“ชีชี ต่อไปนี้ฉันก็เป็นคนตระกูลหร่วนแล้ว!”
ลู่เหยาหลบอยู่ด้านหลังหร่วนชีชีราวกับสะใภ้ตัวน้อย คอยยุยงส่งเสริมอย่างเปิดเผย
“เด็กดี ต่อไปจะไม่มีใครกล้ารังแกนายอีก คนของฉัน ฉันจะปกป้องเอง!”
หร่วนชีชีตบเบาๆ ลงบนมือใหญ่ที่โอบเอวเธออยู่
ภาพหวานชื่นของทั้งสองแทบทำให้ลู่เต๋อเซิ่งโมโหตาย แต่ไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ได้ สมกับเป็นผู้บัญชาการทหาร ถึงจะไม่ได้ฉลาดหลักแหลม แต่ก็ไม่ได้โง่
เจ้าสองตัวแสบนี้ตั้งใจมายั่วโมโหเขา เขาจะตกหลุมพรางไม่ได้
“ไปปลูกผักซะ!”
ลู่เต๋อเซิ่งสั่งให้หลินม่านอวิ๋นออกไปปลูกผัก เขามองออกแล้วว่า ถ้าหลินม่านอวิ๋นยังอยู่ตรงนี้ สองคนนี้จะต้องบ้าอาละวาดต่อแน่
“เหล่าลู่ เธอตบฉันนะ ฉันเป็นผู้ใหญ่นะ!”
หลินม่านอวิ๋นแทบคลั่ง เธอโดนตบฟรีๆ ตั้งสองฉาด จะปล่อยผ่านแบบนี้หรือ?
“ผู้ใหญ่บ้านป้าเธอสิ! ถ้าฉันเรียกเธอว่าแม่สามี เธอกล้ารับไหมล่ะ?”
หร่วนชีชียกมือขึ้น มองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ ถ้าผู้หญิงคนนี้กล้ารับ เธอก็กล้าตบ!
หลินม่านอวิ๋นไม่กล้ารับ เพราะกลัวโดนตบอีก
แต่เธอก็กลืนความแค้นนี้ไม่ลง ได้แต่หันไปหวังให้ลู่เต๋อเซิ่งช่วยออกหน้า
ทว่าลู่เต๋อเซิ่งเองก็รำคาญจนเต็มทน แถมยังรู้สึกว่าหลินม่านอวิ๋นเอาแต่ใจเกินไป สวนก็มีพื้นที่นิดเดียว ปลูกผักจะเหนื่อยสักแค่ไหน ถึงได้ทำเป็นสำออยแบบนี้?
“ม่านอวิ๋น ไปปลูกผัก!”
ลู่เต๋อเซิ่งพูดเสียงเข้ม สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หัวใจของหลินม่านอวิ๋นจมดิ่ง เธอรู้ว่าเขาโกรธแล้ว จึงได้แต่ฝืนกล้ำกลืนความแค้นไว้ หยิบเมล็ดพันธุ์ออกไปปลูกผัก
“ตั้งใจปลูกล่ะ ฉันจะมาเช็กบ่อยๆ!”
เสียงของหร่วนชีชีลอยตามมา
หลินม่านอวิ๋นกัดฟันจนแทบแตก ตั้งแต่แต่งงานกับลู่เต๋อเซิ่งมายี่สิบสามปี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับความอัปยศขนาดนี้ หร่วนชีชีเป็นพวกนักเลงไร้ยางอาย ไม่เลือกวิธีการ อ่อนไม่กิน แข็งก็ไม่กลัว จะต้องเป็นลู่เหยาจงใจพาเธอมากลั่นแกล้งแน่
หลังจัดการหลินม่านอวิ๋นเสร็จ หร่วนชีชีก็หันไปมองลู่เต๋อเซิ่ง ถึงเวลาจัดการพ่อเฮงซวยคนนี้แล้ว!
“หร่วนชีชี ฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องแต่งงานของเธอกับลู่เหยา เรื่องในบ้านฉันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ขอให้เธอรู้จักรักนวลสงวนตัว อย่าหน้าด้านมาที่บ้านฉันอีก!”
ลู่เต๋อเซิ่งพูดอย่างรุนแรง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดหนักกับเด็กสาวคนหนึ่งถึงขนาดนี้
เหตุผลหลักก็เพราะกลัวว่าถ้าพูดเบาไป จะไม่ได้ผลกับยัยคนบ้าคนนี้
แต่เขาประเมินต่ำเกินไป ต่อให้พูดแรงกว่านี้อีกสิบเท่า ก็ไม่มีผลกับหร่วนชีชีอยู่ดี
เพราะเธอไม่เคยทำร้ายจิตใจตัวเอง มีแต่ทำให้คนอื่นเป็นบ้า!
