บทที่ 389: การสอบครั้งสำคัญ
วิชาแรกคือภาษาจีน ที่ต้องใช้พลังในการเขียนมากที่สุด
ถัดมาก็เป็นคณิตศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระดาษทด
ปกติทางโรงเรียนจะเป็นฝ่ายเตรียมกระดาษทดไว้ให้ เพื่อป้องกันการทุจริตในหมู่นักเรียน
แต่โจวเยว่เซินมองว่า การเตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่า เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เขาสำรวจบนโต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่พบสมุดสำหรับทดเลข
ซือเนี่ยนมักจะใช้โต๊ะเครื่องแป้งเป็นที่ทำงานอยู่บ่อยๆ แถวนี้จึงมีหนังสือวางอยู่สองสามเล่ม
เขาโน้มตัวลงดึงลิ้นชัก แต่ข้างในกลับว่างเปล่าปราศจากเครื่องเขียน มีเพียงสมุดบัญชีเงินฝากเล่มใหม่เอี่ยมวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว
โจวเยว่เซินนิ่งไปชั่วครู่
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ซือเนี่ยนเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กที่กำลังซับผมเปียกชื้น ชุดนอนผ้าไหมเนื้อลื่นโอบล้อมร่างกาย แสงไฟสีส้มเหลืองนวลจากโคมไฟเพดานสาดกระทบ ทำให้ร่างของเธออาบย้อมไปด้วยแสงสีอบอุ่น ขับเน้นความอ่อนโยนให้เด่นชัดขึ้น
“โจวเยว่เซิน คุณทำอะไรอยู่คะ”
ชายหนุ่มยืดตัวตรง หันกลับไปเผชิญหน้า ดวงตาดำลึกของจับจ้องไปยังเธอ
ผมของเธอดูยาวขึ้นเล็กน้อย ปอยผมที่เปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลัง
เขาชูถุงเครื่องเขียนในมือขึ้น “พรุ่งนี้คุณต้องสอบแล้ว ผมเตรียมของที่จำเป็นต้องใช้สอบไว้ให้ คุณลองดูหน่อยสิว่ายังขาดอะไรอีกไหม”
ซือเนี่ยนใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมเบาๆ พลางก้าวเข้ามาใกล้ เธอยื่นหน้าเข้าไปมอง ในถุงนั้นเต็มไปด้วยเครื่องเขียนใหม่เอี่ยม ทั้งปากกา ไม้บรรทัด และยางลบสารพัดแบบ
ทุกชิ้นเป็นของใหม่แกะกล่อง
แม้กระทั่งดินสอดำก็ยังถูกเหลาจนแหลมเปี๊ยบ ปลายดินสอถูกตัดอย่างสวยงาม
ราวกับเพิ่งออกมาจากกบเหลาดินสอแบบตั้งโต๊ะอย่างดี
เธอมองสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้ม “ครบแล้วค่ะ น่าจะประมาณนี้”
โจวเยว่เซินรูดซิปปิดถุง แล้ววางมันไว้ด้านข้างอย่างเป็นระเบียบ
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ดึงผ้าขนหนูออกจากมือเธออย่างนุ่มนวล แล้วลงมือช่วยเช็ดผมให้เธอแทน
“ตื่นเต้นหรือเปล่า”
ซือเนี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เลยค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้โจวเยว่เซินหลุดหัวเราะในลำคอ “คืนนี้รีบนอนหน่อยนะ พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปส่ง”
ซือเนี่ยนเงยหน้ามองเขาทันทีอย่างแปลกใจ “พรุ่งนี้คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”
ปกติในตอนกลางวัน ซือเนี่ยนมักจะแต่งหน้าอ่อนๆ เสมอ แม้จะไม่จัดจ้าน แต่ก็ช่วยขับให้เครื่องหน้าของเธองดงามและดึงดูดสายตา
ทว่ายามนี้ หลังจากอาบน้ำชำระร่างกาย ใบหน้าสดของเธอกลับดูนุ่มนวลอ่อนเยาว์ ผิวพรรณเนียนละเอียดราวกับไข่ปอกใหม่ แผงขนตางอนยาวจนโจวเยว่เซินสัมผัสได้แม้มองจากมุมสูง
เขาจ้องมองเธออยู่หลายอึดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“งานจะสำคัญเท่าการสอบของคุณได้ยังไง ผมลาที่โรงงานไว้เรียบร้อยแล้ว”
รอบตัวเขา แทบไม่มีใครที่ต้องเข้าสอบเกาเข่าเลย
แต่เขายังจำได้ดี สมัยที่กองทัพมีโครงการกวาดล้างการไม่รู้หนังสือ เขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกส่งไปเรียนเพราะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ช่วงเวลานั้น พวกเขาก็ต้องเรียนและสอบไม่ต่างจากนักเรียนในระบบปกติ
