บทที่ 463: พบร่าง
"มีอะไรตกแตกครับ" นายตำรวจคนหนึ่งขมวดคิ้วถามซ่งเจาตี้ที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ เขารู้สึกว่าเสียงเมื่อครู่มันดังมาจากในบ้านชัดๆ
ซ่งเจาตี้ฉีกยิ้มแห้งๆ พยายามตอบเสียงให้ปกติที่สุด "อ๋อ... คะ...คงจะเป็นไหเก่าๆ น่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
"ไหนคุณบอกว่าที่บ้านไม่มีคนอื่นอยู่ไงครับ แล้วเสียงดังโครมครามอย่างนี้มันมาจากไหนได้" ตำรวจเริ่มไม่ไว้ใจ เพราะข้อมูลที่ได้มาคือบ้านหลังนี้มีแค่ซ่งเจาตี้กับพ่อสามีที่ป่วยติดเตียง ขยับไปไหนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ชายชราจะเป็นคนทำไหแตก
เมื่อคิดได้ดังนั้น นายตำรวจก็ไม่รอช้า พยักหน้าให้ลูกน้องแล้วพากันเดินพรวดเข้าไปในตัวบ้านทันที
"คุณแม่! แย่แล้วครับ ต้าหวงหายไป!" เจ้าลูกชายคนรองที่เมื่อกี้ยืนเกาะแม่แจ พอได้ยินเสียงเอะอะในบ้านซ่งก็หันรีหันขวาง พลันนึกขึ้นได้ว่าไอ้หมาตัวยักษ์ที่ตัวเองจูงมาด้วยมันหายไปไหนไม่รู้ เด็กชายใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบเขย่าแขนซือเนี่ยนเป็นการใหญ่
ซือเนี่ยนเองก็ใจหายวาบ หรือว่าไอ้เสียงแตกเมื่อกี้จะเป็นฝีมือต้าหวง เธอนึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จึงรีบก้าวตามตำรวจเข้าไป แต่ปรากฏว่าทุกคนมุ่งตรงไปที่ห้องครัว
ซ่งเจาตี้รีบวิ่งแซงหน้าทุกคนเข้าไป พอผลักประตูครัวเข้าไปเท่านั้นแหละ เธอก็เห็นภาพเต็มตา... ไอ้หมาตัวเบ้อเริ่มของบ้านซือเนี่ยน มันแอบเข้ามาอยู่ในครัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! แล้วตรงหน้ามันมีไหดินเผาใบหนึ่งแตกกระจายเกลื่อนพื้น
ซ่งเจาตี้ยังไม่ทันจะได้กรี๊ดหรือตกใจ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ตามมาติดๆ เลยรีบก้มหน้าก้มตาลงไปโกยเศษกระเบื้องที่แตกทันที
ตำรวจหลายนายที่ตามเข้ามามองกองฝุ่นผงสีขี้เถ้าที่หกเรี่ยราดเต็มพื้นก็พากันสงสัย "นี่มันผงอะไรครับ"
"อ๋อ... นี่เป็นยาผงที่ฉันบดให้พ่อสามีน่ะค่ะ พอดีหมอจีนเก่งๆ ท่านหนึ่งให้สูตรมา ฉันว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยนั่งบดเก็บไว้ในไหนี้ค่ะ" ซ่งเจาตี้ทำใจดีสู้เสือ ชี้ไปที่เตาฟืนข้างๆ ซึ่งมีหม้อยาที่ดูท่าจะเคี่ยวมาแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งวางอยู่
กลุ่มตำรวจมองหน้ากันไปมา รู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจับจิต ยาผงกองใหญ่ขนาดนี้ เธอต้องใช้เวลาบดนานแค่ไหนกันนะ ยิ่งนึกถึงสภาพพ่อสามีของเธอที่พวกเขาเพิ่งไปดูมาเมื่อครู่ ยิ่งรู้สึกแย่ สภาพแบบนั้น... หายใจแผ่วๆ รอวันไปอย่างเดียวแท้ๆ
ในยุคสมัยที่ผู้คนต่างดิ้นรนเอาตัวรอดแบบนี้ สามีตายจากไปแล้ว ผู้หญิงที่ไหนเขาจะยังอุตส่าห์มานั่งปรนนิบัติดูแลพ่อแม่สามีที่ป่วยติดเตียงได้ขนาดนี้ ช่างน่านับถือจริงๆ ตำรวจพากันคิดว่าสงสัยพวกเขาจะตื่นตูมกันไปเอง เรื่องนี้คงไม่มีอะไรในกอไผ่แล้วล่ะ
ขณะที่ทุกคนกำลังจะหมุนตัวกลับออกไปนั่นเอง ซือเนี่ยนที่เดินตามมาทีหลังก็เหลือบไปเห็นตัวต้นเหตุ เธอก็เลยแหวใส่เบาๆ
