บทที่ 90 : คนที่กำลังมีความรักคืออีกคน (เพ่ยเยี่ยน–ชิวอวี่)
สวี่เมิ่งจำได้แล้วว่านักแข่งคนนี้คือหนุ่มหล่อที่เคยไปหาเจ้านายถึงที่บ้านเมื่อคราวก่อน หญิงสาวตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเสิ่นเจาอี้มากุมไว้แน่น
"กรี๊ดดดด! หล่อมากเลยค่ะ!"
"เมื่อกี้เขามองมาทางพวกเราใช่ไหมคะ!"
คนที่สงสัยเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่สวี่เมิ่งคนเดียว เพราะชิวอวี่ที่นั่งอยู่แถวหลังก็กำลังคิดแบบเดียวกัน
เมื่อครู่เขาเห็นเต็มสองตาว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่แถวหน้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอัดวิดีโอเอาไว้ แถมเลนส์กล้องยังโฟกัสไปที่คนคนเดียวกันอีกต่างหาก
นี่พวกเธอตั้งใจมาดูเพ่ยเยี่ยนแข่งงั้นเหรอ
ทันทีที่สัญญาณการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น รถแข่งทุกคันก็พุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ตไปตามลำดับ
จังหวะออกตัวของเพ่ยเยี่ยนดูช้ากว่าคนอื่นไปสักหน่อย ซึ่งนี่ก็ถือเป็นสไตล์การแข่งประจำตัวของเขาอยู่แล้ว ต้องรอให้ถึงโค้งแรกนั่นแหละ ชายหนุ่มถึงจะงัดทักษะการควบคุมรถอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโชว์ให้ทุกคนได้เห็น
"สวยงามมากครับ! เพ่ยเยี่ยนเร่งเครื่องแซงโค้งนอกไปแล้ว!"
เสียงผู้บรรยายการแข่งขันตะโกนดังลั่นสนาม
"องศาการเข้าโค้งเมื่อกี้ถือว่าเฉียบขาดสุดๆ ไปเลยครับ!"
ตัวเลขความเร็วบนหน้าจอแบบเรียลไทม์พุ่งทะยานไปถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถเบียดแนบชิดไปกับแผงกั้นแทบจะไร้ช่องว่าง จังหวะดริฟต์เข้าโค้งรุนแรงจนยางรถเสียดสีกับพื้นแทร็กเกิดเสียงแหลมบาดหู
ชิวอวี่ที่นั่งมองอยู่ด้านหลังถึงกับเดาะลิ้นออกมาเบาๆ
"นี่กะจะเอาชีวิตเข้าแลกเลยหรือไง"
ถึงปากจะบ่นแบบนั้น แต่ฝ่ามือของเขากลับมีเหงื่อซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
เวลาผ่านไปเพียงสามรอบสนาม เพ่ยเยี่ยนก็เร่งเครื่องไต่ขึ้นมาอยู่ในลำดับที่สามได้สำเร็จ
ในฐานะอดีตเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนสนิทที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา แววตาของชิวอวี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดสีดำนั้นเต็มไปด้วยความกังวล เขารู้ดีว่าเพ่ยเยี่ยนกำลังพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่าง และรู้ซึ้งถึงสภาพจิตใจของอีกฝ่ายในตอนนี้เป็นอย่างดี
บนสนามแข่ง รถสีดำที่พุ่งทะยานราวกับวิญญาณร้ายกำลังหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนต่อเนื่องด้วยระยะห่างที่เฉียดฉิวขั้นสุด และในที่สุดเขาก็เร่งเครื่องทะยานผ่านเส้นชัยไปได้ด้วยระยะห่างเพียงครึ่งคันรถเท่านั้น
คว้าอันดับหนึ่งไปครองอย่างไม่ต้องสงสัย
ทันทีที่รถจอดสนิท เพ่ยเยี่ยนก็หันมาโบกมือให้ทางฝั่งที่เสิ่นเจาอี้นั่งอยู่ ราวกับต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอได้สำเร็จ
รอบกายของเสิ่นเจาอี้เต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นของผู้ชม
"เพ่ยเยี่ยน! เพ่ยเยี่ยน! เพ่ยเยี่ยน!"
"สมกับฉายาราชาแห่งสนามแข่งจริงๆ!"
"ฝีมือการขับโหดกว่าเมื่อก่อนอีก!"
