บทที่ 14: กลัวเมนมีเสี่ย
ทันทีที่ปลายนิ้วกดแตะเพื่อเข้าสู่ห้องถ่ายทอดสด แสงสีทองอร่ามจากเอฟเฟกต์แจ้งเตือนการเข้าสู่ห้องของผู้ใช้งานระดับสูงก็สว่างวาบขึ้นมากลางหน้าจอโทรศัพท์
เมื่อเห็นว่าเธอเข้ามาแล้ว เหล่าแฟนคลับที่กำลังเฝ้าหน้าจอก็พากันรัวนิ้วพิมพ์ข้อความต้อนรับกันอย่างคึกคัก
“คุณย่ามาแล้ว!”
“คุณย่าครับ ไม่เจอกันแค่วันเดียวเหมือนนานเป็นปีเลยนะ!”
“ยินดีต้อนรับผู้สนับสนุนอันดับหนึ่งครับผม!”
“เจ้าลูกชาย ย่าของนายมาหาแล้วนั่น!”
...
ข้อความที่ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็วนี้ ทำให้ความรู้สึกของการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
สนมรัก... โอ้ ไม่สิ เจ้าเด็กหยางไจ๋ในตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการปรับองศาของกล้องเว็บแคม พอเหลือบไปเห็นคอมเมนต์ที่กำลังเด้งรัวๆ บนหน้าจอแท็บเล็ต เขาก็รีบส่งเสียงร้องทักทายอย่างดีใจทันที
“คุณย่า มาแล้วเหรอครับเนี่ย”
เสิ่นเจาอี้หิ้วถุงอาหารเดลิเวอรีเข้ามาจากหน้าประตู เธอวางของลงแล้วแบ่งมือข้างหนึ่งมาพิมพ์ข้อความตอบกลับไป
“ดื้ออีกแล้วเหรอ”
ประโยคสั้นๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกตามใจและเอ็นดูนี้ ทำให้แฟนคลับหลายคนเริ่มจับสังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างได้
ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้คิดวิเคราะห์อะไรไปไกล เสียงของหยางไจ๋ก็ดังขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มประจบเอาใจ เปลี่ยนท่าทีมาเป็นเด็กดีได้ภายในเสี้ยววินาที
“พี่สาวครับ ผมผิดไปแล้ว~”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำให้แฟนคลับหัวไวบางคนนึกย้อนไปถึงคลิปเสียงที่หยางไจ๋เคยเปิดให้ฟังเมื่อการไลฟ์สดเมื่อวานซืน
เพียงแต่พวกเขายังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าคนที่เจ้าตัวกำลังเรียกอยู่นั้นจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่
ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างหยางไจ๋ก็ไม่ได้สนใจคอมเมนต์ที่กำลังเรียกร้องให้เขาเรียกพี่สาวอีกสักสองสามรอบ หลังจากจัดระเบียบกล้องจนเข้าที่แล้ว เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้และกดเข้าเกมทันที
ตัวละครในหน้าจอเกมสวมใส่สกินชุดใหม่ล่าสุดที่เสิ่นเจาอี้เพิ่งจะเปย์ให้ไปเมื่อวานเรียบร้อยแล้ว
หานจื่อหยางบังคับตัวละครให้กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างร่าเริงอยู่บนเกาะจุดเกิด พร้อมกับเอ่ยอวดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“พี่สาวดูสิครับ สกินใหม่ที่พี่ส่งให้ ใส่แล้วหล่อไหมครับ”
เนื่องจากตอนที่เขากดรับของขวัญเมื่อวาน กล่องข้อความในเกมได้แสดงชื่อไอดีของผู้ส่งอย่างชัดเจน ตัวอักษรคำว่า ‘หญิงชราวัยหกสิบ’ เด่นหราอยู่บนนั้น ทุกคนจึงรู้กันทั่วว่านั่นคือคุณย่าสายเปย์ประจำช่องของพวกเขานั่นเอง
เพียงแต่ว่า วันนี้จู่ๆ เจ้าของช่องกลับเปลี่ยนคำเรียกขานมาเป็นพี่สาวเสียอย่างนั้น
“ไขคดีกระจ่างแล้ว คุณย่ากับพี่สาวคือคนคนเดียวกัน!”
