บทที่ 38: เปิดใช้งานร้านค้าในระบบ
บรรยากาศภายในบ้านตระกูลหลินเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเมื่อมีการพูดคุยถึงแผนการซ่อมแซมบ้าน หลินชิงมู่ผู้เป็นพี่ชายคนรองจากน้องคนสุดท้องรีบเสนอตัวขึ้นเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ถังถังไม่ต้องกังวลนะ พี่กับพี่รองอาจจะไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องเรี่ยวแรงล่ะก็ พวกพี่มีเหลือเฟือ”
หลินชิงสุ่ยรีบเสริมขึ้นมาทันทีอย่างไม่ยอมน้อยหน้า
“ใช่แล้ว พี่น้องคนกันเองจะมาพูดเรื่องรบกวนหรือไม่รบกวนทำไม มีอะไรน้องก็บอกมาตรงๆ ได้เลย”
หลินชิงมู่พยักหน้าสนับสนุนคำพูดนั้นอย่างจริงจัง “ขอแค่ทำแล้วสำเร็จ อย่าว่าแต่งานหนักงานเหนื่อยเลย ให้น้องสั่งให้พี่ไปแบกหินบนภูเขา พี่ก็ทำได้ไม่มีบ่น”
สำหรับพวกเขาแล้ว ขอเพียงแค่คนในครอบครัวได้กินอิ่มท้อง การต้องออกแรงทำงานหนักเพียงเท่านี้ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย
หลินถังมองดูพี่ชายทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจ เธอพยักหน้าเบาๆ พลางส่งยิ้มหวาน
“ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนพี่สามแล้ว พรุ่งนี้พี่ช่วยขึ้นเขาไปขนหินลงมาหน่อยนะคะ”
หลินชิงมู่ถึงกับชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงง “หือ? ขนหิน... ขนหินมาทำไมหรือ”
เขาแค่เปรียบเปรยเฉยๆ ว่ายินดีทำทุกอย่าง แต่ไม่คิดว่าน้องสาวจะให้ไปขนหินจริงๆ
หลินถังอธิบายด้วยน้ำเสียงสดใส “คอกหมูของเราเก่ามากแล้วค่ะ หนูว่าต้องซ่อมแซมสักหน่อย ถ้าใช้หินมาก่อล้อมไว้ก็จะแข็งแรงทนทาน ทำทีเดียวจบปัญหาไปเลย ส่วนเรื่องประตูคอกหมูคงต้องใช้ไม้ทำ หน้าที่นี้หนูขอยกให้พี่ใหญ่นะคะ หนูเห็นกรงกระต่ายที่พี่ใหญ่ทำแล้วฝีมือดีมากเลย”
หญิงสาวชี้ชวนให้มองไปที่กรงกระต่ายตรงมุมลานบ้าน มันเป็นกรงที่สร้างจากไม้ขนาดเท่ากันเรียงตัวสวยงาม ด้านในปูด้วยหญ้าแห้งหนานุ่ม ด้านบนมีฝาปิดเปิดที่ออกแบบมาอย่างประณีต ฝีมือช่างไม้ของพี่ใหญ่ไม่ธรรมดาจริงๆ
หลินชิงซานยืดอกขึ้นทันทีเมื่อได้รับคำชม เขาตบหน้าอกตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตามองน้องชายทั้งสองด้วยความภาคภูมิใจ
“ได้เลย! งานนี้พี่รับประกัน วางใจพี่ได้เลย พี่จะทำให้สุดฝีมือ รับรองว่าน้องต้องถูกใจแน่นอน”
เห็นไหมล่ะ ในสายตาของน้องสาว เขานี่แหละคือพี่ชายที่พึ่งพาได้ที่สุด สมกับเป็นพี่ใหญ่ที่น้องรักและไว้วางใจ
ตัดภาพมาที่หลินชิงมู่ที่ตอนนี้ทำหน้ามุ่ยด้วยความน้อยใจ เขามองหลินถังด้วยสายตาตัดพ้อราวกับเด็กน้อยที่ถูกแย่งของเล่น
พี่ใหญ่ได้งานช่างไม้อย่างการทำประตู แต่ทำไมเขาต้องไปเป็นกรรมกรแบกหินด้วยล่ะ?
ในใจมันช่างน่าน้อยใจนัก!
