ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้ระบบมาตั้งรกรากอยู่ในหัวของเธอล่ะ ถ้าปลอบไม่สำเร็จ ชีวิตต่อจากนี้คงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบแน่
เมื่อมาถึงบ้านร้างที่เช่าไว้ชั่วคราว หวังเอ้อร์นีก็ชี้ไปยังลานบ้านที่เต็มไปด้วยวัชพืชอย่างหน้าด้าน ๆ ก่อนเท้าเอวพูดว่า “ดูลูก นี่คืออาณาจักรที่แม่สร้างไว้ให้ลูก”
เถียนผิงอันที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างกลับตบมืออย่างตื่นเต้น “ยอดไปเลยครับแม่ พรุ่งนี้พวกเรามาสร้างบ้านของตัวเองด้วยกันนะ”
“ได้ เดี๋ยวลูกลองคิดดูก่อนว่าจะทำยังไง แต่ตอนนี้ พวกเราทำกับข้าวกันก่อน”
“ผมช่วยแม่ก่อไฟครับ”
ระหว่างทำอาหาร หวังเอ้อร์นีหงุดหงิดอยู่หลายครั้ง แต่พอเห็นเจ้าตัวเล็กเชื่อฟังและรู้ความ อารมณ์ของเธอก็ค่อย ๆ สงบลง
ให้ตายเถอะ เธอไม่เคยรบในสถานการณ์ที่ยากจนขนาดนี้มาก่อน อยากได้อะไรก็ไม่มีสักอย่าง นอกจากเสบียงแล้ว แม้แต่ผักป่าก็ยังถูกยึดไว้ที่บ้านตระกูลเถียน
หวังเอ้อร์นีทำได้เพียงล้างแผ่นหินให้สะอาด ใช้มันเป็นกระทะอบแป้งแผ่นไว้ไม่กี่แผ่น จากนั้นก็หักกิ่งไม้สดมาทำเป็นตะเกียบ คีบแผ่นแป้งส่งให้เถียนผิงอัน
“ลูก เอาเท่าที่มีไปก่อนนะ พรุ่งนี้แม่จะหาทางเอง”
“แม่ครับ แผ่นแป้งที่แม่ทำหอมมาก อร่อยสุด ๆ เลย”
“ลูกรู้จักพูดว่าอร่อยสุด ๆ ด้วยหรือ”
“ตอนผมยังเล็ก แม่เคยสอนคำพูดบ้านเกิดให้ผมไม่กี่ประโยค แม่ลืมแล้วหรือ”
มือที่กำลังถือแผ่นแป้งของหวังเอ้อร์นีชะงักไป
เธอลืมจริง ๆ นั่นแหละ จะโทษเธอก็ไม่ได้ เพราะแม้แต่เจ้าของร่างเดิมเองก็จำไม่ได้แล้ว
เมื่อนึกถึงสภาพเศรษฐกิจในตอนนี้ หวังเอ้อร์นีจึงลองถามดู “ผิงอัน สมมติว่า...แม่หมายถึงสมมตินะ ถ้าแม่อยากพาลูกกลับบ้านเกิด ลูกคิดว่าอย่างไร”
“แม่อยู่ที่ไหน ผมก็อยู่ที่นั่น ขอแค่แม่อย่าทิ้งผม จะไปไหนก็ได้”
“ดี แค่ได้ยินลูกพูดแบบนี้ แม่ก็รู้แล้วว่าควรทำยังไง”
เถียนผิงอันกัดแผ่นแป้งเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร ผ่านไปพักใหญ่จู่ ๆ ก็ถามขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นแม่ บ้านใหม่ของพวกเรายังต้องเก็บกวาดอยู่ไหม”
“ยังไม่ต้องรีบ พรุ่งนี้แม่จะไปถามผู้ใหญ่บ้านก่อน ถ้าออกหนังสือแนะนำตัวไม่ได้ พวกเราสองแม่ลูกก็คงต้องอยู่ที่นี่ต่อ”
แน่นอนว่าให้กลับบ้านเกิดนั้นเป็นไปไม่ได้ บ้านเกิดขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว แดดแรงขึ้นหน่อยก็เกิดภัยแล้ง กลับไปที่นั่นสู้ปักหลักอยู่ที่นี่เสียยังดีกว่า
แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นั่นกำลังขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งยังเป็นฐานอุตสาหกรรม จึงไม่ต้องกลัวอดตาย