"ไม่ได้แอบแต่งรถมาโกงใช่ไหมเนี่ย!"
แม้จะโชว์ทักษะขั้นเทพให้เห็นคาตาแล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีเสียงตั้งข้อสงสัยแว่วมาให้ได้ยิน ถึงอย่างนั้นคณะกรรมการจัดการแข่งขันก็ออกมาประกาศผลการตัดสินอย่างเป็นทางการ ทำให้เสียงเหล่านั้นเงียบลงไปในพริบตา
ภาพบนหน้าจอขนาดยักษ์ตัดไปที่จังหวะซึ่งเพ่ยเยี่ยนกำลังถอดหมวกกันน็อกออกพอดี
ภายใต้เส้นผมที่ยุ่งเหยิง เผยให้เห็นแววตาดุดันของชายหนุ่ม หยาดเหงื่อไหลซึมไปตามแนวสันกราม มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างมาดมั่นและไร้ความเกรงกลัว
ท่าทางแบบนั้นราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่า บนสนามแข่งแห่งนี้ เขาคือผู้กุมชัยชนะอย่างแท้จริง!
หลังจากพิธีมอบรางวัลเสร็จสิ้นลง ผู้ชมบนอัฒจันทร์ก็เริ่มทยอยเดินออกจากสนาม
เสิ่นเจาอี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เธอละสายตาลงมากดส่งข้อความหาชิวเจ๋อ
【พี่ชายเธอชนะแล้วนะ ได้ที่หนึ่งด้วย】
ชิวเจ๋อตอบกลับมาด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่ได้ตื่นเต้นดีใจเหมือนที่คิดไว้ ราวกับว่าเดาผลการแข่งขันล่วงหน้าเอาไว้อยู่แล้ว
【ผมว่าแล้วเชียว ระดับพี่ผมลงสนามทั้งที ยังไงก็ชนะใสๆ อยู่แล้ว!】
【พี่สะใภ้ได้ถ่ายคลิปไว้หรือเปล่าครับ】
【ถ้าไม่มีคลิป เอาเป็นรูปถ่ายก็ได้ครับ ส่งมาให้ผมดูสักสองสามรูปหน่อยสิ】
เสิ่นเจาอี้ได้แต่อ่านข้อความอย่างอ่อนใจ
【เดี๋ยวส่งไปให้ดู】
พอเห็นว่าคนเริ่มบางตาจนเกือบจะโล่งแล้ว หญิงสาวก็เตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินตามคนอื่นออกไป แต่โทรศัพท์ของเพ่ยเยี่ยนก็โทรสวนเข้ามาพอดี
"กลับไปหรือยัง"
เสียงปลายสายหอบหายใจหนักๆ แทรกมาพร้อมกับเสียงจอแจรอบด้าน เดาว่าคงเพิ่งจะรับมือกับพวกนักข่าวเสร็จ
"ยังไม่ได้กลับ มีอะไรหรือเปล่า"
"รอผมแป๊บนึงนะ"
พูดจบเขาก็วางสายไปทันที
เสิ่นเจาอี้ได้แต่มึนงง ทรุดตัวลงนั่งที่เดิมอีกรอบ
ชิวอวี่ที่เดินตามอยู่ด้านหลังเห็นท่าไม่ดี ก็เลยหยุดเดินแล้วแกล้งทำเป็นยืนจัดกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อดูลาดเลา
ไม่กี่นาทีต่อมา เพ่ยเยี่ยนก็โผล่มาจากทางเดินวีไอพี ในมือของเขาถือถ้วยรางวัลที่เพิ่งได้รับมาหมาดๆ และกำลังเดินตรงดิ่งมาทางนี้
ชิวอวี่สะดุ้งโหยง รีบขยับหน้ากากอนามัยให้เข้าที่ตามสัญชาตญาณ
หรือว่าหมอนั่นจะจับได้แล้วว่าเขาแอบตามมา
แต่ทว่าวินาทีต่อมา เพ่ยเยี่ยนกลับทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงเบาะด้านหน้าเขาเสียนี่
อ้าว สองคนนั้นรู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย
ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรให้ปวดหัว ชิวอวี่ก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ อยากจะรู้ว่าสองคนนั้นกำลังคุยเรื่องอะไรกัน แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นอดีตเพื่อนสนิทของตัวเองยัดถ้วยรางวัลที่ยังไม่ทันจะได้เชยชมให้ชื่นใจใส่มือผู้หญิงคนนั้นไปหน้าตาเฉย
เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