หลินถังสังเกตเห็นอาการแง่งอนของพี่ชายคนดี เธอจึงแอบแกะเปลือกกระดาษลูกอมเม็ดหนึ่ง แล้วอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัว ยัดลูกอมสีขาวนวลเข้าปากพี่สามทันที
“อุ๊บ... นี่... นี่คืออะไรเนี่ย?” หลินชิงมู่ถามเสียงอู้อี้ ขนมยังคาอยู่ในปาก
ทว่าวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง รสสัมผัสหวานละมุนแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น กลิ่นหอมของนมเข้มข้นอบอวลอยู่ในโพรงปาก
รสชาตินี้มัน... สวรรค์ชัดๆ!
หลินถังหัวเราะคิกคักพลางเฉลย “ลูกอมกระต่ายขาวไงคะพี่สาม อร่อยไหม?”
จากนั้นเธอก็ล้วงลูกอมออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนในครอบครัวคนละหนึ่งเม็ด แต่สำหรับพวกหลานๆ ตัวน้อย เธอไม่ได้แจกให้เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว การให้เด็กกินขนมหวานก่อนนอนคงไม่ดีต่อสุขภาพฟัน
หลินจื้อเฉิง หูโถว หนิวหนิว และหลินจื้อเซวียน ต่างมองลูกอมในมือผู้ใหญ่ตาละห้อย น้ำลายแทบไหล ใบหน้าเล็กๆ ฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
หลินถังเห็นดังนั้นจึงก้มลงพูดปลอบโยนเด็กๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่นานเหล่าตัวแสบก็พยักหน้าเข้าใจและยอมเช็ดน้ำลายที่มุมปาก เลิกงอแงจะกินในตอนนี้แต่โดยดี
ทางด้านหลินชิงซานและหลินชิงสุ่ย สองคุณพ่อผู้รักลูกยิ่งชีพ ต่างก็ไม่กล้ากินส่วนของตัวเอง พวกเขาตั้งใจจะเก็บไว้ให้ลูกๆ กินในวันหลัง จึงได้แต่ขอบคุณน้องสาวและเก็บลูกอมใส่กระเป๋าเสื้อไว้อย่างทะนุถนอม
หนิงซินโหรวรับลูกอมมาจากน้องสามีด้วยความเกรงใจ เธอมองเม็ดขนมสีขาวในมือแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ถังถัง... ลูกอมนี่ราคาแพงจะตาย เธอเก็บไว้กินเองเถอะ เอามาให้พวกพี่ทำไมกัน”
ยังไม่ทันที่หลินถังจะได้อ้าปากตอบ โจวเหมย พี่สะใภ้รองผู้ปากไวก็จัดการโยนลูกอมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ พร้อมกับพูดแทรกขึ้นมา
“โอ๊ย พี่สะใภ้ใหญ่ น้องเล็กให้อะไรก็รับไว้เถอะน่า ใครใช้ให้ถังถังของพวกเราเป็นคนใจกว้างแบบนี้ล่ะ ในใจแกก็มีแต่พวกเราที่เป็นพี่สะใภ้นั่นแหละ”
สำหรับโจวเหมยแล้ว ของกินมีค่าเสมอ จะมัวมานั่งเกรงใจทำไมให้เสียของ
หนิงซินโหรวได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออก นี่มันตรรกะของคนเห็นแก่กินชัดๆ แต่จะเถียงก็เถียงไม่ออก
หลินถังยิ้มบางๆ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ “พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ กินเถอะ ถือว่าล้างปากด้วยของหวาน จะได้ฝันดีกันทุกคน”
ชีวิตในยุคนี้มันยากลำบาก หากมีความหวานจากน้ำตาลมาช่วยเติมเต็มบ้าง หัวใจที่เหนื่อยล้าคงจะชุ่มชื่นขึ้นไม่น้อย
เมื่อตกลงเรื่องงานวันพรุ่งนี้เสร็จสิ้น สมาชิกตระกูลหลินก็แยกย้ายกันเข้านอน
ค่ำคืนนี้ ท้องอิ่มด้วยเนื้อสัตว์ ปากหวานด้วยรสลูกอม ทำให้ทุกคนหลับใหลไปพร้อมกับความฝันอันแสนสุข
เมื่อเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนในบ้านดังขึ้น หลินถังที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาโพลงในความมืด เธอเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
หญิงสาวจัดการกด ‘ลงชื่อเข้าใช้’ ประจำวัน ทันใดนั้นระบบก็แจ้งเตือนของรางวัลที่ได้รับ
ติ๊ง! ได้รับหนังสือ ‘คู่มือการเลี้ยงหมูฉบับมือใหม่’ หนึ่งเล่ม
หลินถังเลิกคิ้วสูง “มีหนังสือด้วยเหรอเนี่ย เจ้าหนูระบบ นี่เธอยังมีอะไรซ่อนไว้อีกเยอะใช่ไหม?”
