บทที่ 458: เรือนสี่ประสานมูลค่านับร้อยล้าน
ซือเนี่ยนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากฝากฝัง “จางเสวี่ยคงเข้าใจผิดไปน่ะ รบกวนเธอช่วยอธิบายแทนฉันที เพราะตอนนี้ต่อให้ฉันพูดอะไรไป เจ้าตัวก็คงไม่ฟังหรอก เธอเหมือนกำลังโดนอารมณ์รักเข้าครอบงำ พวกเธออย่าเพิ่งแตกคอกันเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เลย ยังไงก็ต้องเรียนด้วยกันอีกตั้ง 4 ปี เงยหน้าก็เจอกันอยู่ทุกวัน ถ้ามองหน้ากันไม่ติดต่อไปจะลำบากใจเปล่าๆ”
คำพูดที่แสนจะเป็นผู้ใหญ่ทำให้หลิวนานารู้สึกขอบคุณจากใจ
“ขอบคุณนะ พี่นี่ใจดีจริงๆ” เรื่องมันก็แค่เข้าใจผิดแท้ๆ แต่จางเสวี่ยเล่นใหญ่โตขนาดนั้น ถ้าเป็นคนอื่นเจอเข้าก็ต้องมีโกรธกันบ้าง แต่ซือเนี่ยนกลับนิ่งเฉยไม่ถือสา แถมยังอุตส่าห์ช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้อีก หลิวนานาเลยยิ่งรู้สึกดีกับเพื่อนร่วมห้องคนนี้มากขึ้นไปอีก
ซือเนี่ยนเพียงส่ายหน้าเบาๆ เธอไม่ได้ใจดีอะไรนักหนาหรอก แค่ไม่อยากหาเหาใส่หัว ไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายมาถึงตัวก็เท่านั้น ใครจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้เธอพอจะจำแนกได้แล้วว่า เพื่อนร่วมหอทั้งสามคนนี้ ใครเป็นมิตรแท้ ใครเป็นมิตรเทียม
หลิวนานานึกขึ้นได้เลยถามต่อ “อ้อ แล้วงานที่อาจารย์ภาษาอังกฤษสั่งล่ะ พี่ทำเสร็จหรือยัง? เมื่อคืนฉันเห็นลู่เหยาโต้รุ่งทำงานทั้งคืนเลย เช้านี้ก็ไม่ได้นอน รีบแจ้นเอาไปส่งตั้งแต่ไก่โห่”
เธอมีสีหน้าเป็นกังวลแทน
“วางใจเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการได้” ซือเนี่ยนตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูมั่นอกมั่นใจ หลิวนานาก็เลยไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก พอถึงกำหนดเวลา ซือเนี่ยนก็แค่นำงานไปส่งให้อาจารย์ตามปกติ
…
พริบตาเดียวก็ถึงวันเสาร์ วันหยุดแสนสบายที่รอคอย ซือเนี่ยนกำลังอยู่ในอารมณ์ดี คิดว่าจะจูงเจ้าต้าหวงออกไปเดินเล่นสูดอากาศเสียหน่อย ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นประตูดี ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งแผดตะโกนแหวกอากาศมาแต่ไกล
“จับขโมย! ช่วยด้วย จับขโมย!”
เธอเงยหน้ามองตามเสียงทันควัน ก็เห็นผู้ร้ายวิ่งโร่หิ้วกระเป๋าใบหนึ่งตรงดิ่งมาทางนี้พอดี ซือเนี่ยนถึงกับผงะ ยังไม่ทันได้ตั้งหลักหลบไปทางไหน เจ้าต้าหวงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงคำรามในลำคออย่างเอาเรื่อง
ไอ้โจรนั่นมัวแต่หันไปมองข้างหลังอย่างย่ามใจ พอหันกลับมาอีกทีถึงกับตาเหลือก เมื่อเห็นสุนัขตัวมหึมากระโจนเข้าใส่เต็มแรง เขาตกใจจนขาแข้งอ่อน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในบัดดดล
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากที่คุณตำรวจมารวบตัวหัวขโมยไปเรียบร้อย สุภาพสตรีผู้เสียหายซึ่งได้กระเป๋าคืนก็รีบปรี่เข้ามาหาซือเนี่ยน จับไม้จับมือขอบคุณเป็นการใหญ่
“โอ๊ย น้องสาว ขอบคุณเธอมากจริงๆ นะ ถ้าไม่ได้เธอช่วยจับโจรไว้ ฉันแย่แน่ๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี เงินทองหายไปไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเอกสารสำคัญหายไปด้วยล่ะก็ เรื่องใหญ่เลยนะ”
