บทที่ 200: ราตรีสีหมึก
ภายในห้องที่มืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นอะไร มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังคลอเบาๆ สายตาของทั้งคู่ต่างจับจ้องมองกันและกันผ่านม่านราตรีที่โรยตัวลงมาอย่างเงียบเชียบ
โจวเยว่เซินไล้นิ้วมือที่หยาบกร้านไปตามหัวไหล่เนียนของซือเนี่ยนอย่างแผ่วเบา สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่วางตา ในความมืดนั้นเอง ดวงตาของซือเนี่ยนกลับทอประกายสดใสเป็นพิเศษ มันวิบวับราวกับดวงดาวที่ซุกซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม
การจ้องมองนั้นทำให้โจวเยว่เซินหยุดการกระทำทุกอย่างไปชั่วครู่ ก่อนที่มือของเขาจะค่อยๆ เลื่อนจากหัวไหล่ขึ้นไปประคองที่ท้ายทอยของเธอ แล้วโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนหน้าผากของทั้งสองแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซึ่งกันและกันในระยะประชิด
"ได้สิ" เสียงทุ้มพร่าของเขาดังขึ้นทำลายความเงียบ
สิ้นเสียงตอบรับ เขาก็ช้อนร่างของเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดาย ซือเนี่ยนที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็เผลอส่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ แขนทั้งสองข้างรีบเกี่ยวรอบลำคอของโจวเยว่เซินเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของเธอก็ถูกวางลงบนเตียงนอนที่นุ่มสบาย โจวเยว่เซินไม่รอช้า เขาก้มใบหน้าลงเพื่อจะมอบจุมพิตให้เธอ แต่ซือเนี่ยนที่ควรจะเป็นฝ่ายคุมเกมในตอนแรก กลับตกเป็นฝ่ายตั้งรับเสียอย่างนั้น ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้พอเข้าโหมดจริงจังทีไร ก็มักจะกลายเป็นคนเผด็จการขึ้นมาทุกที
ซือเนี่ยนแกล้งเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อย ทำให้โจวเยว่เซินต้องหยุดชะงักไปอีกครั้ง
"เป็นอะไรไปครับ"
เธออมยิ้มที่มุมปากแล้วกระพริบตาถี่ๆ "ใครอนุญาตให้คุณจูบฉันกัน"
คำตอบของเธอทำให้โจวเยว่เซินนิ่งไป ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นดังมาจากส่วนลึกของอก ฟังดูทุ้มและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก "เนี่ยนเนี่ยน คุณนี่ชอบยั่วผมอยู่เรื่อยเลยนะ"
เขาใช้นิ้วเชยคางของเธอขึ้นมาอย่างนุ่มนวล เป็นการบังคับกลายๆ ให้เธอต้องเงยหน้าสบตากับเขาอีกครั้ง ปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆ ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากลงมาอย่างแนบแน่น
ซือเนี่ยนยกมือขึ้นโอบรอบแผ่นหลังกว้างของเขาไว้ นิ้วมือเผลอจิกลงบนมัดกล้ามเนื้อแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตที่ลึกซึ้งและดูดดื่ม ชุดนอนผ้าเนื้อดีที่เขาสวมให้เธอจึงค่อยๆ เลื่อนหลุดลงจากลาดไหล่
มันคือชุดนอนตัวใหม่ที่เขาเพิ่งซื้อให้ เนื้อผ้าของมันทั้งบางเบาและลื่นละมุนผิวอย่างน่าประหลาดใจ ทันทีที่ผิวของเขาสัมผัสกับเนื้อผ้า กล้ามเนื้อทั่วร่างของโจวเยว่เซินก็เกร็งขึ้นมาทันที มันคือการปะทะกันระหว่างความแข็งแกร่งของบุรุษและความอ่อนโยนของสตรีอย่างแท้จริง
