บทที่ 611: คาดไม่ถึงเลยจริงๆ
โจวเฉิงเหล่ยรีบดึงหอยงวงช้างตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วโยนลงถังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเจียงเซี่ยซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการขุดทรายอย่างขะมักเขม้น สัญชาตญาณของเธอกำลังร้องบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างถูกฝังอยู่ใต้ผืนทรายแห่งนี้
เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้เห็นมุมของหีบเหล็กใบหนึ่งโผล่พ้นทรายขึ้นมา โจวเฉิงเหล่ยเพ่งมองวัตถุนั้นอย่างพิจารณา รูปลักษณ์ของมันช่างดูคล้ายกับตู้เซฟนิรภัยอย่างน่าประหลาด สภาพของหีบเหล็กที่แช่อยู่ในน้ำทะเลเป็นเวลานานส่งผลให้เกิดสนิมเกาะกินอยู่ประปราย
“ดูคล้ายตู้เซฟไหมคะ” เจียงเซี่ยเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเขา ในขณะที่มือยังคงไม่หยุดขุด
โจวเฉิงเหล่ยทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเธอ ก่อนจะเอ่ยตอบพร้อมกับช่วยเธอขุดทรายออก “เหมือนอยู่ครับ”
เถียนไฉ่ฮวาที่เห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้ามาร่วมวงด้วยทันที เธอทรุดตัวลงนั่งและช่วยพวกเขาขุดทรายอีกแรง “นี่มันตู้เซฟเหรอ ตู้เซฟแบบที่เห็นในทีวีน่ะเหรอ”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น จากประสบการณ์การชมละครโทรทัศน์ที่ผ่านมา ทำให้เธอรู้ดีว่าตู้เซฟนิรภัยมักเป็นของคู่กายเหล่ามหาเศรษฐี พวกเขาใช้มันเพื่อเก็บเครื่องประดับล้ำค่า เอกสารลับสุดยอด หรือแม้กระทั่งเงินสดจำนวนมหาศาล
เถียนไฉ่ฮวารู้อยู่แก่ใจว่าโชคของเจียงเซี่ยนั้นไม่ธรรมดา การมาทะเลครั้งนี้คงไม่ได้จบลงแค่การเก็บหอยเก็บกุ้งตัวเล็กตัวน้อยอย่างแน่นอน และแล้ว... ของชิ้นใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ
ไม่นานนัก โจวเฉิงซินก็เดินตามมาสมทบและช่วยขุดอีกแรง
เถียนไฉ่ฮวาปล่อยให้จินตนาการโลดแล่นไปไกล เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “นี่ๆ พวกเธอว่าข้างในจะมีอะไรอยู่เหรอ อาจจะเป็นเครื่องประดับมูลค่าเป็นล้านๆ เลยก็ได้นะ หรือไม่ก็เพชรเม็ดโตกว่าไข่นกพิราบ แล้วก็ทองคำแท่ง เงินแท่ง หรือไม่ก็ธนบัตรเป็นปึกๆ เลย ในทีวีเขาว่าแบบนั้นกันทั้งนั้นเลยนะ”
เจียงเซี่ยหัวเราะเบาๆ กับจินตนาการของพี่สะใภ้ใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้นตามความเป็นจริง “ก็อาจจะเป็นแค่ตู้เซฟเก่าๆ ที่ถูกทิ้งแล้ว ข้างในอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้นะคะ”
การพบเจอหีบสมบัติหรือตู้เซฟตามชายหาด ส่วนใหญ่มักจะเป็นของที่ถูกเจ้าของทิ้งขว้างเสียมากกว่า โอกาสที่จะพบเจอของมีค่าอยู่ข้างในนั้นมีน้อยเต็มที
