“ชีชี พวกเธอยังไม่ไปอีกเหรอ?”
หัวหน้ากองผลิตกัดฟันเดินเข้ามา ก่อนจะคว้าตัวหร่วนชีชีเอาไว้ และแย่งมีดผ่าฟืนในมือเธอไป
ถ้ายัยตัวป่วนคนนี้ส่งมีดฟืนไปให้จริงๆ เกรงว่าหร่วนเจียหวันคงจะกลายเป็นเหมือนหมู่บ้านไป๋หลี่ ต้องนองเลือดกันแน่
“สภาพแบบนี้ฉันจะไปได้ยังไง? ตีกันรุนแรงขนาดนี้ ฉันต้องห้ามสิ!”
หร่วนชีชีพูดอย่างเต็มภาคภูมิใจ แถมยังยื่นมือไปจะเอามีดผ่าฟืนคืนจากหัวหน้ากองผลิต
“นี่เธอเรียกว่าห้ามคนตีกันเหรอ? คนอื่นจะฆ่ากัน เธอกลับส่งมีดให้ หร่วนชีชี นี่เธอกำลังช่วยคนชั่วทำเรื่องชั่วอยู่ชัดๆ ถ้าเกิดมีคนตายขึ้นมาจริงๆ เธอก็ไม่มีทางได้ดีหรอก!”
หัวหน้ากองผลิตโกรธจนรู้สึกเหมือนใน อกมีไฟลุก เขาอยากตบหน้ายัยตัวป่วนคนนี้สักฉาดจริงๆ แต่ก็ไม่กล้า
เพราะข้างๆ ยังมีตัวป่วนผู้ชายอีกคน แถมในมือของตัวป่วนคนนั้นยังมีปืนอยู่ เขาไม่มีความกล้าขนาดนั้น
“ไอ้หัวหมูเอ๊ย! ฉันบอกให้แกไปทางซ้าย แกจะไปทางขวาทำไม? หมูยังฉลาดกว่าแกเลย สมควรแล้วที่เมียแกโดนคนอื่นเอาไปนอนด้วย!”
เสียงด่าของลู่เหยาลอยเข้าหูหัวหน้ากองผลิต เขากัดฟันกรามแน่น มองหร่วนชีชีด้วยสายตาตัดพ้อ สามีภรรยาคู่นี้มาทำลายเขากับหร่วนเจียหวันใช่ไหม?
“ลุงรอง อย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านทางนี้เลย รีบดูแลตัวเองก่อนเถอะ!”
หร่วนชีชีเตือนด้วยความหวังดี เมื่อคืนเธอเอากระดาษโน้ตแผ่นเล็กไปวางไว้ที่บ้านหัวหน้ากองผลิตด้วย โดยใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อของภรรยาหัวหน้ากองผลิต ตอนนี้ก็น่าจะพบแล้ว
“ฉันเป็นหัวหน้ากองผลิต แล้วถ้าฉันไม่จัดการ ใครจะจัดการ?”
หัวหน้ากองผลิตถลึงตามองอย่างไม่สบอารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงชอบธรรมเต็มที่ แถมยังถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะเข้าไปห้ามคนตีกัน
หร่วนชีชีแค่นเสียงเบาๆ แล้วถอยไปด้านข้างเพื่อดูเรื่องสนุกต่อ
“หลิวซื่อเม่ย! แกมันนังจิ้งจอกที่เอาแต่ยั่วยวนผู้ชายทุกวัน กล้าดียังไงมาล่อลวงผู้ชายของฉัน ฉันจะฆ่าแก!”
เสียงด่าของภรรยาหัวหน้ากองผลิตดังแหลมก้องไปทั่วหมู่บ้านในทันที ปะปนกับเสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้ของแม่ม่ายหลิว
“ไอ้หร่วนกุ้ยเลี่ยง ไอ้ชาติหมา! ที่แกดื่มฉี่ทุกวัน ที่แท้ก็เพื่อจะได้ไปนอนกับนังจิ้งจอกนี่เองสินะ! ถุย! ฉันจะฆ่าแกก่อน แล้วค่อยไปตอนหร่วนกุ้ยเลี่ยง!”
