สองร้อยหยวน มากกว่าค่าแรงรายเดือนของพนักงานประจำในเมืองเสียอีก
พอหญิงวัยกลางคนเห็น เงินก้อนนั้นทำให้ความไม่พอใจบนใบหน้าหายวับไปทันที
แล้วเมื่อเธอเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่ทำให้เจียงเป่าไห่ละสายตาไม่ได้ในห้อง ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจทันที
เกรงว่านี่อาจเป็นแผนที่ตั้งใจให้เธอพาคนมาในวันนี้ เพื่อทำให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าใจผิด คิดว่าเจียงเป่าไห่เป็นผู้ชายที่เนื้อหอมมาก
ทำธุรกิจนี่ช่างหัวหมอจริงๆ
หญิงวัยกลางคนยิ้มให้เจียงเป่าไห่ หยิบซองแดงแล้วรีบตามเด็กสาวที่วิ่งออกไป
ในใจยังอดทึ่งไม่ได้ ว่าเจียงเป่าไห่ช่างใจกว้างเหมือนที่คนข้างนอกพูดไว้จริงๆ
ฟางเสี่ยวอวี่เองก็คิดว่าหัวหน้าตัวเองนี่ช่างใจกว้างเกินไป
รู้อย่างนี้ ถ้ามีซองแดงไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เขาควรจะพาญาติผู้หญิงจากบ้านมาลองดูบ้าง อย่างน้อยก็ได้เงินติดมือกลับไปสักพันสองพัน แบบนั้นคงดีไม่น้อย
แต่ความคิดนี้ก็เป็นแค่คิดเท่านั้น ให้ทำจริงๆ เขาไม่กล้า!
หลังส่งแม่สื่อออกไปแล้ว ฟางเสี่ยวอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเกาฉิงเหออีกสองสามครั้ง
หน้าตาสวยจริง แต่สิ่งที่ยากจะหาได้ยิ่งกว่าคือท่าทางที่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป
จะอธิบายอย่างไร เขาก็พูดไม่ถูก รู้แค่ว่าเจ้านายของเขาที่วนเวียนอยู่แถวนี้ไม่ยอมไปไหนแน่นอนว่ามีใจให้ผู้หญิงคนนี้!
“หัวหน้า ทางโรงอาหารเตรียมไว้แล้ว จะให้ยกมาเลยไหมครับ?” ฟางเสี่ยวอวี่ถาม
เจียงเป่าไห่พยักหน้าเบาๆ แต่สายตายังคงจ้องเกาฉิงเหอไม่ละไปไหน
ฟางเสี่ยวอวี่แอบถอนหายใจเบาๆ รีบไปจัดการเรื่องอาหารทันที
“คุณคือเจียงเป่าไห่ใช่ไหมคะ?”
เกาฉิงเหอเหมือนไม่เคยเจอผู้ชายตรงประตูมาก่อน น้ำเสียงแฝงความเขินอายเล็กน้อย ปนด้วยความอยากรู้และการลองเชิง เอ่ยถามออกมาเบาๆ
ริมฝีปากของเจียงเป่าไห่โค้งขึ้นน้อยๆ เขาพยักหน้า ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเล็กนั้น
ทันทีที่เห็นเจียงเป่าไห่ในวัยยี่สิบห้า เกาฉิงเหอรู้สึกดีใจจากใจจริง
หนุ่มนี่มันดีจริงๆ ทั้งรูปร่างดี ใบหน้าก็ยังสดใส
วันนี้เจียงเป่าไห่ใส่สูทสีดำบ่ากว้าง ด้านในสวมเชิ้ตเปิดคอสีแดงเข้ม คอมีสร้อยทองเส้นโตพาดอยู่
สไตล์นี้ ถ้าเป็นใครใส่คงดูเชย แต่เมื่ออยู่บนตัวเขากลับมีเสน่ห์แบบสบายๆ เท่ๆ
สีแดงกับทองช่วยดึงจุดเด่น ทำให้ความหม่นของสูทสีดำหายไป
ไหล่กว้าง เอวคอด หุ่นสูงเพรียวชัดเจน
ปกคอเสื้อเปิดต่ำจนเห็นหน้าอกครึ่งหนึ่ง สร้อยทองเส้นหนาวางพาดบนกระดูกไหปลาร้าที่ชัดเจน ผิวที่ตัดกับเสื้อสีแดงยิ่งดูขาวสะอาด
สายตาของเกาฉิงเหอเป็นประกายขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังอดบ่นในใจไม่ได้ ว่าอากาศหนาวขนาดนี้ยังกล้าโชว์คอไม่กลัวหนาวหรือยังไง
ห้องเล็กนี้จริงๆ แล้วก็คือห้องรับแขกส่วนตัวที่เจียงเป่าไห่ชอบใช้จัดเลี้ยงลูกน้อง
ในห้องมีโต๊ะกลม เขาผายมือเชิญให้นั่ง
เกาถฉิงเหอเรียกน้องชายเข้ามา แล้วแนะนำตัวเองว่า:
“ฉันชื่อเกาฉิงเหอ นี่คือน้องชายของฉัน เกาฉิงเมียว”
เกาฉิงเมียวก็รูปร่างสูงใหญ่ แต่เมื่อเจียงเป่าไห่ปรายตามา เขากลับรู้สึกถึงออร่าของคนใหญ่คนโตจนเผลอพูดออกไปว่า:
“สวัสดีครับพี่เขย!”
