หลังวุ่นวายกันอยู่ครึ่งค่อนคืน ทุกคนต่างทั้งเหนื่อยทั้งง่วง เมื่อหาเกาจือไม่พบ ฉินเฟยเฟยก็อดกังวลไม่ได้ ถึงจะรู้ดีว่าสามีตัวเองเป็นคนไม่น่าไว้ใจ แต่เวลานี้เขาจะไปอยู่ที่ไหนได้?
อีกอย่าง เธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าฉีเล่อเล่อไม่เหมือนเมื่อก่อน คิดไปคิดมา ท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงรำไร ในที่สุดเธอจึงหลับลงได้อย่างยากเย็น
ฉีเล่อเล่อจุดเครื่องหอมขึ้นมาท่อนหนึ่ง ก่อนสอดเข้าไปในห้องของคุณนายผู้เฒ่าฉิน
เครื่องหอมนี้เธอเพิ่งค้นได้จากตัวเกาจือ ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างที่เธอคาดเดาไว้หรือไม่ สารเลวอย่างเกาจือทำเรื่องชั่วได้ทุกอย่าง การพกเครื่องหอมทำให้สลบติดตัวไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อได้ยินเสียงกรนด้านในดังและหนักขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็ค่อย ๆ สะเดาะกลอนประตูแล้วเดินเข้าไป
ในวันสิ้นโลก การพังประตูเป็นเรื่องปกติ แต่เธอก็ยังเคยเรียนวิธีเปิดประตูง่าย ๆ แบบนี้จากเพื่อนร่วมทีม
แม้แต่กุญแจประตูกันขโมย เธอยังสามารถใช้แผ่นกระดาษแข็งกับลวดเส้นหนึ่งเปิดออกได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าพังประตูเสียงดังจนล่อซอมบี้เข้ามาไม่ใช่หรือ?
เมื่อเข้าไปในห้องของคุณนายผู้เฒ่าฉิน เธอเห็นคุณนายผู้เฒ่านอนอยู่บนเตียงเตา ส่วนแม่ถังปูที่นอนอยู่บนพื้นด้านล่าง ฉีเล่อเล่อค่อย ๆ ค้นตามจุดที่คุณนายผู้เฒ่าฉินมักใช้ซ่อนของ ก่อนกวาดทรัพย์สินทุกอย่างที่ค้นพบไปจนเกลี้ยง
คุณนายผู้เฒ่าฉินไม่ไว้ใจธนาคาร อีกอย่าง เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะฝากเงินก็ไม่สะดวกจริง ๆ เธอจึงเปลี่ยนทรัพย์สินทั้งหมดเป็นทองแท่งขนาดใหญ่และเล็ก เหรียญเงิน รวมถึงเครื่องประดับต่าง ๆ
แม้คุณนายผู้เฒ่าจะปิดบังเจ้าของร่างเดิม แต่หลายวันที่ฉีเล่อเล่ออยู่ที่นี่ก็ไม่ได้อยู่เปล่า ๆ คุณนายผู้เฒ่ามักแอบตรวจดูทรัพย์สินยามดึกที่ไม่มีคนอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินทองยังอยู่ครบ แบบนี้จะไม่ให้ฉีเล่อเล่อสังเกตเห็นพิรุธได้อย่างไร?
ใครจะรังเกียจว่าเงินมากเกินไปกัน?
หลังจากกวาดทรัพย์สินจนเกลี้ยง ฉีเล่อเล่อก็เดินเอ้อระเหยไปเก็บข้าวสาร แป้ง ธัญพืช น้ำมัน เสื้อผ้า และเครื่องนอนทุกอย่างที่มองเห็นเข้าไปในมิติจนหมด เมื่อดูจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรให้หยิบเอาไปได้อีก เธอจึงเดินออกจากห้อง
จากนั้นฉีเล่อเล่อจุดเครื่องหอมทำให้สลบ เดินไปตามห้องที่มีคนนอนอยู่ ใช้เครื่องหอมจี้กระดาษปิดหน้าต่างให้เป็นรู แล้วสอดเข้าไปอบควันอยู่ครู่หนึ่ง แม้แต่กระดาษหน้าต่างห้องของตัวเองก็ไม่เว้น
เมื่อเดินมาถึงประตูใหญ่ เธอดึงรองเท้าคู่ใหญ่ของเกาจือออกจากเท้า โยนเข้าไปในมิติ แล้วเปลี่ยนกลับมาใส่รองเท้าของตัวเอง ก่อนกลับเข้าห้องไปนอนต่อ
ผ่านไปนานมาก เสียงคร่ำครวญโหยหวนก็ดังทะลุฟ้า “สวรรค์เอ๊ย! ใครมันช่างชั่วช้าขนาดนี้ นี่มันจะเอาชีวิตหญิงแก่อย่างฉันแล้ว!”
