บทที่ 153: ผู้อำนวยการโจวถึงกับตาค้าง!
เมื่อโจวเฉิงเหล่ยและเจียงเซี่ยมาถึงหน้าประตูอู่ต่อเรือ ยามรักษาการณ์ก็เปิดทางให้พวกเขาเข้าไปด้านในอย่างง่ายดายโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยถาม
บัดนี้ ช่างเทคนิคแทบทุกคนในอู่ต่างก็จดจำใบหน้าของสองสามีภรรยาผู้เป็นวีรบุรุษของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
ผู้อำนวยการโจวเพิ่งจะเสร็จสิ้นการประชุมอันแสนยาวนาน เขากำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อดับกระหาย ก็พอดีกับที่โทรศัพท์สายในจากป้อมยามดังขึ้น เมื่อทราบว่าสองสามีภรรยาโจวเฉิงเหล่ยมาถึงแล้ว เขาก็วางแก้วลงแล้วนั่งรออยู่ในห้องทำงานอย่างใจจดใจจ่อ
ทันทีที่เจียงเซี่ยและโจวเฉิงเหล่ยก้าวเข้ามาในห้อง ผู้อำนวยการโจวก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างสนิทสนม "เสี่ยวเซี่ย! เธอมาได้จังหวะพอดีเลย! สนใจจะไปร่วมงานมหกรรมการค้ากวางเจาในฐานะตัวแทนของอู่ต่อเรือเราไหม? ฉันทุ่มให้เลยนะ...วันละหนึ่งร้อยหยวน! รวมค่าที่พักค่าอาหารให้พร้อมสรรพ!"
ข้อเสนอวันละร้อยหยวนนั้นถือว่าสูงลิบลิ่วในยุคสมัยนี้ เขาเชื่อว่าคงไม่มีโรงงานไหนในเมืองที่กล้าทุ่มเงินจ้างล่ามได้มากเท่านี้อีกแล้ว
ทว่า...สำหรับเจียงเซี่ยแล้ว เงินเดือนตายตัวไม่ใช่สิ่งที่เธอปรารถนา เธอต้องการข้อตกลงที่ท้าทายกว่านั้น...ค่าคอมมิชชั่นที่ผูกติดกับผลงานโดยตรง
อีกทั้งการรับเงินเดือนประจำยังหมายถึงการผูกมัดตัวเองไว้กับอู่ต่อเรือเพียงแห่งเดียว ซึ่งจะทำให้เธอพลาดโอกาสในการสร้างรายได้จากโรงงานอื่นๆ
ในเมื่อมีมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่รออยู่ตรงหน้า มีหรือที่เธอจะไม่ใช้ความรู้ความสามารถของตนเองให้กลายเป็นขุมทรัพย์อย่างเต็มศักยภาพ!
ดังนั้น เจียงเซี่ยจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มหวาน "ผู้อำนวยการโจวคะ หนูคงจะเป็นล่ามให้เฉพาะอู่ต่อเรือที่เดียวไม่ได้เสียแล้วค่ะ พอดีว่าวันนี้ บ.ก. ที่สำนักพิมพ์ก็เพิ่งจะทาบทามให้หนูไปเป็นล่ามที่งานเดียวกัน แถมท่านยังแนะนำโรงงานให้หนูอีกหลายแห่งด้วยค่ะ"
ผู้อำนวยการโจวถึงกับหน้าเสีย ไม่คาดคิดว่าจะโดนคนอื่นชิงตัดหน้าไปแล้ว!
ด้วยความร้อนใจ เขามองข้ามคำว่า "เฉพาะ" ไปโดยสิ้นเชิง สมองของเขาตีความไปว่าเธออาจจะปฏิเสธงานของอู่ต่อเรือทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด เพราะตำแหน่งล่ามนี้เขากันไว้ให้เธอโดยเฉพาะ!
"เสี่ยวเซี่ย! อู่ต่อเรือของเราต้องการเธออย่างยิ่งเลยนะ! ฉันกับ ผู้อำนวยการสวี่ตั้งใจจองตำแหน่งนี้ไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ โรงงานอื่นให้ราคาเธอเท่าไหร่ บอกมาได้เลย! ทางเราสู้ได้หมด!"