รอยยิ้มสุภาพที่เจียงเป่าไห่เพิ่งจะยกขึ้นถึงกับค้างคา
“...”
บรรยากาศเงียบจนแทบได้ยินเสียงหายใจ
เกาฉิงเหอสูดลมหายใจลึก ก่อนยกเท้าใต้โต๊ะเหยียบใส่น้องชายแรงๆ
เกาฉิงเมียวเจ็บจนร้อง “โอ๊ย” ออกมา มองตาพี่สาวที่เต็มไปด้วยโทสะ เขาอยากจะอธิบาย แต่ยิ่งพูดยิ่งเละจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
สุดท้ายก็ก้มหน้า หงอ เหมือนเด็กสองร้อยกว่าดเดือนที่เพิ่งทำผิด
เกาฉิงเหอหันไปมองเจียงเป่าไห่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้สอนให้เขาพูด คุณจะเชื่อไหม?”
สีหน้าแข็งทื่อของเจียงเป่าไห่ค่อยๆ คลายลง ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
“น้องชายคุณก็ตลกดีนะ”
ฟางเสี่ยวอวี่พาคนมาเสิร์ฟอาหาร ทำให้บรรยากาศที่อึดอัดถึงขีดสุดกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
หัวหน้าครัวจัดอาหารหกอย่างหนึ่งซุป มีทั้งเนื้อทั้งผัก ปริมาณเต็มที่ ดูแล้วน่ากินมาก
แต่เกาฉิงเหอกลับขมวดคิ้วทันที
อาหารทั้งหกจานใส่กระเทียมหมดทุกจาน แม้แต่ซุปยังลอยกระเทียมบดเต็มไปหมด
“คุณชอบกินกระเทียมมากเหรอครับ?” เกาฉิงเมียวถามอย่างประหลาดใจ
เจียงเป่าไห่ตอบสั้นๆ “อืม ทำไมเหรอ พวกคุณไม่กินกระเทียมหรือ?”
เกาฉิงเมียวมองพี่สาว “พี่ผมไม่กินครับ”
“อ๋อ” น้ำเสียงเจียงเป่าไห่เรียบเฉย “งั้นก็ขอโทษด้วยนะ”
พูดจบก็หยิบตะเกียบตักอาหารกินเองโดยไม่คิดจะเปลี่ยนอาหารเลย
เห็นพี่น้องคู่นั้นไม่แตะตะเกียบ เขายังอธิบายด้วยเจตนาดี
“ช่วงนี้งานเยอะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไร ถ้าไม่รังเกียจ ขอให้ผมกินก่อนสักหน่อยนะ”
เกาฉิงเมียวรีบโบกมือ “เชิญเลยครับ เชิญเลย กินเยอะๆ”
ว่าแล้วเขาก็ตักเนื้อเข้าปากเองด้วย รสชาติอร่อยจนยิ้มออกมา
เกาฉิงเหอวางตะเกียบลง หันไปรินชาให้ตัวเอง จิบเบาๆ
เธอเหลือบตาไปมองเจียงเป่าไห่ที่ตั้งใจหลีกเลี่ยงตักกระเทียมอย่างจงใจในใจอดหงุดหงิดไม่ได้
นี่เขายังโกรธเรื่องครั้งก่อนที่เธอเบี้ยดนัดอยู่หรือไง เลยทำท่าทางเด็กๆ แบบนี้?