ไหนเพ่ยเยี่ยนเคยบอกนักบอกหนาว่าถ้วยรางวัลคือสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดในชีวิตไม่ใช่หรือไง
ตอนนั้นขนาดเขาอยากจะขอจับดูสักครั้งยังต้องอ้อนวอนแทบตาย
แล้วนี่อะไร นึกจะยกให้คนอื่นก็ยกให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
ระหว่างที่กำลังยืนอึ้งอยู่นั้น เสียงของเพ่ยเยี่ยนก็ดังแว่วเข้ามาในหูอีกครั้ง
"เป็นไงบ้างพี่ พอใจกับผลงานนี้ไหม"
เสิ่นเจาอี้ลองยกถ้วยรางวัลในมือขึ้นเพื่อกะน้ำหนัก ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ก็ถือว่าพอใช้ได้นะ"
"เดี๋ยวอีกสองวันผมจะโอนเงินคืนให้นะ"
"ไม่ต้องหรอก"
หญิงสาวโบกมือปฏิเสธด้วยท่าทีสบายๆ
"ถือซะว่าเป็นรางวัลฉลองแชมป์ของนายก็แล้วกัน"
เพ่ยเยี่ยนยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันที
"นี่พี่ไม่ได้กะจะให้ผมคืนเงินตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหมเนี่ย"
"ใช่"
"ทำไมล่ะ"
เสิ่นเจาอี้กะพริบตาปริบๆ ตอบกลับไปแบบกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง
"ก็แค่อยากช่วยสนับสนุนทุกความฝันให้เป็นจริงไง นับเป็นเหตุผลได้ไหมล่ะ"
เห็นได้ชัดว่าเพ่ยเยี่ยนไม่ได้เชื่อคำพูดนั้นเลยสักนิด
พอเห็นว่าเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เสิ่นเจาอี้ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย หญิงสาวชี้ไปที่ถ้วยรางวัลในมือแล้วถามขึ้น
"นี่นายกะจะให้ฉันเอาไว้เป็นของที่ระลึกเหรอ"
"เปล่า"
"..."
"ก็แค่เอามาให้ดูเฉยๆ"
เสิ่นเจาอี้ถึงกับพูดไม่ออก เธอทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะยัดถ้วยรางวัลคืนให้ชายหนุ่มไป
"ดูจบแล้ว เอาคืนไปเลย"
เพ่ยเยี่ยนเห็นท่าทีของเธอแล้วก็หลุดขำออกมา
"ก็แค่ถ้วยรางวัลใบเดียวเอง ไว้รอบหน้าถ้าชนะอีก ค่อยเอามาให้พี่ก็แล้วกัน"
"แล้วใบนี้ล่ะ"
"นายจะเอาไปให้ใคร"
"ไม่ได้ให้ใครทั้งนั้นแหละ"
น้ำเสียงของเพ่ยเยี่ยนฟังดูอ่อนลงเล็กน้อย
"ผมเซ็นสัญญาไปแล้ว ถ้าชนะ ถ้วยรางวัลต้องตกเป็นของทีม ถือซะว่าเป็นของกำนัล"
เสิ่นเจาอี้ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะยอมถอยให้ถึงขนาดนี้
"ขอซื้อคืนได้ไหม"
เธออดไม่ได้ที่จะถามออกไป
เพ่ยเยี่ยนทำหน้าเหมือนจะถามว่า 'พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม' ก่อนจะพ่นคำตอบออกมาสั้นๆ
"ไม่ได้"
"น่าเสียดายจัง"
ถึงยังไงนี่ก็เป็นสนามแรกที่เขากลับมาลงแข่งใหม่ มันย่อมมีความหมายกับเขาอยู่พอสมควร
เสิ่นเจาอี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปถ้วยรางวัลเก็บไว้
เพ่ยเยี่ยนขบกรามแน่น แววตาของเขาดูอ่อนลงวูบหนึ่ง แต่ไม่นานก็กลับมาทำท่าทางไม่แยแสเหมือนเดิม
"เรื่องแค่นี้เอง ยังไงถ้วยรางวัลที่หนึ่งมันก็หน้าตาเหมือนกันหมดนั่นแหละ"
พอรู้ว่าเขากำลังปากแข็ง เสิ่นเจาอี้ก็เลยไม่คิดจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
เมื่อเห็นว่าตอนนี้เลยช่วงเที่ยงมาแล้ว เธอจึงหันไปถามเขาว่าเดี๋ยวมีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่า