ภรรยาของหัวหน้ากองผลิตเป็นหญิงแกร่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วสิบลี้แปดหมู่บ้าน ตั้งแต่ยังสาวก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสหกรณ์ประชาคมแล้ว เพราะพ่อของเธอเคยเป็นคนคุ้มกันขบวนสินค้าเมื่อครั้งยังหนุ่ม และมีวิชาการต่อสู้สูงส่ง ดังนั้นพี่น้องหลายคนของภรรยาหัวหน้ากองผลิตต่างก็เคยฝึกวิชาการต่อสู้มา ฝีมือจึงไม่เลวเลย
หัวหน้ากองผลิตกลัวภรรยามาก เพราะเขาสู้เธอไม่ได้ ตลอดระยะเวลาสามสิบกว่าปีที่แต่งงานกันมา เขาไม่เคยเอาชนะเธอได้สักครั้ง
ความวุ่นวายที่ก่อนหน้านี้มีทั้งเสียงคนตีกันและเสียงร้องโวยวายพลันหยุดลง ทุกคนต่างหยุดมือชั่วคราว ลืมความแค้นของตัวเองไปชั่วขณะ แล้วหันไปมองหัวหน้ากองผลิตด้วยสายตาเป็นประกาย
มิน่าล่ะ ช่วงหลายวันมานี้หัวหน้ากองผลิตถึงได้ปากเสียขนาดนั้น ที่แท้ก็ดื่มฉี่นี่เอง!
หรือว่านี่จะเป็นสูตรลับที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงคึกคัก?
หัวหน้ากองผลิตนี่ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย มีสูตรดีๆ แบบนี้กลับไม่ยอมบอกทุกคน เอาแต่แอบดื่มอยู่คนเดียว ถุย! สมควรแล้วที่ถูกเมียซ้อม!
“ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ใช่ ฉันถูกใส่ร้าย…”
หลังจากหัวหน้ากองผลิตตั้งสติได้ เขาก็ร้องตะโกนอย่างเจ็บแค้น แต่ไม่มีใครเชื่อเขา ทุกคนต่างมองเขาด้วยสายตารอดูเรื่องสนุก
ไม่นานภรรยาหัวหน้ากองผลิตก็พุ่งเข้ามาพร้อมแสงอาทิตย์ยามเช้า มือของเธอยังลากแม่ม่ายหลิวที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยมาด้วย
แม่ม่ายหลิวผู้บอบบางอ่อนแอ ภายใต้มือของภรรยาหัวหน้ากองผลิตกลับไม่สามารถรับมือได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ใบหน้าสวยๆ ของเธอบวมจนแทบกลายเป็นหัวหมู ไม่เหลือความอ่อนหวานเย้ายวนอย่างที่เคยมีเลยแม้แต่น้อย
“หร่วนกุ้ยเลี่ยง หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”
ภรรยาหัวหน้ากองผลิตตะโกนเสียงดังจนพื้นสะเทือน หัวหน้ากองผลิตตกใจและวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขาเพียงอยากหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า เร่ร่อนไปทั่วสารทิศ ขอแค่ได้อยู่ห่างจากผู้หญิงบ้าคนนี้ก็พอ!
“ป้ารอง เอานี่!”
หร่วนชีชีส่งรองเท้าผ้าข้างหนึ่งให้ทันที เป็นรองเท้าที่เธอเก็บขึ้นมาจากพื้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นของใคร
ภรรยาหัวหน้ากองผลิตรับรองเท้าไป แล้วเหวี่ยงแขนจนสุดแรง ปารองเท้าใส่ท้ายทอยของหัวหน้ากองผลิตอย่างแม่นยำ
“เพียะ!”
หัวหน้ากองผลิตล้มทั้งยืน หงายหลังลงไปกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะนอนแน่นิ่งไม่ขยับ
ฝ่าเท้ารองเท้าที่ภรรยาหัวหน้ากองผลิตฟาดใส่มีพลังเต็มแรง ถึงกับทำให้เขาสลบไปจริงๆ
หร่วนชีชีดูอย่างสนุกสนาน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ต่อไปหัวหน้ากองผลิตคงไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอีกแล้ว และหลังจากนี้หร่วนเจียหวันก็คงคึกคักน่าดู มีความแค้นสะสมมากขนาดนี้ คงได้ตีกันทุกสามวันห้าวันแน่ๆ
“กลับถานโจวกัน!”
