บทที่ 216: ความรุนแรงในครอบครัว
คำพูดเพียงประโยคเดียวของโจวเจ๋อหาน กลับกลายเป็นหมัดเด็ดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง โจวถิงถิงที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ถึงกับร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
โลกทั้งใบของเธอราวกับจะพังทลายลงมาตรงหน้าจนเกือบหมดสติล้มลงไปกองกับพื้น แต่สุดท้ายเธอก็ยังกัดฟันยืนหยัดอยู่ได้ เมื่อตระหนักได้ว่าชะตากรรมอันเลวร้ายที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ มีต้นเหตุมาจากเด็กทั้งสองคน ความเกลียดชังก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจจนอยากจะฉีกร่างของพวกเขาเป็นชิ้นๆ สายตาที่มองไปยังเด็กน้อยเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
โจวเจ๋อหานสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เผลอถอยหลังไปหลบอยู่ด้านหลังซือเนี่ยนตามสัญชาตญาณ แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าที่นี่คือบ้านของตัวเอง และคุณพ่อก็ยังอยู่ตรงนี้ เขาเป็นลูกผู้ชายตัวน้อย จะมัวหลบอยู่ด้านหลังได้อย่างไร เขาจะต้องปกป้องคุณแม่เหมือนกับที่คุณพ่อทำ
เมื่อคิดได้ดังนั้นความกลัวก็หายไป เขาจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก้าวออกมาเผชิญหน้ากับโจวถิงถิง ยืดอกเชิดหน้าขึ้น จ้องมองกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
สภาพของโจวถิงถิงในตอนนี้ช่างน่าสมเพชนัก เสื้อผ้าที่เคยดูดีมีราคาบัดนี้กลับยับยู่ยี่ ใบหน้าก็ซูบตอบซีดเซียวราวกับคนอมทุกข์มานับ 10 ปี เมื่อเธอเห็นซือเนี่ยนเดินออกมาจากในบ้าน แววตาที่แข็งกร้าวอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความดุร้ายมากขึ้นไปอีก
"มองอะไร ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแก ถ้าไม่ใช่เพราะแก ชีวิตฉันจะตกต่ำได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ พี่คะ ผู้หญิงคนนี้คือตัวการที่ทำให้ชีวิตฉันต้องพังพินาศแบบนี้"
ซือเนี่ยนมองกลับไป "คุณน้องสามีพูดเรื่องอะไรอยู่คะ เป็นฉันเหรอที่บอกให้คุณไปขโมยสูตรเนื้อตุ๋นพะโล้ หรือว่าเป็นฉันที่บอกให้สามีคุณไปมีเมียน้อย ฉันว่าคุณคงหาทางลงไม่ได้แล้วจริงๆ ถึงไม่ยอมไปจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ แต่กลับเลือกที่จะมาหาเรื่องฉันแบบนี้
ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ครอบครัวสามีถึงได้ขับไล่ไสส่งคุณออกมาอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้มีความสำคัญอะไรในบ้านนั้นเลย ทั้งๆ ที่แต่งงานออกไปแล้ว แต่กลับถูกใช้งานไม่ต่างอะไรจากสุนัขตัวหนึ่ง
ถ้าคุณเอาเวลาและความพยายามที่มาหาเรื่องฉันทุกวี่ทุกวันไปใช้จัดการกับพวกเขา ป่านนี้ก็คงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาแบบนี้หรอก"
คำพูดของซือเนี่ยนแต่ละคำกรีดลึกลงไปในใจของโจวถิงถิง เธอมีปมด้อยเรื่องชาติกำเนิดของตัวเองมาโดยตลอด รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยและไม่คู่ควรกับตระกูลหลี่ที่มาจากในเมือง
คำสอนที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กทำให้เธอเชื่อว่าสามีเปรียบเสมือนท้องฟ้า ไม่ว่าตระกูลหลี่จะสั่งให้ทำอะไร เธอก็พร้อมจะทำตามโดยไม่มีเงื่อนไข ขอเพียงแค่ให้ได้อยู่ในสถานะภรรยาของตระกูลหลี่ต่อไป นั่นคือเหตุผลที่เธอไม่เคยปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการพาคนมาทำร้ายซือเนี่ยน หรือการมาสร้างความวุ่นวายต่างๆ นานา จนทำให้ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่เปราะบางอยู่แล้วต้องขาดสะบั้นลง
แต่เรื่องทั้งหมดนี้จะโทษเธอฝ่ายเดียวได้อย่างไร ในเมื่อซือเนี่ยนเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องตระกูลหลี่ก่อน น้องชายของสามีเธอได้ทำงานดีๆ อยู่ในโรงงานของพี่ชายแท้ๆ แต่ซือเนี่ยนกลับพยายามจะผลักดันพี่ชายของตัวเองเข้ามาแทนที่ จนทำให้ความสัมพันธ์ของพี่ชายเธอกับทางนั้นต้องพังลง แถมยังทำให้น้องสามีต้องเดือดร้อนอีก ในฐานะพี่สะใภ้ เธอจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ถ้าซือเนี่ยนเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนภรรยาคนเก่า เรื่องก็คงไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้