“เป็นไปไม่ได้!” เถียนไฉ่ฮวาสวนกลับทันควันด้วยความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม หากเป็นตัวเธอเองที่เจอหีบใบนี้ เธอก็คงเชื่อว่าข้างในนั้นว่างเปล่า แต่เมื่อผู้ที่ค้นพบคือเจียงเซี่ย เรื่องราวมันย่อมแตกต่างออกไป ตู้เซฟใบนี้ไม่มีทางว่างเปล่าอย่างแน่นอน เธอถึงกับกล้าพนันด้วยเงินหนึ่งร้อยหยวนเลยทีเดียว
ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ในที่สุดตู้เซฟทั้งใบก็ถูกขุดขึ้นมาจากหลุมทรายได้สำเร็จ ทว่ามันกลับถูกล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา โจวเฉิงเหล่ยจ้องมองตู้เซฟใบนั้นอย่างครุ่นคิด เขารู้สึกว่ามันดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“เปิดดูได้ไหมว่าข้างในมีอะไร” เถียนไฉ่ฮวาเอ่ยถามอย่างร้อนรน ใจของเธอเต้นระรัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น
โจวเฉิงเหล่ยส่ายหน้า “เปิดไม่ได้หรอกครับ”
“งั้นลองเขย่าดูสิ เขย่าดูว่าข้างในมีของอยู่หรือเปล่า” เถียนไฉ่ฮวายังคงไม่ยอมแพ้ เธอกระตือรือร้นที่จะหาคำตอบให้ได้
โจวเฉิงเหล่ยจึงทำตามคำแนะนำของพี่สะใภ้ เขาออกแรงยกตู้เซฟขึ้นแล้วเขย่าเบาๆ เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่กระทบกันอยู่ภายในดังขึ้นก้องกังวาน
“มีของอยู่ข้างในจริงๆ ด้วย! รีบเอาใส่กระสอบไว้ก่อนเลย กลับบ้านแล้วค่อยไปหาวิธีเปิดกัน” เถียนไฉ่ฮวารีบเอ่ยขึ้นทันที ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบแหลม เธอรู้ดีว่าไม่ควรเปิดเผยสมบัติที่พบเจอให้ใครเห็น
โจวเฉิงเหล่ยพยักหน้าเห็นด้วย เขาจัดการนำตู้เซฟใส่ลงในกระสอบป่านที่เตรียมมาอย่างมิดชิด ตั้งใจว่าตอนขากลับจะยกมันขึ้นเรือไปด้วย ไม่ว่าข้างในจะมีอะไรก็ตาม แต่ตู้เซฟใบนี้จะต้องถูกนำกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอน
เมื่อจัดการกับของชิ้นใหญ่เรียบร้อยแล้ว เถียนไฉ่ฮวาก็กระวีกระวาดเข้ามาควงแขนเจียงเซี่ยอย่างเอาอกเอาใจ “เสี่ยวเซี่ย เราไปหาของมีค่ากันต่อเถอะ เธอว่าจะไปทางไหนดีจ้ะ”
เจียงเซี่ยยิ้มบางๆ “ก็คงเดินตรงไปเรื่อยๆ นี่แหละค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เถียนไฉ่ฮวาก็รีบเดินนำหน้าไปทันที สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วผืนทรายอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ยอมปล่อยให้สิ่งใดรอดพ้นสายตาไปได้
เจียงเซี่ยไม่ได้สนใจท่าทีของพี่สะใภ้ใหญ่มากนัก เธอก้มหน้าก้มตาตั้งใจมองหารูของหอยตามชายหาดต่อไป ไม่นานนักเธอก็เหลือบไปเห็นต้นหน่อไม้ทะเลต้นหนึ่ง จึงก้มลงไปดึงมันขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เมื่อเดินต่อไปอีกไม่ไกล สายตาของเธอก็พลันไปสะดุดเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งของปูที่โผล่พ้นทรายขึ้นมา เธอจึงใช้คีมเหล็กในมือหนีบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปูม้าขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือดิ้นรนอยู่ในคีมของเธอ วันนี้ถือว่าโชคดีไม่น้อย เพราะเธอจับปูม้าได้ถึงสี่ตัวแล้ว เพียงพอที่จะนำกลับไปทำข้าวต้มอร่อยๆ ได้หนึ่งหม้อใหญ่