ช่างเป็นของรางวัลที่รู้ใจจริงๆ เธอกำลังต้องการความรู้เรื่องนี้อยู่พอดี
[โฮสต์โปรดจงเชื่อมั่นและหมั่นลงชื่อเข้าใช้ต่อไป ขนมปังจะมีมา จักรยานจะมีมา แม้แต่วิทยุและโทรทัศน์ก็ไม่ใช่เพียงความฝัน] ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความโอ้อวด
หลินถังแค่นเสียง “ชิ” ในลำคอ สายตาฉายแววหมั่นไส้
“ฉันลงชื่อทุกวันไม่เคยขาดเลยนะ แต่จะไม่ให้บ่นได้ยังไง ก็เธอน่ะขี้งกจะตายไป”
หญิงสาวเริ่มระบายความอัดอั้น “ค่าเปิดร้านค้าระบบตั้งหนึ่งร้อยคะแนน แต่ละวันลงชื่อได้แค่สิบยี่สิบคะแนน แล้วเมื่อไหร่ฉันจะเก็บครบ เธอช่วยใจป้ำหน่อยได้ไหมยะ”
ยังไม่นับวันที่ดวงซวยสุ่มได้ของรางวัลเป็นสิ่งของ คะแนนก็ยิ่งเก็บได้ช้าลงไปอีก การที่เห็นของดีๆ ลอยอยู่ตรงหน้าแต่ไม่มีปัญญาคว้าไว้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน
[แค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้ว โฮสต์เพิ่งลงชื่อมาได้ไม่กี่วันเอง ดวงดีขนาดนี้จงพอใจเถอะ]
“ไม่ฟัง ไม่ฟัง!” หลินถังส่ายหน้าดิก ทำท่าปิดหูเหมือนเด็กเอาแต่ใจ “ตราบใดที่ยังเปิดร้านค้าไม่ได้ เธอก็คือระบบที่ไม่ได้เรื่อง!”
ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ เธอขาดแคลนปัจจัยสี่แทบทุกอย่าง การมีระบบแต่ใช้ประโยชน์จากร้านค้าไม่ได้ ก็เหมือนนั่งทับกองทองแต่ต้องแทะก้อนเกลือกิน มันน่าโมโหไหมล่ะ
ดูเหมือนคำบ่นของหลินถังจะได้ผล ระบบเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะแจ้งเตือนข้อความใหม่
[แจ้งเตือน: ลงชื่อครบหนึ่งสัปดาห์ โฮสต์ได้รับสิทธิ์หมุนวงล้อเสี่ยงโชค ต้องการใช้สิทธิ์เลยหรือไม่?]
ดวงตาของหลินถังลุกวาวขึ้นมาทันทีในความมืด “หมุนสิ รออะไร!”
สิ้นเสียงคำสั่ง วงล้อเสี่ยงโชคขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
บนช่องวงล้อเต็มไปด้วยรูปภาพสิ่งของน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สบู่ ยาสระผม ตั๋วเนื้อ ตั๋วรถจักรยาน ไหมพรม หรือแม้แต่ลูกเหม็นกันชื้น...
สินค้าสารพัดอย่างวางเรียงรายล่อตาล่อใจ
หลินถังมองรูปภาพเหล่านั้นด้วยความลังเลใจ เพราะตอนนี้เธอขาดแคลนมัน ‘ทุกอย่าง’ จริงๆ
หลังจากก่นด่าความยากจนของตัวเองในใจรอบที่ร้อย หลินถังก็กลั้นใจกดปุ่ม ‘หมุนรางวัล’
วงล้อหมุนติ้วๆ ก่อนจะค่อยๆ ช้าลง... และหยุดกึก!
[ยินดีด้วย! โฮสต์ได้รับคะแนนสะสม 666 คะแนน!]
“เฮ้ย!” หลินถังอุทานเสียงหลง ดวงตาดั่งดวงดาวเปล่งประกายเจิดจ้าแข่งกับแสงจันทร์
666 คะแนน! นี่มันแจ็กพอตแตกชัดๆ!
เมื่อรวมกับคะแนนเดิมที่มีอยู่ 39 คะแนน ตอนนี้เธอก็มีคะแนนรวมทั้งหมด 705 คะแนนแล้ว
“เจ้าหนูระบบ! แบบนี้ฉันก็เปิดร้านค้าได้แล้วใช่ไหม?”
หลินถังดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง
[ถูกต้อง การเปิดร้านค้าระบบต้องใช้ 100 คะแนน ยืนยันที่จะเปิดหรือไม่?]
