บทที่ 40 ห้ามให้เจียงเซี่ยเก็บไปเด็ดขาด
เวินหว่านจับจ้องอวนล้อมบนชายหาดและกองกุ้งน้อยใหญ่ที่โจวเฉิงเหล่ยกับเจียงเซี่ยรวบรวมไว้ ดวงตาของเธอพลันแดงก่ำด้วยริษยา
วันนี้เธอเพิ่งถูกพ่อและแม่เลี้ยงบีบให้ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอีกครั้ง พวกเขาอ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนตอนเปิดเทอม ไล่ให้เธอไปหางานทำเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว
เธอเฝ้ารอพายุลูกนี้มาตลอด รอที่จะได้เก็บเกี่ยวของขวัญจากท้องทะเลเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน เธอไม่อาจยอมเดินซ้ำรอยชีวิตในชาติก่อนได้อีกแล้ว
ในชาติก่อน เส้นทางการศึกษาของเธอต้องหยุดชะงักลงกลางคัน ก็เพราะช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้เธอหาเงินค่าเทอมไม่พอ จนต้องลาออกจากโรงเรียนอย่างน่าเสียดาย
แม่เลี้ยงของเธอฝังหัวอยู่เสมอว่าผู้หญิงเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องแต่งงานออกเรือนไป สู้รีบออกไปทำงานหาเงินแต่เนิ่นๆ ยังจะช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้บ้าง ด้วยเหตุนี้ ค่าเล่าเรียนทั้งหมดในระดับมัธยมปลายของเธอจึงมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทั้งสิ้น
พ่อแท้ๆ ของเธอไม่มีลูกชาย มีเพียงลูกสาวสองคนคือเธอกับน้องสาวต่างมารดา ท่านจึงทุ่มเทความรักและเงินทองทั้งหมดให้แก่ลูกชายที่ติดมากับแม่เลี้ยง หวังจะฝากผีฝากไข้ไว้กับเขาในยามแก่เฒ่า พ่อของเธอยังเชื่ออีกว่าสำหรับผู้หญิงแล้ว การได้แต่งงานกับสามีที่ดีนั้นสำคัญกว่าการมีหน้าที่การงานที่มั่นคงเสียอีก
ด้วยเหตุนี้เอง ชีวิตก่อนของเธอจึงจบลงที่การออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว หยาดเหงื่อแรงกายของเธอกลับกลายเป็นค่าเล่าเรียนของพี่ชายและน้องสาวต่างมารดา ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ถูกจับแต่งงานออกไป
ชีวิตคู่ในชาติที่แล้วของเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าเจียงเซี่ยเท่าใดนัก สามีของเธอเป็นนักพนันตัวยง
ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่แม่เลี้ยงจัดหามาให้ แม้จะเป็นพ่อม่าย แต่ก็ทำงานที่ร้านสหกรณ์ซึ่งถือเป็นอาชีพที่มั่นคงและมีหน้ามีตา เขาหย่ากับภรรยาเก่าเพราะแต่งงานกันมาหลายปีแล้วไม่มีลูก เขายังให้คำมั่นว่าจะช่วยให้เธอได้เข้าไปทำงานที่ร้านสหกรณ์ และให้สินสอดจำนวนมากอีกด้วย
แม่เลี้ยงพร่ำบอกว่าคนเราเรียนหนังสือก็เพื่อหางานดีๆ ไม่ใช่หรือ งานในร้านสหกรณ์เปรียบเสมือน "ชามข้าวเหล็ก"* ที่ต่อให้พี่ชายต่างมารดาของเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ยังไม่แน่ว่าจะหางานดีๆ เช่นนี้ได้
ในตอนนั้น เธอก็คล้อยตามคำพูดของแม่เลี้ยง ชายผู้นั้นดูเหมือนจะรักใคร่เธออย่างจริงใจ ทุกครั้งที่มาหาก็มักจะมีของติดไม้ติดมือมาฝาก แถมยังให้สัญญาว่าหลังแต่งงาน หากเธอไม่อยากทำงาน ก็สามารถกลับไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้ เขาจะเป็นคนเลี้ยงดูเธอเอง
ดังนั้นเธอจึงตกลงแต่งงาน เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จ แต่เพิ่งจะเปิดเทอมได้ไม่นานก็พบว่าตัวเองตั้งท้อง สุดท้ายความฝันในรั้วมหาวิทยาลัยก็จบสิ้นลง
เพราะทันทีที่เธอตั้งท้อง สันดานดิบของเขาก็ปรากฏออกมา เขาเป็นนักพนันตัวยง ทุกเดือนเมื่อเงินเดือนออก เขาก็จะนำเงินไปเล่นพนันจนหมดตัวแล้วจึงกลับบ้าน ต่อมายังถูกจับกุมเพราะเรื่องการพนันจนต้องออกจากงาน
