บทที่ 19: กลางวันทำงาน กลางคืนขึ้นไลฟ์
บรรยากาศภายในห้องแชทเสียงวิคตอเรียฮาร์เบอร์กำลังคุกรุ่นไปด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะเสี่ยวเช่อที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการอยู่ในขณะนี้ เขาเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ได้สนใจข้อความแจ้งเตือนที่เด้งรัวๆ ในกลุ่มแชทลับของทีมงาน เพราะความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่หน้าจอแสดงผลของขวัญที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งจนเขาแทบจะเก็บอาการตื่นเต้นจนพูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
ต้องเข้าใจก่อนว่าของขวัญจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ในฐานะพิธีกรผู้ดำเนินรายการ เขาย่อมได้รับส่วนแบ่งก้อนโตไปด้วยอย่างแน่นอน
เสียงของเสี่ยวเช่อดังลั่นผ่านไมโครโฟนด้วยความปลาบปลื้มใจจนเก็บทรงไม่อยู่
“พี่สาว zy! สุดยอดไปเลยครับ! เท่ระเบิดไปเลย! นี่มันเทพเจ้าแห่งโชคลาภจุติลงมาโปรดชัดๆ!”
เสี่ยวเช่อตะโกนเชียร์ไม่หยุดปาก พลางเอ่ยขอบคุณแทนเพื่อนร่วมงาน
“ผมขอเป็นตัวแทนของพี่เย่ติง และขอเป็นตัวแทนของห้องวิคตอเรียฮาร์เบอร์ กราบขอบพระคุณในความเมตตาอันล้นพ้นนี้ด้วยนะครับ!!!”
เสียงตะโกนโหวกเหวกของเสี่ยวเช่อช่วยดึงสติของเหล่าสตรีมเมอร์คนอื่นๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์ข้อความหลังไมค์ให้กลับมาสู่หน้างานปัจจุบัน
ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของยอดเงินเปย์นี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษาบรรยากาศหน้าไมค์ให้คึกคักและสนุกสนานเข้าไว้
จื่อฉีเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขาเริ่มพิมพ์ข้อความลงในช่องแชทสาธารณะพร้อมแท็กหาผู้มีอุปการคุณอย่าง zy ทันที
[จื่อฉี : การได้มาเจอกับพี่สาว zy ถือเป็นวาสนาของพี่เย่ติงและพวกเราชาววิคตอเรียจริงๆ ครับ!]
[เจียเจีย : ใช่ครับใช่ น่าอิจฉาที่สุดเลย!]
[อาเยว่ : พวกเรามาร่วมดื่มฉลองให้กับพี่สาวคนสวยเพียงหนึ่งเดียวในค่ำคืนนี้กันเถอะครับ @zy !!!]
บรรยากาศในห้องแชทเต็มไปด้วยข้อความอวยยศไม่ขาดสาย
เสี่ยวเช่อไม่รู้ไปสรรหาของเล่นที่มีเสียงตบมือมาจากไหน เขาเขย่ามันใส่ไมโครโฟนพลางตะโกนเรียกชื่อ zy สลับกับเสียงดนตรีบิวท์อารมณ์อย่างสนุกสนาน
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งห้องแชทก็กลายเป็นงานปาร์ตี้ขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยความโกลาหลและความฮา
เสิ่นเจาอี้ที่นั่งฟังอยู่หน้าจอโทรศัพท์ถึงกับหลุดขำออกมา
เธอจำได้ว่าเมื่อวานที่กดเข้ามา ห้องนี้ยังเป็นห้องดนตรีสไตล์อบอุ่นที่เปิดเพลงคลอเบาๆ ในยามดึกอยู่เลย แต่วันนี้ภาพลักษณ์เหล่านั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงกลายเป็นคณะตลกคาเฟ่ไปเสียแล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลอง จื่อฉีสังเกตเห็นว่าตัวเอกของงานอย่างเย่ติงกลับนิ่งเงียบผิดปกติ เขาจึงร้อนรนรีบทักแชทส่วนตัวไปหาเพื่อนร่วมงานทันที
[พี่ชาย! รีบแสดงท่าทีหน่อยสิ!]
