บทที่ 377: สิ้นหวังประชดชีวิต
ครูเฉินสูดลมหายใจเข้าปอดลึก สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “เธอนี่มัน... ทิ้งอนาคตตัวเองไปแล้วจริงๆ!”
ถ้าเป็นซือเนี่ยนคนเดิม คงไม่มีทางพูดจาแบบนี้ออกมาแน่ๆ จริงอยู่ที่เมื่อก่อนซือเนี่ยนเป็นคนหยิ่งทะนง แต่ก็ยังเคารพครูบาอาจารย์เสมอ แต่ดูตอนนี้สิ! มันกลายเป็นอะไรไปแล้ว!
ก็สมแล้วล่ะ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แถมยังได้ยินว่าไปเป็นแม่เลี้ยงให้คนอื่น ไม่แปลกเลยที่จะตกต่ำได้ขนาดนี้
ครูเฉินปัดความคิดวุ่นวายทิ้งไป “ช่างเถอะ ใกล้จะสอบเข้ามหา'ลัยแล้ว ฉันไม่อยากจะมาถือสาอะไรกับเธอมากนักหรอกนะ เรื่องที่เธอแต่งงานไปเป็นแม่เลี้ยงคนอื่นน่ะ ถึงมันจะน่าอาย แต่ถ้าเธอไม่เที่ยวไปบอกใคร มันก็พอทนไหว กลับมาเรียนที่ห้องฉันเถอะ ต่อให้สอบได้ไม่ดี ฉันก็จะไม่ว่าอะไรเธอ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังใจบุญสุนทาน
ในความคิดของเขา การสอบได้คะแนนแย่ในชั้นเรียนของเขาก็ยังดีกว่าไปสอบได้คะแนนแย่ที่โรงเรียนอื่นให้คนหัวเราะเยาะมากกว่าเก่า เขาทนไม่ได้หรอกที่นักเรียนในความดูแลของเขาจะย้ายไปอยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2
หลินซือซือที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินแบบนั้นหัวใจก็พลันกระตุกวูบ ไหนแม่ของเธอย้ำกับครูเฉินไปแล้วไม่ใช่หรือว่าห้ามรับซือเนี่ยนกลับมา?
เรื่องที่เธอติดคุก นอกจากคนในบ้านพักทหารและบรรดาครูแล้ว แทบไม่มีใครรู้เลย ถ้าซือเนี่ยนกลับมาที่นี่ แล้วจงใจแพร่งพรายเรื่องนั้นออกไป เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ซือเนี่ยนฟังแล้วก็ได้แต่ขำ “คุณครูคะ ดูเหมือนคุณครูจะยังไม่เข้าใจอะไรเลยนะคะ”
ครูเฉินขมวดคิ้วมุ่น “เธอหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า ไม่ว่าฉันจะเลือกไปโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 หรือโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 มันก็เป็นการตัดสินใจของฉันเองค่ะ ไม่ใช่ว่าคุณครูอยากให้ฉันไปไหน ฉันก็ต้องไป” ซือเนี่ยนตอบกลับอย่างชัดเจน
“คุณครูเป็นแค่ อดีต ครูประจำชั้นของฉัน แต่ครูคนปัจจุบันของฉันไม่ใช่คุณ ฉันไม่เห็นจำเป็นต้องฟังคำสั่งของคุณครูเลยสักนิด”
“อีกอย่าง ครูคนปัจจุบันของฉันดีมากๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าคน... ที่ชอบจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเยอะเลยค่ะ พูดไปแล้ว ฉันควรจะต้องขอบคุณคุณครูด้วยซ้ำที่วันนั้นไม่รับฉันเข้าเรียน ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่มีโอกาสได้ไปเจอโรงเรียนดีๆ แบบนี้หรอกค่ะ”
“ว่าแต่... คุณครูคะ คุณครูรังเกียจเรื่องที่ฉันแต่งงานเป็นแม่เลี้ยงคนอื่นมากจนไม่ยอมรับฉัน แต่ตอนนี้ฉันชักแปลกใจแล้วสิคะ ขนาดคนที่เคยติดคุกมาคุณครูยังไม่รังเกียจเลย แต่กลับมารังเกียจคนที่แต่งงานแล้ว... รสนิยมของคุณครูนี่... ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะคะ”
เธอทอดสายตามองใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำของคนทั้งสองด้วยแววตาที่ยากจะอ่านความรู้สึก “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ประจวบเหมาะกับที่รถบัสประจำทางแล่นมาจอดเทียบป้ายพอดี ซือเนี่ยนจึงรีบเดินแทรกตัวขึ้นไปบนรถท่ามกลางผู้คนที่กำลังแออัด
ครูเฉินโกรธจนตัวแทบสั่น ถ้าไม่ใช่เพราะจางชุ่ยเหมยมาขอร้องอ้อนวอนเขาอยู่หลายครั้ง เขาก็ไม่มีวันรับหลินซือซือกลับเข้าเรียนหรอก เรื่องติดคุกมันน่าอับอายขายขี้หน้าจะตายไป ไม่คิดเลยว่าจะโดนซือเนี่ยนขุดขึ้นมาตอกหน้ากลางที่สาธารณะแบบนี้ เขาเสียหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน สีหน้าบูดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด
