ฉีเล่อเล่อรู้สึกว่ามีแสงสายแล้วสายเล่าพุ่งผ่านตรงหน้า ขณะเดียวกันก็มีแรงดูดคอยฉุดกระชากเธอไม่หยุด
เธอเห็นปากขนาดมหึมาของซอมบี้ที่อ้าออกกว้าง ไม่เอานะ ฉันไม่อยากกลับไปยุควันสิ้นโลก!
เสียงของระบบดังขึ้น 【โฮสต์ ฉันให้คุณยืมพลังงานสิบแต้มก่อนได้ หลังจากนี้ค่อย ๆ หักคืน การต่อต้านแรงดึงดูดจากโลกเดิมต้องใช้พลังงานหนึ่งแต้ม และพลังงานแต่ละแต้มยังสามารถย้อนเวลากลับไปได้หนึ่งวินาที จะยืมหรือไม่?】
พลังสองสายกำลังฉุดกระชากเธอไปคนละทิศ วิญญาณแทบถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ฉีเล่อเล่อตะโกนสุดเสียง ใช่ ๆ ๆ ๆ...! ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นออกมาจากส่วนลึกของวิญญาณ!
ภาพตรงหน้าฉีเล่อเล่อดับวูบ ก่อนจะหมดสติไป เมื่อกลับมารับรู้ความรู้สึกอีกครั้ง ประสบการณ์ที่ได้รับเรียกได้ว่าแย่สุด ๆ! เธออยากให้ระบบหนึ่งดาวเสียจริง!
เจ้าระบบ ฉันถูกเธอฉีกจนแหลกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย ทั่วร่างของฉีเล่อเล่อแข็งเกร็งและเจ็บปวด ขณะเดียวกันเสียงอิเล็กทรอนิกส์ในหัวก็บ่นพึมพำ 【อ้อ ลืมบอกโฮสต์ไป ตอนนี้คุณมีทักษะใหม่แล้ว】
ฉีเล่อเล่อถาม “ทักษะอะไร?”
ระบบตอบ 【พลังงานของระบบไม่เพียงพอ โปรดพยายามหาพลังงานให้ได้มากขึ้น ซ่า...ซ่า...】
ฉีเล่อเล่อร้อง “เฮ้! กลับมาก่อน พูดให้รู้เรื่องสิ!”
ระบบ “……”
ฉีเล่อเล่อทำหน้าเหนื่อยใจ ระบบกระจอกชะมัด! แต่พอมองกระสอบเสบียงที่กองเป็นภูเขาอยู่ในมิติของตัวเอง ทั้งของโบราณ เครื่องหยก ทองคำ อัญมณี รวมถึงอาหารสารพัดชนิดจากทั่วโลก มองเสียจนตาล้าไปหมด
เธอพักอยู่นานมาก แต่ยังรู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอม อยากอาเจียน
ด้านนอกมีเสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานดังมาเป็นระยะ ฉีเล่อเล่อสัมผัสได้ถึงความแข็งเกร็งของร่างกาย พลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา พักอยู่นาน ในที่สุดนิ้วมือก็ขยับได้เล็กน้อย เพียงเท่านี้ฉีเล่อเล่อก็เหนื่อยจนเหงื่อท่วมตัว
เธอหลับตา ค่อย ๆ ค้นหาความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
แกรก ๆ...สมองค่อย ๆ โหลดข้อมูลอย่างเชื่องช้า ราวกับเครื่องจักรเก่าคร่ำคร่าที่กำลังเริ่มทำงาน
เจ้าของร่างเดิมชื่อฉีหว่าน ปีนี้อายุยี่สิบสองปี เมื่อดูความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมแล้ว ฉีเล่อเล่อก็ฉีกยิ้ม เก็บศพได้อีกหนึ่ง! เมื่อครู่เพียงชั่วพริบตา เจ้าของร่างเดิมเพิ่งสิ้นใจ ระบบจึงยัดวิญญาณของฉีเล่อเล่อเข้ามาในร่างนี้
เมื่อฟังเสียงหัวเราะสนุกสนานด้านนอก ดูเหมือนคนตระกูลป๋ายกำลังฉลองชัยชนะกันอยู่?
