นายท่านเกาพูดไปพลางผลักประตูเดินออกมา ฉีเล่อเล่อยืนรออยู่ด้านหลังประตูห้องนอนของเขาพอดี ทันทีที่อีกฝ่ายก้าวออกมา เธอก็คว้าคอไว้แน่น นายท่านเกาส่งเสียงไม่ออกในทันที
ฉีเล่อเล่อผลักเขากลับเข้าไปในห้อง ก่อนปิดประตูดังเอี๊ยดแล้วลงกลอนแน่นหนา คุณนายเกากำลังจะอ้าปากร้อง ฉีเล่อเล่อก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ซัดหมัดใส่จนหมดสติ จากนั้นยังหันไปต่อยนายท่านเกาซ้ำอีกหมัด เมื่อเห็นว่าทั้งสองหมดสติสนิทแล้ว เธอจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
ฉีเล่อเล่อเริ่มค้นหาของมีค่า เจออะไรก็โยนเข้าไปในมิติทั้งหมด ระหว่างค้นอย่างเงียบ ๆ เธอกลับพบทางลงใต้ดินซ่อนอยู่ใต้เตียง ภายในห้องเก็บของใต้ดินมีทองคำ เหรียญเงิน อัญมณี และเครื่องประดับจำนวนมากเก็บไว้
ฉีเล่อเล่อยิ้มอย่างได้ใจ เพราะฉะนั้นเวลาเป็นคนอย่าทำอะไรสุดโต่งเกินไป เผื่อทางไว้บ้าง โอกาสดี ๆ จะได้ไหลมาไม่ขาด คนพวกนี้อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว ใจร้อนเกินไปไม่ใช่เรื่องดี
เธอเดินสำรวจอยู่สองรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรควรหยิบไปอีกแล้ว จึงนำเหล้าจำนวนหนึ่งออกมาจากมิติ ค่อย ๆ ราดลงตามจุดต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วขีดไม้ขีดไฟหนึ่งก้าน
เมื่อเห็นเปลวไฟลุกพรึ่บขึ้น ฉีเล่อเล่อก็ยังมีสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนกระโดดออกทางหน้าต่าง
ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอจัดการทุกอย่างอย่างไม่รีบร้อนและไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
ฉีเล่อเล่อกลับไปยังห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว รอให้เดินทางไปไกลกว่านี้และเวลาผ่านไปอีกสักพัก ค่อยนำศพหลายร่างในมิติออกไปทิ้งก็ยังไม่สาย มิติของเธอมีคุณสมบัติหยุดเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ศพก็จะยังคงสภาพเหมือนเพิ่งเสียชีวิตใหม่ ๆ
ไม่นานนัก เสียงร้องตกใจจากด้านนอกก็ดังขึ้นเป็นระลอก ฉีเล่อเล่อค่อย ๆ สวมเสื้อคลุมตัวนอก แล้วมองไปยังเรือนหลักที่กำลังลุกไหม้
เธอหาคุณนายผู้เฒ่าฉินกับฉินเฟยเฟยจนพบ ก่อนวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปยืนอยู่ด้านหลังคุณนายผู้เฒ่าฉิน แม้จะถูกอีกฝ่ายถลึงตามองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยืดคอมองไปทางเรือนที่ไฟกำลังไหม้ ปากอ้าเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง “คุณนายผู้เฒ่า เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินรู้เพียงว่าสามีภรรยาตระกูลเกาตั้งใจจะส่งฉีเล่อไปให้ใครบางคน แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาวางแผนจะทำอย่างไร จึงไม่มีอารมณ์สนใจฉีเล่อเล่อ ได้แต่มองไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปมา
ฉินเฟยเฟยกอดลูกชายกับลูกสาวไว้แน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เปลวไฟโหมกระหน่ำเรือนหลักอย่างรุนแรง ประตูใหญ่ของตระกูลเกาถูกเปิดออกเพื่อให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงเข้ามาช่วยดับไฟ แต่บ่อน้ำมีไม่มาก และไฟก็ลุกจากภายในเรือน น้ำที่ตักมาราดทีละถังแทบไม่ช่วยอะไรเลย
กว่าคนจากสถานีตำรวจใกล้เคียงจะมาถึง เรือนหลักก็ถูกเผาจนเหลือเพียงโครง ไฟแทบดับหมดแล้ว
สามีภรรยาตระกูลเกาน่าจะฟื้นขึ้นมาก่อนถูกไฟคลอก เพราะมีร่องรอยว่าทั้งสองพยายามเกาะหน้าต่างเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่หนีออกมาไม่สำเร็จ
เจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์คนหนึ่งพูด “หน้าต่างบานนี้เกือบถูกผลักออกได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ติดขัดเสียก่อน”
ฉินเฟยเฟยกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่คุณนายผู้เฒ่าฉินรีบดึงตัวไว้ เด็กโง่นี่คิดจะหาเรื่องใส่ตัวหรืออย่างไร?
