บทที่ 291: หยิ่งผยอง
ซือเนี่ยนเหลือบมองออกไปนอกรถ ทำราวกับว่าครูสวีไม่มีตัวตน ก่อนจะหันมาบอกลูกชายคนโต “เสี่ยวตง รีบขึ้นรถลูก กลับบ้านกัน”
“ครับ!” โจวเจ๋อตงรับคำอย่างว่าง่าย แต่พอเดินไปได้สองก้าว เขาก็หันกลับมาถาม “คุณแม่ครับ ให้ครูหลิวไปกับเราด้วยได้ไหมครับ”
เขาเหลือบไปมองครูหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังทำตาโตอ้าปากค้างไม่ต่างกัน
ถึงจะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่โจวเจ๋อตงก็ดูออกว่าครูหลิวเอ็นดูน้องชายของเขามาก ทั้งยังใจดีกับน้อง แถมยังเคยซื้อน่องไก่ชิ้นใหญ่ให้ด้วย
ในความคิดของเด็กน้อย คนที่ใจดีกับน้องๆ ของเขา ก็คือคนดี
ซือเนี่ยนยิ้มกว้าง “ได้สิ ครูหลิว ขึ้นรถเลยค่ะ เดี๋ยวฉันแวะไปส่งทางเดียวกันพอดี”
ใครจะรู้บ้างว่าเธอต้องพยายามแค่ไหนเพื่อจะขับรถมาอวดครั้งนี้ เพราะเธอไม่มีใบขับขี่ เลยต้องอุตส่าห์ขับรถอ้อมมาตลอดทาง ถึงยุคนี้กฎจราจรจะไม่เข้มงวดเท่าไหร่ แถมรถราบนถนนก็น้อยมาก แต่ในฐานะคนที่มาจากโลกอนาคต เธอก็อดไม่ได้ที่จะต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
โจวเยว่เซินก็ไม่อยู่บ้าน รถจอดทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งาน ยิ่งซือเนี่ยนมีประสบการณ์ขับรถมาเป็น 10 ปี การปล่อยรถทิ้งไว้แบบนี้มันน่าเสียดาย เธอนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าที่ลูกๆ ทั้งสองคนต้องโดนคนอื่นมองค้อนใส่เพียงเพื่อแย่งที่นั่งบนรถโดยสาร มันก็พาลให้รู้สึกแย่ในใจ แม้สามีจะไม่อยู่ เธอก็ต้องเป็นที่พึ่งให้ลูกๆ ได้
เธออยากให้เด็กทั้งสองรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหวาดกลัวเวลาที่ถูกคนอื่นกดขี่ข่มเหง ถ้าครูสวียังอยู่บนรถคันนั้น ส่วนเธอไม่ได้มาด้วย ลูกๆ ทั้งสองก็คงไม่มีที่นั่งตอนกลับบ้านเหมือนเดิม นั่นคือเหตุผลที่เธอตัดสินใจขับรถมาเอง
แล้วก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่มาถึง เธอก็เห็นภาพครูสวีกำลังยืนชี้นิ้วสั่งสอนเด็กทั้งสองอยู่พอดี ไม่ต้องเสียเวลาฟัง ซือเนี่ยนก็เดาออกทันทีว่าอีกฝ่ายคงกำลังไล่ไม่ให้เด็กสองคนขึ้นรถ
เธอเลยขับรถเข้ามาเทียบ ไม่นึกเลยว่าครูสวีที่แสนจะหยิ่งยโสในสายตาคนอื่น พอตอนที่ยังไม่ทันเห็นหน้าเธอ จะเปลี่ยนท่าทีเป็นประจบประแจงได้รวดเร็วปานนั้น
ซือเนี่ยนเคยคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นพวกถือตัว เกลียดคนรวย และมีอุดมการณ์สูงส่งแตกต่างจากชาวบ้านเสียอีก ที่แท้ก็เป็นแค่พวกที่กลัวคนแข็งแกร่งแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า
พอได้เห็นสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทนของอีกฝ่าย ซือเนี่ยนก็รู้สึกสะใจขึ้นมา
ครูหลิวที่ยังตกตะลึงอยู่ รีบแสดงความดีใจ “ครูซือ จะดีเหรอคะ ถ้าไม่สะดวกทาง ฉันนั่งรถประจำทางกลับเองได้ค่ะ ไม่เป็นไร”
“สะดวกค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ บ้านฉันอยู่ใกล้ๆ โรงเรียนนี่เอง”