หอยหลอดตัวอ้วนพีที่นอนอ้าซ่าอยู่บนผืนทรายก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจียงเซี่ยไปได้ เธอเก็บมันใส่ถังอย่างไม่ลังเล และแล้วเธอก็ได้พบกับกุ้งขาวตัวใหญ่ที่กำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ทราย! แน่นอนว่ามันต้องกลายเป็นหนึ่งในของที่เธอเก็บได้ในวันนี้
รูของกั้งกระดานที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เจียงเซี่ยยกเท้าขึ้นกระทืบลงไปอย่างแรง เพื่อให้พวกมันตกใจและหนีออกมาจากรู
ถัดไปข้างหน้ามีสาหร่ายทะเลสีเขียวสดขึ้นอยู่เป็นพุ่ม เธอจึงไม่รอช้าที่จะเก็บมันขึ้นมา สาหร่ายชนิดนี้นำไปยำก็อร่อยไม่แพ้ใคร
หอยนางรมที่เกาะอยู่ตามโขดหินงั้นหรือ แน่นอนว่าเธอก็ไม่ปล่อยให้มันหลุดรอดไป
ฝูงหอยหวานที่กำลังรวมตัวกันราวกับกำลังประชุมครอบครัวอยู่นั้น เจียงเซี่ยก็จัดการกวาดเรียบลงถังทั้งหมดในคราวเดียว
มีกุ้งอีกตัวหนึ่งที่พยายามพรางตัวอยู่ในผืนทราย คิดว่าเธอจะมองไม่เห็นมันอย่างนั้นหรือ ช่างไร้เดียงสานัก เธอเก็บมันลงถังไปอีกตัว
หอยหลอดที่โผล่ขึ้นมาท้าทายสายตา ก็ถูกเธอเก็บไปอย่างรวดเร็ว
หอยงวงช้างตัวใหญ่อีกล่ะ
“โจวเฉิงเหล่ยคะ ทางนี้มีหอยงวงช้างอีกตัวค่ะ”
เจียงเซี่ยเพลิดเพลินกับการเก็บของทะเลบนชายหาดที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้เป็นอย่างมาก ในขณะที่โจวเฉิงเหล่ยซึ่งมีพละกำลังมหาศาลก็รับหน้าที่ขุดหอยงวงช้างโดยเฉพาะ เพียงเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ เขาก็ขุดหอยงวงช้างได้เต็มกระสอบป่านถึงสองใบ
ส่วนเจียงเซี่ยเองก็เก็บหอยนานาชนิดได้เต็มถัง ไม่ว่าจะเป็นหอยจีบ หอยหวาน หอยตลับ หอยแครงขน หอยนางรม และหอยเชลล์ นอกจากนี้ยังมีปูม้าอีกหลายตัว กั้งกระดานอีกสิบกว่าตัว กุ้งขาว และสาหร่ายทะเลอีกสองสามพุ่ม เรียกได้ว่ามีของทะเลหลากหลายชนิดปะปนกันอยู่ในถังของเธอ
ในขณะนั้นเอง เจียงตงและจางฟู่เหยียนก็เดินถือถังเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางตื่นเต้น “พี่ครับ พี่เขย พวกพี่เก็บได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ”
จางฟู่เหยียนอุทานออกมาด้วยความทึ่ง “เสี่ยวเซี่ย เธอเก่งมากเลยนะ! พวกเราเพิ่งเก็บได้แค่ครึ่งถังเอง พวกเธอทำได้ยังไงกันเนี่ย”
เถียนไฉ่ฮวาที่ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “เทียบกันไม่ได้หรอกจ้ะ พวกเธอมาเที่ยวเล่นสนุกๆ แต่พวกเรามาเพื่อหาอาหารประทังชีวิตนะ”
หากจะพูดให้ดูดีหน่อยก็คือ พวกเขามาเพื่อสัมผัสประสบการณ์ชีวิต ในขณะที่อีกฝ่ายมาเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ฝ่ายแรกจึงเก็บของทะเลไปพอเป็นพิธี แต่ฝ่ายหลังต้องทุ่มเทสุดกำลัง
คำพูดของเถียนไฉ่ฮวาทำให้ทั้งเจียงตงและจางฟู่เหยียนรู้สึกเก้อเขินขึ้นมาเล็กน้อย
