เล็บทั้งสองข้างของป๋ายเหลียนแหลมคม มือข้างหนึ่งพุ่งตรงไปยังใบหน้าของฉีเล่อเล่อ ส่วนอีกข้างหมายจะจิ้มดวงตาเธอโดยตรง ฉีเล่อเล่อไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เพียงยื่นมือทั้งสองออกไปคว้าข้อมือของป๋ายเหลียนไว้ แล้วออกแรงบีบ
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือดก็ดังลั่นไปทั่วห้อง “อ๊าก ๆๆ เจ็บ ๆๆ นังสารเลว รีบปล่อยฉัน!”
ฉีเล่อเล่อเบ้ปาก หากไม่ใช่เพราะมีความแค้นกัน คนอ่อนแอขนาดนี้เธอแทบขี้เกียจลงมือด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงตัวเธอเลย เพียงพละกำลังผิดปกติของเจ้าของร่างเดิมก็สามารถจัดการคนพวกนี้ได้สบาย หากวันนั้นเจ้าของร่างเดิมไม่ได้อดอาหารจนหิวหน้ามืดตาลาย จะถูกผลักครั้งเดียวแล้วศีรษะกระแทกก้อนหินจนตายได้อย่างไร?
เดิมทีหลังประตูนั่นไม่มีก้อนหินอยู่เลย เห็นได้ชัดว่าเป็นการจงใจฆาตกรรม
ตอนนี้ฉีเล่อเล่อพอจะเข้าใจแล้วว่าคนในครอบครัวนี้ต่างมีแผนชั่วอะไรอยู่ในใจกันบ้าง ฉินโซ่วกับน้องสาวคิดจะกดหัวเจ้าของร่างเดิมให้อยู่ชนบทคอยดูแลแม่แก่ ๆ ส่วนพวกเขาก็ใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองใหญ่ ทั้งยังไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้อดีตภรรยาอีก ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของเจ้าของร่างเดิมโดยตรงก็คือป๋ายเหลียน แขนทั้งสองข้างของป๋ายเหลียนตกห้อยลง เธอเจ็บจนหมดสติไป
ฉินโซ่วที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชะงักเท้า เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉีเล่อเล่อก็หยุดอย่างรู้จักสถานการณ์ ก่อนรีบอุ้มป๋ายเหลียนวิ่งออกไป
ฉินเจียเป่าแม้ยังเล็ก อายุเพียงสามขวบ แต่ก็ดูออกแล้วว่าผู้หญิงชั่วคนนี้ทำให้แม่ของเขาเจ็บ จึงชูกำปั้นเล็ก ๆ วิ่งเข้ามาหาฉีเล่อเล่อ “คนชั่ว คนชั่ว……”
ฉีเล่อเล่ออาจใจกว้างกับเด็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใจกว้างกับเด็กแบบนี้ ดูจากอายุของเด็ก ฉินโซ่วไปเรียนต่างประเทศสี่ปี แต่ลูกกลับอายุสามขวบแล้ว ผู้ชายก็ชั่ว ผู้หญิงก็เลว แต่จะปล่อยให้สองคนนี้สมหวังได้อย่างไร? ต้องแยกพวกเขาออกจากกันสิ ถึงจะสนุก
ฉีเล่อเล่อคว้าคอเสื้อเด็กชายแล้วยกขึ้นจากพื้น “ถ้ายังกล้าเข้ามาใกล้อีก จะบีบคอให้ตาย”
ฉินเจียเป่าตกใจจนร้องลั่น เมื่อเห็นว่าเด็กเกือบจะกลัวจนปัสสาวะราด ฉีเล่อเล่อก็สะบัดมือโยนเขาไปตกบนพรมไกลออกไป ก่อนเอนตัวลงนอนบนโซฟา
คนจากวันสิ้นโลก ต่อให้อยู่ที่ไหนก็นอนได้สบาย ตลอดทางที่ผ่านมาเธอยังไม่ได้พักผ่อนดี ๆ เลย เดิมทีคิดจะหลับตาสักครู่ แต่แม่หวงกลับเดินออกมาจากครัวแล้วพูดจาชวนหาเรื่องเสียก่อน
แม่หวงพูดกับฉีเล่อเล่อ “คุณ...คุณผู้หญิง ไม่ว่าผู้ใหญ่จะมีความขัดแย้งอะไรกัน ก็ไม่ควรลงมือกับเด็กนะคะ เป็นผู้หญิงแท้ ๆ ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้?”
