หลี่อวี้เฉิงมองพ่อแม่ของตน ก่อนก้มหน้าลง
ทุกคนได้แต่ดื่มน้ำจนเต็มท้องอีกครั้ง
เสบียงอาหารในบ้านมีจำกัด จะต้มโจ๊กเพิ่มอีกหม้อย่อมเป็นไปไม่ได้ หมดแล้วก็คือหมดแล้ว
ฝนไม่ตกมานานกว่าสองเดือน ตอนนี้คนทั้งครอบครัวต้องหาบน้ำไปรดไร่นาทุกวัน
เพราะแย่งชิงแหล่งน้ำ พวกเขาถึงขั้นยกพวกตีกับคนหมู่บ้านข้างเคียงมาแล้วหลายครั้ง หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป...
ผู้เฒ่าหลี่ถอนหายใจ ก่อนหันไปมองเกาซื่อ “แม่ของลูก หากไม่ไหวจริง ๆ พรุ่งนี้ไปหาเจ้าสามดูหน่อยเถอะ ดูว่าจะซื้อเสบียงราคาถูกได้หรือไม่ ตอนนี้ราคาเสบียงแพงจนเกินไป เงินที่บ้านเรามีอยู่เพียงเท่านี้ไม่พอใช้หรอก”
เกาซื่อหลุบตาลง “ไปหาเขาเสียอีก กลับจะแพงกว่าซื้อเอง”
หวังซื่อผู้เป็นสะใภ้ใหญ่เบ้ปาก “หลายปีมานี้เจ้าสามเรียนหนังสือ บ้านเราเสียเงินให้เขาไปตั้งเท่าไร ตอนนี้กลับกลายเป็นลูกชายของบ้านอื่นไปเสียแล้ว”
แม่เฒ่าจะบ่นลูกชายเองอย่างไรก็ได้ แต่ทนฟังคนอื่นตำหนิลูกชายของตนไม่ได้ นางยกตะเกียบเคาะลงบนมือหวังซื่อ “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย!”
หวังซื่อมองมือที่บวมขึ้นทันตา ก่อนร้องลั่น “วันนี้มันวันอะไรกัน ถึงได้จ้องจะตีแต่คนบ้านข้า! เห็นว่าคนบ้านข้ารังแกง่ายนักใช่หรือไม่?”
เพราะฟันหน้าหลุดไปหนึ่งซี่ เวลาพูดจึงมีลมลอดออกจากปาก นางร้องไห้พลางวิ่งหนีไป
เกาซื่อเบ้ปาก คิดว่านางดูไม่ออกหรือ? ก็แค่อยากอู้งานไม่ยอมทำเท่านั้น! วัน ๆ หวังซื่อถ้าไม่ได้รังแกคนเรือนสองก็คงอยู่ไม่ได้กระมัง!
หลิวซื่อกลับมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ราวกับบ้านของตนได้เปรียบอะไรสักอย่าง
เกาซื่อเห็นท่าทางของสะใภ้รองแล้วแทบทนมองไม่ได้ “รีบเก็บกวาดแล้วไปนอนได้แล้ว วัน ๆ เอาแต่ก่อเรื่อง ดูแลลูกสาวของเจ้าให้ดีด้วย ไอ้ตัวอกตัญญูขัดคำสั่งผู้ใหญ่เช่นนั้น เจ้าเป็นแม่ประสาอะไร?”
หลิวซื่อไม่กล้าเถียง พอเห็นเด็กสาวสองคนจากเรือนใหญ่กำลังจะเดินหนี ก็รีบร้องเรียก “เสี่ยวหลาน เสี่ยวลี่ พวกเจ้ามาช่วยอาสะใภ้รองเก็บโต๊ะก่อน ยังต้องให้อาหารไก่อีกนะ”
ภัยแล้งเริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่บ้านถึงกับไม่กล้าเลี้ยงหมูอีก เพราะไม่มีอะไรให้มันกิน
หลี่เสี่ยวหลานกับหลี่เสี่ยวลี่เจ้าเล่ห์เหลือเกิน ทั้งสองรีบวิ่งกลับเรือนใหญ่ “ข้าต้องไปดูท่านพ่อท่านแม่กับพวกพี่ชาย พวกเขาถูกพี่เสี่ยวเล่อตีจนบาดเจ็บหมดแล้ว”
พูดพลางมุดเข้าเรือนใหญ่ไปทันที หลิวซื่อโมโหจนเจ็บหน้าอก
เมื่อก่อนเสี่ยวเล่อสงสารนาง งานส่วนใหญ่จึงเป็นเสี่ยวเล่อที่ช่วยทำ แต่ตั้งแต่เจ้าสามหาคู่ครองรายนี้ให้เสี่ยวเล่อ แล้วนางไม่ได้ช่วยพูดแทนบุตรสาว เสี่ยวเล่อก็เริ่มห่างเหินกับนางและไม่ยอมช่วยทำงานเองอีกเลย
หลิวซื่อทำงานไปพลางบ่นพึมพำไปพลาง “นังเด็กบ้าไม่รู้จักคิด หากแต่งเข้าตระกูลฟู่ไป วันหน้ามีลูกกับคุณชายฟู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะช่วยเหลือพี่น้องในบ้านตัวเองได้หรือ? หากพี่น้องได้ดี จะปล่อยให้นางลำบากหรืออย่างไร?”
