พูดถึงตระกูลจี้ขึ้นมาเมื่อไร หรงรั่วเหยาก็จะถูกคนในตระกูลรุมชมเชยทันที
“ถ้าไม่ใช่เพราะเหยาเหยาไปออกรายการของตระกูลจี้ เราก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักเลขาหลัน ตระกูลหรงเราก็ไม่มีทางได้สานสัมพันธ์กับตระกูลจี้ พวกเธอควรไปเรียนรู้จากเย่าเยาบ้างนะ”
“ได้ยินมาว่าเลขาหลันกำลังจะลางานไปเตรียมแต่งงาน ต่อไปก็จะเป็นคุณนายใหญ่ของตระกูลจี้ เหยาเหยาสนิทกับเลขาหลันแบบนี้ ต่อไปเรื่องร่วมงานกับตระกูลจี้ไม่ง่ายเหรอ”
“เหยาเหยา เธอก็ติดต่อเลขาหลันไว้ดี ๆ นะ ถ้าได้บัตรเชิญงานแต่งของเลขาหลันกับท่านประธานจี้มาสักใบก็ดีไม่น้อย เผลอ ๆ จะได้เจอท่านผู้เฒ่าตระกูลจี้ด้วย…”
ทุกคนกำลังพูดกันเพลิน ๆ อยู่ดีๆหรงอวี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆแบบไม่เข้าบรรยากาศ
หรงวั่งเทียนขมวดคิ้วทันที “แกหัวเราะอะไร”
“ฉันหัวเราะเหรอคะ” หรงอวี่เหยียดยิ้มบาง ๆ เธอไม่ได้หัวเราะด้วยซ้ำ ก็แค่รู้สึกว่าคนพวกนี้เพ้อเจ้อเหลือเกิน เธอวางตะเกียบ ตั้งใจจะขอตัวกลับ แต่ประตูห้องถูกพนักงานโรงแรมเปิดเข้ามา พนักงานหญิงเข็นรถเข้ามา ด้านบนวางเค้กอวยพรวันเกิด พร้อมไวน์แดงสองขวด
หรงอวี่มองหน้าแล้วรู้สึกคุ้นๆ แต่ยังไม่ทันนึกออก ป้าสะใภ้ใหญ่ของตระกูลหรงก็พูดขึ้นก่อนทันที
“อ้าว นี่มันคุณป้าสะใภ้หยวี๋ไม่ใช่เหรอ ทำไมมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟล่ะเนี่ย”
หรงอวี่ถึงนึกออก แม่ของร่างเดิมแซ่หยวี๋ และผู้หญิงคนนี้ก็คือป้าสะใภ้ บทที่แม่ของร่างเดิมตั้งครรภ์แล้วต้องหย่ากลางทาง ทุกอย่างที่จะช่วยให้คลอดได้อย่างปลอดภัย ลุงกับป้าสะใภ้เป็นคนช่วยดูแลทั้งหมด ผู้หญิงคนหนึ่งเลี้ยงลูกคนเดียวได้ ก็เพราะบ้านนั้นคอยประคองไว้
หรงอวี่ก็ต้องจำบุญคุณแทนเจ้าของร่างเดิม หญิงสาวกำลังจะลุกไปเรียกทัก
แต่ป้าสะใภ้จู่ๆก็ตัวโอนเอน มือที่ถือไฟแช็กจะจุดเทียนก็ทรงตัวไม่ทัน หัวทิ่มลงไปบนเค้กเต็ม ๆ ไวน์สองขวดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังเพล้ง!
“ทำเกินไปแล้วนะ!” ป้าสะใภ้ใหญ่ตะโกนลั่น “พวกเรามาฉลองวันเกิดกันดี ๆ นี่เธอมาทำลายบรรยากาศหมดสิ้น! พวกตระกูลหยวี๋นี่มันน่ารังเกียจจริง ๆ!”