เขาประกาศอย่างมั่นใจ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีโรงงานไหนในเมืองนี้ที่ทุนหนาและใจป้ำไปกว่าอู่ต่อเรือของรัฐได้! ข้อเสนอ 'วันละร้อยหยวน' ที่เขาหยิบยื่นให้ มันสูงเสียจนเขาเชื่อว่าไม่มีใครกล้าสู้ราคา!
เจียงเซี่ยหัวเราะเบาๆ "ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกค่ะท่าน แต่หนูรับปากทาง บ.ก. ไปแล้วว่าจะลองเจรจากับโรงงานอื่นๆ ดู การไปครั้งนี้หนูคงต้องทำหน้าที่แปลให้หลายบริษัท จะให้มาประจำอยู่ที่เดียวก็คงจะลำบากค่ะ"
เมื่อได้ฟังดังนั้น ผู้อำนวยการโจวก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย "อ้อ! ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร! เธอจะแปลให้กี่เจ้าก็ได้ แต่จะขาดอู่ต่อเรือของเราไปไม่ได้เด็ดขาด! ช่วยพวกเราด้วยนะ! ทางฉันก็ยังให้เธอวันละร้อยหยวนเหมือนเดิม!"
เจียงเซี่ยแย้มยิ้มอย่างมีแผนการ "โอ๊ย ไม่ต้องให้ถึงวันละร้อยหยวนหรอกค่ะ" เธอกล่าวอย่างนอบน้อม
"ในเมื่อดิฉันต้องวิ่งรอกช่วยหลายที่ คงจะมาเฝ้าอยู่ที่บูธของอู่ต่อเรือได้ไม่เต็มวัน เอางี้ดีไหมคะ ดิฉันไม่ขอรับเงินเดือน แต่ถ้าหากว่าสามารถเจรจาปิดการขายให้ทางอู่ฯ ได้ ขอแค่ค่าคอมมิชชั่น 0.1% จากยอดขายก็พอค่ะ ถ้าปิดการขายไม่ได้ ก็ไม่ต้องจ่ายอะไรให้เลย แบบนี้ทางอู่ฯ ก็ไม่เสียอะไร ทางดิฉันก็จะได้ไม่รู้สึกเกรงใจด้วย ผู้อำนวยการโจว ท่านว่าดีไหมคะ?"
ผู้อำนวยการโจวถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะกับข้อเสนอที่ไม่คาดคิด "ค่าคอมมิชชั่น 0.1%? มันคิดยังไงกันล่ะนั่น?"
ก็ง่ายๆ ค่ะ" เธออธิบาย "สมมุติว่าเจรจาออเดอร์ได้หนึ่งร้อยหยวนก็จะได้ส่วนแบ่งหนึ่งเหมา ถ้าเจรจาได้หนึ่งพันหยวนก็จะได้หนึ่งหยวน แต่ถ้าเจรจาไม่ได้เลยก็ไม่ได้อะไรเลยค่ะ"
ข้อเสนอนี้ทำให้ ผู้อำนวยการโจวรู้สึกว่าเจียงเซี่ยกำลังเสียเปรียบอย่างมหันต์ "แบบนั้นเธอก็แย่สิ? ถ้าเกิดเจรจาไม่ได้เลยสักเจ้า ก็เท่ากับทำงานฟรีไม่ใช่เหรอ?"
เจียงเซี่ยยิ้มเล็กน้อย "ยังไงก็เป็นแค่งานเสริมอยู่แล้วนี่คะ! ดิฉันแปลให้โรงงานอื่นทางนั้นก็รับเป็นค่าคอมมิชชั่นเหมือนกัน มีโรงงานตั้งเยอะแยะคงจะไม่เจรจาไม่ได้เลยสักออเดอร์หรอกมั้งคะ? แต่ถ้า ผู้อำนวยการโจวรู้สึกว่าดิฉันเสียเปรียบ คราวหน้าพวกเรามาซื้อเรือ คุณก็ลดราคาให้พวกเราหน่อยก็พอแล้วค่ะ!"