ตอนแรกครูหลิวก็ยังลังเลเกรงใจ แต่พอเหลือบไปเห็นหน้าตาบูดบึ้งของครูสวีที่ยืนอยู่ข้างๆ ความดีใจก็พุ่งขึ้นมาทันที เธอยืดอกเชิดหน้า และดูเหมือนตั้งใจจะขยี้ให้อีกฝ่ายเจ็บใจยิ่งขึ้น
“งั้นต้องรบกวนครูซือแล้วนะคะ พอดีเลยค่ะ เมื่อกี้นี้ครูสวีเพิ่งบอกว่าบนรถที่นั่งไม่พอ ให้ฉันพาเสี่ยวหานกับพี่ชายเขานั่งรถประจำทางกลับ”
“ครูสวีคะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ งั้นฉันขอตัวไปกับครูซือเขาก่อน คุณก็ค่อยๆ รอรถบัสไปแล้วกันนะคะ”
พูดจบ เธอก็บิดสะโพกเดินขึ้นรถไปอย่างผู้ชนะ
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่ผ่านมา บรรดาครูที่สอนห้องธรรมดาอย่างพวกเธอมักจะถูกพวกครูห้องหัวกะทิดูแคลนอยู่เป็นประจำ หากเป็นคนอื่น อย่างมากก็แค่ไม่พูดด้วย แต่ครูสวีไม่เหมือนกัน ปกติเธอจะเชิดหน้ามองฟ้า ทำเหมือนคนอื่นไม่มีตัวตน
แค่เห็นครูคนอื่นจับกลุ่มคุยกันสองสามคน เธอก็จะเริ่มวิจารณ์ทันทีว่ามิน่าล่ะนักเรียนถึงไม่ได้เรื่อง เพราะครูหย่อนยานกันแบบนี้ หรือไม่ก็พูดจาดูแคลนไปเรื่อยเปื่อย แม้แต่สุนัขที่เดินผ่านก็ยังไม่วายโดนเธอแขวะ
แต่วันนี้ ครูหลิวสะใจอย่างที่สุดที่ได้เห็นอีกฝ่ายหน้าแตกยับเยิน
พอเห็นท่าทางกระดี๊กระด๊าของครูหลิว ครูสวีก็โกรธจนหน้าสั่น กำลังจะอ้าปากพูดจาแดกดัน ซือเนี่ยนก็บีบแตรเสียงดังขึ้นสองครั้ง
ครูสวีสะดุ้งตกใจ
“นี่... เธอไม่รู้หรือไงว่าห้ามบีบแตรหน้าโรงเรียน! ขับรถโทรมๆ แค่นี้ ทำเป็นอวดดีนักนะ!” เธอแผดเสียงอย่างคนคุมสติไม่อยู่
ซือเนี่ยนถึงกับหมดคำจะพูด “ครูสวีคะ ฉันก็ไม่อยากบีบแตรหรอกค่ะ แต่คุณมายืนขวางอยู่ข้างรถฉันแบบนี้ แล้วฉันจะไปได้ยังไง”
“หรือว่าคุณเบื่อการเป็นครู อยากจะลองมาแกล้งล้มขวางรถรีดไถเงินแทนเหรอคะ”
“เธอ... เธอ...”
“เธออะไรคะ หลีกทางด้วยค่ะ!”
ครูสวีโกรธจนตัวสั่นเทา
ซือเนี่ยนขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วยอีกต่อไป เธอเหยียบคันเร่งขับรถออกไปทันที หน้าโรงเรียนมีคนเดินผ่านไปมาตลอด ถึงรถราจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่การจอดขวางหน้าประตูโรงเรียนนานๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดี
ที่สำคัญคือเธอขับรถมาโดยไม่มีใบขับขี่... เลยยิ่งรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ครูสวีนี่ก็ยังมัวยืนอ้ำอึ้งอยู่นั่น น่ารำคาญจริงๆ
แม้ว่าการเอาคืนอีกฝ่ายจะทำให้เธอสะใจ แต่ซือเนี่ยนก็เป็นคนประเภทที่พอทำอะไรไม่ถูกต้องแล้วมักจะรู้สึกไม่สบายใจ
รีบขับกลับบ้านดีกว่า ถ้าโชคร้ายเจอคุณอาตำรวจจราจรจับได้คงยุ่งแน่ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในยุคนี้ การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่จะโดนลงโทษร้ายแรงแค่ไหน
ซือเนี่ยนถอนหายใจเบาๆ มีฝีมือขับรถขั้นเทพแต่กลับไม่มีใบอนุญาต มันก็ลำบากเวลาจะขับออกถนนแบบนี้แหละ