หร่วนชีชีลากลู่เหยาออกไป ดูเรื่องสนุกจบแล้ว ถึงเวลาต้องกลับถานโจวไปก่อเรื่องต่อ!
“ไป!”
ลู่เหยาเองก็ดูจนสะใจแล้ว
หัวหน้ากองผลิตยังคงแกล้งตายอยู่บนพื้น หลับตาสนิท ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ และนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัว เดิมทีภรรยาหัวหน้ากองผลิตกำลังโกรธจัด แต่พอเห็นสภาพเหมือนคนตายของเขาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง
“ลุกขึ้นมา อย่ามาแกล้งตาย!”
ภรรยาหัวหน้ากองผลิตทุบเขาไปหลายที แต่เขายังคงไม่ฟื้น เธอเริ่มร้อนใจจริงๆ เพราะคิดว่าตัวเองฟาดรองเท้าจนหัวหน้ากองผลิตตายไปแล้ว
“หร่วนกุ้ยเลี่ยง ลุกขึ้นมา ฉันไม่โกรธแกแล้ว!”
เสียงของภรรยาหัวหน้ากองผลิตเริ่มสะอื้น แม้หัวหน้ากองผลิตจะเจ้าชู้ แต่เขาก็ยังใส่ใจครอบครัวมาก เธอเองก็ไม่อยากเป็นแม่ม่าย จะนอกใจไปบ้างก็ช่างเถอะ เขาก็อายุห้าสิบแล้ว จะยังมีแรงไปนอกใจได้อีกกี่ปี?
หัวหน้ากองผลิตที่แกล้งตายแอบดีใจอยู่ในใจ เขาวางแผนว่าจะนอนแกล้งตายต่ออีกไม่กี่นาที แล้วค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา จากนั้นก็แกล้งป่วยสักปีหรือสองปี ทำให้ภรรยารู้สึกผิดจนเต็มที่ เรื่องแม่ม่ายหลิวก็คงไม่ถูกนำมาเอาเรื่องกับเขาอีกแน่นอน
ลู่เหยากับหร่วนชีชีเดินผ่านมาพอดี ทั้งสองคนหยุดฝีเท้าแล้วก้มตัวลง คนหนึ่งอยู่ตรงศีรษะ อีกคนอยู่ตรงเท้า
หร่วนชีชีเด็ดหญ้าหางสุนัขขึ้นมาต้นหนึ่ง แล้วเอาไปจั๊กจี้ฝ่าเท้าของหัวหน้ากองผลิต ส่วนลู่เหยาก็เด็ดหญ้าหางสุนัขขึ้นมาต้นหนึ่ง แล้วเอาไปจั๊กจี้จมูกของหัวหน้ากองผลิต
“ฮัดชิ่ว… ฮ่าๆ … อย่าจั๊กจี้…”
ไม่ถึงสามวินาที หัวหน้ากองผลิตก็แกล้งต่อไม่ไหว กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้น หัวเราะจนตัวงอ พลังชีวิตเต็มเปี่ยมราวกับสามารถฆ่าวัวทั้งตัวได้
สีหน้าของภรรยาหัวหน้ากองผลิตเปลี่ยนไปทันที ในดวงตายังมีน้ำตาคลออยู่ แต่ก็ไม่อาจบดบังประกายอำมหิตได้
“หร่วนกุ้ยเลี่ยง ฉันจะฆ่าแก!”
“โอ๊ย ฟังฉันก่อนสิ อย่าตีเลย โอ๊ย…”
ภายใต้มือของภรรยา หัวหน้ากองผลิตก็ไม่ต่างจากหนูที่ตกอยู่ในกรงเล็บแมว ไม่มีแรงแม้แต่จะต่อต้าน ไม่นานเขาก็ถูกซ้อมจนหน้าบวมช้ำ จนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของคน
หร่วนชีชีกับลู่เหยาหยุดดูละครอีกฉากหนึ่ง พวกเขายิ้มกว้างอย่างสนุกสนาน ไม่สนใจสายตาตัดพ้อของหัวหน้ากองผลิตแม้แต่น้อย และไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด
ชาติที่แล้ว แม้หัวหน้ากองผลิตจะไม่ได้เป็นคนฆ่าร่างเดิมโดยตรง แต่เขาก็ไม่ได้ยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม ดังนั้นการสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาบ้างก็ถือว่าสมควรแล้ว
หร่วนซวงเจียงกับหร่วนเสี่ยวเสวี่ย ได้ยินข่าวแล้วรีบมาดูเรื่องสนุก พวกเธอมาถึงช้าไปหน่อย ละครฉากใหญ่จบลงแล้ว เหลือเพียงเรื่องวุ่นวายที่บ้านหัวหน้ากองผลิตเท่านั้น
“ชีชี พวกเธอยังไม่ไปอีกเหรอ?”