ป้าสะใภ้รีบพูดทั้งรนและลน “ฉันไม่ได้ทำ… ไม่ใช่นะคะ…”
“พอ ไม่ต้องแก้ตัว”หรงวั่งเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ไวน์สองขวดนี้แพงมาก คุณคิดจะชดใช้ยังไง”
ป้าสะใภ้ชื่อว่านจิ้ง รู้ดีว่าไวน์นี้ราคาสูงแค่ไหน ขวดหนึ่งสามหมื่นแปด เธอไม่มีทางจ่ายไหว
ในจังหวะที่เธอทำอะไรไม่ถูก มืออันแข็งแรงคู่หนึ่งประคองเธอขึ้นมา หรงอวี่ดึงเธอออกจากกองเละเทะ แล้วส่งทิชชู่ให้เช็ดหน้า ว่านจิ้งเห็นหรงอวี่ตั้งแต่แรก แต่เพราะตระกูลหยวี๋กับตระกูลหรงแตกหักกันอย่างหนักตอนหย่า เธอกลัวจะทำให้หรงอวี่เดือดร้อน จึงไม่กล้าเข้าไปคุย
พอหรงอวี่เข้ามาช่วยเธอ เธอถึงโล่งใจ อย่างน้อย หรงอวี่ก็ดูไม่ได้ถูกตระกูลนี้รังแกเหมือนเมื่อก่อน แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลหรงกลับแค่นเสียงเยาะ
“ดูสิ เลี้ยงไม่เชื่องจริง ๆ เลยนะ กินของตระกูลหรง อยู่บ้านตระกูลหรง เรียนก็ใช้เงินตระกูลหรง แต่กลับไปเข้าข้างคนนอก นี่มันหมาป่าตาขาวเนรคุณชัด ๆ!”
ว่านจิ้งรีบพูดเสียงเบา “เสี่ยวอวี่ ไม่ต้องห่วงฉัน ไปยืนข้างพ่อเถอะ…”
หรงวั่งเทียนเรียกเสียงเข้ม “เธอแซ่หรงนะ มานี่เดี๋ยวนี้!”
เขานึกถึงเมื่อสิบแปดปีก่อน เขากับแม่ของร่างเดิมคบกันเพราะรักกันเอง แต่ตอนนั้นเขายุ่งกับงานเลี้ยงสังคม ใกล้ชิดผู้หญิงทำงานประชาสัมพันธ์หลายคน ภาพถูกถ่ายส่งให้แม่ของร่างเดิม
ผู้หญิงคนนั้นยอมให้มี “ทรายเม็ดเดียวในตา” ไม่ได้ ขอให้เขาตัดสัมพันธ์กับผู้หญิงเหล่านั้น
แต่นั่นคือธุรกิจของบริษัท เขาไม่สามารถรับปากได้… ดังนั้น ผู้หญิงคนนั้นจึงเป็นฝ่ายขอหย่า
สกุลหยวี๋พากันไปป่าวประกาศทั่วว่าเขานอกใจภรรยา ถึงขั้นเอาป้ายตัวหนังสือใหญ่ไปแปะทั่วบริษัท ทำให้เขาสูญเสียสัญญาใหญ่ไปหลายฉบับ ถ้าเมื่อก่อนสกุลหยวี๋ไม่ก่อเรื่องหนักขนาดนั้น ธุรกิจตระกูลหรงคงเติบโตไปได้ไกลกว่านี้…
เห็นหรงอวี่ยืนเฉยไม่ขยับ หรงวั่งเทียนก็โมโหขึ้นมาอีก “นิสัยเหมือนแม่แกจริงๆ แยกแยะดีชั่วไม่ออก!”
คุณย่าหรงรีบคว้ามือเขาไว้ “คนจากไปแล้ว จะพูดรื้อฟื้นทำไม?”
“ยังไงก็ต้องชดใช้!” ป้าสะใภ้ใหญ่กอดอก “สักสลึงก็ห้ามขาด!”
หรงรั่วเหยานั่งมองอย่างเย็นชา ถ้าไม่ใช่เพราะสกุลหยวี๋ ตระกูลหรงตอนนี้ก็คงเข้าแถวเป็นตระกูลระดับชั้นสูงไปแล้ว ต้องให้สกุลหยวี๋เจ็บสักหน่อย จะได้รู้ว่าใครแตะไม่ได้
“ชดใช้! ชดใช้! หกหมื่นกว่าแน่ะ รีบจ่ายมาเลย!” หรงชิ่งอันทำหน้าล้อเลียน
เสิ่นหลินรีบดึงลูกชายกลับมา “ผู้ใหญ่คุยกัน อย่าสอดปาก”
สำหรับเรื่องอดีตภรรยาของสามี หรือเรื่องลูกติดอย่างหรงอวี่ เธอแทบไม่เคยออกความเห็น ไม่เคยก้าวก่าย จะเป็นอย่างไรก็เป็นไป ว่านจิ้งกำมือแน่น ไวน์สองขวด หกหมื่นกว่าหยวน เธอไม่มีทางจ่ายได้เลย
“จะชดใช้ก็ได้ แต่…” หรงอวี่กระดิกเปลือกตาเบา ๆ “ก่อนอื่น ไปเปิดกล้องวงจรดูก่อน ว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุ”
หน้าหรงวั่งเทียนถมึงทึงทันที “เสี่ยวอวี่ ฉันเข้าใจว่าแกอยากปกป้องป้าสะใภ้ แต่จะมาพลิกขาวเป็นดำ มันเกินไปแล้วนะ!”