หลังคลอดลูก เธอต้องทำงานหาเงินเลี้ยงทั้งเขาและลูก แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เธอหามาได้ ก็ยังถูกเขาลักลอบนำไปเล่นพนัน เมื่อเสียจนหมดตัว เขาก็จะกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย และเธอก็ใจอ่อนยอมยกโทษให้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเห็นแก่ลูกสาวและชีวิตใหม่ที่กำลังจะเกิดมาในท้อง
แต่ที่สุดแล้วสันดานเดิมของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยน จนกระทั่งบ้านที่เคยเป็นที่ซุกหัวนอนก็ยังถูกเขาผลาญไปกับวงพนัน แม้แต่ลูกสาวก็พลอยเดินในเส้นทางที่ผิดพลาดตามไป
อดีตอันขมขื่นนั้นยากจะหวนรำลึก เวินหว่านสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน แต่สำหรับชีวิตนี้ เธอจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมเป็นอันขาด! เธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ เพื่อปลดแอกตัวเองออกจากโชคชะตาอันโหดร้าย! บัณฑิตในยุคนี้เป็นที่ต้องการตัวอย่างยิ่ง!
เวินหว่านมองอวนล้อมผืนนั้น และกองกุ้งน้อยใหญ่ที่สุมกันอยู่ ในเมื่อเจียงเซี่ยก็เกิดใหม่เหมือนกัน แถมยังมาขวางทางทำมาหากินเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธออีก ถ้างั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป! ต่อจากนี้ก็ตัวใครตัวมัน! มาดูกันว่าใครจะลิขิตชีวิตของตัวเองได้สำเร็จ
เดิมทีเธอเคยคิดว่าหากเจียงเซี่ยเกิดใหม่และไม่ยอมหย่ากับโจวเฉิงเหล่ย เธอก็คงไม่อาจทำตัวเป็นมือที่สามได้ แต่เมื่อครุ่นคิดอีกครั้ง โจวเฉิงเหล่ยก็ไม่ได้รักใคร่เจียงเซี่ยเลยสักนิด และความฝันของเธอก็ช่างสมจริง ทุกอย่างล้วนเป็นลางบอกเหตุ ดังนั้นในอนาคตโจวเฉิงเหล่ยจะต้องเป็นสามีของเธออย่างแน่นอน ในสายตาของเธอตอนนี้ เจียงเซี่ยก็ไม่ต่างอะไรกับผู้บุกรุกที่เข้ามายึดครองสมบัติซึ่งควรจะเป็นของเธอ
ความฝันที่เขาช่วยเธอจากคลื่นลมเมื่อไม่กี่วันก่อนยังคงแจ่มชัด เธอสังหรณ์ใจว่าวันนี้คือเวลาที่โชคชะตาของเธอกับโจวเฉิงเหล่ยจะเริ่มต้นขึ้น
เวินหว่านรีบวิ่งไปอยู่ข้างๆ โจวเฉิงเหล่ย ยิ้มหวานแล้วเอ่ยทัก "พี่โจวคะ พวกคุณมากันเร็วจังเลยนะคะ?"
โจวเฉิงเหล่ยกับเจียงเซี่ยแยกกันทำงานอยู่คนละจุดที่กุ้งหนาแน่น เขาเพียงขานรับในลำคอว่า "อืม" คำเดียว โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเธอแม้แต่แวบเดียว ยังคงก้มหน้าก้มตาใช้คราดกวาดกุ้งมากองรวมกัน
เวินหว่านสะกดกลั้นความร้อนรนในใจ อีกสักพักเขาก็จะมาช่วยเธอเอง ตอนนี้รีบเก็บกุ้งหาเงินสำคัญกว่า ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม
คลื่นลมในทะเลยังคงรุนแรง เธอไม่คิดว่าเจียงเซี่ยจะฉลาดถึงเพียงนี้ ถึงกับรู้จักใช้อวนล้อมกั้นกุ้งไว้ไม่ให้ถูกคลื่นซัดกลับไป แต่เธอก็เตรียมตัวมาอย่างดีเช่นกัน เธอตั้งใจนำแผ่นไม้ที่ใช้กวาดข้าวเปลือกมาด้วย แต่เมื่อลองใช้ดู โคลนกับทรายกลับติดมามากกว่ากุ้งเสียอีก ทั้งยังไม่สะดวกเพราะพื้นทรายไม่เรียบ
เวินหว่านจำต้องล้มเลิกความคิดที่จะใช้แผ่นไม้ แล้วใช้มือเก็บโดยตรง ทันใดนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นคราดไม้ไผ่ที่ถูกดัดแปลงแล้วของพวกเขา คราดเบาๆ เพียงครั้งเดียวก็สามารถเกี่ยวได้แต่ตัวกุ้ง ทรายและโคลนก็ลอดผ่านช่องว่างไปได้ สะดวกกว่ากันเยอะ! เหตุใดเธอถึงคิดไม่ถึงกันนะว่าจะใช้คราดได้?
