บทที่ 223: กลับลำ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงทัศนคติของชาวบ้านที่มีต่อครอบครัวพ่อหลินไปโดยสิ้นเชิง จากที่เคยมีคำครหานินทาอยู่บ้าง ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย
เรื่องที่จะมาพูดจาเยาะเย้ยถากถางเหมือนเมื่อก่อนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว เพราะตอนนี้ทุกคนต่างพากันแวะเวียนมาที่บ้านของพ่อหลินเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็แค่กลัวว่าวันข้างหน้าจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสเนื้อหมูอร่อยๆ จากบ้านตระกูลโจวอีกต่อไป
บรรดาผู้คนที่เดินทางมาอวยพรปีใหม่นั้นมีมากมายเสียจนธรณีประตูบ้านแทบจะสึกกร่อนไปกับตา บรรยากาศที่เคยเงียบเหงากลับคึกคักขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซึ่งแน่นอนว่าใครๆ ก็ชอบความมีชีวิตชีวาแบบนี้ ในเมื่อไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันใหญ่โต แม่หลินเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ซือเนี่ยนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนโดยปริยาย เธอถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มป้าๆ ที่มองเธอด้วยสายตาเปล่งประกายราวกับเห็นทองคำเดินได้ ใครบ้างในละแวกนี้จะไม่รู้ว่าโจวเยว่เซินทั้งรักทั้งหลงภรรยาคนนี้มากแค่ไหน ข่าวลือที่ว่าเขาไม่เพียงแต่ซื้อรถยนต์ให้ แต่ยังลงมือซักเสื้อผ้าให้ภรรยาด้วยตัวเองนั้นแพร่สะพัดไปทั่ว
ในบรรดาหมู่บ้านละแวกนี้จะมีสามีสักกี่คนที่ยอมทำงานบ้านอย่างการซักเสื้อผ้าให้ภรรยา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนคนนั้นคือผู้จัดการโจว ชายผู้เย็นชาและเข้าถึงยากที่เลื่องลือกันว่าเพียงแค่ปรายตามองก็สามารถทำให้เด็กน้อยร้องไห้จ้าได้แล้ว ตอนนี้ซือเนี่ยนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ใครๆ ต่างก็ยกย่องไปทั่วทั้งตำบล
และดูเหมือนว่าเรื่องราวของเธอก็ได้สร้างแรงกระเพื่อมไปในวงกว้าง เพราะมีข่าวแว่วมาว่าหลังจากเรื่องนี้ถูกเล่าต่อๆ กันไป บรรดาสามีในหลายๆ ครัวเรือนต่างก็ต้องเผชิญกับสายตาเย็นชาจากภรรยาของตนเองที่มักจะเปรยขึ้นมาว่า ขนาดทำเงินสู้ผู้จัดการโรงงานโจวไม่ได้แล้ว เรื่องง่ายๆ อย่างการซักผ้ายังทำไม่เป็นอีก ทำเอาเหล่าพ่อบ้านทั้งหลายถึงกับพูดไม่ออกกับเรื่องไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะสามีบางคนที่พอจะมีหัวใจอยู่บ้างก็เริ่มหันมาเห็นใจและช่วยเหลือภรรยาทำงานบ้านมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้เหล่าภรรยาได้ค้นพบความจริงที่ว่า จริงๆ แล้วพวกผู้ชายไม่ใช่ว่าทำไม่เป็น แต่เป็นเพราะพวกเธอไม่เคยคิดจะสอนพวกเขาอย่างจริงจังต่างหาก
ท่ามกลางผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนนั้น แม่สื่อหลิวก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่เดิมเธอไม่ค่อยจะลงรอยกับครอบครัวของพ่อหลินเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะหลังจากที่เธอเคยแนะนำผู้จัดการโรงงานโจว ชายผู้ผ่านการหย่าร้าง มีลูกติดถึงสามคน แถมยังมีชื่อเสียงในด้านลบให้กับหลินซือซือ
ใครจะไปคาดคิดว่าการกระทำที่ดูเหมือนจะส่งผลร้ายในตอนนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดีๆ ไปเสียได้