โจวเยว่เซินกระชับอ้อมกอดที่เอวของเธอให้แน่นขึ้นอีก ราวกับจะหลอมรวมร่างกายของเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ความร้อนจากร่างกายของเขาที่แนบชิดอยู่เบื้องหน้าทำให้ซือเนี่ยนหน้าร้อนผ่าว กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ติดอยู่บนตัวเขายิ่งทำให้บรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้มมากขึ้นไปอีก
เธอรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาของเขา และมันก็ทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจขึ้นมานิดๆ นี่เขาอายุเท่าไหร่กันแล้ว ทำไมร่างกายยังตอบสนองได้รวดเร็วขนาดนี้ มันเป็นเรื่องปกติจริงๆ เหรอ
"คุณไม่หิวเหรอคะ เราหาอะไรกินกันก่อนแล้วค่อยนอนดีไหม" ซือเนี่ยนพยายามเปลี่ยนเรื่อง เธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้เขาเริ่มเมื่อไหร่ คืนนี้ทั้งคืนเธอก็คงไม่ต้องหวังว่าจะได้นอนอีกแล้ว และนั่นทำให้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาหน่อยๆ ที่ดันไปเล่นกับไฟเข้าให้
โจวเยว่เซินโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอ ขบเม้มติ่งหูเบาๆ อย่างหยอกเย้า
"อืม...หิวสิครับ หิวมากเลยด้วย ต้องกินให้อิ่มก่อนถึงจะนอนหลับฝันดี" พร้อมกับคำพูดนั้น มือข้างหนึ่งของเขาก็เริ่มนวดคลึงไปตามร่างกายของเธออย่างชำนาญ
ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมด มืออีกข้างของเขาเองก็ไม่ได้อยู่เฉย มันลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างรู้งาน การกระทำนั้นทำให้ซือเนี่ยนเผลอแอ่นกายตอบสนองโดยไม่รู้ตัว และนั่นก็ยิ่งไปโหมกระพือไฟปรารถนาในตัวของชายหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นไปอีก
เป็นเวลานานแล้วที่พวกเขาไม่ได้ใกล้ชิดกันแบบนี้ ช่วงที่ผ่านมาโจวเยว่เซินมักจะกลับบ้านดึกมาก กว่าจะถึงบ้านซือเนี่ยนก็หลับไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจะรบกวนการนอนหลับของเธอ เขาจึงพยายามอดทนอดกลั้นมาตลอด แต่สำหรับผู้ชายที่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของความรักแล้ว การต้องมาเผชิญหน้ากับภรรยาที่งดงามน่าทะนุถนอมอยู่ทุกวัน มันก็เป็นเรื่องยากที่จะหักห้ามใจได้ตลอดไป
คืนนี้จึงเป็นค่ำคืนแห่งการพิชิตอย่างไม่ต้องสงสัย และดูเหมือนว่าเขาจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ รู้ตัวอีกทีสายฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอกก็เริ่มซาเม็ดลงจนหยุดไปในที่สุด แต่ทว่าอุณหภูมิภายในห้องกลับยังคงร้อนระอุ โจวเยว่เซินอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของซือเนี่ยนขึ้นแล้วพาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็เดินกลับออกมาในสภาพเปลือยท่อนบนเพื่อลงไปต้มน้ำร้อน
ภายในห้องน้ำขนาดใหญ่มีเพียงแสงเทียนสลัวๆ ส่องให้เห็นเงาตะคุ่ม เสียงน้ำไหลกระทบพื้นยังคงดังต่อเนื่อง ร่างของซือเนี่ยนถูกอุ้มขึ้นอีกครั้ง ขาเรียวขาวของเธอเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ปลายเท้าที่เปียกชื้นแกว่งไกวไปมาในอากาศ ไม่นานไอน้ำอุ่นๆ ก็เริ่มลอยฟุ้งออกมาจากประตูห้อง