เธอได้แต่คิดในใจ...ขาดทุนบ้าอะไรกัน! งานระดับนี้มีแต่ลูกค้ารายใหญ่จากต่างประเทศ ยอดสั่งซื้อแต่ละครั้งมีแต่หลักแสน หลักล้าน หรืออาจจะทะยานไปถึงหลักสิบล้าน! หากเธอปิดดีลหลักแสนได้ก็ได้ค่าคอมฯ ร้อยหยวน ถ้าปิดดีลหลักล้านได้ก็ได้เป็นพัน ถ้าปิดดีลหลักสิบล้านได้...ก็ได้เป็นหมื่น!
แน่นอนว่ามันมีความเสี่ยง แต่ถ้าอยากจะหาเงินเล็กๆ น้อยๆก็แค่เลือกทางที่ปลอดภัย รับเงินเดือนตายตัวไปวันๆ จบงานก็ได้เงินแน่ๆ หลักพัน
แต่ถ้าอยากจะรวยทางลัดมันก็ต้องกล้าที่จะเสี่ยง! ดังคำที่ว่า "เสี่ยงดูสักตั้ง จากจักรยานอาจกลายเป็นมอเตอร์ไซค์!"
เธอพร้อมจะทิ้งความมั่นคงเล็กน้อย เพื่อแลกกับโอกาสที่จะทำเงินได้วันละเป็นหมื่น!เข้าใกล้ความร่ำรวยในพริบตา
ในเมื่อต้องสละเวลาไปร่วมงานเกือบครึ่งเดือน หากได้ค่าตอบแทนแค่วันละร้อยกว่าหยวน...สู้เธอออกทะเลไปกับสามียังจะคุ้มค่ากว่า
ผู้อำนวยการโจวกล่าวอย่างใจกว้าง "เรื่องนั้นเธอวางใจได้เลย! ลดให้แน่นอน! ว่าแต่แน่ใจนะว่าจะเอาแค่ค่าคอมมิชชั่น? ถ้าเจรจาไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ เธอจะไม่ได้อะไรเลยนะ!"
"แน่ใจเกินร้อยค่ะ! ในเมื่อไม่ได้ทำงานให้ที่นี่ที่เดียว ก็ไม่ควรจะรับเงินเดือนเต็มจำนวน เอาแค่ค่าคอมมิชชั่นก็พอค่ะ"
เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ผู้อำนวยการโจวก็เลยยอมตกลง "ก็ได้! งั้นก็ตามนี้แล้วกันนะ!อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ!"
เขายังคงคิดว่าเธอพลาดโอกาสทอง เงินเดือนวันละร้อย รวมๆ แล้วจบงานก็ได้เงินแน่ๆ ไม่ต่ำกว่าพันห้าร้อยหยวน เธอจะต้องปิดดีลได้ใหญ่โตขนาดไหนกันถึงจะได้เงินเท่านี้?
เจียงเซี่ยยิ้มอย่างรู้ทัน "ไม่มีทางเสียใจหรอกค่ะ! ขอแค่ถ้าดิฉันทำได้จริงๆ ถึงตอนนั้นท่านอย่ากลับคำไม่จ่ายค่าคอมมิชชั่น 0.1% ให้หนูก็พอ"
"ไม่มีทาง! อู่ต่อเรือของเราใหญ่โตขนาดนี้ พูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว!"
"งั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ" เธอย้ำเป็นครั้งสุดท้าย
ขอรับแค่ค่าคอมมิชชั่น 0.1% ของ 'ยอดขาย' นะคะ ไม่ใช่ 'กำไร'"
"ได้! ฉันเข้าใจ...ยอดขาย"
เมื่อเจรจาเรื่องค่าตอบแทนเสร็จสิ้น เธอก็เอ่ยถามถึงความคืบหน้าของเทคโนโลยีใหม่ "ผู้อำนวยการโจวคะ แล้ววงแหวนเคนท์ทำกันไปถึงไหนแล้วคะ?"
พอพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของ ผู้อำนวยการโจวก็พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที "ใกล้แล้ว! เสร็จทันไปโชว์ที่งานแน่นอน! แล้วเทคโนโลยีแคลเซียมซิลิเกตอุ่นเครื่องที่เธอเสนอมาน่ะ เราลองแล้วนะ ผลลัพธ์มันยอดเยี่ยมมาก!"