“ฉันก็รักนวลสงวนตัวดีนะ คบกับลู่เหยาก็ยังไม่ทำตัวไร้ยางอายจนท้องก่อนแต่ง ฉันยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่เลย ฉันกับลู่เหยาก็ไม่เคยใช้อำนาจข่มเหงคนอื่น ไม่เคยแย่งผลงานของใคร คำพวกนี้คุณควรไปพูดกับหลิวหงหลิงมากกว่า!”
หร่วนชีชีกลอกตาอย่างดูแคลน ก่อนพูดต่อว่า
“ถ้าเหอเจี้ยนจวินกับหลิวหงหลิงไม่ได้รับโทษที่สมควร ฉันจะไปร้องเรียนที่กองบัญชาการทหารเขตเจียงเฉิง ฟ้องผู้บัญชาการลู่ว่าปล่อยให้ลูกหลานใช้อำนาจรังแกคน ทำตัวอันธพาล มั่วสุมสำส่อน แถมยังปกป้องอาชญากรอีก!”
“กรอด... กรอด...”
เสียงนั้นคือเสียงลู่เต๋อเซิ่งกัดฟัน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ ราวกับไส้เดือน ถ้านี่เป็นสนามรบ เขาคงยิงเด็กสาวคนนี้ไปแล้ว!
เด็กหัวเหลืองคนนี้ไร้ระเบียบสิ้นดี แถมยังปากไม่มีหูรูด เขาไม่มีวันยอมให้ยัยตัวแสบคนนี้เข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลลู่เด็ดขาด!
แต่เขาก็รู้ดีว่า หร่วนชีชีกล้าพอจะไปร้องเรียนถึงกองบัญชาการจริงๆ เรื่องของเหอเจี้ยนจวินจะปล่อยยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว!
“ฉันจะจัดการเหอเจี้ยนจวินอย่างยุติธรรมเอง ไม่ต้องให้เด็กอย่างเธอมาสั่งสอน ลู่เหยา พาคนไปได้แล้ว!”
ลู่เต๋อเซิ่งส่งสายตาข่มขู่ เตือนหร่วนชีชีว่าอย่าทำเกินไป ไม่อย่างนั้นในฐานะผู้บัญชาการทหาร การจัดการเด็กสาวคนหนึ่งเป็นเรื่องง่ายดาย
“แล้วหลิวหงหลิงกับหลิวหงป๋อล่ะ อย่ามัวแต่เลี่ยงประเด็น!”
หร่วนชีชีเตือน
“ควรจัดการยังไงก็จัดการอย่างนั้น เรื่องงานไม่จำเป็นต้องรายงานให้เธอฟัง รีบไปได้แล้ว!”
ลู่เต๋อเซิ่งออกคำสั่งไล่แขก
หร่วนชีชีก็รู้จักพอ เธอกลัวว่าถ้ายังบ้าต่อไป จะทำให้ตาแก่นี่โกรธจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียก่อน
“ลาก่อน... ฉันจะกลับมาอีก!”
หร่วนชีชีทิ้งท้ายด้วยประโยคคลาสสิกของหมาป่าเทา ก่อนลากลู่เหยาเดินออกไป ระหว่างเดินผ่านหลินม่านอวิ๋นยังไม่ลืมบอกว่า
“ปลูกดีๆ นะ อย่าลืมรดปุ๋ยคอก!”
หลินม่านอวิ๋นกัดฟันแน่น ไม่ยอมตอบ
“เกือบลืม ฉันปวดฉี่อยู่พอดี!”
ลู่เหยาตบหน้าผากตัวเอง จากนั้นก็หายเข้าไปด้านใน
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาเดินออกมาพร้อมกะละมังปัสสาวะเด็กสดๆ กว่าครึ่งกะละมัง และกะละมังใบนั้นก็คือกะละมังล้างหน้าของหลินม่านอวิ๋นที่เขาตั้งใจเลือกมาโดยเฉพาะ
เขาวางกะละมังไว้ตรงมุมสวน แล้วส่งเสียงฮึ่มใส่หลินม่านอวิ๋นที่หน้าดำเป็นก้นหม้อ ก่อนจะไปล้างมือ แล้วจึงเดินจากไปกับหร่วนชีชีอย่างองอาจ
“เหล่าลู่ ชีวิตแบบนี้ฉันอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว!”
