บทที่ 402: ผู้ทำคะแนนสูงสุดสายวิทย์ของมณฑล
โจวเจ๋อหานมั่นใจในตรรกะของตัวเองสุดๆ เด็กน่ารักเชื่อฟังแถมยังฉลาดเป็นกรดอย่างเขาไม่มีทางเป็นสาเหตุให้คุณแม่อยากหนีออกจากบ้านแน่ ดังนั้น ต้นตอของปัญหาจึงเหลืออยู่แค่คนเดียว... คุณพ่อยังไงล่ะ!
โจวเยว่เซินโดนสายตาตัดสินโทษของลูกชายเข้าไปถึงกับไปไม่เป็น เขาเลยระบายความมันเขี้ยวด้วยการขยี้หัวลูกชายคนรองจนผมฟูฟ่องไม่ต่างอะไรกับรังไก่ ก่อนจะปรามเสียงเข้ม “อย่าพูดจาไร้สาระ”
โจวเจ๋อหานรีบกุมหัวตัวเองไว้แน่น พลางส่งสายตาประมาณว่า ‘ผมอุตส่าห์เตือนแล้วนะ ถ้าคุณพ่อไม่รีบแก้ไข เดี๋ยวผมหนีตามคุณแม่ไปจริงๆ ด้วย ไม่ต้องมาโทษกันทีหลังนะ!’
ในใจก็นึกไปถึงชีวิตแสนสุข ขอแค่มีคุณแม่อยู่ด้วย ต่อให้ต้องย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่แล้วกินเนื้อทุกมื้อทุกวัน เขาก็ยอมทั้งนั้น
โจวเยว่เซินเลือกที่จะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าตัวเล็ก เขาปิดประตูแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างเงียบๆ
จังหวะเดียวกับที่เขาปลดกระดุมเสื้อตัวนอกออก ซือเนี่ยนก็เดินผิวปากฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำพอดิบพอดี ใบหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความสุขชนิดที่ว่าเก็บยังไงก็เก็บไม่อยู่
โจวเยว่เซินนึกถึงคำเตือนของลูกชายขึ้นมาตะหงิดๆ ซือเนี่ยนคุยโทรศัพท์กับผู้ชายนานครึ่งชั่วโมง แล้วยังอารมณ์ดีเบอร์นี้เนี่ยนะ? นี่มันดึกป่านไหนแล้ว ใครกันที่โทรมาหาเธอ แถมยังคุยกันยืดยาวเป็นพิเศษ หรือว่าจะเป็นที่บ้าน? ไม่สิ ถ้าเป็นที่บ้านจริง โจวเจ๋อหานไม่น่าจะเข้าใจผิดได้ขนาดนั้น
แต่โจวเยว่เซินพยายามนั่งนึกนอนนึก ก็นึกไม่ออกว่าซือเนี่ยนมีคนรู้จักผู้ชายที่ไหนอีก สภาพแวดล้อมในการทำงานของเธอกับของเขามันคนละเรื่องกันเลย ที่สำคัญคือ เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอไปสุงสิงกับใครที่ไหนบ้าง
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจถามหยั่งเชิงดู “เนี่ยนเนี่ยน... เมื่อกี้มีคนโทรมาเหรอ?”
ซือเนี่ยนกำลังคันปากอยากเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังอยู่เชียว พอถูกถามขึ้นมาก่อนเลยอดแปลกใจไม่ได้ “คุณรู้ได้ยังไงคะ?”
โจวเยว่เซินนิ่งไปนิด “โจวเจ๋อหานบอกผม”
“อ๋อ...” ซือเนี่ยนหัวเราะคิก “ฉันกะว่าจะบอกคุณอยู่แล้วเชียว ไม่นึกเลยว่าโจวเจ๋อหานจะเร็วกว่า รีบแจ้นมารายงานคุณพ่อซะก่อน ครูประจำชั้นของฉันโทรมาค่ะ”
โจวเยว่เซินถึงบางอ้อในบัดดล ที่แท้ก็เป็นเรื่องโอละพ่อ “คะแนนสอบออกแล้วเหรอ?”