เจียงเซี่ยได้ฟังก็วางใจ ยิ้มแล้วพูดว่า "งั้นก็ดีเลยค่ะ
ยิ่งเทคโนโลยีล้ำหน้าเท่าไหร่ โอกาสในการปิดดีลก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ณ วินาทีนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่านวัตกรรมทั้งสองอย่างนี้ โดยเฉพาะวงแหวนเคนท์ที่กำลังจะไปสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมการค้ากวางเจา
"แล้วเรือที่สั่งยังต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะส่งมอบได้คะ?"
"พวกเธอไม่มา ฉันก็กำลังจะโทรไปตามอยู่พอดีเลย" ผู้อำนวยการโจวหัวเราะ
"วันที่ 10 นี้มาได้เลย! วันนั้นเราจะทำพิธีปล่อยเรือใหม่ลงน้ำพอดี พอทดสอบแล้วไม่มีปัญหาก็รับเรือกลับไปได้เลย!"
วันที่ 10 เดือน 8...วันเดียวกับที่บ้านของพวกเขาจะทำพิธีลงเสาเอกนี่นา! เจียงเซี่ยมองหน้าโจวเฉิงเหล่ย
โจวเฉิงเหล่ยเข้าใจสายตาของเธอ พยักหน้า "ใช่วันนั้นแหละ"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ช่างเป็นเรื่องมงคลซ้อนสองโดยแท้!
อีกแค่เก้าวันเท่านั้น!
"วันนั้นมีอะไรพิเศษรึ? พวกเธอมีธุระเหรอ?" ผู้อำนวยการโจวถาม
ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะท่าน ถึงมีธุระก็ต้องปลีกตัวมารับเรือให้ได้อยู่แล้ว วันนั้นเป็นวันดี...ที่หมู่บ้านมีงานมงคลค่ะ"
"ใช่ๆ วันนั้นเป็นวันดีจริงๆ ฉันอุตส่าห์เลือกวันมงคลสำหรับจัดพิธีปล่อยเรือใหม่ลงน้ำโดยเฉพาะเลยนะ"
หลังจากที่เจียงเซี่ยขอเอกสารข้อมูลของอู่ต่อเรือเพื่อไปศึกษาเตรียมความพร้อมล่วงหน้าแล้ว ทั้งสองก็กล่าวคำอำลาจากไป
เมื่อลับร่างของหนุ่มสาวไปแล้ว ผู้อำนวยการโจวก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกเหมือนได้ทำคุณประโยชน์ครั้งใหญ่ เขาลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาคำนวณเล่นๆ...ว่าเด็กสาวคนนั้นจะต้องปิดดีลได้ใหญ่ขนาดไหน ถึงจะได้ค่าคอมมิชชั่นเท่ากับเงินเดือนที่เขาเสนอไป...
เขายังคงรู้สึกว่าเธอคิดผิด...เพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธเงินเดือนที่แน่นอนเพื่อไปรับความเสี่ยงกับค่าคอมมิชชั่นมาก่อน
และเมื่อผลลัพธ์ปรากฏออกมา...เขาก็ถึงกับตาค้าง!
ยอดขายเพียงหนึ่งล้านห้าแสนหยวน...ก็สามารถสร้างค่าคอมมิชชั่นให้เธอได้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยหยวนแล้วรึ?
หัวใจของเขากระตุกวูบ ถ้า...ถ้ายอดขายมันทะลุไปถึงสิบล้านหยวนล่ะ? นั่นมันหมายความว่าค่าคอมมิชชั่นของเธอจะพุ่งไปถึงหนึ่งหมื่นหยวนเลยไม่ใช่เหรอ!?
ให้ตายสิ!
หัวใจของ ผู้อำนวยการโจวเต้นรัวเป็นกลองศึกเป็นไปได้ยังไง? หรือว่า เสี่ยวเซี่ยจะมั่นใจว่าตัวเองสามารถเจรจาออเดอร์มูลค่าหลายสิบล้านได้งั้นรึ?
ผู้อำนวยการโจวอุทานลั่นในใจ: เวรเอ๊ย! เสียท่าเด็กมันเข้าให้แล้ว!
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างจนปัญญา…
(จบบท)