[พิมพ์ตอบโต้บ้าง! พิมพ์อะไรก็ได้! คุณ zy เปย์ให้พี่ตั้งสามแสนกว่าหยวน อย่างน้อยต้องมีคำขอบคุณสักประโยคสิ!]
[พี่มัวทำอะไรอยู่เนี่ย?!!!!!]
[โอ๊ย ผมจะบ้าตายรายวันแล้วนะ!]
เสิ่นเจาอี้เองก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้เช่นกัน เมื่อมองไปที่กำแพงของขวัญที่ว่างเปล่าไร้การตอบโต้จากเจ้าตัว เธอก็อดคาดเดาไปต่างๆ นานาไม่ได้ หรือว่าพ่อหนุ่มเย่ติงคนนี้จะเป็นพวกถือตัว หยิ่งยโส หรือวางมาดศิลปินกันนะ
ในขณะที่ความคิดแงลบกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในหัว แอปพลิเคชันวีแชตของเธอก็เด้งแจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนขึ้นมา
ผู้ส่งคำขอไม่มีชื่อเล่นที่ตั้งไว้ รูปโปรไฟล์เป็นภาพพระจันทร์เสี้ยวที่ดูเหงาหงอย
โชคดีที่ตรงคำช่วยจำระบุไว้ชัดเจนว่า ‘เย่ติง’
เสิ่นเจาอี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะกดยอมรับคำขอเป็นเพื่อน
เมื่อหน้าต่างสนทนาระหว่างเธอกับเขาปรากฏขึ้น ด้านบนของหน้าจอขึ้นสถานะว่า ‘ฝ่ายตรงข้ามกำลังพิมพ์...’ เธอจึงรออ่านข้อความของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ทว่าเวลาผ่านไปสองนาทีแล้ว ก็ยังไม่มีข้อความใดส่งมาถึง
เสิ่นเจาอี้ที่เริ่มมีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่แล้วจึงตัดสินใจพิมพ์ทักไปก่อนด้วยความหมั่นไส้
[เป็นอะไรไป กำลังเรียงความส่งประกวดอยู่หรือไง?]
ทางฝั่งของซูเย่ หรือเย่ติง ที่กำลังตั้งใจพิมพ์แล้วลบ พิมพ์แล้วลบอยู่หลายรอบถึงกับนิ้วชะงักค้างกลางอากาศเมื่อเห็นข้อความนั้น
[ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ]
[ผมขอบคุณคุณ zy มากๆ สำหรับของขวัญที่สนับสนุนกันในคืนนี้ครับ]
[ผมจะพยายามให้มากขึ้น จะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังในตัวผมแน่นอนครับ]
พยายาม?
ไม่ทำให้ผิดหวัง?
นี่มันภาษาบ้าบออะไรกันเนี่ย
เสิ่นเจาอี้อ่านข้อความที่ดูเป็นทางการจนเกร็งไปหมดแล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น นี่เขาเห็นเธอเป็นเจ้านายหรือครูฝ่ายปกครองกันแน่
[ไม่ต้องเกรงใจหรือพูดจาเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้ พิมพ์คุยปกติเถอะ เอาแบบธรรมชาติๆ]
[ฉันส่งของขวัญให้เพราะอยากส่ง ไม่ได้กะจะมากดดันอะไรเธอ ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกอะไรมากมายขนาดนั้น]
ซูเย่สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจเล็กๆ ผ่านตัวอักษรของเธอ เขาจึงรีบปรับท่าทีและตอบกลับไปอย่างว่าง่าย
[โอเคครับ รับทราบครับ!]