แม้ว่าหลินซือซือจะไม่ได้ลงเอยกับโจวเยว่เซิน แต่ซือเนี่ยน หญิงสาวผู้เพียบพร้อมงดงามก็ได้ก้าวเข้าไปในชีวิตของเขาแทน และตอนนี้ความรักที่ผู้จัดการโรงงานโจวมีให้เธอก็เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน เขาดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธอจะอยากได้อะไร เขาก็พร้อมจะหามาให้เสมอ จนกลายเป็นที่อิจฉาของคนทั้งตำบล
เรื่องนี้ส่งผลให้ชื่อเสียงของแม่สื่อหลิวที่เคยไม่สู้ดีนักกลับดีขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงนี้จึงมีคนมาติดต่อให้เธอช่วยเป็นแม่สื่อจัดหาคู่ครองให้อย่างไม่ขาดสาย
ก่อนหน้านี้เธอสนิทสนมกับหวังชุ่ยถึงขนาดแนะนำชายหนุ่มจากในเมืองให้กับลูกสาวของหวังชุ่ย แม้สินสอดทองหมั้นจะดูน้อยไปสักหน่อย แต่ประวัติของฝ่ายชายก็ถือว่าขาวสะอาดไร้ที่ติ แต่ใครจะรู้ว่าสุดท้ายเธอกลับถูกหวังชุ่ยหักหลังอย่างเจ็บแสบ
แม่สื่อหลิวกลับถึงบ้านด้วยความเจ็บใจ และเมื่อได้ยินข่าวว่าหวังเถาไปสร้างเรื่องจนทำให้ตระกูลโจวไม่พอใจ ในขณะที่ผู้คนมากมายกลับแห่กันไปเยี่ยมเยียนบ้านตระกูลหลิน เธอก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที เธออดคิดไม่ได้ว่าครอบครัวของพ่อหลินจะถือโทษโกรธเคืองเรื่องที่เธอเคยสนิทกับหวังชุ่ย แล้วจะไม่ยอมขายเนื้อหมูให้ครอบครัวเธอในอนาคตหรือไม่
ความคิดนั้นทำให้แม่สื่อหลิวรู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมา เธอตัดสินใจว่าไม่ได้การแล้ว จะต้องไปสร้างสัมพันธ์อันดีกับแม่หลินให้ได้ ว่าแล้วเธอก็หอบหิ้วผลไม้และไข่ไก่ไปที่บ้านตระกูลหลินทันที แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าซือเนี่ยนถูกผู้คนรายล้อมจนเธอไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้เลย เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นแม่หลินที่กำลังสาละวนอยู่กับการต้อนรับแขก เธอก็รีบปรับสีหน้าและฉีกยิ้มกว้างเข้าไปทักทายทันที
“สะใภ้รองจ๋า ยุ่งอยู่เหรอจ๊ะ ให้เจ๊ช่วยอะไรไหม”
คำทักทายนั้นไม่เพียงแต่ทำให้แม่หลินประหลาดใจ แต่ยังทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียวกัน ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครไม่รู้ว่าแม่สื่อหลิวกับแม่หลินไม่ถูกกัน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น
แม่หลินมองแม่สื่อหลิวด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัยอยู่ในใจว่าหญิงคนนี้กำลังมีแผนการอะไรอยู่กันแน่ ตอนที่แม่สื่อหลิวมาทาบทามหลินซือซือให้กับโจวเยว่เซิน ครอบครัวของเธอก็ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้ว ถึงแม้หลินซือซือจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่เธอก็จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีมากในยุคสมัยนี้ ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องไปเป็นแม่เลี้ยงให้กับใคร
หากไม่ใช่เพราะหลินซือซือยืนกรานที่จะตกลง พวกเขาก็คงไม่ยอมให้มีการแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากนั้นก็มีเรื่องราววุ่นวายตามมามากมายจนครอบครัวของเธอต้องพบเจอกับโชคร้ายอย่างต่อเนื่อง
โชคยังดีที่โจวเยว่เซินไม่ได้เป็นคนน่ากลัวอย่างที่ข่าวลือว่าไว้ เขาเป็นคนดีและดูแลซือเนี่ยนเป็นอย่างดี นั่นทำให้เธอวางใจได้เปลาะหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงไม่ได้รู้สึกดีกับแม่สื่อหลิวผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดอยู่ดี จึงได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบอะไร
แต่ดูเหมือนว่าความเงียบของแม่หลินจะไม่ได้ทำให้แม่สื่อหลิวรู้สึกกระดากอายเลยแม้แต่น้อย สมกับเป็นแม่สื่อมืออาชีพที่หน้าทนเป็นพิเศษ เธอยังคงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อไป “สะใภ้รองจ๋า เจ๊ต้องขอโทษเธอจริงๆ นะเรื่องเมื่อก่อน เจ๊ไม่ควรจะไปพูดจาดูถูกว่าเธอเป็นคนต่างถิ่นเลย”
“แล้วก็เรื่องที่แนะนำคู่ครองให้ซือซือนะ เจ๊ไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยจริงๆ ใครจะไปรู้ว่าเรื่องมันจะกลายเป็นดี ทำให้คุณน้องได้เจอลูกสาวแท้ๆ อย่างเนี่ยนเนี่ยน ก่อนหน้านี้เจ๊ก็ไม่น่าหูเบาไปเชื่อคำยุยงของพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอจนมาหาเรื่องคุณน้องเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปนะจ๊ะ ให้อภัยเจ๊นะ” พูดจบเธอก็ทำท่าจะเข้าไปจับมือแม่หลินพร้อมกับบีบน้ำตาแสดงความสำนึกผิด
ภาพนั้นทำให้ทุกคนในลานบ้านถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่มันเรื่องจริงหรือนี่ แม่สื่อหลิวที่ขึ้นชื่อว่าหน้าด้านที่สุดในหมู่บ้านกำลังก้มหัวขอโทษคนอื่น เป็นไปได้อย่างไร
มุมปากของแม่หลินกระตุกเล็กน้อย แม้เธอจะไม่ชอบหน้าแม่สื่อหลิว แต่เมื่ออีกฝ่ายอุตส่าห์ยิ้มเข้ามาหาก็คงจะใจร้ายปฏิเสธไปเลยไม่ได้ จึงได้แต่ตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ “ในเมื่อคุณพูดแบบนี้แล้ว เรื่องที่ผ่านมาก็แล้วกันไปเถอะค่ะ”
ถึงแม้หญิงชราคนนี้จะร้ายกาจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ ที่ผ่านมาก็มีแต่ปะทะคารมกันไปมา ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน เธอแค่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมลดทิฐิลงได้ขนาดนี้
เมื่อได้ยินคำตอบของแม่หลิน แม่สื่อหลิวก็รีบเช็ดน้ำตาป้อยๆ “โอ๊ย คุณน้องคนนี้ช่างจิตใจดีเหลือเกิน ที่ผ่านมาเป็นเจ๊ผิดเอง เจ๊ขอโทษจริงๆ นะ ต่อไปนี้เรามาเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันนะ”
แม่หลินถึงกับไปไม่เป็น นี่ยังไม่จบอีกเหรอ “เอาล่ะๆ ค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้วกันไปเถอะค่ะ”
แม่สื่อหลิวกระตุกไฝบนริมฝีปาก พลันนึกถึงตระกูลหวังที่เธอเคยดีด้วยแต่กลับถูกหักหลัง แล้วหันมามองแม่หลินที่เธอเคยสร้างเรื่องไว้แต่กลับได้รับการให้อภัยอย่างง่ายดาย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ถาโถมเข้ามาจนน้ำตาคลอ
“เมี่ยวจ๋า~ เธอช่างเป็นคนจิตใจดีงามและกว้างขวางจริงๆ มิน่าล่ะใครๆ ก็ชมว่าเธอเป็นคนดี น้องเมี่ยว เธอช่างเป็นคนดีจริงๆ”
แม่หลินมีชื่อเดิมว่าจางเมี่ยว แต่แทบจะไม่มีใครเรียกชื่อจริงของเธอเลย คำเรียกขานที่สนิทสนมเกินเหตุนั้นทำให้แม่หลินถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่เธอ แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็รู้สึกขยะแขยงกับท่าทีของหญิงชราคนนี้จนตัวสั่น
แม่หลินทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงรีบหาข้ออ้างว่าจะออกไปซื้อของเพื่อปลีกตัวออกมา แต่ดูเหมือนว่าแม่สื่อหลิวยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้ขาของเธอจะไม่ค่อยดีจนวิ่งตามไม่ทัน แต่เธอก็ยังเดินตามไปส่งจนถึงหน้าประตู พร้อมกับโบกไม้โบกมือส่งเสียงเรียกตามหลัง
“เมี่ยวเมี่ยวจ๊ะ พี่ขาไม่ดีคงไปเป็นเพื่อนไม่ได้นะ ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ช่วยดูแลแขกในบ้านให้ รีบกลับมานะจ๊ะ”
[จบบท]