แม้หลินซือซือจะโมโหไม่แพ้กัน แต่ลึกๆ ก็แอบโล่งใจที่ซือเนี่ยนไม่คิดจะกลับมา ไม่อย่างนั้นเธอคงลำบากแน่ พอเห็นสีหน้าย่ำแย่ของครูเฉิน เธอก็รีบเข้าไปปลอบ “คุณครูเฉินคะ อย่าโกรธไปเลยค่ะ พี่ซือเนี่ยนคงยังโกรธเรื่องที่คุณครูไม่รับเธอกลับเข้าเรียนคราวก่อนน่ะค่ะ เธอเลยพูดจาไม่คิด... เธอไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”
คำปลอบนั้นกลับยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟ “เธอมีสิทธิ์อะไรมาโกรธฉัน! ที่ฉันพูดมันผิดตรงไหน! เป็นสาวเป็นนาง ทำอะไรไม่คิด ต้องรีบร้อนไปเป็นแม่เลี้ยงให้คนอื่นเขา ถ้าเรื่องนี้มันดังออกไป ฉันก็ต้องโดนคนอื่นเขาหัวเราะเยาะไปด้วย นักเรียนที่ไหนมันจะหน้าไม่อายเท่านี้อีก!”
“นี่ยังหนีไปอยู่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 อีกนะ! สงสัยต้องให้ฉันเสียชื่อเสียงจนป่นปี้ก่อนใช่ไหมถึงจะพอใจ!” ครูเฉินโมโหจนแทบจะล้มทั้งยืน
หลินซือซือรีบพูดต่อ “คุณครูเฉินคะ คุณครูวางใจเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะกลับไปบอกพ่อกับแม่ให้ไปคุยกับพี่ซือเนี่ยนให้กลับมา พี่ซือเนี่ยนจะต้องเข้าใจความหวังดีของคุณครูแน่ๆ ค่ะ”
พอได้ยินแบบนั้น ครูเฉินถึงค่อยๆ สงบอารมณ์ลงได้บ้าง เขาก็คิดเหมือนกัน ซือเนี่ยนไม่ฟังเขา แต่ยังไงก็ต้องฟังพ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูมาบ้างล่ะ
“จริงๆ แล้ว ที่ฉันกังวลมันไม่ใช่แค่เรื่องที่ย้ายไปโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 หรอกนะ แต่เป็นผลการเรียนของซือเนี่ยนต่างหาก สมัยที่ยังเรียนอยู่ที่นี่ เกรดของเธอมันดีเยี่ยมมาตลอด ฉันกลัวว่าเธอจะไปดึงคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ให้มันสูงขึ้น ถ้ามันเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ใครๆ ก็ต้องรู้ว่าเธอเคยเป็นนักเรียนของฉัน แล้วครูอย่างฉันก็ต้องโดนเยาะเย้ยไปด้วย เพราะฉะนั้น ยังไงฉันก็ปล่อยให้เธออยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ไม่ได้เด็ดขาด”
ครูเฉินเริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาจับใจ ไม่ใช่แค่เสียดายที่ซือเนี่ยนย้ายไปโรงเรียนคู่แข่ง แต่เสียดายที่ผลการเรียนของเธอมันดีเกินไป แต่เขากลับปฏิเสธไม่รับเธอกลับเข้าเรียน จนกลายเป็นว่าซือเนี่ยนย้ายไปที่นั่นเพื่อแก้แค้นเขา
เด็กคนนั้นเป็นพวกไม่ยอมคน ถ้าเธอเกิดทำคะแนนสอบเข้ามหา'ลัยได้สูงลิ่วขึ้นมาจริงๆ เผลอๆ โรงเรียนของเขาอาจจะโดนฉุดคะแนนลงไปด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้น เขาคงเสียทั้งหน้าเสียทั้งเครดิต
ดังนั้น แม้จะโกรธแค่ไหน เขาก็ยังอยากให้ซือเนี่ยนย้ายกลับมาอยู่ดี อย่างแย่ที่สุดก็แค่ทำเป็นมองไม่เห็นเธอไปเสีย ยังไงก็เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะสอบแล้ว
หลินซือซือได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่ นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่ครูเฉินกังวล แต่มันคือสิ่งที่เธอก็กำลังกังวลอยู่เหมือนกัน
เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่ครูเฉินก็ชิงพูดตัดบทขึ้นมาก่อน “ว่าแต่เธอเถอะ เธอก็ต้องตั้งใจเรียนให้มันดีๆ หน่อย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อก่อนผลการเรียนเธอเป็นยังไง แต่ในห้องฉันตอนนี้ เธอไม่ได้เก่งเลย ที่ฉันยอมรับเธอก็เพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่เธอนะ ตอนสอบเข้ามหา'ลัย อย่าทำให้ฉันต้องขายหน้าไปด้วยล่ะ”
พูดจบ ครูเฉินก็เชิดหน้าเดินจากไปทันที
หลินซือซือโกรธจนแทบจะกรีดร้องออกมา ซือเนี่ยนพูดจาท้าทายเขาขนาดนั้น เขายังอุตส่าห์ชมว่าเรียนดี แต่เธอล่ะ พยายามแทบตายเพื่อเอาใจเขา เขากลับบอกว่าเธอยังไม่เก่งพอ! ถ้าไม่ใช่เพราะต้องเสียเวลาอยู่ในคุกบ้าๆ นั่น เธอจะตกอยู่ในสภาพนี้เหรอ!