ถ้าสถานีตำรวจลงความเห็นว่าไฟไหม้ครั้งนี้มีคนจงใจวางเพลิง แล้วพวกเธอจะได้ประโยชน์อะไร? ดีไม่ดีต้องเสียเงินจำนวนมากกว่าจะจัดการเรื่องให้จบ
เมื่อไม่มีผู้เสียหายยืนกรานให้สืบสวนต่อ เจ้าหน้าที่จึงสรุปอย่างลวก ๆ ว่าเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้ แล้วก็จากไป คุณนายผู้เฒ่าฉินกับฉินเฟยเฟยสั่งให้คนรับใช้นำศพไหม้เกรียมของสามีภรรยาตระกูลเกาออกมาจัดวาง จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปในเรือนที่ถูกไฟเผา
ไม่นาน เสียงคร่ำครวญแหบพร่าของฉินเฟยเฟยก็ดังออกมา “สวรรค์เอ๊ย นี่มันถูกโจรปล้นแล้ว……”
ฉีเล่อเล่อทำงานไปพลาง แอบมีความสุขอยู่ในใจ เมื่อครู่ฉินเฟยเฟยกับคุณนายผู้เฒ่าฉินเข้าไปด้วยความหวังมากเพียงใด ตอนนี้ก็ผิดหวังมากเท่านั้น
อยากร่อนทองออกจากกองเถ้าถ่านน่ะหรือ ไม่มีหรอก ถ้าจะคุ้ยหาของสกปรกแทนยังพอได้
เกาจือเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของสามีภรรยาตระกูลเกา ส่วนลูกสาวอีกสามคนแต่งงานออกไปไม่ไกลนัก
ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น บรรดาลูกสาวที่ได้รับข่าวก็ร้องไห้กลับมาถึงบ้านกันแล้ว
ลูกสาวทั้งสามของตระกูลเกาล้วนเป็นคนเอาเรื่อง ตอนนี้พ่อแม่ถูกไฟคลอกตาย ส่วนน้องชายเพียงคนเดียวก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเธอจะยอมปล่อยฉินเฟยเฟยไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ทั้งสามจึงร่วมมือกันรุมตีฉินเฟยเฟยจนหน้าตาฟกช้ำ ปากจมูกบวมไปหมด
คนรับใช้ต่างพากันหลบไปหมด เจ้านายทะเลาะตบตีกัน พวกเขาจะกล้าเข้าไปยุ่งได้อย่างไร
คุณนายผู้เฒ่าฉินเข้าไปช่วยลูกสาวของตัวเอง กลับถูกลูกสาวคนโตของตระกูลเกาตบเข้าหนึ่งฉาด แถมยังถูกผลักจนล้ม เอวเคล็ดจนลุกไม่ขึ้นอยู่นาน
เธอร้องเรียกฉีเล่อเล่อ “เล่อเล่อ ยัยเด็กไร้น้ำใจ ยังไม่รีบมาช่วยอีก!”
เดิมทีฉีเล่อเล่อยังอยากยืนดูเรื่องสนุกต่ออีกสักพัก แต่พอได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนหันหลังวิ่งหนีทันที
“ฉันไม่กล้าตีกับคน ฉันกลัว ฉันกลัว ฉันไม่กล้า……”
เพียงพริบตาเดียว เธอก็วิ่งหายลับไปแล้ว แม้แต่เสียงยังค่อย ๆ เลือนหายไปในระยะไกล……
คุณนายผู้เฒ่าฉิน “……”