ฉีเล่อเล่อลืมตาขึ้นแล้วยิ้ม “อ้อ เธอพูดถูก สำหรับเด็กชั่วแบบนั้น ฉันไม่ใจดีหรอก ในเมื่อป้าใจดีนัก ก็ไปทำอาหารมาให้ฉันหน่อย เอาสี่อย่างกับน้ำแกงหนึ่งอย่าง ต้องมีทั้งเนื้อและผักนะ”
แม่หวงได้ยินแล้วโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง “ทำไมฉันต้องทำ? ฉันรับค่าจ้างจากตระกูลฉิน ไม่ได้รับเงินจากคุณเสียหน่อย”
ฉีเล่อเล่อสะบัดฝ่ามือครั้งเดียว ที่วางแขนไม้ของโซฟาก็หักสะบั้นอย่างเรียบร้อย เธอยิ้มพลางพูด “ก็เพราะหมัดของฉันเวลาต่อยคนแล้วค่อนข้างเจ็บน่ะสิ”
แม่หวงพลันนึกถึงสภาพมือของคุณนายป๋ายเมื่อครู่ หรือว่า...กระดูกจะหักแล้ว?
เธอหนาววาบไปทั้งตัว สมองคงถูกกระแทกไปแล้วจริง ๆ เจ้านายทะเลาะกัน แล้วคนรับใช้อย่างเธอจะเสนอหน้าเข้าไปยุ่งทำไม? หากถูกตีจนแขนขาหักและทำงานไม่ได้ ตระกูลฉินไม่มีทางเลี้ยงคนว่างงานอย่างเธอไว้แน่
แม่หวงรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีสติแจ่มชัดเท่านี้มาก่อน รีบปล่อยคุณชายน้อยที่กำลังสะอื้นเงียบ ๆ เพราะไม่กล้าร้องเสียงดัง แล้วมุดเข้าครัวไปทันที
ในห้องรับแขก เสียงเนิบช้าของหญิงสาวที่น่ากลัวราวกับปีศาจดังตามมา “ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง ถ้าทำไม่อร่อย หรือช้ากว่าเวลา หมัดของฉันอาจโมโหจนอยากขยับเองขึ้นมาก็ได้ แล้วก็อาหารทุกจาน พวกเธอสองคนต้องกินพร้อมฉัน ถ้าฉันจับได้ว่าแอบใส่อะไรสกปรก หรือถ่มน้ำลายลงไป ฉันจะดึงลิ้นเธอออกมาผัดเป็นอีกหนึ่งจาน”
เดิมทีแม่หวงไม่พอใจอยู่ในใจ ตั้งใจแค่ว่าจะทำอาหารให้อร่อยน้อยลงหน่อย ไม่เคยคิดว่าหลังทำเสร็จจะถ่มน้ำลายลงไป เพราะนั่นน่าขยะแขยงเกินไป แต่พอได้ยินเช่นนี้ ไหนเลยจะยังกล้าทำอะไรอีก
ยิ่งคิดถึงคำขู่ว่าจะดึงลิ้นออกมาผัดเป็นอาหาร หัวใจก็ยิ่งสั่นระรัว พลางพึมพำอยู่ในใจ คนบ้า คนบ้า
ฉินเจียเป่าถูกฉีเล่อเล่อขู่จนเกิดเงาฝังใจแล้ว จึงหดตัวอยู่ในมุมห้องอย่างเชื่องราวกับหนูตัวเล็ก
ฉีเล่อเล่อไม่สนใจว่าแม่หวงจะคิดอย่างไร หากอีกฝ่ายมีความกล้าพอจะต่อต้านเธอจริง ๆ เธอยังจะนับถือว่าเป็นคนใจถึงเสียด้วยซ้ำ
เธอเดินสำรวจไปทั่วบ้าน ค่อย ๆ เปิดค้นตามจุดที่สามารถซ่อนของได้ทุกแห่ง ทรัพย์สินที่วางอยู่ภายนอกไม่ได้แตะต้องแม้แต่น้อย เพียงเก็บทองแท่งกองหนึ่งกับสมุดบัญชีธนาคารที่ซ่อนอย่างมิดชิดเข้าไปในมิติ
ครั้งนี้ได้ของมากจริง ๆ คุ้มแล้ว!
มากกว่าทรัพย์สินของคุณนายผู้เฒ่าฉินเสียอีก ทักษะสะเดาะกุญแจมีประโยชน์จริง ๆ!