แต่ละคนพูดจาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมด้วยความยินดี ความรู้สึกหนักอึ้งในร่างกายของฉีเล่อเล่อค่อย ๆ ลดลง
เมื่อยกมือขึ้นได้แล้ว เธอก็หยิบยาหนึ่งเม็ดออกมาจากมิติแล้วกลืนลงไป เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังภายในเส้นลมปราณกำลังฟื้นคืน สีเขียวคล้ำบนใบหน้าของเธอก็ค่อย ๆ จางหาย
ฉีเล่อเล่อพักอีกครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ใต้ร่างเป็นเตียงที่ประกอบขึ้นอย่างง่าย ๆ จากแผ่นไม้ไม่กี่แผ่น ด้านบนไม่มีอะไรปูไว้เลย ทั้งแข็งทั้งเย็น ที่นี่คือเมืองหลวงของราชวงศ์ชิ่งหยวน ตั้งอยู่ค่อนไปทางเหนือ เพิ่งเข้าสู่เดือนห้า อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่บ้าง
ฉีเล่อเล่อลูบเสื้อผ้าบาง ๆ บนตัว ร่างกายเพิ่งเริ่มกระบวนการปรับสภาพ จึงยังรู้สึกหนาวมาก
ใบหน้าของเธอขาวซีด ต่อให้เป็นเวลากลางวัน ใครมาเห็นเข้าก็คงตกใจไม่น้อย
.......................................................................................
คนตระกูลป๋ายนั่งล้อมโต๊ะ กำลังกินอาหารเย็นกันอยู่
ฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายยกตะเกียบคีบอาหารขึ้นมา คนอื่น ๆ จึงเริ่มขยับตะเกียบตาม
ป๋ายอวี้จูพูดเสียงออดอ้อน “วันนี้ลูกชิ้นหยกจานนี้รสชาติเข้าเนื้อดีจริง ๆ ท่านแม่กินสิเจ้าคะ”
พูดจบก็คีบลูกหนึ่งใส่ชามให้มารดา
ป๋ายอวี้ชวนขมวดคิ้ว น้องสาวคีบอาหารให้ท่านแม่โดยไม่ใช้ตะเกียบกลางอีกแล้ว ดูท่าคงต้องเชิญแม่นมอบรมมารยาทเข้าจวนสักคน ให้มาสั่งสอนกิริยามารยาทแก่นาง ภายหน้าจะได้แต่งเข้าตระกูลดี ๆ และช่วยเกื้อหนุนเส้นทางขุนนางของเขา
เขากินอาหารพลางขมวดคิ้วเอ่ยว่า “แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าฉีหว่านซ่อนสัญญากับตั๋วเงินจำนวนมากไว้ที่ใด พวกเราหาเท่าไรก็ยังไม่พบ”
ผู้เฒ่าป๋ายเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “จะกลัวอะไร นางไม่อยู่แล้ว ต่อให้ต้องขุดดินลึกสามฉื่อก็ต้องหาให้พบ! แล้วเรียกสมุนไม่กี่คนนั้นของนางกลับมาเค้นถาม ยังไงก็ต้องหาเจอ”
ป๋ายอวี้ชวนเหลือบมองมารดากับน้องสาว “พวกท่านก็เหมือนกัน จะรีบบอกความลับออกไปทำไม? พอทำให้นางจนตรอก ต่อให้เค้นถามอย่างไรก็ถามอะไรไม่ออกแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายกับป๋ายอวี้จูหดคอ ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
ขณะที่คนทั้งครอบครัวเพิ่งเริ่มลิ้มรสอาหาร เสียงเย็นเยียบแผ่วเบาก็ลอยมาจากด้านหลัง “หอมจัง...ข้าก็หิวแล้วเหมือนกัน...” ทั้งสี่คนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงนั้น ก่อนหันขวับกลับไปพร้อมกัน
เห็นเพียงสตรีผู้หนึ่งปล่อยผมยาวสยาย สวมอาภรณ์สีขาวเก่าคร่ำคร่าบางเบา ยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินผู้เฒ่าป๋าย
คนตระกูลป๋ายร้องออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ “เจ้า...เจ้าเหตุใด...เหตุใดถึง...”
บนใบหน้าขาวซีดอมเขียวของฉีเล่อเล่อปรากฏรอยยิ้มชวนขนลุก “เหตุใดข้าถึงยังไม่ตายน่ะหรือ? พวกเจ้าเป็นอะไรกันไป กินอิ่มกันหมดแล้วหรือ? เช่นนั้นก็ลงไปข้างล่างเถอะ!”
พูดจบ นางก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหา ก่อนถีบทั้งสี่คนไปคนละหนึ่งที ทุกคนไม่ทันตั้งตัว ต่างล้มระเนระนาดกองรวมกัน แม้แต่เก้าอี้ยังถูกชนล้มไปสองตัว ท้องของฉีเล่อเล่อร้องโครกครากเสียงดัง!
