บทที่ 45: ใส่ร้าย
แม้จะรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่ด้วยภาระหน้าที่ในฟาร์มที่รออยู่ ทำให้โจวเยว่เซินไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้นานกว่านี้ เขาและซือเนี่ยนจึงต้องเอ่ยคำลาพ่อและแม่ของหญิงสาวเพื่อเดินทางกลับตั้งแต่เช้าตรู่
สองสามีภรรยาอาวุโสแสดงสีหน้าอาลัยอาวรณ์อย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็เข้าใจในเหตุผลดี จึงไม่ได้เอ่ยปากรั้งทั้งคู่อีกต่อไป
หลังจากมื้อเช้าอันแสนอบอุ่นสิ้นสุดลง การเดินทางกลับสู่หมู่บ้านซิ่งฝูชุนก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศที่บ้านตระกูลโจวกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
วันนี้เป็นวันเสาร์ เด็กๆ ไม่ต้องไปโรงเรียน โจวเยว่หานนั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้าโต๊ะอาหาร จ้องมองข้าวต้มซุปเปรี้ยวในชามด้วยสีหน้าสุดจะทน เขารู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวหญ้าแห้งๆ ที่ไร้รสชาติก็ไม่ปาน
เป็นอีกครั้งที่เด็กชายต้องฝืนทนกับอาหารเช้าฝีมือพี่ชายคนโตของตัวเอง
เขาเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ สายตาเลื่อนลอยออกไปนอกบ้านอย่างไม่รู้ตัว และในวินาทีนั้นเอง เขาก็ยอมรับกับตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า...เขาชักจะคิดถึงแม่เลี้ยงคนสวยคนนั้นขึ้นมาเสียแล้วสิ
โจวเยว่ตงนั่งกินอาหารของตัวเองด้วยใบหน้านิ่งเฉย ไม่ได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของน้องชายเลยแม้แต่น้อย
วันนี้เป็นครั้งแรกที่โจวเยว่หานกินข้าวเช้าไม่หมด แต่ด้วยความเสียดาย เขาจึงไม่กล้าทิ้งมันลงถังขยะ เด็กชายยกชามข้าวที่เหลือเดินออกไปเทให้ต้าหวงที่นอนอยู่หน้าบ้านแทน
เจ้าสุนัขตัวโตลุกขึ้นมาดมฟุดฟิดอยู่สองสามที ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับเจอของบูด แล้วล้มตัวลงนอนต่ออย่างไม่ไยดี
โจวเยว่หานเห็นดังนั้นก็ย่อตัวลงไปกระซิบข้างหูมัน "ต้าหวง...แกก็ว่าฝีมือพี่ใหญ่มันห่วยแตกใช่ไหมล่ะ"
"ฉันก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ แต่พูดดังไม่ได้"
"เฮ้อ...ไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงจะกลับมาเมื่อไหร่นะ ไม่ใช่ว่าฉันคิดถึงอะไรหรอก แค่เป็นห่วงเหยาเหยาเฉยๆ" เด็กชายบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางลูบหัวเจ้าสุนัขตัวโตแก้เก้อ
ทันใดนั้น เสียงผลักประตูเหล็กที่ดังขึ้นก็เรียกความสนใจของเขาไปจนหมดสิ้น
โจวเยว่หานรีบหันขวับไปมอง ดวงตาเป็นประกายด้วยความคาดหวัง แต่แล้วแสงสว่างนั้นก็ดับวูบลงเมื่อเห็นว่าเป็นป้าหลิวยืนทำหน้าประจบสอพลออยู่ตรงนั้น
ความผิดหวังฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของเด็กชายทันที
"เยว่หานน้อยของย่า เปิดประตูให้ย่าหน่อยเร็ว ย่าเอาของอร่อยมาฝากด้วยนะ"
ชีวิตของป้าหลิวหลังจากถูกไล่ออกก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิด เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วคนในครอบครัวรู้ว่าเธอตกงาน ก็ไม่มีใครปฏิบัติต่อเธอดีๆ เลยสักคน พอสืบรู้มาว่าโจวเยว่เซินกับซือเนี่ยนไม่อยู่บ้าน ความคิดชั่วร้ายจึงผุดขึ้นมาในหัว เธอตั้งใจจะกลับมาหยิบฉวยของมีค่าติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง
พอเห็นว่ามีแค่โจวเยว่หานอยู่บ้านคนเดียว ดวงตาของเธอก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
เด็กสองคนนี้มันขี้กลัวจะตายไป ต่อให้เธอทำอะไรลงไป พวกมันก็ไม่กล้าปากโป้งไปฟ้องพ่อตัวเองแน่นอน