“ยืนยัน! เปิดเดี๋ยวนี้เลย!” จะรอให้รากงอกหรือไง
[กำลังดำเนินการ... กรุณารอสักครู่]
ทันทีที่ระบบตอบรับ หน้าต่างอินเทอร์เฟซตรงหน้าหลินถังก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่
จากเดิมที่เป็นเพียงหน้าต่างโปร่งใสเรียบง่าย มีแค่ฟังก์ชันจับรางวัลและข้อมูลส่วนตัว บัดนี้มันได้กลายสภาพเป็นหน้าจอล้ำสมัย
มุมบนซ้ายแสดงข้อมูลโฮสต์แบบย่อ ส่วนพื้นที่หน้าจอที่เหลืออีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ อัดแน่นไปด้วยรายการสินค้าละลานตา
มีตั้งแต่ของกินพื้นฐานอย่างข้าวสาร แป้งสาลี เนื้อสัตว์ ไปจนถึงของใช้ราคาแพงระยับอย่างจักรยาน วิทยุ หรือแม้แต่ของใช้จุกจิกอย่างแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าขนหนู และปากกาหมึกซึม
ที่มุมบนขวายังมีช่องค้นหาเพิ่มขึ้นมาด้วย
หลินถังตาลุกวาว เธอกดไปที่ช่องค้นหาแล้วทำท่าจะพิมพ์คำว่า ‘เครื่องบิน’
แต่ยังไม่ทันได้ขยับนิ้ว เสียงระบบก็ดังขัดขึ้น
[แจ้งเตือน: ร้านค้าระบบรองรับการสั่งงานด้วยเสียง โฮสต์ไม่จำเป็นต้องพิมพ์เอง]
หลินถังชะงักนิ้วกลางอากาศ “...”
แล้วก็ไม่บอกแต่แรก!
เธอเก็บมือกลับมาวางบนตัก ทำหน้านิ่งแล้วออกคำสั่งเสียง
“ค้นหา... เครื่องบิน”
ไหนๆ ก็มีโอกาสแล้ว ขอลองของแรงหน่อยเถอะ อยากรู้ว่าระบบนี้มันจะมีของเว่อร์วังขนาดไหน และค่าเงินในนี้มันโหดหินเพียงใด
สิ้นเสียงคำสั่ง หน้าต่างโปร่งใสก็กระพริบวูบ ภาพเครื่องบินนานาชนิดก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ
ตั้งแต่เครื่องบินเล็กไปจนถึงเครื่องบินโดยสารลำยักษ์ มีให้เลือกนับไม่ถ้วน
“สุดยอด...” หลินถังพึมพำด้วยความทึ่ง “มีขายจริงๆ ด้วยแฮะ”
แต่พอกวาดสายตาไปดูราคา...
999,999 คะแนน!
“อื้อหือ...”
เลิกฝัน เลิกฝันเดี๋ยวนี้
ถ้าใช้เงินหยวนซื้อ เธอยังอาจจะพอหาทางหาเงินมาซื้อได้ แต่ต้องใช้เกือบล้านคะแนนเนี่ยนะ? ชาตินี้ทั้งชาติคงเก็บไม่ครบ
ช่างหัวเครื่องบินมันเถอะ เอาเวลามาสนใจเรื่องปากท้องจะดีกว่า
หลินถังปิดหน้าต่างเครื่องบินที่ไกลเกินเอื้อม แล้วเปลี่ยนไปค้นหาหมวด ‘อาหาร’ แทน
ราคาของอาหารดูเป็นมิตรต่อหัวใจมากกว่ากันเยอะ
หลินถังคำนวณคะแนนที่เหลือ 605 คะแนนในใจ แล้วไล่ดูราคาสินค้า
แป้งสาลี 10 คะแนนต่อชั่ง, ธัญพืชหยาบ 5 คะแนนต่อชั่ง, น้ำมันพืช 15 คะแนนต่อชั่ง และลูกอมกระต่ายขาว 50 คะแนนต่อห่อ
ไม่รอช้า เธอจัดการกดแลกแป้งสาลีมายี่สิบชั่ง ธัญพืชหยาบสี่สิบชั่ง น้ำมันสองชั่ง และตบท้ายด้วยลูกอมกระต่ายขาวอีกหนึ่งห่อใหญ่
รวมเบ็ดเสร็จจ่ายไป 480 คะแนน
เหลือคะแนนติดกระเป๋าไว้อุ่นใจอีก 125 คะแนน
หลินถังมองดูเสบียงอาหารที่กองพะเนินอยู่ในช่องเก็บของมิติด้วยความปลาบปลื้มใจ รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า
คืนนี้คงนอนหลับฝันดีที่สุดในรอบปี หญิงสาวดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างมีความสุข
[จบบท]