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หวังเอ้อร์นีก็เร่งมือกินข้าว ส่วนเถียนผิงอันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เด็กผู้ชายวัยกำลังโตนั้นกินเก่งขนาดไหน
แผ่นแป้งขนาดเท่าใบหน้าผู้ใหญ่ เขากินรวดเดียวถึงหกแผ่น สุดท้ายหวังเอ้อร์นีกลัวว่ากระเพาะของลูกจะรับไม่ไหว จึงรีบห้ามไว้
“ผิงอัน ปกติลูกอด ๆ อิ่ม ๆ วันนี้กินเท่านี้พอแล้ว ต่อไปพวกเราจะกินวันละสามมื้อ ค่อย ๆ บำรุงกระเพาะให้กลับมาแข็งแรง”
วันนี้ไม่มีเวลา รอให้ชีวิตเข้าที่เข้าทางเมื่อไร เธอมีเวลาจัดการอีกเยอะ
“กินวันละสามมื้อเลยหรือครับ อย่างนั้นผมคงมีความสุขตายแน่”
“แค่นี้ก็มีความสุขแล้วหรือ ถ้าวันหลังทุกมื้อมีทั้งเนื้อและข้าวสารขัดขาว ลูกจะทำยังไง”
“นั่นคงเป็นชีวิตของฮ่องเต้สมัยก่อนแล้วมั้งครับ”
“เจ้าหนูเอ๊ย ตอนนี้ไม่มีฮ่องเต้อีกแล้ว แต่ชีวิตของพวกเราในอนาคต จะต้องสบายกว่าฮ่องเต้อีก”
พูดจบเธอก็ขยี้ศีรษะเล็ก ๆ ของลูกเบา ๆ “พอกินเสร็จก็ล้างหน้าแปรงฟันแล้วนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
“ครับแม่”
คืนนั้นสองแม่ลูกนอนห้องเดียวกัน เพราะมีเวลาไม่พอจะเก็บกวาดบ้านได้มากนัก แม้แต่ประตูก็มีไว้ให้ดูเหมือนมีมากกว่าจะใช้งานได้จริง
หวังเอ้อร์นีเองก็กลัวจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะนี่คือเป้าหมายภารกิจของเธอ ถึงแม้อัตราความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับโชค แต่ถ้าทำสำเร็จได้ ใครจะอยากล้มเหลวล่ะ
กลางคืน สองแม่ลูกนอนบนแผ่นประตูไม้กับกองฟาง ไม่มีเสียงด่าทอของแม่เฒ่าเถียนอีกแล้ว ในค่ำคืนอันเงียบสงบมีเพียงเสียงแมลงร้อง ทั้งคู่มองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวผ่านช่องหลังคา พลางดื่มด่ำกับความสงบที่หาได้ยาก
จู่ ๆ เถียนผิงอันก็พูดขึ้นเบา ๆ “แม่ครับ จริง ๆ แล้วไม่ต้องกินเนื้อทุกมื้อหรือกินข้าวสารขัดขาวก็ได้ ตอนนี้ผมก็มีความสุขมากแล้ว แม่...พอออกจากบ้านตระกูลเถียน แม่มีความสุขไหม”
“แม่มีความสุขมาก แล้วลูกล่ะ”
“แม่มีความสุข ผมก็มีความสุข หลังจากลุงโหย่วเกินส่งจดหมายมา แม่ก็เหนื่อยขึ้นทุกวัน ต่อมาปู่ย่าก็เริ่มอารมณ์แปรปรวน แม่ไม่ได้ยิ้มมานานแล้ว”
หวังเอ้อร์นีได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอยู่ในใจ อาจเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมเคยผ่านการอพยพหนีภัยอดอยากตั้งแต่ยังเล็ก จึงเห็นคุณค่าของทุกวันที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าใคร
หลายปีก่อน แม้ครอบครัวจะยากจน แต่เวลาพาลูกขึ้นเขา เธอก็ยังเก็บดอกไม้ป่ามาถักเป็นมงกุฎให้ลูก
คนที่รักชีวิตขนาดนั้น กลับต้องมาตายเพราะแผนการของคนอื่น ก็ไม่น่าแปลกที่เจ้าของร่างเดิมจะอาฆาตแค้นถึงเพียงนี้
“ผิงอัน เคยมีคนบอกแม่ว่า ความทุกข์ในชีวิตของคนเรามีจำนวนจำกัด พวกเราใช้ชีวิตอยู่บ้านตระกูลเถียนจนชิมรสความทุกข์ทั้งหมดแล้ว ต่อจากนี้ชีวิตของพวกเราจะต้องหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง”