ตัวเขาเองไม่ได้ใส่ใจพิธีรีตองอะไรนัก แต่ตอนที่อวี๋ตงไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย เขาจำได้ว่าเห็นคนทั้งครอบครัวของอวี๋ตงแห่กันไปส่ง
นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ พวกเขาในฐานะครอบครัวย่อมต้องอยู่เคียงข้างเธอ
เมื่อความคิดแล่นมาถึงตรงนี้ มือที่กำลังเช็ดผมให้เธอก็พลันหยุดชะงัก
เขาเดินตรงไปที่โต๊ะอีกฝั่ง หยิบกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ ใบหนึ่งออกมาจากถุงกระดาษ
เดินกลับมาหาเธอ แล้วยื่นมันให้
“ของขวัญสำหรับคุณ”
“ของขวัญ”
ซือเนี่ยนรับมาด้วยแววตาสงสัย เมื่อเปิดฝากล่องออก กลิ่นหอมละมุนก็ลอยฟุ้งขึ้นมาแตะจมูกทันที
เธอเบิกตากว้างอย่างยินดี “น้ำหอมเหรอคะ”
โจวเยว่เซินพยักหน้าเล็กน้อย “สองสามวันก่อนอวี๋ตงต้องไปทำงานที่ฮ่องกง ผมเลยฝากเขาซื้อมา ไม่รู้ว่าคุณจะชอบไหม”
ซือเนี่ยนก้มลงสูดดมกลิ่นหอมนั้นใกล้ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง “เป็นกลิ่นกุหลาบแดงที่ฉันชอบที่สุดเลยค่ะ”
นี่เป็นเพราะเธอมีนิสัยชอบอาบน้ำด้วยกลีบดอกไม้เป็นประจำ ประกอบกับครีมอาบน้ำที่ใช้ก็มักจะเป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ทำให้ร่างกายของเธอมีกลิ่นหอมจางๆ ติดตัวอยู่เสมอ
โจวเยว่เซินไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกว่าผู้หญิงสมัยนี้ชอบอะไรกัน แต่พออวี๋ตงเอ่ยปากถามว่าจะฝากซื้ออะไรไหม เขาก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้
ซือเนี่ยนชอบใช้ของหอมๆ กลับมาถึงบ้านทีไร ในห้องก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม แม้แต่ตอนอาบน้ำก็ยังต้องใช้กลีบดอกไม้
เขาจึงเดาว่า เธอน่าจะชอบน้ำหอม
เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานหยดของเธอ ดวงตาคมกริบของโจวเยว่เซินก็ทอประกายอ่อนโยน เขายื่นมือไปลูบศีรษะเธอเบาๆ แล้วกระซิบเสียงทุ้ม “คุณชอบก็ดีแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ” ซือเนี่ยนตอบรับอย่างร่าเริง
แม้ว่าเจ้าของร่างนี้จะเพิ่งอายุ 19 ปี ยังเป็นวัยรุ่นที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับของอย่างน้ำหอมแต่จิตวิญญาณของซือเนี่ยนนั้นเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ในชาติที่แล้ว น้ำหอมคือของรักของหวงของเธอเลยทีเดียว
เพียงแต่การอยู่ในยุคสมัยนี้ การฉีดน้ำหอมฟุ้งๆ อาจจะดูแปลกแยกไปหน่อย ยิ่งตอนที่ยังอยู่ต่างจังหวัด ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่
นานวันเข้า เธอก็เลยห่างหายจากการใช้ของเหล่านี้ไปโดยปริยาย
เธอไม่คาดคิดเลยว่าโจวเยว่เซินจะนึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ แล้วซื้อน้ำหอมมาให้เธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพลิกดูยี่ห้อ นี่มันของนำเข้าราคาแพง
ซือเนี่ยนพูดอย่างตื่นเต้น “ไว้วันที่ผลสอบออก ฉันจะใส่ชุดที่สวยที่สุด แล้วฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ไปด้วย”
โจวเยว่เซินยิ้มรับ “ดีเลย”
น้ำหอมขวดเล็กๆ นี้ ได้ช่วยดึงระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้ขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ซือเนี่ยนขยับตัวนั่งลงบนตักของเขาอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้เขาทำหน้าที่เป่าผมให้ ส่วนเธอก็มัวแต่วุ่นวายอยู่กับการเปิดขวดน้ำหอมเพื่อทดลองกลิ่น กลิ่นของมันหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนแสบจมูกเหมือนหัวน้ำหอมสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกบางเบาแต่หรูหรามาก