“ลำดับรุ่นของหยางไจ๋นี่สลับไปสลับมาเก่งจริง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“รอบนี้ยอมลดตัวเป็นน้องชายแล้ว งั้นบทบาทหลานชายฉันขอรับหน้าที่แทนได้ไหม”
“กระเป๋าตังค์ของพี่สาวคนสวยจะลึกสักแค่ไหนกันเชียว”
“ฉันแค่อยากรู้ว่าสุ่มไปกี่ครั้งถึงจะได้มามากกว่า”
บรรยากาศในช่องแชทค่อยๆ เปลี่ยนจากการหยอกล้อเรื่องสรรพนาม ไปสู่การถกเถียงเรื่องเรตอัตราการสุ่มกาชาปองแทน ในขณะที่หานจื่อหยางกระโดดร่มลงสู่พื้นและเริ่มวิ่งตระเวนเก็บเสบียงอาวุธแล้ว
เสิ่นเจาอี้วางโทรศัพท์พิงไว้บนโต๊ะรับแขก ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพรม เพื่อที่จะได้ใช้มือทั้งสองข้างแกะกล่องอาหารเดลิเวอรีได้อย่างถนัดถนี่
ฟอร์มการเล่นของหานจื่อหยางในวันนี้ยังคงยอดเยี่ยมและลื่นไหล ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเป็นคนที่มีความเครียดจากการเตรียมสอบปริญญาโทสะสมอยู่ จนกระทั่งจบเกมแรก เขาถึงได้เริ่มเลือกอ่านคอมเมนต์ของแฟนคลับและตอบกลับทีละประเด็น
“หน้าตาผมเหมือนคนที่แคร์เรื่องลำดับอาวุโสด้วยเหรอครับ พี่สาวชอบแบบไหนผมก็เป็นแบบนั้นแหละครับ!”
“ทำไมถึงแย่งกันเป็นหลานขนาดนั้นล่ะครับ ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย”
“กระเป๋าตังค์ของพี่สาวน่ะ ลึกพอๆ กับความรักของผมที่มีให้พี่เขานั่นแหละครับ”
เสิ่นเจาอี้ถึงกับชะงักไปกับคำพูดหน้าไม่อายเหล่านั้น สมกับเป็นสตรีมเมอร์จริงๆ ทั้งร่าเริงสดใสและไร้ขีดจำกัดทางศีลธรรมสิ้นดี
แต่แปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือรำคาญใจเลยแม้แต่น้อย
อาจจะเป็นเพราะพื้นฐานความจริงที่ว่าหยางไจ๋หน้าตาดีด้วยกระมัง
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธอเป็นพวกคลั่งไคล้คนหน้าตาดี ทัศนคติเลยมักจะแปรผันตรงไปตามเบ้าหน้าของอีกฝ่ายเสมอ
เธอหวังจริงๆ ว่าเฉิงอวี่ไป๋กับไฟร์จะหัดเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไว้บ้าง เป็นสตรีมเมอร์เหมือนกันแท้ๆ ทำไมถึงได้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้นะ
จะโทษว่าเธอลำเอียงก็คงไม่ได้
เสิ่นเจาอี้ที่ถูกคำหวานกล่อมจนอารมณ์ดี วางตะเกียบในมือลงชั่วคราว แล้วกดเข้าไปที่กล่องของขวัญในแอปพลิเคชัน
เมื่อครู่นี้มัวแต่สาละวนอยู่กับการกินข้าว จนลืมภารกิจสำคัญไปเสียสนิท
เมื่อกลางดึกของเมื่อวานเธอเพิ่งจะเติมเงินเข้าระบบไปอีกรอบ ยอดคงเหลือในบัญชีตอนนี้ถือว่ามากพอสมควร ดังนั้นต้องรีบเปย์ออกไปก่อน
ทว่าในขณะที่กวาดสายตามองหน้าจอ เธอก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เมื่อเห็นไอคอนรูปภาพใหม่สองอันปรากฏขึ้นมาในรายการของขวัญ
นี่มันคืออะไร
มีกิจกรรมใหม่อัปเดตเข้ามาอย่างนั้นหรือ
หลังจากลองกดไปที่เครื่องหมายคำถามเล็กๆ ด้านบนเพื่ออ่านรายละเอียด เธอถึงได้เข้าใจว่าเป็นเพราะระดับการใช้จ่ายของเธอเลื่อนขั้นสูงขึ้น ระบบจึงปลดล็อกของขวัญชิ้นใหม่ให้เป็นพิเศษ