ต้องยอมรับว่าเจ้าผู้ชายสารเลวนั่นรักป๋ายเหลียนจริง เสื้อผ้าดี ๆ กับเครื่องประดับราคาแพงมีอยู่ไม่น้อย
แต่ของเหล่านี้ฉีเล่อเล่อไม่ได้แตะต้อง เพราะอย่างไรเสีย ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องกลายเป็นของเธออยู่ดี
เมื่อแม่หวงทำอาหารเสร็จและยกขึ้นโต๊ะ ก็ร้องเรียก “คุณนายใหญ่ อาหารพร้อมแล้วค่ะ”
ฉีเล่อเล่อยิ้มทันที เห็นไหม คนบางคนก็ต้องให้เจอแบบนี้ถึงจะรู้จักเชื่อฟัง
เธอเดินไปนั่งตรงที่นั่งประธาน
แม่หวงเหลือบดูสีหน้าของฉีเล่อเล่อ ก่อนอุ้มฉินเจียเป่าไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
ฉีเล่อเล่อแค่นหัวเราะเบา ๆ “เป็นหนูตัวน้อยดี ๆ ไป ถ้าไม่เชื่อฟังก็จะบีบคอให้ตาย”
แม่หวงกับฉินเจียเป่านั่งตัวตรงอย่างว่าง่าย ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย ฉินเจียเป่าหดคอนั่งอยู่ด้านข้าง มองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาอยากกิน เขาเองก็หิวแล้ว
ฉีเล่อเล่อตักอาหารแต่ละอย่างแบ่งให้แม่หวงกับฉินเจียเป่าคนละเล็กน้อย ก่อนส่งสายตาให้ทั้งสอง
แม่หวงเข้าใจทันที ก็ให้ลองชิมอาหารก่อนนั่นเอง!
ทั้งสองก้มหน้าก้มตากินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
ตามปกติอาหารดี ๆ แบบนี้ไม่มีทางตกถึงท้องแม่หวง เว้นแต่คุณผู้ชาย คุณนาย และคุณชายน้อยจะกินเหลือ วันนี้ในที่สุดเธอก็ได้กินอาหารดี ๆ กับเขาสักมื้อ
ฉีเล่อเล่อเห็นแม่หวงกินอย่างไม่ลังเลก็วางใจ แล้วค่อย ๆ ลงมือกินบ้าง
ตอนอยู่ในวันสิ้นโลก เธอมีระบบย่อยอาหารที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ส่วนร่างกายของฉีเล่อเล่อในตอนนี้ก็ได้รับการปรับสภาพเป็นอย่างดี กระเพาะและลำไส้จึงแข็งแรงไม่แพ้กัน
นี่คือต้นศตวรรษที่ยี่สิบ แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะวุ่นวาย แต่สำหรับคนมีเงินแล้ว ไม่ว่ายุคไหนชีวิตก็สุขสบายทั้งนั้น
พอคิดว่าต่อไปจะได้ใช้ชีวิตกินดีอยู่ดีแบบนี้ ฉีเล่อเล่อก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งเห็นเจ้าตัวเล็กนั่นแอบกลอกตาใส่ เธอยังรู้สึกว่าน่าเอ็นดูขึ้นมา จึงยื่นนิ้วไปดีดหน้าผากเขาเบา ๆ หนึ่งที
ขณะที่คนสามคนซึ่งต่างมีความคิดของตัวเองกำลังกินอาหารกันอยู่ เสียงเคาะประตูก็ดังมาจากด้านนอก
แม่หวงรู้หน้าที่ดี จึงรีบลุกไปเปิดประตู
คุณนายผู้เฒ่าฉินกับฉินเฟยเฟยยืนอยู่หน้าประตู พร้อมเด็กสองคนของตระกูลเกา เกาเป่าโต๋ปีนี้อายุสี่ขวบ ส่วนเกาเป่าจูอายุสามขวบ
ฉินเฟยเฟยอายุเท่ากับเจ้าของร่างเดิม เพียงแต่เกิดช้ากว่าไม่กี่วัน
คุณนายผู้เฒ่าฉินชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านใน พวกเธอรอฉีเล่อเล่ออยู่ที่โรงเตี๊ยมราคาถูกเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่เห็นกลับมา คุณนายผู้เฒ่าฉินจึงโมโหจนด่าไม่หยุด
ฉินเฟยเฟยเองก็โกรธเช่นกัน แต่ไม่อยากสบถคำหยาบต่อหน้าลูก ๆ ในสายตาของเธอ แม่ของตัวเองช่างเป็นหญิงชราบ้านนอกเสียจริง! ไม่แปลกที่พี่ชายไม่อยากให้แม่มาเมืองไห่ น่าขายหน้าจริง ๆ
เมื่อก่อนตอนพ่อยังอยู่ แม่ยังพอวางท่าทำตัวสง่างามได้บ้าง แต่หลังจากพ่อเสียชีวิต ท่าทางของแม่ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เวลาด่าคน แต่ละประโยคไม่พาดพิงอวัยวะในร่างกาย ก็สาปแช่งไปถึงบรรพบุรุษในหลุมศพ
คุณนายผู้เฒ่าฉินไม่เห็นลูกชายกับลูกสะใภ้ กลับเห็นฉีเล่อเล่อชะโงกหน้าออกมาจากห้องอาหารเพื่อดูเรื่องสนุก เธอจึงพุ่งเข้าไปทันที