เจ้าของร่างเดิมไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ทุกวันถูกกรอกยาแล้วปล่อยให้นอนอยู่บนเตียง ทนทรมานไปทีละน้อยจนกระทั่งสิ้นใจ
ทั้งความหิว ทั้งพิษเรื้อรัง ผู้ใดจะทนไหว!
ฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายแซ่ฉินยังมาด่าทออยู่ข้างเตียงของนางทุกวัน คำด่าหยาบคายเพียงใดก็ล้วนสรรหามาด่าจนหมด แม้เจ้าของร่างเดิมจะขยับตัวไม่ได้ แต่กลับได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน! และเพราะคำด่าของฮูหยินผู้เฒ่านี่เอง เจ้าของร่างเดิมจึงได้รู้ว่า ท่านพ่อถูกโจรฆ่าตายเสียที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดเป็นกับดักที่ผู้อื่นวางไว้ จงใจหมายเอาชีวิตท่านพ่อต่างหาก
ป๋ายอวี้จูผู้เป็นน้องสามียิ่งโหดเหี้ยมกว่า ทุกวันนางจะมานั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง บรรยายให้เจ้าของร่างเดิมฟังว่าพี่ชายของตนกับจวิ้นจู่รักใคร่กันเพียงใด! ต่อไปนางจะมีพี่สะใภ้เป็นถึงจวิ้นจู่ ไม่ใช่ฉีหว่าน บุตรสาวพ่อค้าที่ทำให้นางขายหน้า! และนางจะได้แต่งเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์!
นี่คงรังเกียจว่าเจ้าของร่างเดิมตายช้าเกินไป จึงคิดเร่งให้นางตายเร็วขึ้นสินะ! ความตายคือการแก้แค้นที่เบาที่สุด ความปรารถนาของเจ้าของร่างเดิมคือ 【แย่งชิงทุกสิ่งที่ป๋ายอวี้ชวนหวงแหน ทำให้เขาชื่อเสียงป่นปี้จนไม่มีที่ยืน】
ฉีเล่อเล่อขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งประธาน หยิบตะเกียบกลางที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมา แล้วคีบอาหารเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม ในมิติของนางมีอาหารอยู่ก็จริง แต่อาหารเหล่านี้ล้วนซื้อด้วยเงินของเจ้าของร่างเดิม เหตุใดต้องปล่อยให้คนพวกนี้กินด้วย?
กว่าผู้เฒ่าป๋ายจะลุกขึ้นจากพื้นได้ก็ไม่ง่าย เจ็บจนร้องโอดโอยไม่หยุด พลางด่าฉีเล่อเล่อ “สะใภ้อกตัญญูอย่างเจ้า กล้าลงมือกับพ่อสามี ข้าจะฟ้องเจ้าในข้อหาอกตัญญู!”
ป๋ายอวี้ชวนร้อนรนอยู่ในใจ เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่สตรีผู้นี้ไม่ใช่หมดลมหายใจไปแล้วหรือ?
ท่านแม่ตรวจดูด้วยตนเองแล้ว พวกเขายังคิดว่าหลังกินอาหารฉลองกันเสร็จ พรุ่งนี้ค่อยจัดงานศพให้นาง!
เพื่อไม่ให้คนรู้เรื่องมากเกินไป พวกเขายังจงใจส่งบ่าวไพร่ออกไปบางส่วน เหลือไว้เพียงหญิงรับใช้ที่ทำอาหารอยู่ในครัว
สีหน้าของป๋ายอวี้ชวนย่ำแย่ยิ่งนัก เขาตวัดสายตาดุดันมองมารดาของตน
ฉินซื่อหดคอ พอบุตรชายโมโห นางก็ไม่กล้าโวยวายอีก แต่เมื่อครู่นางคลำดูแล้วจริง ๆ เห็นชัดว่าไม่มีลมหายใจแล้วนี่?
ป๋ายอวี้ชวนตีหน้าขรึม ตวาดฉีเล่อเล่อ “หว่านเอ๋อร์ เจ้าช่างไม่รู้ความเกินไปแล้ว เหตุใดถึงลงมือกับท่านพ่อท่านแม่ได้? ข้ารู้ว่าเจ้าป่วยมานาน อารมณ์ย่อมไม่ดีอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรกระทำเรื่องผิดศีลธรรมเช่นนี้!”