นางคิดอย่างขุ่นแค้น พลางเก็บชามกับตะเกียบไปล้างในครัว จากนั้นสับหญ้าสดเล็กน้อยเอาไปให้ไก่กิน
ฉีเล่อเล่อนอนหงายหลับตาอยู่ในห้องโทรม ๆ
หลี่เสี่ยวหลานกับหลี่เสี่ยวลี่ถูกพ่อแม่ไล่ให้กลับมา พอเห็นฉีเล่อเล่อหลับสบาย ทั้งคู่ก็ยิ่งโมโห
หลี่เสี่ยวหลานกระแทกข้าวของเสียงดัง “พี่รองบาดเจ็บ พี่ใหญ่ก็ถูกกระแทกจนเจ็บหน้าอก ท่านพ่อยังถูกคนรุ่นหลังตีอีก สองวันนี้พวกเขาลงไร่ไม่ได้แล้ว งานในบ้านใครจะเป็นคนทำ? ช่างเป็นตัวซวยจริง ๆ ตัวเองกลับนอนหลับสบาย ไม่สนใจความเป็นความตายของคนอื่นเลย”
หลี่เสี่ยวลี่ดึงนางไว้ ก่อนบุ้ยปากไปทางฉีเล่อเล่อแล้วกระซิบเสียงแผ่ว “อาศัยตอนที่นางหลับอยู่ พวกเรารุมตีนางสักยกดีหรือไม่?”
หลี่เสี่ยวหลานกลอกตาครุ่นคิด เสี่ยวเล่อปีนี้อายุสิบหก ส่วนนางอายุสิบห้า เหตุใดคุณชายตระกูลฟู่ถึงต้องเจาะจงสู่ขอเสี่ยวเล่อด้วย? นางเองก็ได้มิใช่หรือ? จะปัญญาอ่อนหรือไม่แล้วอย่างไร แต่งเข้าไปแล้วไม่ต้องทำงาน มีของดี ๆ กินมีของดี ๆ ใช้ มีอะไรไม่ดี? ถึงได้ว่าอย่างไรเล่า หลี่เสี่ยวเล่อนี่มันโง่จริง ๆ! เรื่องดีขนาดนี้ยังผลักไสไม่เอา!
ตอนแรกนางเคยเสนอเรื่องนี้แล้วด้วยซ้ำ แต่กลับถูกพ่อของตนตบไปหนึ่งฉาด!
หากวันนี้นางทำให้เสี่ยวเล่อบาดเจ็บหรือตาย การแต่งงานครั้งนี้ก็จะตกเป็นของนางมิใช่หรือ?
เมื่อคิดเช่นนี้ นางจึงพยักหน้าให้น้องสาว ก่อนกระซิบตอบ “รอคืนนี้”
ถึงเวลานั้นค่อยโยนความผิดทั้งหมดให้เสี่ยวลี่ ส่วนนางก็จะเป็นชาวประมงที่รอรับผลประโยชน์!
ฉีเล่อเล่อที่หลับตาแสร้งทำเป็นหลับ มุมปากกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อเรื่องเข้าไป ก่อให้หนัก ๆ เลย ไม่อย่างนั้นนางคงกระดากใจที่จะลงมือ
……................................................
ฉีเล่อเล่อหลับอย่างสบาย ทำให้เด็กสาวสองคนที่นอนไม่หลับเกิดความริษยา
หลี่เสี่ยวลี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ในอ้อมแขนกอดหมอนไว้ใบหนึ่ง ก่อนเดินตรงไปหาฉีเล่อเล่อ
หมอนใบนั้นทำจากไม้ หนักมาก แม้แต่นางยังอุ้มอย่างลำบาก
หลี่เสี่ยวหลานเดินตามอยู่ด้านหลัง ในมือถือผ้าห่มผืนบาง ทั้งสองสบตากันอย่างรู้ใจ ก่อนสลับตำแหน่งกัน
หลี่เสี่ยวหลานตั้งใจจะใช้ผ้าห่มคลุมศีรษะฉีเล่อเล่อไว้ก่อน จากนั้นค่อยให้หลี่เสี่ยวลี่ใช้หมอนไม้ทุบจนตาย!