"ต้าหวง! มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ"
เจ้าหมาตัวยักษ์ยังไม่รู้ว่าตัวเองก่อเรื่องอะไรไว้ มันกระดิกหางดิกๆ วิ่งเข้ามาหาเจ้านายสาว แถมในปากยังคาบอะไรบางอย่างมาด้วย ท่าทางภูมิใจนำเสนอสุดๆ เหมือนจะบอกว่า 'ดูสิ ผมเจออะไรมา'
ซือเนี่ยนยื่นมือไปรับของจากปากมันอย่างงงๆ แต่พอก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือชัดๆ เท่านั้นแหละ... กระดูก! กระดูกนิ้วมือคน!!
"กรี๊ดดดดดดด!"
เสียงแหลมๆ ดังลั่นออกมาจากลำคอซือเนี่ยน เธอสะบัดมือทิ้งของในมืออย่างแรงเหมือนโดนไฟช็อต หัวใจแทบจะหยุดเต้น... สยองเกินไปแล้ว!
ตำรวจหลายนายที่กำลังจะก้าวขาออกจากครัวถึงกับชะงักกึก พวกเขารีบหันขวับกลับมามองตามเสียง พอเห็นว่าไอ้ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ตกอยู่บนพื้นมันคืออะไร สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที
...
โจวเยว่เซินกลับมาถึงบ้านพอดี เขาเห็นความเคลื่อนไหวแปลกๆ ที่บ้านของซ่งเจาตี้ตั้งแต่แวบแรก ยิ่งเมื่อครู่เขาดันเหลือบไปเห็นหลินซือซือวิ่งหน้าตื่นก้มหน้าก้มตาหนีอะไรบางอย่างไป เขาก็นึกว่ายัยนั่นมาหาเรื่องซือเนี่ยนที่บ้านอีกแล้ว
แต่พอกำลังจะเปิดประตูเข้าบ้านตัวเอง เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของซือเนี่ยนดังแว่วมาจากบ้านข้างๆ ชัดเต็มสองหู
ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบสาวเท้ายาวๆ พุ่งตรงเข้าไปในบ้านซ่งทันที
ห้องครัวเล็กๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยคน ซ่งเจาตี้โดนตำรวจล้อมวงซักฟอกอยู่ ส่วนซือเนี่ยนยืนตัวแข็งทื่อหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่ตรงวงกบประตู
เขารีบฝ่าวงล้อมเข้าไปคว้าไหล่ภรรยาไว้แน่น สำรวจเธอย่างรวดเร็วด้วยสายตาเป็นกังวล "เนี่ยนเนี่ยน คุณเป็นอะไรไปครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
ร่างของซือเนี่ยนที่เกร็งจนแข็งไปหมดพลันอ่อนยวบลงในอ้อมแขนเขาเหมือนคนไม่มีกระดูก ปลายนิ้วของเธอยังสั่นไม่หาย
โจวเยว่เซินเหลือบไปเห็นตำรวจกำลังใช้ไม้เขี่ยๆ คุ้ยๆ หาอะไรบางอย่างในกองเถ้าถ่านที่แตกออกมาจากไห แล้วเขาก็เห็นชิ้นส่วนกระดูกเล็กๆ ปนอยู่... เขาเข้าใจทุกอย่างในทันที
ตำรวจนายหนึ่งเดินแยกออกมาจากวง "สหายครับ ภรรยาคุณคงจะตกใจมาก ดูท่าทางคุณสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยากันใช่ไหมครับ"
โจวเยว่เซินพยักหน้ารับนิ่งๆ แต่ยังไม่คลายวงแขนที่กอดซือเนี่ยนไว้ "เกิดอะไรขึ้นครับ"
นายตำรวจอธิบายสั้นๆ พอให้ได้ใจความ "ตอนนี้เราต้องปิดกั้นพื้นที่ตรงนี้ครับ ห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาด พวกคุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะครับ ถ้าเรามีอะไรต้องสอบถามเพิ่มเติม เดี๋ยวทางเราจะไปเรียกนะครับ"
โจวเยว่เซินพยักหน้าอีกครั้ง เขาประคองซือเนี่ยนเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ไม่ลืมตวัดสายตาคมกริบไปทางเจ้าตัวปัญหา
"ต้าหวง กลับบ้าน!"