ด้านหลังมีเสียงหลินม่านอวิ๋นร้องไห้คร่ำครวญปนสะอื้นดังตามมา
หร่วนชีชีกับลู่เหยามองหน้ากันแล้วยิ้ม ความรู้สึกดีจนแทบลอย
อารมณ์ดีแล้ว ทั้งสองก็พากันไปกินมื้อใหญ่ ใช้เงินของลู่เต๋อเซิ่ง กินแล้วสะใจเป็นที่สุด
หร่วนชีชีเองก็ไม่ได้ถามเรื่องพลังวิญญาณของลู่เหยา เพราะทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเอง และเธอก็จะไม่เปิดเผยความลับของตัวเองเช่นกัน
สามวันผ่านไป
ตลอดสามวันนี้ เหอเจี้ยนจวินใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา ทำอะไรก็ไม่มีสมาธิ ตั้งแต่ถูกเรียกไปสอบสวนครั้งก่อน เขาสารภาพทุกอย่างหมดแล้ว แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
การรอคอยสามวันนี้ เหมือนนักโทษประหารที่กำลังรอฟังคำตัดสิน ทรมานเสียยิ่งกว่าอะไร
เช้าวันหนึ่ง ระหว่างที่ทุกคนกำลังแปรงฟันอยู่หน้าอ่างล้างหน้า
ทหารสองนายเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เหอเจี้ยนจวิน มากับพวกเราหน่อย!”
“เคร้ง!”
เหอเจี้ยนจวินสะดุ้งจนแปรงสีฟันหลุดจากมือ ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
จบแล้ว...
เขาต้องถูกส่งขึ้นศาลทหารแน่!
“ผะ...ผมขอเก็บเสื้อผ้าก่อนได้ไหม?”
เขาอยากโทรศัพท์หาหลิวหงหลิง ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ให้เวลาสิบนาที!”
“ขอบคุณสหาย!”
เหอเจี้ยนจวินเดินไปทางอาคารสำนักงาน แต่ทหารทั้งสองเดินตามติดราวกับเงา เขาจึงทำได้เพียงกลับหอพักไปเก็บเสื้อผ้า
คนอื่นๆ มองหน้ากันไปมา โดยเฉพาะพวกที่เคยประจบเขา ต่างสบตากันแล้วรีบกลับหอพักเช่นกัน
“เจี้ยนจวิน ปลารมควันนี่ฉันเอาคืนล่ะนะ ยังไงนายก็คงไม่ได้กินแล้ว!”
คนที่เคยเอาปลารมควันมาให้หยิบกลับไปอย่างไม่เกรงใจ ในเมื่อกำลังจะขึ้นศาลทหาร ยังจะประจบไปทำไม?
“บุหรี่เซี่ยวเหมยของฉันล่ะ? รีบคืนมา!”
คนที่เคยให้บุหรี่ยื่นมือควักบุหรี่เซี่ยวเหมยออกจากกระเป๋ากางเกงของเหอเจี้ยนจวิน พอเห็นว่าเหลือแค่สิบมวน ก็โมโหจนด่า
“แม่งเอ๊ย!”
เหอเจี้ยนจวินโกรธจนแทบระเบิด แต่ก็ต้องอดทนไว้
ยังไม่ถึงที่สุด เขาจะยอมแพ้ไม่ได้!
ตราบใดที่เขายังเป็นสามีของหลิวหงหลิง เขาก็ยังไม่แพ้!
บทลงโทษของเหอเจี้ยนจวินออกมาอย่างรวดเร็ว
เขาถูกปลดจากตำแหน่งผู้บังคับหมวด ถูกไล่ออกจากกองทัพ และต้องขึ้นศาลทหาร
“อย่างน้อยก็เริ่มต้นที่สามปี!”
น้ำเสียงของลู่เหยาทางโทรศัพท์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาโทรมาบอกข่าวดีให้หร่วนชีชีโดยเฉพาะ
“แล้วหลิวหงหลิงล่ะ?”
หร่วนชีชีถาม
“ตาแก่อยากช่วยหลิวหงหลิง เลยให้เธอย้ายออกจากกองทัพ”
ลู่เหยาไม่ได้ผิดหวังนัก เพราะผลลัพธ์แบบนี้ถือว่าดีมากแล้ว ไม่อย่างนั้นเหอเจี้ยนจวินก็คงแค่ถูกย้ายออกจากกองทัพเท่านั้น
“ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสอีกเยอะ”
หร่วนชีชียิ้มตาหยี จัดการพวกมันทีเดียวหมดก็ไม่สนุก ครั้งหน้าค่อยเล่นงานหลิวหงหลิงต่อ
แต่...