แม้จะเจ็บใจแค่ไหน แต่หลินซือซือก็รู้ว่าที่ครูเฉินพูดมันคือเรื่องจริง
ซือเนี่ยน... ซือเนี่ยน... ทั้งหมดเป็นเพราะนังซือเนี่ยนคนเดียว ที่ทำให้เธอต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้
ถ้าหากว่า... เธอไม่มีโอกาสได้เข้าสอบก็คงดี
…
ซือเนี่ยนกลับมาถึงบ้านพักทหารในสภาพชุ่มเหงื่อ การเบียดเสียดบนรถบัสในตอนเช้าทำให้เธอเหนียวตัวไปหมด เธอแวะไปที่บ้านแม่เฒ่าเจี่ยงเพื่อรับเหยาเหยากลับบ้าน พอไปถึงก็เห็นผู้เฒ่าเจี่ยงกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่ที่หน้าประตูบ้าน
ส่วนโจวซีเหยากำลังนอนหมอบอยู่ข้างๆ คอยจ้องกระดานหมากรุกตาแป๋ว บางครั้งก็ยื่นนิ้วอ้วนป้อมจิ้มลงไปบนตัวหมาก ผู้เฒ่าเจี่ยงก็จะอธิบายอย่างใจเย็นว่าตัวนั้นคืออะไร เด็กน้อยก็ทำตาโตเหมือนเพิ่งจะเข้าใจ
ขณะที่มือน้อยๆ นั้นกำลังหยิบตัวหมากวางลงบนกระดาน เสียงของซือเนี่ยนก็ดังขึ้น
“เหยาเหยา”
“หม่าม้า~” เด็กน้อยที่นอนคว่ำอยู่เด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ สองขาสั้นๆ รีบวิ่งเตาะแตะตรงเข้ามาหาซือเนี่ยนทันที
ซือเนี่ยนยิ้มกว้าง อ้าแขนรับร่างเล็กๆ นั้นขึ้นมากอด แล้วใช้มือเช็ดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากมนให้ อากาศช่วงนี้ร้อนอบอ้าวเหลือเกิน ดูเหมือนว่าเธอคงต้องเตรียมของว่างคลายร้อนไว้บ้างแล้ว
ผู้เฒ่าเจี่ยงก็ได้ยินเสียงทักทายนั้นเช่นกัน ท่านเงยหน้าขึ้นจากกระดานหมากรุกแล้วส่งยิ้มให้ “อ้าว คุณครูเสี่ยวซือกลับมาแล้วเหรอ”
ซือเนี่ยนยิ้มรับและพยักหน้า “ค่ะ คุณลุงเจี่ยง วันนี้ต้องรบกวนคุณลุงกับคุณป้าช่วยดูแลเหยาเหยาให้ฉันอีกแล้วนะคะ”
ผู้เฒ่าเจี่ยงหัวเราะฮ่าๆ “โอ๊ย เกรงใจอะไรกัน เหยาเหยาของเธอเลี้ยงง่ายจะตาย ไม่ร้องไห้ไม่งอแงเลย เล่นด้วยสนุกกว่าเจ้าเสี่ยวเจี่ยงหลานชายฉันอีก ฉันล่ะชอบเด็กคนนี้จริงๆ ไว้ว่างๆ ก็แวะมาดูคุณปู่เล่นหมากรุกบ่อยๆ นะลูกนะ”
เหยาเหยาพยักหน้าหงึกหงัก แล้วหันไปอวดแม่ “หม่าม้าคะ เล่นหมากรุกสนุกมากๆ เลยค่ะ”
ซือเนี่ยนยิ้มขณะลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ “ถ้าหนูชอบ งั้นเราก็มาเล่นกับคุณปู่บ่อยๆ นะคะ” เธอหันไปกล่าวลากับผู้เฒ่าเจี่ยงอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มลูกสาวตัวน้อยกลับบ้าน
[จบบท]