จังหวะนั้นเอง ในห้องแชทเสียงก็มีคนเปย์ของขวัญชุดใหญ่แบบเปิดไมค์รวมขึ้นมาอีกครั้ง
ซูเย่ที่กำลังรอจังหวะ จึงถือโอกาสพิมพ์บอกเสิ่นเจาอี้เพื่อให้เธอรับรู้ตารางงาน
ช่วงเวลาขึ้นไลฟ์ของรอบนี้เร็วกว่าเมื่อวาน คือเริ่มตั้งแต่ห้าทุ่มยาวไปจนถึงตีหนึ่ง
เสิ่นเจาอี้เหลือบมองนาฬิกา อีกแค่สิบนาทีก็จะถึงเวลาเปลี่ยนกะแล้ว เธอหาวออกมาวอดใหญ่ด้วยความง่วง วันนี้ไม่ได้ฟังเย่ติงร้องเพลงเลยสักเพลง รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง
ดูท่าทางคืนนี้คงจะไม่ได้ฟังเสียงนุ่มๆ ขับกล่อมก่อนนอนเสียแล้ว
เธอตัดสินใจกดออกจากห้องแชทเสียง เมื่อกลับมาที่หน้าหลักก็พบว่ากล่องข้อความส่วนตัวแทบระเบิด มีข้อความทักทายจากสตรีมเมอร์และนายหน้าหาคู่มากมายส่งมาไม่หยุด
เสิ่นเจาอี้จัดการกดล้างข้อความทั้งหมดทิ้งอย่างเคยชิน แล้วเข้าไปตั้งค่าบล็อกข้อความจากคนแปลกหน้า จากนั้นจึงลองกดเข้าไปสำรวจห้องแชทอื่นๆ ดูบ้างเผื่อจะเจออะไรน่าสนใจ
แต่ก็นั่นแหละ คำว่า ‘ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความเจ็บปวด’ ใช้ได้จริงเสมอ
หลังจากที่เธอได้ฟังเสียงคุณภาพระดับพรีเมียมในห้อง ‘วิคตอเรียฮาร์เบอร์’ มาสองวันติด พอได้ไปลองฟังห้องอื่น ก็รู้สึกว่าไม่มีที่ไหนเทียบได้เลยสักนิด คุณภาพเสียงและบรรยากาศมันคนละระดับกัน
ทางด้านซูเย่ที่คอยจับตามองรายชื่อคนดูอยู่ตลอด เขาเห็นทันทีว่าชื่อของเธอหายไปจากลำดับต้นๆ ของห้อง หลังจากส่งไมค์ต่อให้คนอื่นเสร็จ เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเธอทันที
[คุณเจ้าของจะไปนอนแล้วเหรอครับ?]
[งั้นก็... ฝันดีนะครับ]
เสิ่นเจาอี้เห็นข้อความเด้งขึ้นมาจึงตอบกลับไป
[ก็ง่วงนิดหน่อย แต่ยังไม่อยากนอน]
[ถ้าเธอง่วง พอลงไลฟ์ก็ไปนอนพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องฝืนอยู่คุยเป็นเพื่อนฉันหรอก]
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำเอาเสิ่นเจาอี้ประหลาดใจ เมื่อเขาบอกว่าเขายังมีคิวขึ้นไลฟ์ต่อในรอบตีหนึ่งอีกกะหนึ่ง
นี่จะขยันเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
ซูเย่อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมว่า คืนนี้เขามีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บริษัท กลัวว่าจะกลับมาขึ้นไลฟ์รอบปกติไม่ทัน เลยขอแลกเวรมาลงรอบดึกแทน
เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นเต็มหัวเสิ่นเจาอี้
เดี๋ยวนะ... กลางคืนรับจ็อบไลฟ์จนถึงเกือบเช้า แล้วตอนกลางวันยังต้องตื่นไปทำงานประจำอีกเหรอ แล้วเขาเอาเวลาที่ไหนไปนอนพักผ่อนกัน
[ก็พอไหวครับ งานของผมค่อนข้างยืดหยุ่น ช่วงไหนไม่มีลูกค้าก็แอบงีบได้]
เสิ่นเจาอี้ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ นี่เขาทำงานสายบริการด้วยเหรอ
เธออดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเป็นห่วงปนสงสัย
[นอนน้อยขนาดนี้ ถ้าเกิดทำงานผิดพลาดแล้วโดนลูกค้าคอมเพลนขึ้นมา ไม่โดนหักเงินจนไม่คุ้มค่าจ้างเหรอ?]