เจ้าหมาที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองสะดุ้งเฮือก รีบวิ่งหางจุกก้นตามเจ้านายกลับไปทันที... แย่แล้ว มันรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิต... มันทำอะไรผิดไปเหรอ
โจวเยว่เซินโอบซือเนี่ยนกลับมาถึงบ้านปุ๊บ เขาก็จูงเธอตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำอุ่นๆ ให้เธอทันที ตำรวจบอกว่าเมื่อกี้เธอเอามือไปจับกระดูกคนตายเข้า... มิน่าล่ะ ถึงได้ช็อกขนาดนี้
ตอนนี้เธอยังตัวสั่นอยู่เลย ทั้งมือทั้งขาอ่อนปวกเปียกไปหมด
เขาบีบสบู่หอมลงบนฝ่ามือ ถูจนเกิดฟองหนานุ่ม แล้วค่อยๆ ลูบไล้ทำความสะอาดมือทั้งสองข้างให้เธออย่างเบามือ
กระดูกคนตาย... อย่าว่าแต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างซือเนี่ยนเลย ให้ผู้ชายอกสามศอกมาเจอกับตัวเองก็ต้องมีขนลุกกันบ้าง
หน้าตาโจวเยว่เซินตอนนี้นิ่งขรึมมาก แต่เสียงที่พูดกับเธอนั้นกลับนุ่มนวลจนแทบละลาย "ไม่เป็นไรแล้วนะ... ไม่ต้องกลัวนะครับ เราเข้าบ้านกัน"
เขาใช้ผ้าขนหนูซับมือเธอจนแห้ง แล้วก็ดึงเธอเข้ามากอดแนบอก ปลอบโยนเธออยู่อย่างนั้น
ใบหน้าของซือเนี่ยนเริ่มกลับมามีสีมีสันบ้างแล้ว แต่ปากยังซีดอยู่หน่อยๆ หัวใจเธอยังเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาข้างนอก ท้องไส้ก็ปั่นป่วนไปหมด มันอยากจะอาเจียนออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
เหมือนวิญญาณที่กระเจิดกระเจิงไปเมื่อครู่ เพิ่งจะยอมกลับเข้าร่าง
เธอพยักหน้าหงึกๆ ซบหน้ากับอกอุ่นๆ ของเขาก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
โจวเจ๋อตงได้ยินเสียงโวยวายมาสักพักแล้ว พอโผล่หน้าออกมาจากห้องก็เห็นคุณแม่หน้าซีดเผือดเดินโซเซเข้ามา เด็กชายรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนทันที "คุณแม่ครับ! คุณแม่เป็นอะไรไปครับ ไม่สบายเหรอครับ"
"แม่ไม่เป็นไรจ้ะลูก" ซือเนี่ยนส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมเมื่อกี้มันเริ่มดีขึ้นมากแล้ว ยิ่งได้เห็นหน้าลูกๆ และสามีอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เธอก็รู้สึกมีแรงใจขึ้นมาทันที
โจวเยว่เซินพยุงเธอไปนั่งแปะลงบนโซฟา แล้วรีบเข้าครัวไปชงน้ำอุ่นๆ มาแก้วหนึ่ง ส่งไปจ่อที่ปากเธอ "ดื่มน้ำหน่อยนะ จะได้ดีขึ้น"