“นายช่วยให้กองทัพส่งหนังสือไล่ออกจากราชการกลับไปที่บ้านเกิดของเหอเจี้ยนจวินได้ไหม?”
“ส่งไปแล้ว ส่งไปที่กองผลิตของหมู่บ้านเธอ ฉันเป็นคนส่งเอง!”
ลู่เหยาพูดด้วยน้ำเสียงรอคำชม
“เก่งมาก อีกสองวันฉันจะกลับบ้าน นายเตรียมรายงานขอแต่งงานให้เรียบร้อย แล้วตามไปแต่งงานที่หมู่บ้านหร่วนเจียวกับฉัน!”
หร่วนชีชีชมเขาอย่างไม่หวงคำ
ความบ้าของลู่เหยากับของเธอไม่เหมือนกัน
เธอบ้าเพราะอยากบ้าก็บ้า ไม่มีเหตุผล
ส่วนลู่เหยาบ้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ อยากได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ พูดให้ถึงที่สุด เขาก็เป็นแค่เด็กที่ขาดความรัก และเฝ้าตามหาความรักที่หายไปตั้งแต่วัยเด็ก
“ได้!”
ลู่เหยาตอบรับอย่างยินดี
รายงานขอแต่งงานของเขาส่งให้โม่ชิวเฟิงเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เดือนหน้าก็จะไปเป็นลูกเขยที่หมู่บ้านหร่วนเจียวได้
วันรุ่งขึ้น หร่วนชีชีไปซื้อกระดาษเหลืองกับกระดาษแดงมาจำนวนหนึ่ง
เธอออกจากบ้านมานานแล้ว ตอนกลับก็ต้องหาของฝากจากถานโจวไปด้วย ในมิติเธอมีของอยู่ไม่น้อย แต่บรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะ ต้องใช้ของห่อแบบยุคนี้
ตอนบ่าย เธอไปที่โรงพยาบาล
หลิวหงหลิงยังคงนอนรักษาครรภ์อยู่ที่นั่น ลู่ชุนเฉ่าปิดบังเรื่องของเหอเจี้ยนจวิน ไม่กล้าบอก เพราะกลัวลูกสาวตกใจจนแท้ง
สีหน้าของหลิวหงหลิงซีดเซียว นอนหลับตาอยู่บนเตียง ภายในห้องผู้ป่วยมีเธอเพียงคนเดียว
หร่วนชีชีย่องเข้าไปข้างเตียง ก่อนกระซิบข้างหูเบาๆ
“เหอเจี้ยนจวินโดนยิงเป้าแล้ว ลูกในท้องเธอไม่มีพ่อแล้วนะ!”
“เธอพูดเหลวไหล!”
หลิวหงหลิงไม่ได้หลับจริง เธอรีบจะลุกจากเตียงไปโทรศัพท์ถามแม่ให้รู้เรื่อง
“ใช่ ฉันพูดเหลวไหลเอง เหอเจี้ยนจวินไม่ได้โดนยิงเป้า ไม่ได้ติดคุก และก็ไม่ได้ถูกไล่ออกจากกองทัพ พ่อของลูกเธอสบายดี!”
หร่วนชีชียิ้มตาหยีมองเธอ
ยิ่งหร่วนชีชีพูดแบบนี้ หลิวหงหลิงก็ยิ่งหวาดหวั่น
เหอเจี้ยนจวินไม่มาโรงพยาบาลหลายวันแล้ว โทรศัพท์ก็ไม่เคยโทรมาเลย
หรือว่า... จะโดนยิงเป้าจริง?
ไม่มีทาง!
คุณตาไม่มีทางใจร้ายขนาดนั้น!
หลิวหงหลิงทั้งโกรธทั้งตกใจ จู่ๆ ก็รู้สึกท้องน้อยหนักอึ้ง รู้สึกอุ่นวาบระหว่างขา เลือดสองสายไหลลงมาตามขากางเกงหยดลงพื้น
“ลูกของเธอหลุดออกมาแล้ว โอ้โห ช่างเป็นพ่อลูกที่รักกันจริงๆ เลย ลงไปหาพ่อมันข้างล่างแล้ว!”
หร่วนชีชีเป่านกหวีดอย่างอารมณ์ดี ก่อนวิ่งออกไปที่ระเบียงตะโกน
“เร็วเข้า คนท้องเลือดออก จะตายแล้ว!”
พยาบาลคนหนึ่งรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พอเห็นสภาพของหลิวหงหลิงก็ร้องเสียงหลง รีบไปตามหมอทันที
ส่วนหร่วนชีชีก็ถอนตัวอย่างสง่างาม หลังทำภารกิจสำเร็จเรียบร้อย