ต้องยอมรับความจริงว่าลูกค้าสายเปย์หนักๆ แบบเธอไม่ได้หากันได้ง่ายๆ รายได้จากการไลฟ์ต่อคืน ถ้าหักส่วนแบ่งแพลตฟอร์มและค่ายสังกัดแล้ว เผลอๆ อาจจะเหลือถึงมือสตรีมเมอร์ไม่ถึงหลักร้อยหยวนด้วยซ้ำ
เงินแค่นั้นจะพอจ่ายค่าปรับเวลาทำงานผิดพลาดได้ยังไง
ซูเย่อ่านข้อความแล้วก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
ลูกค้าของเขาน่ะเหรอ... อารมณ์มั่นคงยิ่งกว่าหินผาเสียอีก เรื่องร้องเรียนหรือคอมเพลนไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอน
ทั้งสองคนคุยสัพเพเหระกันต่ออีกสักพัก
เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนกะของทีมเย่ติง เสิ่นเจาอี้ก็พาไอดีของตัวเองกลับเข้ามาในห้อง ‘วิคตอเรียฮาร์เบอร์’ อีกครั้ง
บรรดาสตรีมเมอร์คนอื่นๆ ที่เห็นชื่อ zy ปรากฏขึ้นมา ต่างก็เดาทางได้ทันทีว่าเธอตั้งใจจะมาอยู่เฝ้าสตรีมเมอร์คนโปรดต่อในรอบดึก
อาเยว่ถึงกับร้องโอดครวญด้วยความเสียดาย
“โอ๊ย! รู้งี้ผมน่าจะขอแลกเวรอยู่ต่อบ้างดีกว่า!”
จื่อฉีเสริมขึ้นมา “เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ผมไม่อยากเลิกงาน”
เจียเจียที่เพิ่งไต่เต้าขึ้นมารับหน้าที่พิธีกรหลักในรอบนี้ยิ้มแก้มแทบปริ ทันทีที่ขึ้นไมค์ก็รีบไล่พวกเพื่อนร่วมงานกะก่อนหน้าอย่างสนุกสนาน
“พอเลยๆ รีบไปพักผ่อนกันได้แล้วครับ พี่สาว zy เดี๋ยวพวกผมดูแลต่อเอง วางใจได้เลย!”
เย่ติงขยับลงมาอยู่ที่ตำแหน่งไมค์สอง
เสิ่นเจาอี้นึกถึงเรื่องที่เขาต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า จึงล้มเลิกความคิดที่จะขอเพลงให้เขาร้อง จะได้ช่วยเซฟพลังงานของเขาให้ได้พักผ่อนมากที่สุด
เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นแม่ยกที่จิตใจงดงามและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจริงๆ หาได้ยากนะเนี่ยคนแบบเธอ
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่งตรง เจียเจียก็กล่าวเปิดรายการตามสคริปต์ หลังจากดนตรีอินโทรจังหวะสนุกสนานจบลง ช่วงเวลาไลฟ์รอบดึกก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ทว่าช่วงเวลานี้จำนวนคนดูบางตากว่าช่วงหัวค่ำมาก บนตำแหน่งไมค์ผู้ร่วมสนุกยังไม่มี ‘ท่านประธาน’ หรือลูกค้ากระเป๋าหนักคนไหนขึ้นมาเลย
เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาจนเกินไป เสิ่นเจาอี้จึงกดส่งของขวัญ ‘ฝนดาวตก’ แจกให้กับสตรีมเมอร์ทุกคนบนเวทีเป็นการเปิดฤกษ์
“ขอบพระคุณพี่สาว zy มากครับ!!!”