เมื่อเห็นว่าเด็กชายยังลังเล เธอจึงใช้ของกินมาเป็นเครื่องมือหลอกล่อ
โจวเยว่หานได้ยินคำว่า "ของอร่อย" ก็หูผึ่ง เขารีบเดินไปที่ประตูด้วยความอยากรู้ "ของอร่อยอะไรเหรอครับ" เขาถามพลางชะโงกหน้ามองลอดช่องประตู แต่ก็ไม่เห็นว่าในมือของหญิงชราจะมีอะไรเลย
"ก็เปิดประตูให้ย่าเข้าไปก่อนสิ แล้วย่าจะให้" ป้าหลิวจะไปมีของอร่อยที่ไหนกัน ขนาดลูกแท้ๆ ของตัวเองยังไม่เคยซื้อให้กิน นี่เป็นเพียงเล่ห์เหลี่ยมตื้นๆ ที่เอาไว้ใช้หลอกเด็กเท่านั้น
แม้จะยังคงเคลือบแคลงใจ แต่ด้วยความไร้เดียงสา โจวเยว่หานจึงตัดสินใจเปิดประตูให้
ทันทีที่ประตูแง้มออก ป้าหลิวก็รีบแทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอกวาดตามองซ้ายขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก่อนจะปรี่เข้าไปในตัวบ้านทันที
การจะบุกรุกเข้ามาในบ้านตระกูลโจวไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เพราะเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ โจวเยว่เซินจึงลงทุนสร้างรั้วรอบขอบชิด แถมยังเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดุเอาไว้เฝ้าบ้าน และที่สำคัญคือประตูเหล็กของบ้านนี้ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาเสมอ ไม่เหมือนบ้านอื่นๆ ในหมู่บ้านที่ใช้เพียงไม้คานกั้นประตูเอาไว้หลวมๆ จนเป็นที่หมายปองของพวกหัวขโมย
แต่ด้วยความที่เคยทำงานที่นี่มาก่อน ป้าหลิวจึงรู้ช่องทางเป็นอย่างดี
โจวเยว่หานเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา แม้จะไม่ชอบหน้าหญิงชราคนนี้เท่าไหร่นัก แต่เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จัก เขาจึงไม่ได้ระวังตัว พอเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจไยดีตนเอง แถมยังมุ่งหน้าตรงเข้าไปในบ้าน เขาก็รีบร้องทักขึ้น "คุณย่าหลิว! คุณย่าจะทำอะไรครับ"
"โอ๊ย ย่าลืมของไว้น่ะสิ เลยจะกลับมาเอา" เธอตอบกลับมาแบบขอไปที จากนั้นก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านทันที
ในใจของนางคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว ‘ยัยผู้หญิงคนนั้นมันมาจากในเมือง ต้องพกของดีๆ ติดตัวมาเยอะแน่ ถ้าเราแอบหยิบไปสักชิ้นสองชิ้น แล้วป้ายความผิดให้ไอ้เด็กสองตัวนี่ รับรองว่าซือเนี่ยนต้องโมโหจนบ้านแตกแน่’ เธอเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทนได้หรอก ถ้าโดนขโมยของรักของหวงไป
โจวเยว่ตงที่เพิ่งล้างจานเสร็จเดินออกมาจากครัวพอดี เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นป้าหลิวกำลังจะผลักประตูเข้าไปในห้องของซือเนี่ยน โดยมีน้องชายของเขายืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ด้านหลัง
"เสี่ยวหาน! ปล่อยให้เธอเข้ามาได้ยังไง" เขารีบวิ่งเข้าไปถามเสียงเข้ม
โจวเยว่หานที่พยายามจะตามเข้าไปในห้องแต่ถูกป้าหลิวปิดประตูใส่หน้า ตอนนี้กำลังยืนตัวสั่นน้ำตาคลอเบ้า เมื่อรู้ตัวว่าทำเรื่องผิดพลาดลงไป เขาก็ทำอะไรไม่ถูก พอเห็นพี่ชายเดินเข้ามาจึงโผเข้าไปหาเหมือนเจอที่พึ่งหลัก
"พี่ใหญ่...คุณย่าหลิวบอกว่าลืมของไว้...แล้วก็บอกว่าจะให้ขนมผมด้วย...ผมเลยเปิดประตูให้...แล้วเธอก็เข้าไปในห้องแม่เลี้ยง...ฮึก...ฮือ...ผมไม่ได้ตั้งใจนะพี่"
เด็กชายตาแดงก่ำ ขาสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ เขาพูดจาติดๆ ขัดๆ ด้วยความหวาดกลัวจนขีดสุด
ถ้าคุณย่าหลิวขโมยของของแม่เลี้ยงไปจริงๆ เขาต้องโดนตีตายแน่ๆ...ฮือ...เขาต้องตายแน่ๆ เลย
โจวเยว่ตงมองน้องชายด้วยสายตาที่ทั้งโกรธทั้งสมเพช "นายมันบื้อจริงๆ!"