สายตาของซือเนี่ยนกวาดไปหยุดกึกที่กระเป๋าถือในมืออีกฝ่าย... แอร์เมส ของแท้เสียด้วย! โอ๊ยตายแล้ว นี่เธอออกมาเดินเล่นกับหมาดีๆ ดันมาเจอเศรษฐินีตัวเป็นๆ เข้าให้แล้ว อีกฝ่ายแต่งองค์ทรงเครื่องมาเต็มยศ แม้จะดูมีอายุไปหน่อย แต่ผมดัดลอนใหญ่ที่กำลังฮิตก็นำสมัยเสียเหลือเกิน กะจากสายตาก็น่าจะอายุราวๆ 30 ปลายๆ
ที่จริงเธอไม่ได้อยากจะยุ่งเลยสักนิด เป็นเจ้าต้าหวงต่างหากที่ห้าวหาญกระโจนออกไปเอง ใครจะไปนึกว่าหมาเธอมันจะมีจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กับเขาด้วย นานๆ จะได้ออกมาเดินเล่นชมเมืองแท้ๆ ดันมาแจ็กพอตเจอโจรวิ่งราวกระเป๋า
“แหม เกรงใจไปแล้วค่ะพี่สาว”
“พี่สาว...โอ้โฮ ปากหวานจริงนะเรา” หญิงคนนั้นหัวเราะร่า “ดูอายุเธอก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายฉัน เธอน่าจะเรียกฉันว่าป้าถึงจะถูกนะ”
ซือเนี่ยนแกล้งทำตาโต “จริงเหรอคะ? คุณดูเหมือนคนอายุ 20 กว่าๆ เอง ฉันก็นึกว่าเราอายุห่างกันไม่กี่ปี”
คราวนี้อีกฝ่ายยิ้มแก้มแทบปริ ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งเสียอีก “ตายจริง น้องสาว เธอเนี่ยช่างพูดช่างเจรจาจริงๆ ชื่ออะไรจ๊ะเรา? มาทำความรู้จักกันไว้หน่อย”
เธอพูดพลางกวาดตามองซือเนี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาชื่นชม “หุ่นดีไม่เบานี่เรา รูปร่างสวยขนาดนี้ สนใจมาเป็นนางแบบให้บริษัทฉันไหม?”
ซือเนี่ยนมองมาดนักธุรกิจของเธอก็พอจะเดาได้ว่าเป็นพวกหญิงแกร่งยุคใหม่ พอได้ยินคำชวนก็ยิ่งมั่นใจ เธอรีบปฏิเสธอย่างนอบน้อม “พอดีฉันยังเรียนไม่จบน่ะค่ะ”
“โอ๊ย น่าเสียดายจริงๆ หน้าตาแบบเธอเนี่ย มีเสน่ห์แบบจีนแท้ๆ เลยนะ ถ้าได้ใส่กี่เพ้าล่ะก็ สวยสะบัดแน่ๆ” เธอบ่นอุบอิบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “อุ๊ยตาย! มัวแต่ชวนคุยเพลิน เกือบลืมธุระสำคัญไปเลย นี่แน่ะน้องสาว เธอพอจะรู้ไหมว่าบ้านตระกูลโจวเขาอยู่แถวไหน?”
ซือเนี่ยนถึงกับกะพริบตาปริบๆ “ตระกูลโจว... หมายถึงบ้านคุณโจวเยว่เซินเหรอคะ?” ก็แหม ในหูท่งนี้มันแทบจะนับหลังคาเรือนได้อยู่แล้ว คนแซ่โจวก็มีอยู่บ้านเดียวคือบ้านเธอนี่แหละ
เธอประหลาดใจเล็กน้อย... มาหาโจวเยว่เซิน? สามีเธอไปมีญาติไฮโซรวยล้นฟ้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ใช่จ้ะ! ใช่เลย ชื่อนี้แหละ! ช่วงนี้ฉันได้ยินเหล่าเฉินที่บ้านฉันบ่นถึงเขาบ่อยๆ บอกว่าภรรยาเขา ทั้งเด็ก ทั้งสวย แถมยังมีออร่าจับสุดๆ สั่งให้ฉันหัดดูไว้เป็นตัวอย่างบ้าง ฉันก็เลยคันไม้คันมือ อยากมาแอบดูให้เห็นกับตาสักหน่อย ว่าจะสวยหยาดเยิ้มขนาดไหนกัน”
เหล่าเฉิน? จะไม่ใช่เฉินหนานหรอกนะ? พอเพ่งมองดีๆ ผู้หญิงคนนี้ก็มีเค้าหน้าคล้ายเฉินฮ่าวหรานอยู่ไม่น้อย
ซือเนี่ยน: “...” ให้ตายเถอะคุณ เรื่องซุบซิบชาวบ้านที่ว่านี่ ดันวนกลับมาที่ตัวเธอเองเสียนี่
พอเห็นซือเนี่ยนนิ่งไป หญิงคนนั้นก็ชะงักกึก ก่อนจะค่อยๆ เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง “มะ...ไม่...คงจะไม่ใช่เธอหรอกนะ...”