"ไม่มี"
เพ่ยเยี่ยนยักไหล่
"ผมไม่ได้เป็นนักแข่งตัวจริงของทีมสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องไปนั่งสรุปผลการแข่งหรือไปสังสรรค์กับพวกนั้นเลย"
"งั้นก็ตกลงตามนี้"
เสิ่นเจาอี้ตัดสินใจรวบรัด
"พวกเราไปเลี้ยงฉลองกันเองดีกว่า"
หญิงสาวพยักพเยิดให้เพ่ยเยี่ยนเอาถ้วยรางวัลไปคืนก่อน แล้วเธอกับสวี่เมิ่งจะไปรอเขาที่ลานจอดรถ
หลังจากที่ทั้งสามคนแยกย้ายกันไปแล้ว ชิวอวี่ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมก็ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงพร้อมกับถอดแว่นกันแดดออก
จากที่นั่งเงี่ยหูฟังมาตั้งนาน ในที่สุดเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้เสียที
ดูท่าแล้วคนที่กำลังมีความรักน่าจะเป็นอีกคนมากกว่า
แต่ถึงอย่างนั้น ในหัวของเขาก็มีคำถามใหม่ผุดขึ้นมาอีก ชิวเจ๋อกับเพ่ยเยี่ยนยังติดต่อกันอยู่ตลอดเลยงั้นเหรอ
ณ ลานจอดรถ ระหว่างที่เสิ่นเจาอี้กำลังนั่งรอเพ่ยเยี่ยน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะหาร้านอาหารอร่อยๆ แถวนี้ ทันทีที่ปลดล็อกหน้าจอ ภาพถ่ายถ้วยรางวัลเมื่อครู่ก็ยังคงค้างอยู่บนจอ
หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มหน้าจอไปมาสองสามครั้ง ก่อนจะสลับไปเข้าแอปพลิเคชันอื่น
หลังจากเลือกร้านอาหารและตั้งค่าระบบนำทางเสร็จเรียบร้อย หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของเพ่ยเยี่ยนกำลังเดินตรงมาแต่ไกล
เธอจึงบีบแตรเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณบอกตำแหน่งของรถ
สวี่เมิ่งรู้หน้าที่และรู้จักวางตัวดี เธอจึงย้ายไปนั่งเบาะหลังตั้งนานแล้ว พอเพ่ยเยี่ยนเดินมาถึงรถ ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าแล้วสอดตัวเข้าไปนั่ง
"กินอาหารไทยกันนะ ไม่มีปัญหาใช่ไหม"
เสิ่นเจาอี้ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเขา
หน้าจอแสดงภาพเมนูเด็ดของร้านอาหารไทยที่เธอเล็งเอาไว้ แค่เห็นรูปเธอก็เริ่มจะน้ำลายสอแล้ว
เพ่ยเยี่ยนไม่ได้ตั้งใจมองหน้าจอด้วยซ้ำ ชายหนุ่มแค่พยักหน้ารับคำไปส่งๆ เท่านั้น
รถสตาร์ตเครื่องยนต์ ก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมายปลายทางทันที
บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดมาตลอดทาง สวี่เมิ่งที่นั่งห่อตัวอยู่ตรงเบาะหลังคอยกวาดสายตามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความรู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก
หรือว่าการที่เธอมานั่งเป็นก้างขวางคออยู่ตรงนี้ จะทำให้เจ้านายของเธอทำคะแนนไม่ถนัดกันนะ
ขณะที่เธอกำลังคิดหาข้ออ้างเผ่นหนีอยู่นั้น เสียงของเสิ่นเจาอี้ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"หลังจากนี้มีแผนจะทำอะไรต่อหรือเปล่า"
แน่นอนว่าประโยคนี้ไม่ได้ตั้งใจจะถามแม่บ้านอย่างเธอแน่นอน
เพ่ยเยี่ยนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหน้าหันหน้ามามอง แววตาของเขาดูเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"กลับบ้าน"
[จบบท]