ในจังหวะนั้นเอง โจวเฉิงเซินก็พาหร่วนถัง โอวหมิ่นหลิง และเด็กๆ ทั้งสองคนเดินมาสมทบ ในมือของเขาถือถังสองใบที่เต็มไปด้วยหอยและหอยงวงช้างที่พวกเขาช่วยกันเก็บมา
“น้ำเริ่มขึ้นแล้ว เราน่าจะกลับกันได้แล้วนะ”
โจวเฉิงเหล่ยโยนหอยงวงช้างตัวสุดท้ายลงในกระสอบป่าน ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ไปกันเถอะครับ”
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว แม่โจวได้เตรียมข้าวต้มขาวร้อนๆ และผัดหมี่รอไว้เรียบร้อย
โจวเฉิงเหล่ยรับหน้าที่จัดการกับปูที่จับมาได้ ในขณะที่เจียงเซี่ยก็นำกุ้งและหอยต่างๆ ไปล้างทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่ว โจวเฉิงเซินช่วยแกะหอยนางรมเพื่อเอาเนื้อออกมา ส่วนโจวเฉิงซินก็นำหอยงวงช้างมาล้างแล้วเตรียมทำเมนูหอยงวงช้างนึ่งวุ้นเส้น
ส่วนเถียนไฉ่ฮวานั้นรับหน้าที่ล้างไส้เดือนทะเล ซึ่งโจวเฉิงซินขุดมาได้เกือบสองจิน ไส้เดือนทะเลนั้นเต็มไปด้วยทราย จำเป็นต้องใช้ไม้ไผ่เล็กๆ พลิกกลับด้านในออกมาเพื่อล้างทรายออกให้หมดจดก่อนจะนำไปปรุงอาหารได้
แม่โจวลงมือทำข้าวต้มทะเลรวมมิตรหม้อใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งหอยนางรม กุ้ง ปู เนื้อหอยนางรม ไส้เดือนทะเล และเนื้อหมูสับ เถียนไฉ่ฮวาเองก็ไม่น้อยหน้า เธอโชว์ฝีมือทำผัดหอยตลับรสเด็ด หอยงวงช้างนึ่งวุ้นเส้น และหอยหวาน หอยจีบ กับหอยแครงขนลวกจานโต
ทางด้านเจียงเซี่ยและโจวเฉิงเหล่ย หลังจากที่ป้อนนมและกล่อมลูกๆ ทั้งสามจนหลับใหลไปแล้ว ก็ออกมาร่วมวงรับประทานอาหารกลางวันที่แม้จะล่าช้าไปบ้าง แต่ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและครื้นเครง
หลังจบมื้ออาหาร ทุกคนก็นั่งพูดคุยสัพเพเหระกันอย่างออกรส จนเวลาล่วงเลยไปถึงสี่โมงเย็น เจียงเซี่ยจึงลุกขึ้นไปเตรียมของฝาก เธอใช้ถุงตาข่ายบรรจุของทะเลที่แต่ละคนเก็บมาได้จนเต็ม
โจวอิ๋งและโจวโจวที่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาพูดพร้อมกันว่า “คุณอาสะใภ้เล็กคะ เอาของที่หนูเก็บได้ให้พี่สาวทั้งสามคนกลับบ้านไปด้วยนะคะ หนูให้พวกพี่เขาค่ะ”
“ของหนูด้วยนะคะ เอาไปให้พี่ๆ ด้วยค่ะ”
“ได้จ้ะ” เจียงเซี่ยตอบรับด้วยรอยยิ้ม
เธอจัดแจงของทะเลใส่ถุงตาข่ายจนเต็มหลายใบ จากนั้นก็ไปตักปลาแห้งชนิดต่างๆ อย่างละหนึ่งถึงสองจินใส่ถุงเพื่อให้พวกเขานำกลับไปเป็นของฝาก
หร่วนถังและโอวหมิ่นหลิงต่างรู้สึกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง การมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้รับการต้อนรับอย่างดีและอิ่มหนำสำราญแล้ว ยังได้รับของฝากติดไม้ติดมือกลับไปอีกมากมาย พวกเธอรู้สึกว่าเป็นการรบกวนครอบครัวของเจียงเซี่ยมากเกินไปแล้ว
เจียงเซี่ยเห็นท่าทีเกรงใจของทั้งสองจึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ที่บ้านฉันมีเยอะแยะเลย กินยังไงก็ไม่หมดหรอก พวกคุณเอาไปให้ที่บ้านชิมกันนะคะ ส่วนนี่เป็นของฝากคุณป้าเกาค่ะ รบกวนช่วยเอาไปให้ท่านด้วยนะคะ”