ฉีเล่อเล่อหยิบตะเกียบที่อยู่ข้างมือขึ้นมาแล้วขว้างใส่ป๋ายอวี้ชวน
เสียงหวือดังขึ้น ตะเกียบฟาดเข้ากลางใบหน้าของป๋ายอวี้ชวนพอดี ฉีเล่อเล่อไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของเขา แม้แต่เปลือกตาก็ไม่ยกขึ้น ยังคงนั่งกินอาหารทีละคำ
ต้องกินให้อิ่มก่อน ถึงจะมีแรงจัดการเดรัจฉานพวกนี้
ป๋ายอวี้จูเคยชินกับการเอาแต่ใจ หลังถูกถีบไปหนึ่งครั้งก็เดือดดาลอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นฉีเล่อเล่อไม่สนใจพวกตน จึงพุ่งเข้าไปหมายลากนางลงจากโต๊ะ “นังฉีซื่อ นังแพศยา…”
ฉีเล่อเล่อใช้มือข้างหนึ่งคีบอาหาร ส่วนอีกข้างยื่นออกไปรวดเร็วดุจสายฟ้า คว้ามือที่ป๋ายอวี้จูยื่นเข้ามาหมายข่วน ก่อนบิดติดกันสองครั้งอย่างรวดเร็ว
เสียงกร๊อบดังขึ้นสองครั้งติดกัน ป๋ายอวี้จูกรีดร้องลั่น “อ๊า! เจ็บ ปล่อยข้า ปล่อยข้า…”
ฉีเล่อเล่อกลืนอาหารในปากลงไป ก่อนตอบอย่างอ่อนโยน “ได้สิ”
สิ้นคำก็สะบัดมืออย่างง่ายดาย ส่งร่างป๋ายอวี้จูกระเด็นไปติดมุมกำแพง
ฉีเล่อเล่อลิ้มรสอาหารอันอุดมสมบูรณ์บนโต๊ะ ต้องยอมรับว่าฝีมือของแม่ครัวผู้นี้ไม่เลวจริง ๆ
นับตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมมาที่นี่ ยังไม่เคยได้เสวยสุขอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง ทั้งที่อาหารเหล่านี้ล้วนใช้เงินจากครอบครัวของเจ้าของร่างเดิม!
ทุกวันนางต้องรอให้พ่อสามี แม่สามี น้องสามี และสามีกินเสร็จก่อน จึงจะถึงคราวของนาง ได้ยินว่านี่เป็นกฎของฮูหยินตระกูลขุนนาง เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายเห็นว่าฉีเล่อเล่อไม่เพียงไม่ฟังคำตำหนิของบุตรชาย ยังทำร้ายบุตรสาวสุดที่รักของตนอีก ก็เดือดดาลจนด่ากราดออกมา
“นังแพศยาที่ชายพันคนขี่ชายหมื่นคนย่ำ เจ้ากล้าทำร้ายจูเอ๋อร์ของข้า ดูสิว่าข้าจะฉีกปากเจ้าเสียหรือไม่!”
ฉีเล่อเล่อพุ่งเข้าไป ตบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายฉาด ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง “ถ้ายังพูดแบบนี้อีก ข้าจะหาคนมารุมย่ำเจ้าจริง ๆ แล้วนะ แต่เจ้าแก่เกินไป คงต้องแถมอีกหนึ่งถึงจะมีคนเอา”
นางเหลือบมองป๋ายอวี้จูอย่างไม่หวังดี
เดิมทีป๋ายอวี้จูกำลังร้องไห้เพราะความเจ็บปวด นางรู้สึกราวกับข้อมือหักจนไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย แต่เมื่อถูกฉีเล่อเล่อมองด้วยสายตาไม่หวังดีเช่นนั้น ก็หวาดกลัวจนรีบหุบปาก เหลือเพียงเสียงสะอื้น “ไม่ ข้าไม่เอา!”
หญิงบ้าผู้นี้ดูเหมือนจะเอาจริง! นางไม่อยากถูกจับแถมไปด้วยนะ!
ฮูหยินผู้เฒ่าป๋ายกุมใบหน้าพลางร้องโวยวาย ก่อนพุ่งเข้าใส่ฉีเล่อเล่อและยื่นมือหมายจะข่วน
ฉีเล่อเล่อยกเท้าถีบขาของอีกฝ่ายอย่างแรง เสียงกร๊อบดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของฮูหยินผู้เฒ่าป๋าย