“ครับ ผมจะพยายามไปกับแม่”
เถียนผิงอันไม่คิดเลยว่าแม่กำลังปลอบใจเขาหรือไม่ เพราะสำหรับเขา แค่ไม่มีปู่ย่าคอยด่าทุกวัน ก็เป็นชีวิตที่ดีแล้ว
ด้วยความรู้สึกเปี่ยมสุข เถียนผิงอันจึงหลับสนิท
ในความมืด หวังเอ้อร์นีลืมตาขึ้น ลุกขึ้นแตะจุดให้เจ้าตัวเล็กหลับลึก ก่อนจัดวางค่ายกลป้องกันรอบห้องแล้วจึงออกไป
เธอกระโดดข้ามกำแพงลานบ้าน สวมภาพลวงตาเปลี่ยนรูปร่างและน้ำหนักตัว คืนนี้เธอจะไปทำเรื่องหนึ่งที่บ้านตระกูลเถียน
ในเมื่อแม่เฒ่าเถียนกับตาเฒ่าเถียนชอบบ่นอยู่ตลอดว่าร่างกายไม่ดี เธอเป็นคนใจดีเสียด้วยสิ ชอบช่วยให้คนสมปรารถนาที่สุด
ไม่ต้องขอบคุณ เรียกเธอว่าเหลยเฟิงก็พอ
ท่ามกลางความมืด หวังเอ้อร์นียืดอกอย่างภาคภูมิใจ รู้สึกว่าผ้าพันคอแดงบนอกของตัวเองยิ่งแดงสดกว่าเดิมเสียอีก
ยาเพิ่มพลังฉบับมนุษย์คนละหนึ่งเม็ด มนุษย์ธรรมดาก็กินได้ หลังจากกินเข้าไป ภายในสองเดือนสมรรถภาพร่างกายจะกลับไปอยู่ในช่วงที่แข็งแรงที่สุด แต่หลังจากนั้นร่างกายจะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
หากไม่ได้รับยาบำรุงเพื่อหล่อเลี้ยงพลังชีวิต เมื่อพลังชีวิตถูกใช้เกินขีดจำกัด ร่างกายก็จะอ่อนแอลง แม้อากาศเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็สามารถล้มป่วยหนักได้
ระยะเวลาที่พลังชีวิตจะคงอยู่ได้ประมาณสามถึงห้าปี ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความถี่ในการบำรุงร่างกาย
เหตุผลที่เธอเลือกใช้ยาชนิดนี้ ก็เพื่อปิดปากผู้คน จะได้ไม่มีใครคิดว่าเธอแค้นใจแล้วแอบลงมือกับสองคนนั้น
ชาวบ้านอาจไม่ค่อยมีความรู้ แต่กลับชอบจินตนาการกันเก่ง พอดีเลย จะได้ให้ทุกคนเห็นด้วยตาตัวเองว่าพวกเขาสุขภาพดีจริงหรือไม่
ตอนนี้ไม่มีเจ้าของร่างเดิมคอยรับใช้แล้ว ตาเฒ่าเถียนกับแม่เฒ่าเถียนจึงต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เมื่อประกอบกับสีหน้าของคนที่กินยาเข้าไป เพียงออกไปเดินข้างนอกสักรอบ ไม่ต้องรอถึงวันรุ่งขึ้น ข่าวลือว่าพวกเขาแกล้งป่วยเพื่อทรมานลูกสะใภ้ก็คงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน
ชาตินี้เธอจะทำให้ทั้งคู่ได้ลิ้มรสความหมายของคำว่า มีความทุกข์แต่พูดออกมาไม่ได้บ้าง
นี่ไม่ใช่ยาพิษ ไม่มีใครตรวจพบได้ และยิ่งไม่มีทางโยงมาถึงเธอ อดีตลูกสะใภ้และอดีตลูกสาวของบ้านตระกูลเถียนได้เลย
ชาติที่แล้ว สองแม่ลูกเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตในช่วงขาดแคลนอาหาร ส่วนครั้งนี้ก็เรียกว่ากรรมตามสนอง ชดใช้หนี้กรรมกันไป ชีวิตหนึ่งแลกกับอีกชีวิตหนึ่ง หลังวางยาเสร็จ หวังเอ้อร์นีก็กวาดดูทั่วบ้านด้วยสัมผัสจิต ก่อนเก็บทรัพย์สินทั้งหมดที่ซุกซ่อนไว้ตามมุมลับต่าง ๆ เข้ามิติของตัวเองทันที