การมาเยือนของหร่วนถังและโอวหมิ่นหลิงในครั้งนี้ไม่ได้มามือเปล่า แต่ถึงแม้ว่าทั้งสองจะมาโดยไม่มีของติดไม้ติดมือมาเลยก็ตาม ด้วยน้ำใจที่คุณป้าเกาและหัวหน้าบรรณาธิการฝานมีให้เธอเสมอมา เจียงเซี่ยก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเธอกลับไปมือเปล่าอย่างแน่นอน
เจียงเซี่ยส่งสัญญาณให้น้องชายช่วยขนของทั้งหมดขึ้นรถ โจวเฉิงเหล่ยได้เตรียมพร้อมไว้แล้วโดยการนำกระดาษแข็งและถุงพลาสติกมาปูรองที่ท้ายรถเพื่อป้องกันความสกปรก เจียงตงรับคำสั่งพี่สาวอย่างแข็งขัน เขายกถุงของฝากทีละใบขึ้นไปจัดวางบนรถอย่างเรียบร้อย
จากนั้นเจียงเซี่ยและโจวเฉิงเหล่ยก็ขับรถตามรถของน้องชายไปยังท่าเรือ พวกเขาตั้งใจจะซื้อปลาทะเลสดๆ เพิ่มเติมให้พวกเขานำกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย วันนี้เป็นวันที่พ่อเจียงจะกลับมาบ้าน ซึ่งท่านโปรดปรานการทานปลาเป็นชีวิตจิตใจ
โชคดีที่เรือประมงของที่บ้านเพิ่งกลับเข้าฝั่งพอดี โจวเฉิงเหล่ยจึงคัดเลือกปลาเนื้อดีรสอร่อยหลายตัวเพื่อให้พวกเขานำกลับไป
เมื่อเห็นว่าหร่วนถังและโอวหมิ่นหลิงยังคงมีท่าทีเกรงใจอยู่ เจียงเซี่ยจึงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ นี่เป็นปลาจากเรือประมงของบ้านเราเอง ไม่ได้เสียเงินซื้อซักหน่อย”
เจียงตงไม่รอช้า เขารับของทั้งหมดมาจัดวางบนรถอย่างไม่คิดเกรงใจ กับพี่สาวของเขาแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย
ขณะที่รถจี๊ปกำลังเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน พวกเขาก็สวนทางกับเลี่ยวรุ่ยเสียงที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์โดยมีหลี่ซิ่วเสียนนั่งซ้อนท้ายกลับมา
เจียงตงกำลังจะเอ่ยปากทักทายตามประสาคนรู้จัก แต่จางฟู่เหยียนก็รีบดึงแขนเขาไว้เสียก่อน “นายลืมไปแล้วเหรอ”
เจียงตงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ “เออ จริงด้วย เกือบลืมไปเลย”
โอวหมิ่นหลิงซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “ลืมอะไรเหรอ”
จางฟู่เหยียนจึงอธิบายให้ฟัง “ผู้หญิงที่นั่งซ้อนท้ายเมื่อกี้นี้ คืออดีตภรรยาของพี่รองโจวน่ะ”
โอวหมิ่นหลิงซึ่งทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนมีความสนใจในเรื่องซุบซิบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอจึงเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้ “พี่รองโจวหย่าแล้วเหรอ ทำไมล่ะ”
เธอมองไม่ออกเลยจริงๆ
“ภรรยาของเขานอกใจตอนที่ยังไม่หย่ากัน”
คำตอบนั้นทำให้หร่วนถังที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอหันไปมองตามทางที่รถจักรยานยนต์คันนั้นเพิ่งแล่นผ่านไป ในใจพลันเกิดคำถามขึ้นมา... ผู้ชายอย่างเขา ภรรยายังนอกใจได้ลงคออีกหรือ
(จบบท)
ผู้แปล J
เพจ: Jnovelread