เฮอะ ผู้ชาย...
ไม่รู้ว่าเขาไปสืบมาจากไหน ถึงได้รู้ว่าตัวเองเกลียดกระเทียมที่สุด
ปกติถ้าเกาฉิงเหอคิดจะดีกับใครแล้ว ไม่มีใครต้านทานได้ เธอเองก็มีท่าทีที่อยากชดเชยและอดทนกับเจียงเป่าไห่ในตอนนี้
ทั้งๆ ที่ท้องหิว แต่เจออาหารเต็มโต๊ะที่ใส่กระเทียมหมด เธอกลับไม่โกรธเลย
ไม่คิดว่าผู้ชายคนนี้ยังมีมุมเด็กๆ แบบนี้อยู่ด้วยซ้ำ
แถมยังน่ารักอีกต่างหาก เกาฉิงเหอคิดในใจ
สองคนนั่งเผชิญหน้ากัน
เจียงเป่าไห่รู้สึกได้ถึงสายตาของเกาฉิงเหอที่จับจ้องอยู่ที่ตัวเอง
ใบหน้าเขาดูนิ่งสงบ กิริยาท่าทางไม่ถึงกับสุภาพ แต่ก็ไม่หยาบคาย
ในใจเขาเริ่มมั่นใจตามที่คาดไว้จนแน่ชัด และยิ่งไปกว่านั้นกลับเกิดความสะใจแผ่ซ่านไปทั้งร่าง!
ตั้งแต่แรกเห็นเกาฉิงเหอในชุดสีน้ำเงินขาวอ่อนหวาน ก็เหมือนสาวน้อยวัยยี่สิบเต็มตัว
แต่ผู้หญิงวัยยี่สิบปกติที่เจอกันครั้งแรก จะกล้ามองชายหนุ่มตรงๆ แบบนี้หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น วิธีที่เธอจัดการเด็กสาวคนนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่เกาฉิงเหอวัยยี่สิบจะทำได้เลย
เพียงแค่มองครั้งเดียว เจียงเป่าไห่ก็มั่นใจแล้ว
ผู้หญิงสารเลวนั่นกลับมาแล้วจริงๆ!
แค่คิดก็ทำให้เขาสะใจจนตัวสั่น
คราวนี้เขาไม่ได้ถือว่ารังแกอีกฝ่ายหรอก เพราะผู้หญิงตรงหน้าก็ไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อะไร!
เจียงเป่าไห่กินอาหารไปพลาง ในหัวก็ผุดขึ้นมานับร้อยวิธีที่จะทำให้เกาฉิงเหอต้องเจ็บปวด
เพียงแค่คิดก็อยากจะเอากระเทียมทั้งจาน ยัดเข้าปากเธอทันที
อยากเห็นเธอน้ำตาคลอ วิงวอนให้เขาให้อภัย
เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายใจกว้างขนาดนั้นหรือ ที่จะยอมทนให้เมียเก็บผู้ชายอื่นไว้ในใจไปตลอดชีวิต?!
ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขากินข้าวไปสองชามใหญ่เพราะมัวแต่เพลิดเพลินอยู่กับภาพการแก้แค้นในหัว
แต่เดี๋ยวนะ...เหมือนมีอะไรไม่ถูกต้อง
ทำไมสายตาผู้หญิงตรงหน้าถึงประหลาดนัก?
เขาจงใจใส่กระเทียมทุกจานเพื่อไม่ให้เธอกินได้ แล้วทำไมเธอถึงยังไม่คว่ำโต๊ะ?
เจียงเป่าไห่อาจไม่เคยเจอเกาฉิงเหอตอนอายุยี่สิบ แต่ตั้งแต่อายุยี่สิบสามจนถึงหกสิบ เขารู้จักนิสัยเธอดีที่สุด!
ถ้าใครกล้าทำให้เธออดข้าว เธอจะคว่ำโต๊ะทันที
เธอกินไม่ได้ ก็ไม่มีใครได้กินเหมือนกัน!