อันแรกคือของขวัญที่มีชื่อว่า ‘สไนเปอร์ล่าหัวใจ’ มูลค่า 5888 หยวน ส่วนอีกอันที่แพงกว่ามีชื่อว่า ‘ดวงดาราเนานิรันดร์’ ราคา 8888 หยวน
ดูจากรูปไอคอนเล็กๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความพิเศษอะไรโดดเด่นนัก แต่ชื่อสไนเปอร์ล่าหัวใจดูจะเข้ากับธีมเกมยิงปืนในห้องของหยางไจ๋ได้ดีทีเดียว
เสิ่นเจาอี้ไม่ลังเลเลยที่จะกดส่งของขวัญชิ้นนั้นออกไป
ทันใดนั้น หน้าจอถ่ายทอดสดก็ปรากฏภาพช่อกุหลาบสีแดงสดขนาดมหึมา ตามมาด้วยลูกกระสุนปืนที่พุ่งแหวกอากาศพร้อมเสียงซาวด์เอฟเฟกต์สุดเร้าใจ ทะลุผ่านช่อดอกไม้นั้นจนกลีบร่วงหล่นโปรยปราย พร้อมกับมีหัวใจดวงเล็กๆ จำนวนมากพรั่งพรูออกมา ลอยฟุ้งอยู่เต็มหน้าจอนานหลายวินาทีกว่าจะจางหายไป
จะพูดยังไงดี มันดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แถมยังดูเชยๆ ชอบกล
หลังจากวิจารณ์ในใจจบ เสิ่นเจาอี้ก็ลองเลือกกดส่งของขวัญใหม่อีกชิ้นหนึ่งดูบ้าง
เอฟเฟกต์ของอันนี้ดูคล้ายกับชุดของขวัญที่เคยขายในร้านค้าลึกลับก่อนหน้านี้ แต่ที่แตกต่างออกไปคือ หลังจากที่ยานอวกาศพุ่งทยานขึ้นสู่ฟ้า มุมมองภาพจะเปลี่ยนเข้าสู่ห้วงอวกาศอันมืดมิด ตามมาด้วยกลุ่มเมฆหมอกดวงดาวที่หมุนวนรายล้อมอยู่รอบทิศทาง
อืม อันนี้สวยใช้ได้เลย!
เสิ่นเจาอี้ตัดสินใจกดส่งแบบคอมโบสิบครั้งรวดโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
ภาพมายาแห่งดวงดาวสว่างไสวเต็มหน้าจอ ราวกับว่าทุกคนกำลังถูกดูดเข้าไปในห้วงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล เอฟเฟกต์นี้แสดงผลต่อเนื่องอยู่นานมากและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
เหล่าแฟนคลับต่างพากันละสายตาจากการเล่นเกมของสตรีมเมอร์ เพราะถูกเอฟเฟกต์แปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนดึงดูดความสนใจไปจนหมด
“นี่มันเอฟเฟกต์อะไรกันเนี่ย สวยชะมัดเลย!”
“ของขวัญใหม่เหรอ ทำไมฉันหาไม่เจอว่ามันอยู่ตรงไหน”
“เมื่อกี้เหมือนจะมีส่งมาอีกอันก่อนหน้านี้ใช่ไหม ที่เป็นรูปดอกกุหลาบน่ะ”
“เห็นคุณย่ากดส่งรัวขนาดนี้ ฉันนึกว่าราคาจะไม่แพงมากเสียอีก”
“ไม่น่าใช่นะ แค่ดูจากเอฟเฟกต์อลังการขนาดนี้ ราคาน่าจะแรงเอาเรื่องอยู่”
เสิ่นเจาอี้เห็นข้อความสงสัยเหล่านั้น จึงหาจังหวะว่างพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ
“อืม เป็นของขวัญที่เพิ่งปลดล็อกน่ะ อันก่อนหน้านี้ที่หน้าตาขี้เหร่หน่อยชื่อสไนเปอร์ล่าหัวใจ ส่วนอันหลังนี่ชื่อดวงดาราเนานิรันดร์”
ส่วนเรื่องราคาของมัน เธอไม่ได้พิมพ์บอกออกไป
เมื่อเห็นว่ายังเหลือเพชรในบัญชีอีกจำนวนไม่น้อย เธอจึงเลือกกดส่งของขวัญชิ้นที่แพงที่สุดนั้นซ้ำๆ ต่อไปเรื่อยๆ
กดส่งแบบสิบครั้งรวดอีกรอบ
ยี่สิบครั้ง
สามสิบครั้ง
...