"พี่คะ พี่คือพี่ชายแท้ๆ ของฉันนะ ตอนนี้ฉันถูกบีบจนไม่มีทางไปแล้วจริงๆ ถ้าพี่ไม่ช่วยฉัน ก็ไม่มีใครหน้าไหนช่วยฉันได้อีกแล้วนะ ตอนที่พ่อกับแม่จะสิ้นใจ พี่ก็รับปากกับพวกท่านแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะดูแลฉันอย่างดี" โจวถิงถิงคร่ำครวญพลางดึงแขนโจวเยว่เซินไว้
วันนี้เธอตั้งใจมาแล้วว่าจะไม่ยอมกลับไปที่นรกขุมนั้นอีกเด็ดขาด ทั้งสามีและแม่สามีต่างพากันกดดันให้เธอหย่า หากเธอยอมหย่าในตอนนี้ ตระกูลหลี่ก็จะโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว เธอยอมไม่ได้
เมื่อเธอไม่ยอม หลี่เจียหมิงก็ถึงกับลงไม้ลงมือกับเธอ ตอนนี้โจวถิงถิงรู้สึกว่าตัวเองไร้ที่พึ่งจริงๆ ขอเพียงพี่ชายยอมให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ หลี่เจียหมิงก็คงไม่กล้าทำอะไรเธออีก ส่วนเรื่องหย่าอย่าได้ฝันไปเลย ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมเซ็นใบหย่า หลี่เจียหมิงก็เป็นได้แค่ผู้ชายนอกใจ ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงที่ทำงานของเขา เขาก็เตรียมตัวตกงานได้เลย
แต่ถึงจะคิดแบบนั้น เธอก็ไม่ได้อยากให้เรื่องไปถึงขั้นนั้น เพราะนั่นคือสามีและพ่อของลูกเธอ ลำพังแค่สถานการณ์ของตระกูลหลี่ในตอนนี้ก็ย่ำแย่พอแล้ว หากหลี่เจียหมิงต้องตกงานอีก ครอบครัวของพวกเขาก็คงถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริง
โจวเยว่เซินยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ความรู้สึก "ฉันเคยสัญญากับพ่อแม่ว่าจะดูแลเธอก็จริง แต่นั่นมันแค่ช่วงก่อนที่เธอจะแต่งงานออกไป โจวถิงถิง ฉันจำได้ว่าเคยพูดกับเธอไปแล้วครั้งหนึ่งว่าทันทีที่เธอตัดสินใจแต่งงานกับหลี่เจียหมิง อนาคตของเธอจะเป็นอย่างไร ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก"
ใบหน้าของโจวถิงถิงซีดขาวราวกับกระดาษ ในตอนนั้นที่เธอเลือกจะแต่งงานกับหลี่เจียหมิง เธอถึงกับยอมแตกหักกับพี่ชาย เพราะเชื่อมั่นว่าตัวเองกำลังจะก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า เธอจึงไม่เคยใส่ใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
"พี่คะ ฉันรู้ว่าพี่แค่พูดประชด ใช่ไหมล่ะ? ตอนนั้นเป็นฉันเองที่ผิด ไม่ยอมฟังคำเตือนของพี่ แต่ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว หลี่เจียหมิงเป็นคนไม่ดีเหมือนที่พี่เคยพูดไว้ไม่มีผิด เขาอยากจะมีผู้หญิงอื่นก็ให้เขามีไป ตราบใดที่ฉันยังไม่ยอมหย่า เขาก็ไม่มีวันพานังนั่นเข้าบ้านได้หรอก นี่คือบ้านของฉันนะ ถ้าฉันไม่กลับมาที่นี่แล้วจะให้ไปที่ไหน"
มุมปากของโจวเยว่เซินเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "โจวถิงถิง เธอจะกลับบ้านของเธอ ฉันไม่ว่า แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ เธอน่าจะยังจำได้นะว่าบ้านที่แท้จริงของเธออยู่ที่ไหน ถ้าอยากจะกลับก็กลับไปที่นั่น"
คำพูดนั้นทำให้โจวถิงถิงตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี บ้านของเธอ? กระท่อมมุงจากผุพังหลังนั้นน่ะเหรอ ไม่มีทาง เธอไม่กลับไปเด็ดขาด บ้านเก่าของตระกูลโจวไม่มีใครอยู่อาศัยมาเกือบ 10 ปีแล้ว สภาพของมันคงไม่ต่างอะไรกับบ้านร้าง การให้เธอกลับไปอยู่ที่นั่นคงไม่ต่างอะไรกับการฆ่าให้ตายทั้งเป็น
ขณะที่โจวถิงถิงกำลังจะอ้าปากโต้เถียง เสียงฝีเท้าที่รีบร้อนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นหลี่เจียหมิงที่เดินหน้าตาถมึงทึงเข้ามา
"ถิงถิง คุณมาทำอะไรที่นี่ ทำไมไม่พักผ่อนอยู่ที่บ้านดีๆ" หลี่เจียหมิงเอ่ยถามด้วยท่าทีอ่อนโยน หากไม่ใช่เพราะรู้ธาตุแท้ของเขามาก่อน คงไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ชายคนนี้จะทั้งนอกใจและทำร้ายร่างกายภรรยาของตัวเองได้ลงคอ
โจวถิงถิงหน้าซีดเผือด ร่างกายเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เรื่องที่เธอไปขโมยสูตรเนื้อตุ๋นพะโล้ได้สร้างความอับอายและเสียหายให้กับตระกูลหลี่อย่างหนัก หลี่เจียหมิงจึงหมดความอดทนกับเธอและพยายามบีบบังคับให้เธอหย่า
เธอเคยคิดว่าถ้าตัวเองไม่ยอม เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ชายที่เคยดูอ่อนโยนมาตลอดจะกลายเป็นคนละคน เขากักขังและทุบตีเธออย่างไร้ความปรานี กว่าเธอจะหาทางหนีออกมาได้ก็แทบตาย เธอไม่คิดเลยว่าตัวเองหนีกลับมาถึงบ้านพี่ชายแล้ว เขายังจะกล้าตามมาอีก
"พี่คะ พี่ช่วยฉันด้วย ฉันไม่กลับไปนะ ถ้ากลับไปฉันต้องโดนเขาตีตายแน่ๆ!" โจวถิงถิงคว้าแขนของโจวเยว่เซินไว้แน่น กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
[จบบท]