เมื่อกลับถึงบ้าน ต้าหวงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูได้ยินเสียงรถยนต์ ก็ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วเห่าต้อนรับเสียงดัง ปกติรถคันนี้ไม่ได้จอดในลานบ้าน มันคงนึกว่าโจวเยว่เซินกลับมา
แม้ว่าต้าหวงจะคุ้นเคยกับซือเนี่ยนที่คอยดูแลมันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ในฐานะสุนัขพันธุ์ที่จงรักภักดีต่อเจ้าของเพียงคนเดียวไปตลอดชีวิต ความผูกพันที่มันมีต่อโจวเยว่เซินจึงลึกซึ้งมาก มันถูกเขานำกลับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกสุนัขตัวจิ๋ว จึงไวต่อเสียงรถยนต์เป็นพิเศษ
เวลาที่ซือเนี่ยนไม่อยู่บ้าน เธอมักจะล่ามมันเอาไว้เสมอ แม้จะมีประตูรั้วเหล็กกั้นอยู่แล้ว แต่ก็เพื่อความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดมีเด็กบ้านไหนเดินผ่านมาแล้วถูกมันขู่จนตกใจร้องไห้ขึ้นมา ก็คงเป็นเรื่องวุ่นวาย
ต้าหวงถูกล่ามโซ่มาตั้งแต่เด็กจนโต ชีวิตแบบนี้กลายเป็นความคุ้นชินของมันไปแล้ว เวลาที่ทุกคนไม่อยู่บ้าน มันก็จะนอนหลับเงียบๆ ไม่เห่าเสียงดังโวยวาย นี่เป็นอีกข้อหนึ่งที่ซือเนี่ยนชอบในตัวมัน
เมื่อเด็กๆ เข้าบ้านกันหมดแล้ว ซือเนี่ยนก็จอดรถดับเครื่อง แล้วเตรียมตัวจะเข้าไปทำอาหารเย็น เธอปล่อยให้เด็กๆ พากันจูงหมาออกไปเดินเล่น
ที่บ้านไม่มีเชือกจูงสุนัขดีๆ ซือเนี่ยนจึงเดินไปปลดโซ่เหล็กเส้นหนาเท่าแขนเด็กออกจากปลอกคอของต้าหวง
เธอกำชับเด็กๆ ว่าอย่าพากันไปเดินในที่ที่มีคนเยอะๆ และห้ามให้เด็กคนอื่นเข้ามาลูบตัวต้าหวงเด็ดขาด
“ถ้ามีคนถามว่าต้าหวงกัดไหม ให้บอกไปเลยว่าไม่กัด... มันกินคน”
ถ้าตอบแบบนี้ รับรองว่าไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับต้าหวงอีกแน่
“ทางที่ดีอย่าเดินไปแถวบ้านพักคนงานนะ แถวนั้นเด็กเยอะ”
โจวเจ๋อหานเกลียดเด็กเกเรบางคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นมาก พวกนั้นชอบแอบโยนก้อนหินข้ามรั้วเข้ามาในบ้านเพื่อแกล้งต้าหวงเป็นประจำ เขาเห็นกับตามาหลายครั้งแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แม่ต้องล่ามต้าหวงไว้ และไม่กล้าปล่อยมันออกไปเดินเล่นข้างนอกบ่อยๆ
เขานึกถึงตอนอยู่ที่หมู่บ้าน ถ้ามีใครกล้ามารังแกต้าหวงแบบนี้ เขาจะปล่อยมันออกไปวิ่งไล่ขู่ให้เข็ดเลย
เด็กทั้งสามคนช่วยกันหิ้วโซ่เหล็กเส้นใหญ่ออกเดินทางไปพร้อมกับต้าหวง
เจ้าต้าหวงพอยืนสองขา ก็สูงพอๆ กับผู้ใหญ่คนหนึ่ง แถมซือเนี่ยนยังเลี้ยงดูมันอย่างดีจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ท้องของมันเริ่มมีไขมันส่วนเกินให้เห็นแล้ว โครงร่างของมันใหญ่โตมาก และมีขนดกหนาฟูฟ่อง
เพราะซือเนี่ยนเป็นคนรักความสะอาด เธอจึงคอยแปรงขนให้มันอยู่เสมอ ขนของมันจึงไม่พันกันยุ่งเหยิง แถมยังเงางามสลวย
มันดูสง่างามราวกับราชสีห์ขนทอง โจวซีเหยาชอบแอบปีนขึ้นไปนอนแผ่บนหลังของมันเพื่อตากแดดอุ่นๆ เป็นที่สุด
[จบบท]