เธอกดส่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งปาเข้าไปหกสิบกว่าชุด และหยุดมือลงเมื่อเห็นตัวเลขเพชรเหลือเพียงหลักหน่วย
ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนข้อความเงินเข้าจากธนาคารก็ยังคงดังเตือนไม่หยุดหย่อน
“ระบบ ระบบ ช่วยเช็กให้หน่อยสิว่ายังขาดอีกเท่าไหร่ถึงจะผ่านภารกิจขั้นที่สาม”
[รับทราบครับ]
[โฮสต์ครับ ตอนนี้ยังขาดอยู่อีก 164,977.3 หยวน ถึงจะเลื่อนระดับต่อไปได้ครับ]
แหม มีเศษทศนิยมมาให้ด้วยนะ
เสิ่นเจาอี้เปิดดูยอดเงินคืนจากระบบเปย์ที่รีเฟรชมาให้ในวันนี้ แล้วจัดการเติมเงินเข้าแอปพลิเคชันโต่วอินไปอีกสี่แสนหยวน
ไม่ว่ายังไงวันนี้เธอก็ต้องทำภารกิจเป้าหมายนี้ให้สำเร็จให้ได้!
ส่วนเงินที่เหลือ เธอตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ไปเปย์ให้เย่ติงที่ห้องวิคตอเรียฮาร์เบอร์ในคืนนี้
เมื่อละสายตากลับมาที่หน้าจอไลฟ์สดอีกครั้ง เธอก็เลือกกดส่ง ‘ดวงดาราเนานิรันดร์’ ออกไปอีก 45 ชุดรวด
ในตอนนี้มีแฟนคลับบางคนที่ลงทุนออกไปค้นหาข้อมูลกลับมารายงาน และกำลังอธิบายราคาของขวัญใหม่ทั้งสองชิ้นให้เพื่อนๆ ในช่องแชทฟัง
“พี่น้องครับ ผมไปสืบมาแล้ว ไอ้กุหลาบเมื่อกี้นี้ราคา 5888 ส่วนไอ้ที่มีดาวหมุนๆ นี่ราคา 8888!”
“หน่วยเป็นเพชรเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ หน่วยเป็นเงินหยวน!”
“บ้าไปแล้ว แพงขนาดนี้เลยเหรอ เห็นคุณย่ากดส่งรัวๆ ฉันก็นึกว่าราคาเท่าไอศกรีมโคน!”
“ร้ายกาจมาก ให้ตายสิ เจ้าหยางไจ๋ได้เกาะแข้งเกาะขาเศรษฐีตัวจริงเข้าแล้ว!”
“นี่รวมๆ แล้วเปย์ไปเป็นล้านแล้วมั้ง คุณย่าครับ พอเถอะครับ ระวังไอ้เด็กนี่ได้เงินครบแล้วจะลืมกำพืดตัวเองนะครับ”
ประโยคเตือนสตินี้เด้งขึ้นมา จวบเหมาะกับที่เสิ่นเจาอี้ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากระบบว่ายอดครบพอดี เธอจึงหยุดมือ
ในสายตาของคนส่วนใหญ่ จึงดูเหมือนว่าเธอกังวลว่าหยางไจ๋จะลืมตัวตามที่คอมเมนต์นั้นบอกจริงๆ
ของขวัญมูลค่านับล้านหยวนเหล่านี้ ดึงดูดคนดูขาจรให้หลั่งไหลเข้ามามหาศาล ช่วยเพิ่มยอดผู้ติดตามให้กับทั้งช่องของหยางไจ๋และบัญชีของเสิ่นเจาอี้ไปพร้อมๆ กัน
แน่นอนว่าสำหรับหยางไจ๋ คนติดตามเพราะฝีมือการเล่นเกม ส่วนของเธอนั้น คนติดตามเพราะหวังทางลัดอยากสบาย
ท่ามกลางฝูงชน ย่อมมีพวกที่แฝงเจตนาไม่บริสุทธิ์ปะปนเข้ามาด้วย
ส่วนหานจื่อหยางที่ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับเกมนั้น ตั้งแต่เริ่มวงบีบตัวรอบรองสุดท้าย เขาก็ไม่ได้เหลือบมองหน้าจออ่านคอมเมนต์อีกเลย จึงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าภายในเวลาสั้นๆ แค่สิบนาที ห้องไลฟ์สดของตัวเองแทบจะระเบิดแตกตื่นกันขนาดไหน
จนกระทั่งเขาอาศัยสเตปการเคลื่อนไหวและฝีมือความเร็วในการลั่นไก จัดการศัตรูคนสุดท้ายลงได้และคว้าชัยชนะมากินไก่ได้สำเร็จ เขาถึงได้วางโทรศัพท์ในมือลง
“พี่สาวครับ เป็นยังไงบ้าง ช็อตเมื่อกี้ผมยิงเท่ไหม พี่เห็นแล้วรู้สึก... เชี่ย!”
[จบบท]