ฉีเล่อเล่อยิ้มเงียบ ๆ
เมื่อกะว่าได้เวลาแล้ว เธอก็รีบไปยังห้องของคุณนายผู้เฒ่าฉิน เรื่องสนุกขนาดนี้จะไม่ไปดูให้เต็มตาได้อย่างไร?
คุณนายผู้เฒ่าฉินกำลังร้องไห้โวยวายแทบคลั่ง พอเห็นฉีเล่อเล่อก็พุ่งเข้าไปหมายจะตีเธอ “ใช่เธอหรือเปล่า ใช่เธอไหม ยัยสารเลว เงินของฉันถูกเธอขโมยไปใช่ไหม?”
ฉีเล่อเล่อคว้าฉินเฟยเฟยมาบังตัวไว้ คุณนายผู้เฒ่าฉินยั้งมือไม่ทัน จึงฟาดโดนฉินเฟยเฟยครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉีเล่อเล่อยังย้อนถามอีกว่า “คุณนายผู้เฒ่า นี่คุณทำอะไร? ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือคิดจะโยนความผิดมาให้ฉันอีกแล้ว?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินตีอยู่หลายครั้งก็ยังตีไม่โดนฉีเล่อเล่อ กลับเป็นฉินเฟยเฟยที่ถูกฟาดจนหน้าบวม แม้แต่แม่ถังก็ยังโดนลูกหลงไปด้วย
ฉินเฟยเฟยรอสามีทั้งคืนก็ไม่กลับมา เดิมทีก็อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว จึงตะโกนเสียงดัง “แม่ พอได้แล้ว! ตกลงเกิดอะไรขึ้น ถ้าแม่ไม่พูดให้ชัด เอาแต่ร้องโวยวายแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนทรุดนั่งกับพื้นแล้วเริ่มคร่ำครวญ ไม่เหลือท่าทีของหญิงชราฐานะดีที่เคยวางมาดอีกต่อไป “ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวคนไหน มันขโมยทรัพย์สินที่ฉันซ่อนไว้ในบ้านไปหมดเลย……”
ฉินเฟยเฟยมองห้องที่ว่างเปล่า พอได้ยินก็ร้อนใจขึ้นมาทันที “แม่ เป็นไปได้ยังไง? แม่กับแม่ถังไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยหรือ? หายไปเท่าไร? ทรัพย์สินของบ้านเราเมื่อก่อน ไม่ได้ฝากไว้ที่ธนาคารในเมืองหรือ?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินตบต้นขาตัวเอง “เมื่อคืนฉันหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอตื่นมาก็เห็นห้องถูกรื้อค้นจนเละเทะ ที่ซ่อนเงินทุกแห่งถูกเปิดหมดแล้ว จบกัน ไม่มีอะไรเหลือเลย!”
ฉินเฟยเฟยรีบถามอีก “แล้วที่ฝากธนาคารล่ะ? ในบ้านไม่น่าจะเก็บเงินสดไว้มากไม่ใช่หรือ?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินตอบอย่างหมดแรง “ฉัน…ฉันไม่ไว้ใจธนาคาร เลยเอากลับมาเก็บไว้ที่บ้านทั้งหมด……”
ฉินเฟยเฟยแทบหน้ามืด “แม่ถอนเงินมาเก็บไว้ในบ้าน แล้วมีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?”
ดวงตาของคุณนายผู้เฒ่าฉินเบิกกว้าง ก่อนหันไปมองแม่ถัง
แม่ถังตกใจจนรีบโบกมือรัว ๆ “ฉันไม่ได้ทำนะ ฉันไม่ได้ทำ! ฉันอยู่ห้องเดียวกับคุณนายผู้เฒ่ามาตลอด ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ”
คุณนายผู้เฒ่าฉินมองเธออย่างสงสัยอยู่พักหนึ่ง ก่อนเบนสายตาไปทางฉีเล่อเล่อ
ฉีเล่อเล่อพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “คุณนายผู้เฒ่า คุณไม่ได้บอกหรือว่าที่บ้านไม่มีเงินแล้ว ขนาดเงินค่ายาที่รับปากว่าจะให้พี่ชายฉันยังจ่ายไม่ไหว แล้วทำไม…ทำไมถึงยังมีเงินอยู่อีกล่ะ?”
คุณนายผู้เฒ่าฉินคิดขึ้นมาได้ว่า ตอนจัดการเรื่องเงินทอง เธอไม่เคยให้ยัยเด็กบ้านี่รู้เรื่อง มีเพียงแม่ถังซึ่งเป็นคนสนิทที่ติดตามไปด้วย
เธอจึงหันกลับไปมองแม่ถังอย่างระแวงอีกครั้ง
แม่ถังตกใจจนทรุดคุกเข่าลง “คุณนายผู้เฒ่า ฉันติดตามรับใช้คุณมาหลายสิบปีแล้ว จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ฉันถูกใส่ร้ายนะคะ ไม่ใช่ฉันจริง ๆ!”