“งั้นดูกล้องกันเลย” คุณย่าหรงเป็นฝ่ายพูด “ผิดถูกก็ต้องมีหลักฐาน”
ลุงใหญ่หรงตรีบไปตามผู้จัดการ ไม่นานก็นำภาพวงจรปิดมาให้ดู ในกล้องว่านจิ้งกำลังจะจุดเทียน แต่หรงชิ่งอันไม่รู้โผล่มาตอนไหน กำลังหมอบอยู่กับพื้น ก่อนพุ่งตัวชนขาเธอเต็มแรง ทำให้เธอเสียหลักล้มลงบนหน้าเค้ก และลากเอาไวน์ตกแตกไปด้วย หรงวั่งเทียนมองอึ้งไปหมด
ป้าสะใภ้ใหญ่หรงเหมือนถูกบีบคอจนพูดไม่ออก
เสิ่นหลินที่เพิ่งสงบอารมณ์ได้ไม่นาน ตอนนี้เส้นเลือดขมับปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เธอเป็นครู พอทำงานกลับมาก็ต้องสอนลูกสาวร้องเพลง จึงละเลยการสั่งสอนลูกชายไปมาก ไม่คิดเลยว่าเด็กนี่จะซนจนเป็นแบบนี้
“มองลูกแบบนี้ทำไม?” คุณปู่หรงรีบอุ้มหลานเข้าอกอย่างหวงแหน “ก็เขายังเป็นเด็ก จะไปรู้เรื่องอะไรนักหนา ไวน์สองขวดเอง ราคาเท่าไรกันเชียว ตระกูลหรงเราซื้อไม่ไหวรึไง?”
เสิ่นหลินขมวดคิ้ว “มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะคะ คือว่า”
“พอแล้ว!” คุณปู่หรงเสียงเข้ม “วันนี้วันเกิดฉัน เธออยากเอาเรื่องมาทะเลาะตอนนี้หรือไง?”
เสิ่นหลินจำต้องสงบปาก หรงชิ่งอันซุกอยู่ในอกปู่แล้วตะโกน “ฮึ ก็สมควรแล้วล่ะ!”
หรงวั่งเทียนดึงลูกชายออกมาทันที “ขอโทษเดี๋ยวนี้!”
คุณปู่รีบปกป้อง “เด็กตัวแค่นี้ แกจะดุอะไรกันนักหนา…”
“พ่อดูสิ เขาเสียคนแค่ไหนแล้ว! เรื่องเล็กไม่สั่งสอน เรื่องใหญ่จะยิ่งแย่!” หรงวั่งเทียนโมโหขึ้นมา เด็กชายตกใจจนร้องไห้จ้าทันที หรงอวี่ไม่อยากดูละครไร้สาระนี้อีก จึงพาว่านจิ้งออกไปด้านนอก
ว่านจิ้งรีบกำชับเบา ๆ “เสี่ยวอวี่ หนูยังต้องพึ่งพ่อเรื่องเรียน อย่าไปขัดใจตระกูลหรงเลย ฉันไม่เป็นไรหรอก”
ออกมาถึงด้านนอก หรงอวี่ถามว่า “ป้าสะใภ้มาทำงานที่ไห่เฉิงได้ยังไงคะ?”
ว่านจิ้งยิ้มตอบ “พี่สะใภ้ป้าเพิ่งคลอดลูกชายจ้ำม่ำหนึ่งคน ป้าเลยมาช่วย ดูแลบ้านตอนกลางคืน พอเช้าไปทำงาน พอกลับมาก็ทำกับข้าวและเก็บบ้านให้เขา…”