นอกเหนือจากกุ้งแล้ว เมื่อคืนเวินหว่านยังฝันอีกเรื่องหนึ่ง เธอฝันเห็นหอยมุกสองตัวที่ถูกคนเก็บไปแล้วผ่าออกมาเจอไข่มุก หอยมุกสองตัวนั้นคืออีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของเธอในวันนี้!
เธอเหลือบมองตะกร้าข้างๆ โจวเฉิงเหล่ย เมื่อไม่เห็นหอยมุกก็โล่งใจ เธอรีบเก็บกุ้งไปพลางสอดส่ายสายตามองหาไปพลาง ต้องรีบฉวยโอกาสตอนที่ฝนยังตกและไม่มีใครมา
ไม่นานนัก พ่อโจวก็มาถึงจริงๆ! เขาวิ่งมาด้วยท่าทีร้อนรนเพราะเห็นว่าลูกชายกับลูกสะใภ้หายไปนานผิดสังเกต เมื่อเห็นความผิดปกติบนชายหาดแต่ไกล เขาก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
โจวเฉิงเหล่ยเห็นพ่อมาจึงร้องบอก "พ่อครับ! พ่อช่วยเอาพลั่วตักกุ้งกองๆ นี้ไปใส่ในตะกร้าก่อน!"
พวกเขาใช้คราดเก็บกุ้งได้หลายกองแล้ว แม้จะเป็นแค่กองเล็กๆ แต่ก็หนักหลายจินต่อกอง
“ได้!” พ่อโจวรีบวิ่งไปเอาบุ้งกี๋มาตักกุ้งกองแล้วกองเล่าใส่ตะกร้า เขายิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหู “โชคดีที่เสี่ยวเซี่ยเตรียมของมาครบ!”
นี่ถ้าของที่เอามาไม่พอ ต้องวิ่งกลับไปเอาอีกรอบ เวลาที่เสียไปก็พอจะเก็บกุ้งได้อีกสองสามจินแล้ว!
ใช่แล้ว คือเก็บกุ้ง ตอนนี้ชายหาดก็ไม่ต่างอะไรกับลานตากข้าวเปลือกที่ตากกุ้งไว้เต็มไปหมด! อาจจะพูดเกินจริงไปหน่อย แต่ก็มีกุ้งกระจัดกระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งจริงๆ
เวินหว่านเห็นพ่อโจวมาถึงในใจก็ยิ่งร้อนรน นี่หมายความว่าอีกไม่นานจะมีคนมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอเพิ่งจะเก็บได้แค่ตะกร้าเดียว แถมยังไม่เจอหอยมุกในฝันเลย แต่ชายหาดกว้างใหญ่ขนาดนี้ คิดจะหาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เธอสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ หอยมุกอยู่ที่ไหนกันแน่นะ?
ทันใดนั้นสายตาของเวินหว่านก็หยุดนิ่ง จับจ้องไปที่ปลอกแขนที่เจียงเซี่ยสวมอยู่
ในฝัน มือที่เก็บหอยมุกได้นั้นเรียวบางขาวผ่อง กลมกลึงอ่อนนุ่ม ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นมือที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่กลับสวมปลอกแขนซึ่งดูขัดกันอย่างยิ่ง เหมือนกับปลอกแขนของเจียงเซี่ยไม่มีผิด
หัวใจของเวินหว่านเต้นรัวเป็นกลอง
หอยมุกของเธอ จะถูกเจียงเซี่ยแย่งชิงไปไม่ได้เด็ดขาด!
(จบบท)