“ใช่ค่ะ!” ซือเนี่ยนพยักหน้าหงึกหงัก “ครูประจำชั้นเพิ่งรู้ข่าวก็รีบโทรมาบอกฉันเลย คุณทายสิว่าฉันได้กี่คะแนน”
โจวเยว่เซินใช้เวลาคิดอยู่ครู่เดียว เห็นภรรยาร่าเริงออกนอกหน้าขนาดนี้ คะแนนย่อมไม่ธรรมดา “680?”
ซือเนี่ยนเบะปาก “โธ่... คุยกับคุณนี่มันไม่เซอร์ไพรส์เลย”
โจวเยว่เซินอดหัวเราะเสียงต่ำไม่ได้ “ก็คุณประเมินไว้ 660 นี่ แสดงว่าคุณต้องประเมินพลาดไปทางต่ำแน่ๆ”
“685 ค่ะ!” ซือเนี่ยนยิ้มตาหยี “ที่หนึ่งสายวิทย์ของมณฑลเลยนะ! แบบนี้มีรางวัลอะไรให้ฉันเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?”
คราวนี้โจวเยว่เซินถึงกับชะงักไปนิดหน่อยเหมือนกัน เขากะไว้แล้วว่าคะแนนต้องสูง แต่ก็ไม่คิดว่าจะสูงปรี๊ดขนาดนี้ แต่พอนึกถึงความทุ่มเทที่เธอพยายามอ่านหนังสืออย่างหนักมาตลอด เขาก็พยักหน้ายอมรับว่าคะแนนระดับนี้มันก็สมน้ำสมเนื้อดีแล้ว เขารู้สึกยินดีกับเธอจากใจจริง
“คุณอยากได้อะไรล่ะ?”
“อืม... ยังคิดไม่ออกค่ะ เอาไว้ฉันคิดได้เมื่อไหร่แล้วจะมาทวงนะคะ”
โจวเยว่เซินตอบรับอย่างอ่อนโยนว่า "ตกลง"
แต่ท่าทีที่ดูนิ่งสงบเกินเหตุของเขานี่สิ... ซือเนี่ยนชักจะเข้าใจความรู้สึกของครูประจำชั้นที่โทรมาแจ้งข่าวเมื่อกี้แล้ว
การที่เอาข่าวดีมากๆ ไปบอกใครสักคน แต่กลับได้ปฏิกิริยาเรียบๆ กลับมา มันน่าเฟลขนาดไหน ชายสูงวัยคนนี้ทำตัวสงบนิ่งเป็นหินผาจนความตื่นเต้นของเธอลดฮวบไปครึ่งหนึ่งเลย
โจวเยว่เซินเปลี่ยนเรื่อง “แล้ว... คุณบอกที่บ้านหรือยัง?”
“ยังเลยค่ะ” ซือเนี่ยนส่ายหน้า “มันดึกไปแล้ว ป่านนี้พ่อกับแม่ฉันน่าจะนอนกันหมดแล้ว ถึงใจจริงฉันอยากจะบอกข่าวดีนี้ให้พวกท่านรู้เดี๋ยวนี้เลยก็เถอะ แต่ถ้าบอกไปตอนนี้ ฉันว่าคืนนี้พวกท่านตื่นเต้นจนนอนไม่หลับกันพอดี”
โจวเยว่เซินไตร่ตรองแล้วก็เห็นด้วย เขาพยักหน้าเบาๆ พอเห็นเธอเริ่มหาว เขาก็พูดขึ้น “คุณไปนอนพักก่อนเถอะ พรุ่งนี้ผมจะขับรถไปส่งคุณที่โรงเรียนเอง”
ซือเนี่ยนรับคำอย่างว่าง่าย คนอย่างเธอไม่ยอมอดหลับอดนอนเด็ดขาด เพราะถ้าอดนอนเมื่อไหร่ ถุงใต้ตากับขอบตาดำๆ ต้องมาเยือนแน่ ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อความสวยในวันพรุ่งนี้
โจวเยว่เซินรอจนกระทั่งเสียงหายใจของเธอเริ่มสม่ำเสมอ เขาจึงค่อยๆ ลุกจากเตียงแล้วย่องลงไปชั้นล่าง เพื่อจัดการไล่ลูกชายลูกสาวที่กำลังนั่งตาแป๋วดูโทรทัศน์อยู่ให้ไปเข้านอน
แม้ความจริงจะยังไม่ถึงสามทุ่มด้วยซ้ำ แถมพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุด แต่โจวเยว่เซินก็ไม่ผ่อนปรน เขาให้เหตุผลว่าเด็กๆ ไม่ควรดูโทรทัศน์นานเกินไป มันไม่ดีต่อสุขภาพสายตา พอเห็นเจ้าสองตัวเล็กทำท่าจะอิดออด เขาก็โยนไพ่ตายใบสุดท้าย “คุณแม่สั่งมา”
เท่านั้นแหละ เด็กทั้งสองก็รีบปิดปากเงียบกริบ หันไปจูงมือกันเดินต้อยๆ ขึ้นบันไดไปแต่โดยดี
โจวเยว่เซินมองจนลูกๆ เข้าห้องเรียบร้อยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเดินตรงไปที่เครื่องโทรศัพท์ แล้วหมุนหมายเลขทันที