***
หลังจากกลับมาถึงหมู่บ้าน ซือเนี่ยนและโจวเยว่เซินก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง เขามุ่งตรงไปยังฟาร์ม ส่วนเธอจูงมือเหยาเหยากลับบ้าน
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กๆ ไม่ต้องไปโรงเรียน ซือเนี่ยนจึงวางแผนว่าจะพาพวกเขาเข้าป่าไปเก็บเห็ดและของป่าอื่นๆ
อากาศวันนี้เป็นใจอย่างยิ่ง แถมเมื่อคืนฝนก็เพิ่งตกไปหมาดๆ ป่านนี้ในป่าคงจะเต็มไปด้วยเห็ดป่าสดๆ เอามาต้มซุปคงจะหวานอร่อยน่าดู
ทว่าเมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน เธอก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ประตูเหล็กที่ควรจะปิดสนิทกลับแง้มอ้าอยู่
หญิงสาวรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอรีบก้าวเข้าไปข้างในทันที เจ้าต้าหวงที่นอนอยู่พอเห็นหน้าเธอก็รีบลุกขึ้นมาส่ายหางดิกๆ ราวกับจะฟ้องว่ามันหิวแค่ไหน
ซือเนี่ยนคลุกคลีกับต้าหวงมาพอสมควรจนรู้ว่ามันไม่ทำร้ายคน เธอจึงไม่กลัวมันอีกต่อไป ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปลูบหัวมันเล่น เสียงสะอื้นไห้ที่ดังแว่วมาจากในตัวบ้านก็ทำให้เธอต้องชะงัก
เป็นเสียงของโจวเยว่หาน!
แววตาของซือเนี่ยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเยียบ โจวเยว่ตงนอนกองอยู่กับพื้น ขณะที่โจวเยว่หานยืนร้องไห้ตัวโยนด้วยความหวาดกลัว
และคนที่ยืนค้ำหัวเด็กทั้งสองอยู่ก็คือป้าหลิว! หญิงชรากำลังยืนเท้าสะเอว ด่าทอเด็กชายทั้งสองด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมยังทำท่าจะเงื้อเท้าขึ้นมาเตะซ้ำอีก
"ไอ้เด็กเวรตะไล! กล้าดียังไงมาขวางทางฉัน ไม่อยากอยู่ดีใช่ไหมหา!"
เธอตวาดลั่นแล้วทำท่าจะเดินหนี แต่แล้วรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าก็พลันแข็งค้าง เมื่อเห็นซือเนี่ยนยืนจ้องเขม็งอยู่ที่หน้าประตู
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือการยกมือขึ้นมากุมกระเป๋าเสื้อของตัวเองไว้แน่น
ซือเนี่ยนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าป้าหลิวจะกล้าบุกมาถึงที่นี่ สีหน้าของเธอเย็นชาลงในบัดดล หญิงสาวก้าวเข้าไปประคองโจวเยว่ตงให้ลุกขึ้นยืน เมื่อสำรวจดูจนแน่ใจว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนจึงค่อยโล่งใจ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับป้าหลิวที่เริ่มมีท่าทีลนลาน
ซือเนี่ยนหรี่ตามองอีกฝ่าย
"ป้าหลิว นี่ป้ากำลังทำอะไรอยู่คะ"
"ฉะ...ฉันเปล่านะ! ก็แค่ไอ้เด็ก...เอ๊ย...เด็กคนนี้มันมายืนขวางทางฉันเอง ฉันเลยผลักมันไปทีนึง ไม่ใช่ความผิดของฉันนะ" เธอแก้ตัวเสียงสั่น
"งั้นเหรอคะ แล้วรบกวนช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ ว่าป้าเข้ามาอยู่ในบ้านของฉันได้ยังไง" น้ำเสียงของซือเนี่ยนกดต่ำลงจนน่ากลัว
ป้าหลิวกลับทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความผิด "ก็เมื่อก่อนฉันเคยทำงานที่นี่ แล้วลืมของไว้น่ะสิ ก็เลยกลับมาเอา!" เธอพูดพลางกลอกตาไปมา ก่อนจะปั้นเรื่องราวอย่างแนบเนียน "แล้วจะบอกอะไรให้นะ พอฉันเข้ามา ก็เจอไอ้เด็กสองคนนี้กำลังรื้อค้นขโมยของในห้องของเธออยู่พอดี! ฉันเลยดุพวกมันไปสองสามคำ แล้วขู่ว่าจะฟ้องเธอ พวกมันก็เลยกลัวจนตัวสั่น ไม่ยอมให้ฉันออกจากบ้านไป เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ!"
"คุณก็น่าจะเคยได้ยินเรื่องแม่เลี้ยงคนก่อนของพวกมันมาบ้างใช่ไหมล่ะ ก็โดนไอ้เด็กสองคนนี่แหละรวมหัวกันไล่ตะเพิดไป เพราะกลัวว่าจะมีคนมาแย่งพ่อมันไปไงล่ะ! อย่าเห็นว่ายังเด็กนะ แต่แผนสูงใช่ย่อยเลย!"
คำใส่ร้ายป้ายสีที่พรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงชรา ทำให้ใบหน้าของโจวเยว่ตงและโจวเยว่หานซีดเผือดราวกับกระดาษ ทั้งคู่เบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
[จบบท]