หร่วนซวงเจียงเห็นน้องสาวคนที่สองกับน้องเขยของตัวเองเป็นสิ่งแรก เธอฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเต็มปาก เวลาก็ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ทำไมสองคนนี้ยังไม่ออกจากหร่วนเจียหวันอีก?
“ตีกันรุนแรงมาก ฉันกับลู่เหยากำลังห้ามอยู่ คราวนี้จะไปแล้ว!”
หร่วนชีชีโกหกหน้าตายโดยไม่แม้แต่จะหน้าแดง คนอื่นๆ ต่างเบ้ปาก นี่เรียกว่าห้ามกับผีอะไรเล่า! สองคนนี้ตัวป่วนยิ่งกว่าใคร เกือบจะทำคนตายอยู่แล้ว!
“พี่น้องชาวบ้าน พวกเราไปแล้วนะ แต่พวกเราจะกลับมาอีก!”
หร่วนชีชีโบกมือให้ทุกคน แล้วพูดคำอำลาด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยพลัง
“เดินทางปลอดภัยนะ!”
ชาวบ้านตอบกลับอย่างไม่กระตือรือร้นนัก พวกเขาแทบอยากให้สองตัวป่วนผัวเมียคู่นี้รีบไสหัวไปให้ไกลที่สุด ยิ่งดีถ้าจะไม่กลับมาอีกตลอดชีวิต
“พี่ใหญ่ เสี่ยวเสวี่ย ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไปหาผู้อำนวยการหม่าที่สหกรณ์ประชาคม เขาจะช่วยให้ความเป็นธรรมกับพวกพี่!”
หร่วนชีชีจงใจพูดถึงหม่าไฉ่เซิงต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน
และเป็นไปตามคาด สายตาของทุกคนเปลี่ยนไปทันที รวมถึงความคิดในใจก็เปลี่ยนไปด้วย
หม่าไฉ่เซิงเป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฎิวัติ ครั้งก่อนงานแต่งของหร่วนชีชีก็ยังมาร่วมงานด้วย ครอบครัวพี่น้องหร่วนสามคนนี้กำลังจะรุ่งแล้วจริงๆ สินะ ถึงกับได้เกาะขาผู้อำนวยการสหกรณ์ประชาคม ต่อไปคงสามารถเดินวางอำนาจไปทั่วทั้งสหกรณ์ประชาคมได้แล้ว!
ในที่สุดหร่วนชีชีกับลู่เหยาก็ออกเดินทาง ระหว่างทางพวกเขายังผ่านฟาร์ม และเห็นครอบครัวของหร่วนกุ้ยหมิงกำลังบุกเบิกพื้นที่อยู่ เพียงไม่กี่วัน คนทั้งครอบครัวก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งดำทั้งผอม แก่ลงไปหลายปี
ด้วยการดูแลเป็นพิเศษจากหม่าไฉ่เซิง ชีวิตของครอบครัวนี้ต่อจากนี้ย่อมต้องเต็มไปด้วยความทุกข์ยาก และลำบากยิ่งกว่าชีวิตของร่างเดิมในชาติก่อนเสียอีก ก็ต้องดูว่าพวกเขาจะทนผ่านมันไปได้หรือไม่
ต่อให้พวกเขาสามารถอดทนผ่านมันไปได้ เธอก็จะไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่อย่างสุขสบาย ครอบครัวนี้จะต้องตาย!
ตอนบ่ายสองโมง พวกเขากลับมาถึงเมืองถานโจว หลังจากกินข้าวที่ร้านอาหารแล้ว ก็กลับไปที่บ้านพักเพื่อขอซองอั่งเปา