ซือเนี่ยน: “...” คุณทายถูกเผงเลยค่ะ
…
ในเวลาเดียวกัน ณ สถานีรถไฟปักกิ่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน
หลินซือซือก้าวเท้าลงจากรถไฟ ลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องมาด้วยความมุ่งมั่น ครั้งนี้เธอถึงขนาดยอมลาหยุดเรียนเพื่อมาปักกิ่งโดยเฉพาะ ในกระเป๋าของเธอมีสมบัติล้ำค่า นั่นคือเงินสด 5,000 หยวนที่อ้อนวอนขอมาจากจางชุ่ยเหมยจนสำเร็จ
หลินซือซือมาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ เธอจะเดินตามรอยเท้าของซือเนี่ยนในชาติที่แล้ว และสร้างอาณาจักรเสื้อผ้าให้รุ่งเรืองเฟื่องฟู
เธออุตส่าห์ได้ออกจากคุก แถมยังสอบติดมหาวิทยาลัยได้อีก แผนการขั้นต่อไปก็คือการก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่ซือเนี่ยนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนหนังสือในเมืองหลวง คงไม่มีเวลามาคิดเรื่องทำธุรกิจเหมือนชาติก่อนแน่ๆ ถึงวันนั้น ต่อให้ซือเนี่ยนคว้าใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยดังมาได้ ก็สู้เธอที่มีทั้งใบปริญญาและตำแหน่งเจ้าของธุรกิจใหญ่ไม่ได้หรอก
แน่นอนว่า การที่เธอดั้นด้นมาไกลถึงปักกิ่ง ไม่ใช่แค่เพราะจะมาดูลาดเลาตลาดเสื้อผ้าเท่านั้น แต่เป็นเพราะเธอจำได้อย่างแม่นยำว่า ในช่วงเวลานี้ของชาติที่แล้ว ฟู่หยางถูกส่งตัวมารับภารกิจที่ปักกิ่ง และซือเนี่ยนที่กำลังเริ่มทำธุรกิจ ก็แจ้นตามมาที่นี่ด้วย
ชาติก่อนนั้น... ซือเนี่ยนได้พบกับนักลงทุนหญิงเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าคนหนึ่งที่ปักกิ่ง ไม่เพียงแต่จะได้ร่วมงานกันจนโด่งดัง แต่ยังได้คอนเนคชั่นระดับสุดยอดมาอีกด้วย ว่ากันว่าสามีของนายหญิงคนนั้นก็เป็นนักธุรกิจใหญ่ เขาเคยพลาดท่าลงทุนกับเพื่อน ซื้อเรือนสี่ประสานเก็บไว้เป็นสิบๆ หลัง แต่สุดท้ายเพื่อนดันชิ่งหนีไป ทิ้งบ้านโบราณที่ขายไม่ออกไว้ให้ดูต่างหน้า
ที่มันขายไม่ออกก็เพราะดันมีข่าวลือสยองขวัญว่าในหูท่งนั้นเคยมีคดีฆาตกรรมสุดโหดเกิดขึ้น ทำเอาชาวบ้านชาวช่องกลัวหัวหด ย้ายหนีกันหมด
แต่ซือเนี่ยนดันไปรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้า เลยไปลากฟู่หยางมาช่วยสืบ จนสุดท้ายก็จับฆาตกรตัวจริงได้สำเร็จ
เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณครั้งใหญ่ นายหญิงนักลงทุนคนนั้นเลยใจป้ำสุดๆ มอบเรือนสี่ประสานให้ซือเนี่ยน 1 หลัง เป็นของขวัญ ให้เธอเอาไว้แวะมาพักผ่อนเล่นที่ปักกิ่ง
ใครเลยจะคาดคิดว่า ไอ้บ้านผีสิงที่ไม่มีใครเอาหลังนั้น พอเวลาผ่านไปสิบยี่สิบปี ราคาที่ดินมันจะพุ่งพรวดพราด จนมีมูลค่านับร้อยล้าน!
หลินซือซือรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็เพราะหลังจากที่เธอรู้ความจริงว่าซือเนี่ยนเป็นคุณหนูตัวปลอม เธอก็หมกมุ่นกับการขุดคุ้ยอดีตของซือเนี่ยนอย่างบ้าคลั่ง อ่านทุกบทสัมภาษณ์ ทุกประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจที่ถูกตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ จนรู้เรื่องราวชีวิตของซือเนี่ยนทะลุปรุโปร่ง
เธอถึงได้ถ่อมาปักกิ่งในครั้งนี้...
หลินซือซือคิดพลางตื่นเต้นไปพลาง ถ้าคราวนี้ คนที่บังเอิญไปช่วยเหลือนายหญิงนักลงทุนคนนั้นเปลี่ยนจากซือเนี่ยนมาเป็นเธอแทนล่ะ?
นั่นหมายความว่าเธอก็มีสิทธิ์จะได้เรือนสี่ประสานหลังนั้นมาครอบครองฟรีๆ เหมือนกันน่ะสิ!
สมองของเธอจินตนาการไปถึงบ้านมูลค่านับร้อยล้าน... อนาคตอันสดใสกำลังรอเธออยู่!
[จบบท]