เจียเจียที่ตอนแรกกำลังคิดว่าจะส่งข้อความลงกลุ่มไปตามลูกค้าขาประจำมาช่วยพยุงห้อง พอเห็นเอฟเฟกต์ของขวัญสวยงามตระการตาก็ดีดตัวกลับมาคึกคักทันที
ดูเหมือนจะคึกกว่าเสี่ยวเช่อในรอบที่แล้วเสียอีก
“พี่สาวสนใจขึ้นมาพูดคุยบนไมค์ไหมครับ~”
[ไม่ล่ะ ฉันเหนื่อยแล้ว] เสิ่นเจาอี้พิมพ์ปฏิเสธสั้นๆ
ฉางเฟิงที่อยู่ไมค์สามรีบรับลูกต่อทันควัน
[ขอบคุณสำหรับฝนดาวตกนะครับคุณเจ้าของ ถ้าเหนื่อยก็ไปพักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้พวกเราก็ยังรออยู่ที่เดิมนะ~]
เจียเจียที่เป็นคนหัวไวรีบหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย
“ฉางเฟิงนายนี่มันซื่อบื้อจริงๆ พี่เย่ติงยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ พี่สาว zy เขาจะตัดใจหนีไปนอนได้ยังไงกันเล่า”
คนอื่นๆ ที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่า ที่แท้ zy ก็คือแม่ยกสายเปย์ประจำตัวของเย่ติงนั่นเอง
ความรู้สึกอิจฉาตาร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของสตรีมเมอร์บางคน
โดยเฉพาะเมื่อเห็นระดับเลเวลไอดีของเสิ่นเจาอี้ที่สูงลิบลิ่ว พวกเขาแทบอยากจะงัดตัวเย่ติงออกแล้วเอาตัวเองไปเสียบแทนที่
ฉางเฟิงพอจะจับทางคำใบ้ของเจียเจียได้ เพื่อยอดรายได้ของห้อง เขาจึงรีบทำหน้าที่ลูกคู่ชงต่อทันที
[กว่าจะลงไลฟ์ก็ตีสามเข้าไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณเจ้าของไม่ลอง ‘รับกลับบ้าน’ ล่วงหน้าดูล่ะครับ จะได้ไม่ต้องอดนอนรอตั้งสองชั่วโมง ดีไหม?]
เสิ่นเจาอี้เกิดความสงสัย [รับกลับบ้านคืออะไร? ต้องทำยังไง?]
เจียเจียรีบสวมวิญญาณผู้แนะนำที่ดี อธิบายกติกาอย่างคล่องแคล่ว
“พี่สาวครับ วิธีการก็คือพี่เปย์ ‘บอลลูนร้อน’ ให้พี่เย่ติง แล้วก็จ่ายค่าธรรมเนียมเบิ้ลสองเท่าให้ผมกับต้าโถว เท่านี้ก็พาพี่เย่ติงเลิกงานกลับบ้านได้เลยครับ”
เสิ่นเจาอี้กดเปิดหน้าต่างของขวัญดูราคา
บอลลูนร้อน ราคา 588 หยวนต่อชิ้น
ราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันแฮะ
ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีระบบคืนเงินเป็นตัวช่วย เธอคงไม่มีวันควักเงินจ่ายค่าของขวัญแพงระยับพวกนี้เพื่อผู้ชายในโลกออนไลน์แน่ๆ
เย่ติงมองออกว่าเพื่อนร่วมงานกำลังตะล่อมให้เสิ่นเจาอี้เสียเงิน ถึงเขาจะรู้ว่าเธออาจจะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง แต่เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องมาถูกสูบเลือดสูบเนื้อด้วยวิธีการหน้าเลือดแบบนี้
เขาจึงตัดสินใจพิมพ์ข้อความลงในช่องแชทพร้อมแท็กหาเธอ
[คุณเจ้าของครับ ไปนอนเถอะครับ ไม่ต้องรอผมหรอก]
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ข้อความของเขาถูกส่งออกไป
หน้าจอโทรศัพท์ของทุกคนก็พลันสว่างวาบไปด้วยเอฟเฟกต์สุดอลังการที่ระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง—
[จบบท]