“อืม พรุ่งนี้ผมไม่เข้าฟาร์มนะ พอดีภรรยาผมสอบได้ 685 คะแนน ได้ที่หนึ่งสายวิทย์ของมณฑลน่ะ”
“คุณหวังครับ พรุ่งนี้ผมคงไม่ได้เข้าไปส่งเนื้อนะ ภรรยาผมสอบได้ 685 คะแนน เป็นที่หนึ่งสายวิทย์ของมณฑลครับ”
“อวี๋ตง พี่สะใภ้นายสอบได้ 685 คะแนน...”
“...”
เช้าตรู่วันต่อมา ซือเนี่ยนเดินงัวเงียลงบันไดมาก็เจอโจวเยว่เซินยืนกอดอกคุยโทรศัพท์อยู่ก่อนแล้ว
เธอหาวหวอดใหญ่ “คุณตื่นเช้าจังเลยนะคะ”
โจวเยว่เซินพยักหน้า “ผมโทรหาพ่อกับแม่น่ะ คุณตื่นมาก็ดีเลย”
เขายื่นหูโทรศัพท์ให้ซือเนี่ยนเป็นเชิงให้เธอรับช่วงต่อ
ซือเนี่ยนเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ พลางเหลือบมองเขาอย่างสงสัย
โจวเยว่เซินอมยิ้ม “ผมยังไม่ได้บอกอะไรเลย คุณบอกพวกท่านเองดีกว่า”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของซือเนี่ยนทันที “แม่คะ หนูเองค่ะ คือ... ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของหนูออกแล้วค่ะ”
เสียงของแม่หลินที่ปลายสายฟังดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด “ได้เท่าไหร่ล่ะลูก?!”
“685 คะแนนค่ะ! เข้ามหาวิทยาลัยได้สบายๆ เลย”
“ถ้าพวกท่านว่างๆ ก็แวะมาทานข้าวด้วยกันที่บ้านหนูนะคะ เดี๋ยวหนูให้โจวเยว่เซินขับรถไปรับ”
แม่หลินรู้ดีว่าลูกสาวตัวเองเป็นคนฉลาด แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะทำได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เธอตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ถือหูโทรศัพท์แทบไม่อยู่ รีบตอบกลับมาทันทีว่าจะรีบเก็บข้าวของแล้วไปหาเดี๋ยวนั้นเลย
แถมยังกำชับนักหนาว่าไม่ต้องให้โจวเยว่เซินลำบากขับรถมารับ พวกท่านนั่งรถโดยสารไปเองได้
เดี๋ยวนี้ที่บ้านไม่ได้ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แค่ค่ารถโดยสารสบายมาก การที่โจวเยว่เซินต้องขับรถไปๆ กลับๆ มันเหนื่อยเกินไป
ซือเนี่ยนยิ้มกว้างรับคำอย่างว่าง่าย
แต่เธอเพิ่งจะวางหูโทรศัพท์ได้ไม่ถึงอึดใจ เสียงกริ๊งๆ ก็ดังขึ้นมาอีกรอบ
คราวนี้เป็นสายตรงจากอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 โทรมาสอบถามว่าเธอสะดวกจะเข้าไปที่โรงเรียนเมื่อไหร่ และต้องการให้ส่งรถมารับหรือไม่
ซือเนี่ยนรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
พอวางสายนั้นปุ๊บ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกทันที! คราวนี้เป็นหัวหน้าจากโรงเรียนประถมภาษาต่างประเทศ ที่บอกว่าได้ยินข่าวดีมาจากท่านอาจารย์ใหญ่แล้ว และถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ทางโรงเรียนอยากจะขอเลี้ยงอาหารสักมื้อ
ซือเนี่ยนต้องรับโทรศัพท์แบบนี้ติดต่อกันถึง 5-6 สาย จนเธอแทบจะหมดแรง สายที่โทรเข้ามาหลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจไม่รับอีกเลย
คนพวกนี้ไปสรรหาเบอร์โทรศัพท์บ้านเธอมาจากไหนกันนักหนา!
