้ำอุ่นๆ คงจะช่วยให้สบายตัวขึ้นเยอะ นี่แหละคือความสุขที่แท้จริงในชีวิต
ซือเนี่ยนรีบนั่งยองๆ ลงข้างๆ เขา เตรียมยื่นมือเข้าไปช่วย
แต่แผ่นไม้แต่ละชิ้นที่วางระเกะระกะอยู่นั้น ไม่รู้ว่าเป็นไม้ชนิดไหน ถึงได้หนักขนาดนี้
แค่สัมผัสก็รู้เลยว่าเป็นไม้เนื้อดี ลายไม้ก็สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วน่าจะเป็นฝีมือของช่างไม้ที่มีประสบการณ์
ผู้ชายคนนี้ ขนาดแค่อ่างอาบน้ำยังใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ
เธอแอบเลิกคิ้วด้วยความทึ่ง ถึงแม้จะไม่รู้วิธีประกอบ แต่แค่คอยหยิบเครื่องมือส่งให้เขาก็น่าจะพอช่วยได้บ้าง
โจวเยว่เซินก็ไม่ได้ขัดอะไร ปล่อยให้เธอช่วยหยิบจับนั่นนี่อยู่ข้างๆ ทั้งสองคนต่างก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองไปเงียบๆ
ผ่านไปไม่นาน โจวซีเหยาที่ไม่เห็นแม่กับพ่ออยู่ในบ้าน ก็สวมรองเท้าแตะผ้าฝ้ายเดินเตาะแตะออกมาจากในบ้าน
พอเห็นว่าทั้งสองคนกำลังยุ่งอยู่ เธอก็อยากจะเข้าไปช่วยด้วย
มือน้อยๆ ป้อมๆ ของเธอพยายามอุ้มแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งส่งให้โจวเยว่เซิน พร้อมกับส่งเสียง "ฮึบ" ออกมาอย่างน่าเอ็นดู
โจวเยว่เซินเหลือบมองลูกสาวตัวน้อยที่อุ้มแผ่นไม้จนตัวเองโงนเงนไปมาด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะยื่นมือใหญ่ไปรับแผ่นไม้มาอย่างรู้งาน
"เหยาเหยาเก่งที่สุดเลย"
พอได้รับคำชม โจวซีเหยาก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้น
เธอวิ่งวุ่นไปมาอยู่แถวนั้น ไม่รู้ว่ากำลังยุ่งอยู่กับอะไรกันแน่
ซือเนี่ยนมองภาพพ่อลูกช่วยกันทำงานแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ
ต้าหวงที่ถูกล่ามโซ่ไว้ข้างๆ มองดูทุกคนในครอบครัวกำลังช่วยกันทำงานอย่างสนุกสนาน ก็ดูเหมือนจะอยากเข้ามาเล่นด้วย
หางของมันแกว่งดิ๊กๆ ไม่หยุด แถมยังใช้ขาหน้ากระโดดเหยงๆ อยากจะเข้ามาหาเต็มที
ซือเนี่ยนเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เธอเดินเข้าไปลูบหัวมันเบาๆ แล้วปลดโซ่ออกให้
พอเป็นอิสระ ต้าหวงก็รีบวิ่งเข้ามาทันที มันใช้จมูกดมฟุดฟิดไปทั่วแผ่นไม้ ราวกับว่ามีของอร่อยซ่อนอยู่
โจวเยว่เซินทำงานคล่องแคล่วว่องไวมาก ถึงแม้จะไม่มีคู่มือหรือแบบแปลนอะไรเลย แต่เขาก็ดูไม่ได้เดือดร้อนใจแม้แต่น้อย สามารถประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย
ทำเอาซือเนี่ยนที่นั่งมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
ดูเหมือนว่างานบางอย่างก็เหมาะกับผู้ชายจริงๆ นั่นแหละ
เพราะถ้าเป็นเธอ คงจะงงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว
พอเห็นว่าเขาใกล้จะประกอบเสร็จแล้ว เธอก็รีบลุกเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมห่อเกี๊ยวต่อ
โจวเจ๋อตงกับโจวเจ๋อหานกลับมาถึงบ้านเป็นสองคนสุดท้าย ทั้งคู่แบกตะกร้าใส่ฟืนแห้งใบใหญ่มาคนละใบ แถมในมือยังหอบเอาผักป่ากลับมาด้วย
พอเห็นควันไฟลอยอ้อยอิ่งออกมาจากปล่องไฟ และเห็นมอเตอร์ไซค์ของพ่อจอดอยู่หน้าบ้าน ดวงตาของโจวเจ๋อหานก็ลุกวาวขึ้นมา "เยี่ยมไปเลย พ่อกลับมาแล้ว ในที่สุดเราก็จะได้กินเกี๊ยวกันแล้ว"
พูดจบ เขาก็ทิ้งตะกร้าฟืนแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านทันที
โจวเจ๋อตงไม่ได้พูดอะไร แต่ฝีเท้าของเขาก็ก้าวเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"แม่ครับ แม่ครับ รอผมด้วย"
พอเข้ามาในบ้านแล้วเห็นไส้หมูสับชามโตกับกลิ่นไข่เจียวหอมฉุยลอยมาแตะจมูก โจวเจ๋อหานก็แทบจะกลั้นน้ำลายไว้ไม่อยู่ เขารีบวิ่งไปที่โต๊ะ "เดี๋ยวผมรีบไปล้างมือนะแม่ รอผมด้วยนะ ผมจะช่วยห่อด้วย"
พูดจบ เขาก็วิ่งเข้าครัวไปล้างมือทันที
โจวเยว่เซินที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวพอดี เห็นลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาก็ขมวดคิ้ว
"วิ่งช้าๆ หน่อยสิ"
[จบบท]