รวนเหมิงจุนต้องเดินทางจากใจกลางเมืองมายังชานเมืองทางใต้เป็นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตร
คนขับรถลากที่พาเธอมาถึงกับหอบเหนื่อยเมื่อจอดรถ
เธอยื่นเงินเพิ่มให้อีกห้าสิบเซ็นต์ พร้อมพูดว่า
"ถ้าลุงยังไม่รีบไปไหน รอฉันอยู่แถวนี้ได้ไหมคะ? พอฉันเสร็จธุระแล้ว ช่วยพาฉันกลับเข้าเมืองด้วย"
คนขับรับเงินไว้ พลางยิ้มตอบ
"ได้สิ แถวนี้หางานยาก ไหน ๆ ก็ขับมาถึงแล้ว ฉันรอเธอก็ได้"
รวนเหมิงจุนลงจากรถ แล้วเริ่มสอบถามชาวบ้านในละแวกนั้น
หญิงที่เธอตามหาเป็นคนมีชื่อเสียงในย่านนี้
แต่ทันทีที่เธอเอ่ยถาม สีหน้าของชาวบ้านก็เปลี่ยนไป ทุกคนต่างหลบเลี่ยงคำถาม
แม้จะรู้จักหญิงคนนั้น แต่เพราะทางการรณรงค์ต่อต้านความเชื่อโชคลางมานาน หลายคนจึงไม่กล้าเอ่ยถึง
ไม่ว่าเธอจะถามใคร คำตอบก็มีเพียง
"ไม่รู้"
"ไม่เคยเห็น"
"ไม่เคยได้ยิน"
รวนเหมิงจุนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เธอนึกถึงคำเตือนของพระหนุ่มแห่งวัดบนเขาหย่า ที่เคยบอกว่า หมอผีมักสร้างกรรมและทำร้ายผู้คน
บางทีคนเหล่านี้อาจไม่ยอมพูด เพราะไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องพวกนั้น
แต่เธอไม่ได้คิดทำร้ายใคร สิ่งที่เธอต้องการมีเพียงความจริง...เพื่อหาคนที่ฆ่าแม่ของเธอ
เธอเดินวนอยู่ทั่วหมู่บ้านเกือบครึ่งชั่วโมง
จนกระทั่งเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นเกม "อินทรีจับลูกไก่" กันอย่างสนุกสนาน
รวนเหมิงจุนเดินเข้าไปยังร้านขายของชำ ซื้อขนมมาห่อหนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปหาเด็ก ๆ
"เด็ก ๆ พี่มีเกมสนุก ๆ จะเล่น แต่พี่เล่นคนเดียวไม่ได้ ใครอยากมาเล่นกับพี่บ้าง? ถ้าเล่นเก่ง พี่มีขนมให้ด้วยนะ"
ทันทีที่เห็นขนม เด็ก ๆ ต่างยกมือกันจ้าละหวั่น
"ฉัน!"
"ฉันด้วย!"
"พี่สาวจะให้ขนมจริงเหรอ?"
รวนเหมิงจุนยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า
"เกมนี้ชื่อว่า 'ทายสิว่าใคร' พี่จะบอกลักษณะของคนคนหนึ่ง ถ้าใครตอบถูก จะได้ขนมเป็นรางวัล"
"ได้เลย!"
เด็ก ๆ ตอบพร้อมกันอย่างกระตือรือร้น
รวนเหมิงจุนนั่งยอง ๆ วางขนมไว้ข้างตัว แล้วพูดช้า ๆ
"คนที่พี่กำลังหาเป็นผู้หญิง อายุประมาณห้าสิบปี อยู่คนเดียว เวลาใครเดือดร้อนก็มักไปหาเธอ
เธอทำตุ๊กตาผ้า เขียนอะไรบางอย่างลงบนตุ๊กตาด้วยหมึกสีแดง แล้วก็ผูกเชือกแดงไว้รอบคอ"
เธอมองเด็ก ๆ ทีละคน
"มีใครรู้ไหมว่าเป็นใคร?"
เด็กคนหนึ่งรีบยกมือ
"ฉันรู้! ยายหลิว!"
"ป้าฉันเคยไปให้ยายหลิวทำตุ๊กตาให้"
อีกคนรีบพูดเสริม "ใช่! ยายหลิวช่วยรักษายายของฉันด้วย"
รวนเหมิงจุนยิ้ม ก่อนหยิบขนมแจกให้เป็นรางวัล
"เก่งมาก"
จากนั้นเธอก็ถามต่อ
"คำถามรอบสอง ใครบอกพี่ได้ว่าบ้างว่าบ้านยายหลิวอยู่ที่ไหน?"
"ง่ายนิดเดียว!"