ผู้ชายคนนี้ซื่อบื้อจริงๆ ได้ของมาก็รีบเอามาให้ ไม่ทันได้สังเกตราคาที่ติดอยู่ด้านหลังกล่องด้วยซ้ำ
น้ำหอมแบรนด์ดังคลาสสิกจากฝรั่งเศสขวดเล็กแค่นี้ ราคาปาเข้าไปตั้ง 200 หยวน
เขาใจถึงน่าดู
ผู้ชายที่กล้าทุ่มเงินเพื่อผู้หญิงแบบนี้ ในสายตาเธอถือว่าได้คะแนนนิยมไปเต็มๆ
ยิ่งคิดซือเนี่ยนก็ยิ่งอารมณ์ดี นี่มันทำให้เธอมีความสุขยิ่งกว่าการที่เขาให้เงินสดเธอเสียอีก แน่นอนว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเห็นเงินสำคัญกว่า แต่ในเมื่อตอนนี้เธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินแล้ว การได้รับการเติมเต็มทางด้านจิตใจแบบนี้จึงมีค่ามากกว่า
เธออดใจไม่ไหว เงยหน้าขึ้นไปประทับรอยจูบเบาๆ ที่ปลายคางของเขา “ขอบคุณจริงๆ นะคะ”
โจวเยว่เซินชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “เป่าผมก่อนเถอะ”
คืนนี้ต้องรีบนอนให้เต็มอิ่ม
สนามสอบเกาเข่าในแต่ละปีจะถูกสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นักเรียนทุกคนจะถูกกระจายไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อป้องกันการลอกข้อสอบจากคนรู้จัก
ปีที่แล้วจัดสอบที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ปีนี้จึงย้ายมาจัดที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2
ผลพวงนี้ทำให้นักเรียนชั้นมัธยม 4 และ 5 ได้หยุดอยู่บ้าน เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้รุ่นพี่ได้สอบอย่างเต็มที่
ซือเนี่ยนนับว่าโชคดีมากแล้ว นักเรียนจากโรงเรียนอื่นที่ถูกส่งมาสอบที่นี่ ถ้าบ้านอยู่ไกลมากๆ ก็ต้องวุ่นวายหาที่พักกันอีก
ในช่วงเวลาสำคัญของการสอบ ไม่มีใครอยากเสียพลังงานไปกับการเดินทางไกล ดังนั้นนักเรียนที่บ้านอยู่ไกลส่วนใหญ่จึงเลือกพักหอพักของโรงเรียน หรือไม่ก็หาโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงแทน
ทุกนาทีมีค่าดั่งทองคำ
นักเรียนหลายคนถึงกับนัดกันแชร์ห้องพักเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
บ้านของซือเนี่ยนเองก็จัดว่าอยู่ไกลพอสมควร แต่พอโจวเยว่เซินยืนยันว่าเขาจะขับรถไปรับไปส่งเธอตลอดช่วงสอบ เธอก็เลยพับแผนการหาที่พักไป
โรงเรียนประถมเองก็หยุดในช่วงนี้เหมือนกัน ทำให้บรรยากาศในบ้านคึกคักเป็นพิเศษ ทุกคนต่างคอยเอาใจใส่ซือเนี่ยน แม้แต่แม่เฒ่าเจี่ยงข้างบ้านก็ยังแวะเวียนมาถามไถ่ด้วยความห่วงใย
แม่เฒ่าเจี่ยงยังหอบหิ้วของกินมาให้มากมาย บอกให้เธอพักผ่อนเยอะๆ ถ้าไม่อยากทำอาหารให้ลำบาก ก็ข้ามไปกินที่บ้านได้เลย
ซือเนี่ยนปฏิเสธไปอย่างนอบน้อม เพราะร้านอาหารของอวี๋ตงตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ขับรถไปไม่ถึงสิบนาที โจวเยว่เซินจัดการจองอาหารกลางวันไว้ให้เธอตลอดทั้งสามวันเรียบร้อยแล้ว
วิธีนี้สะดวกที่สุด เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง และไม่วุ่นวายเรื่องอาหารการกิน
การสอบต้องเน้นความสบายตัวเป็นหลัก อากาศก็เริ่มร้อน ต้องระวังเรื่องเป็นลมแดด วันนี้ซือเนี่ยนจึงเลือกใส่ชุดกระโปรงที่เรียบง่ายแต่ดูสดใส รวบผมถักเปียสองข้างอย่างน่ารัก ดูอ่อนเยาว์และเปี่ยมไปด้วยพลัง
เธอเลือกใช้กระเป๋าสะพายข้างใบใหญ่ ซึ่งเป็นใบที่เธอซื้อมาใช้โดยเฉพาะตั้งแต่ตอนยังเป็นครู เพราะต้องแบกของจุกจิกเยอะแยะในแต่ละวัน
และตอนนี้ มันก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใส่เครื่องเขียนและอุปกรณ์เข้าสอบ
มื้อเช้าวันนี้ โจวเยว่เซินเป็นคนลงครัวทำเองทั้งหมด มีทั้งโจ๊กข้าวฟ่างร้อนๆ เสี่ยวหลงเปา ไข่ลวก และนมสด
เป็นมื้อเช้าที่เรียบง่าย แต่ครบถ้วนด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
[จบบท]