ความริษยาเข้าครอบงำจิตใจหลี่เสี่ยวลี่ วันนี้หลี่เสี่ยวเล่อผู้ปกติเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาแย่งอาหารส่วนของนางไป นั่นเป็นอาหารของนางนะ! เดิมทีก็กินไม่อิ่มอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งหิวกว่าเดิมอีก
นางจะใช้หมอนทุบอีกฝ่ายให้หนัก ๆ ดูซิว่าจะยังกล้าหรือไม่! พี่สาวที่ถูกนางรังแกมาตลอดคิดจะลุกขึ้นต่อต้านไม่ได้เด็ดขาด
หลี่เสี่ยวหลานมองฉีเล่อเล่ออย่างเย็นชา ขอเพียงนางกดผ้าห่มไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหายใจ ต่อให้ไม่ถูกทุบตายก็ขาดอากาศตายได้ ถึงตอนนั้นก็บอกว่าเสี่ยวลี่เป็นคนตีจนตาย พ่อแม่ต้องหาทางปกป้องพวกนางแน่นอน
ฉีเล่อเล่อมองไอสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างทั้งสองด้วยความประหลาดใจ ความมุ่งร้ายเข้มข้นเสียจนแทบกลายเป็นไอเหนียวข้นแล้ว!
ในชีวิตก่อนของเจ้าของร่างเดิม เด็กสาวสองคนนี้ทำเรื่องชั่วไม่น้อยเพื่อเอาตัวรอด โดยเฉพาะตลอดเส้นทางอพยพหนีภัย พวกนางคอยแย่งอาหารของเจ้าของร่างเดิมอยู่เสมอ เดิมทีฉีเล่อเล่อคิดจะให้ทั้งสองได้ลิ้มรสชาติของการถูกขายไปแล้วเฉือนเนื้อออกจากร่างเสียหน่อย ไม่คิดว่าพวกนางจะใจร้อนถึงเพียงนี้ หากฆ่าทิ้งง่าย ๆ ตอนนี้ จะเป็นการปล่อยพวกนางสบายเกินไปหรือไม่?
หลี่เสี่ยวหลานค่อย ๆ วางผ้าห่มลงบนศีรษะฉีเล่อเล่อ ก่อนกระซิบบอกหลี่เสี่ยวลี่ “ตีที่หัว ใช้แรงหน่อย”
หลี่เสี่ยวลี่ใจหายวาบ “หา? ถ้าตายขึ้นมาจะทำอย่างไร? พวกเราแค่จะสั่งสอนนางไม่ใช่หรือ? ทำให้นางเชื่อฟังต่อไปก็พอ อย่าตีหัวเลยดีหรือไม่?”
แววตาของหลี่เสี่ยวหลานเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม “เร็วเข้า! เจ้าอยากให้นางตื่นขึ้นมาตีพวกเราตายหรือ?”
เมื่อนึกถึงท่าทางคลุ้มคลั่งยามฉีเล่อเล่อตีคนตอนกลางวัน หลี่เสี่ยวลี่ก็กัดฟัน ในเมื่อเริ่มแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด นางยกหมอนไม้ขึ้นสูง หลี่เสี่ยวหลานหันกลับไปกดตัวลงบนผ้าห่ม
ฉีเล่อเล่อหัวเราะแผ่วเบา “ช่างเป็นงูพิษสองตัวจริง ๆ อายุยังน้อย แต่มือลงมือกลับเหี้ยมโหดไม่น้อย”
ความจริงนางไม่ค่อยเข้าใจนัก ตอนนี้ทั้งสามก็ไม่ได้มีความแค้นลึกล้ำต่อกัน เหตุใดถึงคิดจะเอาชีวิตนางให้ได้? นางเพียงปัดมือเบา ๆ ก็พลิกร่างหลี่เสี่ยวหลานลงไปกดไว้ด้านล่าง ก่อนต่อยศีรษะอีกฝ่ายหนึ่งหมัด หลี่เสี่ยวหลานไม่ทันส่งเสียงสักแอะก็หมดสติไป
หลี่เสี่ยวลี่เห็นท่าไม่ดี อ้าปากเตรียมตะโกน “ช่วย...”
ยังไม่ทันเปล่งเสียงออกมาครบคำ ฉีเล่อเล่อก็คว้าลำคอของนางไว้ แล้วบิดไปด้านหลังอย่างแรง
ฉีเล่อเล่อโยนทั้งสองเข้าไปในพื้นที่รูปโลงศพภายในมิติ ก่อนหัวเราะหึเบา ๆ ผู้ฆ่าคน ย่อมถูกคนฆ่าเช่นกัน ครุ่นคิดครู่หนึ่ง นางก็โยนเสื้อผ้าและของใช้ของทั้งสองเข้าไปในมิติทั้งหมด จากนั้นจึงเดินเอื่อย ๆ ไปยังห้องอื่น ๆ