ซือเนี่ยนพยักหน้า ค่อยๆ จิบน้ำจากมือเขา อึก... สองอึก... ในที่สุด หัวใจที่เต้นกระหน่ำก็เริ่มสงบลง
จังหวะนั้นเอง เจ้ารองก็ลากคอไอ้ตัวต้นเหตุกลับเข้ามาในบ้าน
เด็กชายวิ่งตึงๆๆ เข้ามาหาแม่ "คุณแม่ หายตกใจหรือยังครับ" เมื่อกี้เขาเห็นเหตุการณ์ชุลมุนไปหมด ได้ยินแต่เสียงแม่กรี๊ดลั่น พอจะวิ่งเข้าไปก็โดนพวกผู้ใหญ่เบียดกระเด็นออกมา พ่อก็วิ่งสวนเข้าไปอุ้มแม่ออกมาเลย เขายังงงๆ อยู่เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ส่วนต้าหวง... มันหลบอยู่หลังขาเจ้านายตัวน้อย ค่อยๆ ย่อง... ย่อง... ทีละก้าว... หางตามันเหลือบมองไปทางโซฟาตลอดเวลา ขาหลังนี่สั่นพั่บๆๆๆ
พอนัยน์ตาคมกริบของโจวเยว่เซินตวัดไปมองเท่านั้นแหละ... ขาเจ้ากรรมก็สั่นหนักกว่าเดิมอีก แทบจะล้มทั้งยืน หางนี่ม้วนเก็บเข้าไปซุกหว่างขาจนมิด หูก็ลู่ไปข้างหลังจนแบนติดหัว... ท่าทางที่เรียกว่า 'หูลู่' ของแท้ ขาหน้าที่ยกค้างไว้ก็ไม่กล้าวางลงบนพื้น มันสั่นกึ๊กๆ อยู่กลางอากาศ
สภาพน่าสมเพชปนน่าขำสุดๆ
ซือเนี่ยนที่เมื่อกี้ยังเคืองๆ มันอยู่ พอเห็นท่าทางกลัวตายขนาดนั้นก็โกรธไม่ลง เธอยิ่งเห็นหน้าสามีที่ยังทำหน้ายักษ์อยู่ ก็เลยต้องรีบดึงแขนเขาไว้
"ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ ค่ะ คุณอย่าทำหน้าดุอย่างนั้นสิ เดี๋ยวหมามันก็กลัวแย่" เธอกระตุกแขนเขาเบาๆ
เอาจริงๆ ต้าหวงมันก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก แต่มันดันคาบของกลาง... กระดูกนิ้วคน... มายื่นให้เธอถึงมือ พูดเลยว่าตอนนั้นเธอแทบสิ้นสติ แต่พอนั่งคิดดูดีๆ จมูกหมามันก็ไวกว่าคนเป็นร้อยเท่า ไม่งั้นตำรวจเขาจะใช้สุนัขทหารดมกลิ่นหาหลักฐานเหรอ
ไม่น่าเชื่อเลยว่าต้าหวงจะไปดมกลิ่นหาศพเจอ... มิน่าล่ะ มันถึงพยายามจะมุดเข้าไปในบ้านหลังนั้นท่าเดียว
โจวเยว่เซินยอมละสายตาจากหมา ขานรับในคอเบาๆ
เขาก้มลงมองหน้าภรรยา พอดีกับที่แสงแดดอุ่นๆ ส่องเข้ามาในบ้าน ตกกระทบในดวงตาของเธอ ทำให้เธอดูอ่อนโยนจนหัวใจเขากระตุก
ชายหนุ่มรวบตัวเธอกอดแน่นขึ้นอีกนิด
"ไม่เป็นไรแล้วนะครับ... ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว"
ซือเนี่ยนพยักหน้า ซบหน้าลงกับอกเขาอย่างหมดแรง
[จบบท]