"หัวหน้าโจว อยู่ที่บ้านไหมครับ"
เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ปลุกบรรยากาศที่เงียบสงบให้กลับมาจอแจอีกครั้ง ข่าวร้ายของเช้านี้คือหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้านเกิดระเบิดขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนรู้วิธีซ่อมมัน ประตูบ้านของตระกูลโจวจึงเป็นที่พึ่งสุดท้าย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ ปกติถ้ามีอะไรเสีย เขาก็จะเป็นคนไปดูให้เสมอ การใช้ไฟฟ้าในชนบทแบบนี้ไม่ใช่เรื่องสะดวกสบายนัก การจะหาช่างไฟฝีมือดีๆ สักคนก็ยากเต็มที ยิ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
อย่างเร็วที่สุดก็ต้องรอเป็นสัปดาห์ หรือถ้าช้าก็อาจจะลากยาวไปเป็นเดือน สมัยที่โจวเยว่เซินยังไม่กลับมา เพราะอุปกรณ์มันเก่าและไม่ค่อยดี มันเลยเสียบ่อยครั้งหนึ่งเคยเสียเป็นเดือนๆ จนชาวบ้านทนไม่ไหวถึงได้ไปหาคนมาซ่อมให้ แต่พอเขากลับมา ปัญหาพวกนี้ก็ลดน้อยลงไปมาก
ซือเนี่ยนที่กำลังหลับสบายอยู่ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะด้านนอก เธองัวเงียลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าโจวเยว่เซินลุกจากเตียงไปแล้ว เขาวาดแขนมาโอบเอวเธอไว้แล้วก้มลงมอง "เสียงดังรบกวนคุณเหรอ"
ซือเนี่ยนขยี้ตาเบาๆ แล้วพยักหน้าช้าๆ "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ" เสียงของเธอยังคงนุ่มนวลปนความง่วง
"มีคนมาหาผมน่ะ ผมขอลงไปดูสักครู่ คุณนอนต่อได้เลย" เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบเสื้อกล้ามที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวม
สภาพบนพื้นตอนนี้ดูไม่จืดเลย เมื่อคืนมันมืดจนมองอะไรไม่เห็น แต่พอสว่างแล้ว ทุกอย่างก็ปรากฏแก่สายตา ชุดนอนลูกไม้แสนสวยของเธอกองยับยู่ยี่อยู่บนพื้น โจวเยว่เซินเหลือบมองมันแวบหนึ่ง ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดแล้วเอาไปไว้ในห้องน้ำ
เมื่อเขากลับออกมา ซือเนี่ยนก็ผล็อยหลับไปอีกครั้งแล้ว เมื่อคืนเธอคงจะเหนื่อยมากจริงๆ นานๆ ทีจะได้เห็นเธอนอนตื่นสายแบบนี้ อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็นและท้องฟ้าก็ยังมืดครึ้ม โจวเยว่เซินจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้เธอจนถึงคอ แล้วค่อยๆ ลุกเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ก็พบว่ามีชาวบ้านหลายคนยืนรออยู่ที่หน้าประตู หนึ่งในนั้นคือผู้ใหญ่บ้าน
โจวเยว่เซินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบทุ้ม เหมือนจะเดาเหตุการณ์ทั้งหมดได้อยู่แล้ว "ลุงฮั่ว หม้อแปลงเสียอีกแล้วเหรอครับ"
ผู้ใหญ่บ้านฮั่วพยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวล "ใช่แล้วล่ะ เสียอีกแล้ว ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกันนักหนา ปีนี้ซ่อมไปไม่รู้กี่รอบแล้ว คุณช่วยไปดูให้หน่อยได้ไหมว่ายังพอจะแก้ไขอะไรได้บ้าง" เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