โจวเยว่เซินมองภรรยาที่กำลังหัวฟูด้วยความขบขัน “ไปทานข้าวก่อนเถอะ ไม่ต้องไปสนใจ”
พูดจบเขาก็ก้มลงไปดึงสายโทรศัพท์ออกจากเต้าเสียบ
ในที่สุด... โลกทั้งใบก็กลับสู่ความสงบสุข
มื้อเช้าดำเนินไปเหมือนปกติทุกวัน จนกระทั่งซือเนี่ยนวางช้อนลงแล้วประกาศเสียงดังฟังชัด “วันนี้ แม่มีข่าวสำคัญมากๆ จะบอกทุกคนจ้ะ”
เด็กทั้งสามเงยหน้าขึ้นมองเธอเป็นตาเดียว
โจวเจ๋อหานตาเป็นประกายวิบวับ “คุณแม่ครับ! วันนี้เราจะไปสวนสนุกกันอีกเหรอครับ!?”
ซือเนี่ยนต้องถลึงตาใส่ลูกชายตัวแสบ “อะไรกัน เมื่อวานเราเพิ่งไปเล่นกันมาทั้งบ่ายไม่ใช่เหรอ ยังไม่หนำใจอีกหรือไง”
“คุณแม่ครับ สรุปว่าข่าวดีที่ว่าคืออะไรเหรอครับ?” โจวเจ๋อตงถามขึ้นบ้าง พลางส่งสายตาอ่อนอกอ่อนใจไปให้น้องชาย
“คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของแม่ออกแล้ว... ได้ 685 คะแนนจ้ะ!”
ซือเนี่ยนเชิดหน้ามองลูกๆ ทั้งสามอย่างภาคภูมิใจ
ในที่สุดเธอก็มีเรื่องเจ๋งๆ ไว้อวดใส่หน้าสองวายร้ายในอนาคตนี่ได้สักที!
เด็กทั้งสองไม่ใช่เด็กโง่ พวกเขาย่อมเข้าใจดีว่าตัวเลข 685 นั้นมันสุดยอดแค่ไหน
โจวเจ๋อหานอ้าปากค้างจนตะเกียบในมือร่วงหล่นลงพื้นดัง ‘แปะ’ “คุณแม่ครับ! คะแนนของคุณแม่... เยอะกว่าของพี่ชายตั้งเยอะแยะเลยนี่ครับ!”
เขาอุตส่าห์คิดว่าคะแนนสองร้อยเก้าสิบกว่าคะแนนของพี่ชายมันคือที่สุดของความเจ๋งแล้วเชียวนะ ไม่คิดเลยว่าคะแนนของคุณแม่จะทะลุโลกไปไกลกว่านั้นอีก!
โจวเจ๋อตงเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้นยินดี “คุณแม่ครับ คุณแม่สุดยอดไปเลย! งั้นก็หมายความว่า... คุณแม่จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีมากๆ เลยใช่ไหมครับ?”
[จบบท]