“ยังขาดสมุนไพรสำหรับกินอีกหลายชนิด สมุนไพรพวกนี้ใช้ทาภายนอกไปก่อน ช่วยห้ามเลือดและลดการอักเสบได้ดี” เซิ่งหลิงคัดสมุนไพรออกมาหลายชนิด ล้างให้สะอาดอย่างรวดเร็ว จากนั้นตำจนเละ แล้วทาลงบนบาดแผลของอูอีอย่างระมัดระวัง
“สมุนไพรที่เหลือข้าต้องออกไปหา ตอนนี้พวกเจ้าสร้างกระโจมชั่วคราวตรงนี้ก่อน ต้องกันแดดให้เขา แต่ก็ต้องให้อากาศถ่ายเท พวกที่ยืนล้อมอยู่รอบ ๆ ถอยออกไปอีกหน่อย!”
หัวหน้าเผ่าหมิงลู่และอสูรทั้งหลายต่างให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
“หนีเอ่อร์”
“ข้าอยู่! ข้าอยู่นี่!”
“ตั้งแต่ตอนนี้ไป เอาหนังสัตว์ชุบน้ำผืนนี้วางบนหน้าผากเขาเป็นระยะ ระวังอย่าให้โดนแผล”
“ได้!”
เมื่อเห็นเซิ่งหลิงเตรียมออกเดินทาง หัวหน้าเผ่าหมิงลู่ก็แปลงร่างเป็นกวางตัวใหญ่กำยำแล้วหมอบลงกับพื้นทันที “ท่านเซิ่งหลิง ขึ้นมาเถิด! ข้าจะพาท่านไปหาสมุนไพร!”
เซิ่งหลิงมองกวางเพศผู้ร่างกำยำตรงหน้าโดยไม่ลังเล เมื่อมีประสบการณ์ครั้งก่อนแล้ว นางย่อมรู้ดีว่าอสูร โดยเฉพาะอสูรขั้นสูง เร็วกว่านางมาก แต่พอนางกำลังจะขึ้นหลัง ก็มีมือหนึ่งยื่นมาขวางไว้ เซิ่งหลิงขมวดคิ้ว หันไปมองเฉินเหิง
เฉินเหิงรีบกล่าว “ข้าเป็นอสูรขั้นระดับหก! เร็วกว่า! ให้ข้าพาท่านไปเถิด! อีกทั้งท่านเป็นอูอี มีข้าอยู่ ข้าคุ้มกันท่านได้”
หัวหน้าเผ่าหมิงลู่ที่หมอบอยู่กับพื้นรีบลุกขึ้นทันที เขารู้สึกว่าคำของท่านเฉินเหิงมีเหตุผลอย่างยิ่ง! จึงรีบหันไปมองเซิ่งหลิง
“ท่านเซิ่งหลิง ท่านเฉินเหิงเก่งกว่าข้าจริง! ให้เขาพาท่านไปย่อมปลอดภัยกว่า!”
อย่างไรเสียท่านเซิ่งหลิงอูอีผู้นี้ดูจะมีฝีมือแพทย์สูงมาก หากถูกอสูรไม่หวังดีหมายตาเข้า
แม้เขาจะมีพลังขั้นระดับสาม แต่เทียบกับท่านเฉินเหิงแล้วก็ยังห่างไกล เมื่อได้ยินคำของหัวหน้าเผ่าหมิงลู่ เซิ่งหลิงจึงรู้ว่าอสูรเพศผู้สูงใหญ่ทรงพลังตรงหน้านี้ คือเสือยักษ์ตัวนั้นที่ช่วยพวกนางไว้
เมื่อนึกถึงความเร็วของเฉินเหิงที่เคยเห็นมา เซิ่งหลิงก็ไม่ลังเล พยักหน้าตอบรับ เฉินเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนแปลงร่างเป็นเสือยักษ์มหึมาแล้วหมอบลงกับพื้นทันที จนฝุ่นฟุ้งกระจาย
เสียงไอระงมดังขึ้นรอบด้าน อสูรรอบข้างไม่ทันระวัง ถูกฝุ่นคลุ้งใส่เต็ม ๆ ต่างพากันไอ
เฉินเหิงเพิ่งรู้ตัวว่าเพราะตื่นเต้นเกินไป จึงทำเรื่องโง่เขลาเข้า สีหน้าจึงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“ข้า...” เขาไม่ได้ตั้งใจ!
แต่ก่อนพูดจบ เซิ่งหลิงก็กระโดดขึ้นนั่งบนหลังเขาแล้ว ร่างเสือของเฉินเหิงสั่นสะท้าน เกือบควบคุมตัวเองไม่อยู่จนสะบัดเซิ่งหลิงตกลงไป สัมผัสอ่อนนุ่ม... กลิ่นหอม... ขาวผ่อง...
กลัวว่าตนจะควบคุมไม่อยู่ เฉินเหิงจึงรีบสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัว เขาสูดลมหายใจแรง ๆ ใบหูขยับอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“ข้านั่งเรียบร้อยแล้ว ไปเถิด”
“ได้!” เฉินเหิงควบคุมร่างตน พุ่งทะยานไปยังป่าแห่งหนึ่งตามทิศที่เซิ่งหลิงชี้ด้วยความเร็วและมั่นคง
เมื่อมองคนหนึ่งกับเสือหนึ่งจากไปไกล อสูรเผ่าหมิงลู่ต่างซาบซึ้งใจ “ท่านเซิ่งหลิงช่างดีจริง!”
“ใช่! ข้าว่าท่านเซิ่งหลิงเก่งมาก!”
“หากท่านเซิ่งหลิงยอมอยู่เผ่าหมิงลู่ก็คงดี...”
“ไม่คิดเลยว่าท่านเฉินเหิงก็ดีถึงเพียงนี้ อสูรอื่นต่างบอกว่าท่านเฉินเหิงเข้าถึงยาก แต่ข้าว่าท่านดีมาก ไม่เพียงช่วยพวกเรา ยังยอมไปหาสมุนไพรแทนพวกเราอีก!”
“ท่านเฉินเหิงเป็นคนดีจริง ๆ!”
หลัวจีและซือเลี่ยที่ยืนอยู่ไกลๆมองเสือยักษ์ซึ่งวิ่งจากไปด้วยสีหน้างุนงง ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ท่านอาเฉินกลายเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นเช่นนี้?