เด็กชายคนหนึ่งรีบตอบ
"อยู่หมู่บ้านด้านหลัง ข้าง ๆ วัด"
เด็กอีกคนรีบทำหน้างอ
"ฉันก็รู้ แต่ตอบช้าไป"
"พี่สาว ขอขนมฉันด้วยสิ"
รวนเหมิงจุนหัวเราะเบา ๆ แล้วแบ่งขนมให้เด็กทุกคน จากนั้นจึงรีบเดินไปยังหมู่บ้านด้านหลังทันที
แม้จะดูอยู่ไม่ไกล แต่กว่าเธอจะเดินไปถึง ก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง
ไกลออกไป วัดเล็ก ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น บ้านของหมอดูตั้งอยู่ติดกับวัดจริง ๆ
เป็นบ้านไม้ธรรมดาหลังหนึ่ง
เพราะเจ้าของอยู่เพียงลำพัง ตัวบ้านจึงดูเงียบเหงา วัชพืชขึ้นรกไปทั่วบริเวณ
รวนเหมิงจุนเดินเข้าประตูหน้า
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังแว่วมาจากด้านใน ปะปนกับเสียงพึมพำคล้ายบทสวด
เธอไม่ได้ผลีผลามเข้าไป แต่ยืนรออยู่หน้าประตูเงียบ ๆ
ผ่านไปกว่าสิบนาที หญิงสาวคนหนึ่งจึงเดินออกมา
ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำตายังไม่ทันแห้ง
เมื่อเห็นรวนเหมิงจุนยืนอยู่ หญิงสาวก็ตกใจ รีบก้มหน้าเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว
เมื่อด้านในกลับสู่ความเงียบ รวนเหมิงจุนจึงผลักประตูเข้าไป
ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นไหม้อ่อน ๆ ก็ลอยมาแตะจมูก คล้ายกลิ่นเส้นผมไหม้ปะปนกับกลิ่นสมุนไพร
เธอเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ แสงในห้องยิ่งมืดลง จนมาหยุดอยู่หน้าห้องด้านใน
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่หน้ารูปปั้นประหลาด
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวสีดำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าแต้มสัญลักษณ์สีแดงเต็มไปหมด
สองมือประนมไว้แนบอก พึมพำบทสวดราวกับตกอยู่ในภวังค์ ถึงกับไม่รู้ว่ามีคนเดินเข้ามา
รวนเหมิงจุนกระแอมเบา ๆ
หมอดูหยุดสวด เงยหน้ามองเธอเพียงแวบเดียว ก่อนก้มหน้าสวดต่อ ราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
รวนเหมิงจุนยืนรออย่างเงียบ ๆ
ไม่นาน หมอดูก็ลุกขึ้น นั่งตัวตรง แล้วโบกมือเรียก
"เข้ามา"
"เขียนวันเดือนปีเกิดของเจ้าลงบนกระดาษ แล้วบอกมาว่าอยากขอพรเรื่องอะไร"
รวนเหมิงจุนเดินเข้าไปนั่งตรงข้าม เธอหยิบกระดาษกับปากกา เขียนวันเดือนปีเกิดของตัวเองลงไป
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
"ฉันไม่ได้มาขอพรให้ตัวเอง"
"ฉันมาตามหาความจริง... เพื่อคนที่เกิดวันเดียวกับฉัน"
หมอดูขมวดคิ้ว มองวันเดือนปีเกิดบนกระดาษ แล้วตอบอย่างเย็นชา
"ฉันไม่รับสวดแทนคนอื่น ถ้าใครอยากขอพร ก็ให้คนนั้นมาด้วยตัวเอง"
รวนเหมิงจุนมองอีกฝ่ายตรง ๆ
"เธอมาเองไม่ได้"
"ถ้ามาได้ ฉันก็คงไม่ต้องมาที่นี่หรอก"
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่ง
"คุณไม่ใช่หมอดูที่มีชื่อเสียงหรือ? เรื่องแค่นี้คงไม่ยากหรอก หรือว่าคุณไม่ได้มีความสามารถจริง?"
"แค่ถามแทนคนอื่นก็ทำไม่ได้งั้นเหรอ?"
สีหน้าของหมอดูเริ่มไม่น่าดู แต่เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ของรวนเหมิงจุน เธอก็จำใจหยิบดวงชะตาขึ้นมา
มือทั้งสองเริ่มขยับเป็นจังหวะ พร้อมพึมพำคาถาเบา ๆ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจึงลืมตาขึ้น
"บอกฉันมา"
"ทำไมคนคนนั้นถึงมาเองไม่ได้?"
"เธอเป็นอะไร?"
รวนเหมิงจุนเม้มริมฝีปาก
"ก็ไม่ได้เป็นอะไร"
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่ออย่างราบเรียบ
"แค่ตายไปเมื่อสามปีก่อน"
"เธอมาหาฉันในฝัน ขอให้ฉันมาถามว่า... ใครคือคนที่ฆ่าเธอ"
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น สีหน้าของหมอดูก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
เธอฟาดมือลงบนโต๊ะเสียงดัง กระดาษปลิวกระจัดกระจาย
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!"
"เจ้าจะให้ฉันทำนายเรื่องคนตาย?"
"เจ้าคิดจะเล่นงานฉันใช่ไหม!"
"ใครส่งเจ้ามา!"
รวนเหมิงจุนหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเยียบจนชวนขนลุก
ภายใต้แสงสลัว ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงก่ำ ราวกับถูกย้อมด้วยเลือด
วินาทีต่อมา เธอชักมีดสั้นออกจากแขนเสื้อ กระโดดข้ามโต๊ะในพริบตา
กดหมอดูล้มลงกับพื้น พร้อมจ่อปลายมีดแนบเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอ
เธอก้มลงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ไม่มีใครส่งฉันมาหรอก"
"ในเมื่อคุณทำนายชะตาคนอื่นได้..."
"ทำไมไม่ลองทำนายชะตาของตัวเองดูบ้างล่ะ"
ปลายมีดกดลึกลงอีกนิด "ว่าหรือไม่... วันนี้จะเป็นวันตายของคุณ"