โจวเยว่เซินพยักหน้ารับคำแล้วเดินตามออกไป
ซือเนี่ยนหลับยาวจนกระทั่งสิบโมงเช้า และก็เป็นอีกครั้งที่เธอต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังจอแจด้านนอก เธอหาวหวอดใหญ่แล้วค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาตรงช่วงเอวทำให้เธอต้องนิ่วหน้า พยุงเอวตัวเองลุกขึ้นยืนแล้วก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เธอจึงรีบเดินลงไปดู
แม้ตอนนี้จะสว่างแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นเดือนมกราคม อากาศจึงยังคงหนาวเย็นอยู่ ซือเนี่ยนสวมเพียงเสื้อคลุมตัวบางๆ ทำให้เธอหนาวจนตัวสั่น ไม่น่าแปลกใจที่เธอจะเริ่มคิดถึงเครื่องทำความร้อนในยุคที่เธอจากมา
คนที่มาเคาะประตูคือป้าจาง เธอยืนจูงมือสือโถวที่แก้มแดงก่ำเพราะโดนลมหนาวอยู่ ทั้งคู่สวมเสื้อนวมตัวหนาเตอะ ช่วงก่อนหน้านี้อากาศจะเย็นลงเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ซือเนี่ยนก็สัมผัสได้เลยว่าฤดูหนาวได้มาเยือนอย่างเต็มตัวแล้ว ขนาดเจ้าต้าหวงที่ปกติชอบนอนแผ่หลาอยู่ข้างนอกยังต้องยอมเข้าไปขดตัวอยู่ในบ้านสุนัขของมัน ส่วนสือโถวยิ่งไม่ต้องพูดถึง น้ำมูกไหลย้อยลงมาเป็นทางยาว ดูแล้วทั้งน่าสงสารและน่าขำในเวลาเดียวกัน
"ป้าจาง มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ" ซือเนี่ยนเดินไปเปิดประตูแล้วเอ่ยถาม
ป้าจางพยักหน้า "อ๋อ ใช่จ้ะ หนูเนี่ยน นี่หนูเพิ่งตื่นนอนเหรอ ป้ารบกวนเวลาพักผ่อนของหนูหรือเปล่า"
จริงๆ แล้ววันนี้ป้าจางเห็นโจวเยว่เซินอุ้มโจวซีเหยาออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว พอมาตอนนี้เห็นซือเนี่ยนในสภาพเพิ่งตื่นนอนก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะไม่สบายหรือเปล่า วันนี้โจวเยว่เซินถึงต้องเป็นคนดูแลลูกเอง
ซือเนี่ยนหน้าร้อนวูบ "เอ่อ...ใช่ค่ะ พอดีอากาศมันเย็นๆ เลยเผลอนอนเพลินไปหน่อย"
ป้าจางไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เพราะในหัวของเธอฝังใจไปแล้วว่าโจวเยว่เซินมีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ เธอเลยไม่ได้คิดไปในทางนั้น คิดแค่ว่าซือเนี่ยนยังเป็นวัยรุ่นอยู่คงจะขี้เกียจตื่นเช้าเป็นธรรมดา ก็จริงอย่างที่ว่า วัยรุ่นสมัยนี้จะมีสักกี่คนที่ลุกจากที่นอนในตอนเช้าของฤดูหนาวไหว ขนาดตัวเธอเองยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะลุกขึ้นมาได้
"ไม่เป็นไรจ้ะ ป้ามีเรื่องจะมาบอก" ป้าจางพูดต่อ "เมื่อกี้นี้ผู้ใหญ่บ้านเขาประกาศให้ตัวแทนของทุกบ้านไปรวมตัวกันที่ลานประชุมน่ะ เห็นว่าหม้อแปลงไฟของหมู่บ้านเรามันระเบิดจนซ่อมไม่ได้แล้ว คงจะต้องซื้ออันใหม่ เขาเลยเรียกประชุมเพื่อหารือเรื่องนี้กัน ตอนนี้พี่ใหญ่โจวก็ไม่อยู่บ้าน หนูลองไปฟังดูหน่อยไหมว่าจะเอายังไงกัน"
ซือเนี่ยนนิ่งไปครู่หนึ่ง พลันนึกถึงเหตุการณ์ไฟดับเมื่อคืนขึ้นมาได้...ที่แท้ก็เป็นเพราะหม้อแปลงระเบิดนี่เอง
[จบบท]