ฉีเล่อเล่อใช้เวลาเพียงไม่กี่วันซื้อบ้านสองแห่งกับร้านค้าขนาดเล็กอีกหนึ่งแห่ง
ราคาบ้านในตอนนี้ยังถือว่าไม่สูงมาก ที่อยู่อาศัยมีราคาตั้งแต่ประมาณตารางเมตรละสี่พันไปจนถึงหนึ่งหมื่นหยวน แต่หากเทียบกับรายได้จากเงินเดือนแล้ว ต่อให้ครอบครัวมนุษย์เงินเดือนทั่วไปทุ่มกำลังทั้งหมดที่มีก็ยังซื้อไม่ไหว
ไม่ว่ายุคสมัยใดก็เหมือนกัน การใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย
ตอนนี้คนงานทั่วไปมีเงินเดือนตั้งแต่สองร้อยกว่าหยวนไปจนถึงเจ็ดแปดร้อยหยวน ต่อให้เป็นครอบครัวที่มีรายได้สูง หากหนึ่งปีเก็บเงินได้มากกว่าหนึ่งหมื่นหยวนก็ถือว่าประหยัดกันอย่างมากแล้ว
ดังนั้นราคาบ้านเช่นนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวธรรมดาจะรับภาระไหว
บ้านที่ฉีเล่อเล่อซื้ออยู่ในทำเลดี ส่วนร้านค้าขนาดเล็กก็ตั้งอยู่บนถนนที่คึกคักสายหนึ่ง
ยายกับน้ามองโฉนดที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วนิ่งอึ้ง น้าถามด้วยเสียงสั่น “นี่...เป็นบ้านของพวกเราเหรอ?”
ฉีเล่อเล่อพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ “ยายกับน้าจะทำกิจการเองหรือปล่อยเช่าก็ได้ ต่อให้ปล่อยเช่า ค่าเช่าที่ได้ก็น่าจะพอกับค่าใช้จ่ายของพวกเราสามคนแล้ว นี่เป็นเงินที่ฉันเอาเงินรางวัลไปลงทุนแล้วหาเพิ่มมาได้ ต่อไปฉันยังจะได้ทุนการศึกษาทุกปีด้วย!”
น้ำตาแห่งความยินดีเอ่อคลอดวงตาของยาย “ดี ดี เสี่ยวเล่อมีอนาคตแล้ว ต่อไปยายจะได้พึ่งบุญของเธอ”
พูดไป เธอก็นึกถึงลูกสาวคนโตขึ้นมา จึงสูดจมูกแรง ๆ แล้วเช็ดน้ำตา ชีวิตคนเราต้องมองไปข้างหน้า
ฉีเล่อเล่อไม่ได้ลืมความแค้นของพ่อแม่บุญธรรม แต่เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้ ยังมีบางอย่างที่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไร
ยายกับน้าปรึกษากันตลอดทั้งคืน สุดท้ายตัดสินใจใช้ร้านค้าแห่งนั้นทำกิจการเล็ก ๆ
ถนนคนเดินสายนี้ หากทำอาหารพื้นเมืองขายหรือขายเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็น่าจะไปได้ดี
ฉีเล่อเล่อจึงไม่เข้าไปยุ่งอีก “ยาย น้า อยากลองทำอะไรก็ทำเลย จะกำไรหรือขาดทุนก็ไม่ต้องกลัว ยังมีฉันคอยหนุนหลังอยู่”
ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ ฉีเล่อเล่อยังคงเลือกเรียนสาขาวัสดุพลังงาน เธอต้องการนำผลงานวิจัยจากโลกก่อนมามอบให้ประเทศนี้ หากสามารถต่อยอดงานวิจัยของตัวเองให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นได้ก็ยิ่งดี
ความสามารถด้านการเรียนและการวิจัยที่เธอแสดงออกมาทำให้เธอโดดเด่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รับเลือกให้เป็นศิษย์ของอาจารย์อาวุโสผู้มีประสบการณ์คนหนึ่ง
ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวของปีหนึ่ง เธอหาเหตุผลบางอย่างเป็นข้ออ้างแล้วเดินทางไปยังอำเภอข้างเคียงกับบ้านเกิดเดิม ซึ่งเป็นสถานที่ที่พ่อบุญธรรมเคยไปทำงานในปีนั้น
หลังจากสืบหาข้อมูลอยู่นานกว่าสิบวัน เธอก็ยืนยันได้ว่าในปีนั้นพ่อบุญธรรมไม่ได้ฝ่าฝืนขั้นตอนการทำงานจริง ๆ แต่เป็นเพราะผู้รับเหมาก่อสร้างต้องการประหยัดต้นทุน จึงใช้อุปกรณ์นิรภัยที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้พ่อบุญธรรมตกจากอาคารและได้รับบาดเจ็บสาหัส
ผู้รับเหมาก่อสร้างคนนั้นยังไม่ยอมออกค่ารักษาพยาบาลให้ จึงทำให้พ่อบุญธรรมเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการรักษา
และยังเป็นคนคนเดียวกันนี้ที่ไม่พอใจอย่างมากเมื่อแม่บุญธรรมยื่นฟ้องเรียกร้องค่าชดเชย สุดท้ายจึงตัดสินใจทำให้ถึงที่สุด จ้างคนไปวางเพลิงบ้านของแม่บุญธรรม ทำให้เธอถูกไฟคลอกเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน
ดวงตาของฉีเล่อเล่อแดงก่ำ เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นจากกลางอก
......
ฉีเล่อเล่อสะพายกระเป๋าใบหนึ่ง เริ่มสืบค้นทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของกิจการก่อสร้างคนนั้น
เธอรวบรวมหลักฐานที่ตัวเองหาได้ รวมเข้ากับข้อมูลจากนักสืบเอกชนและข้อมูลที่แฮ็กเกอร์ส่งมา ก่อนส่งหลักฐานทั้งหมดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
......
ช่วงหลายวันนี้กัวเจี้ยนยุ่งจนหัวหมุน
เขาไม่รู้ว่าตัวเองไปล่วงเกินผู้มีอำนาจคนไหนเข้า เรื่องมากมายที่เคยทำเอาไว้ถึงถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทั้งหมด
บางเรื่องแม้แต่ตัวเขาเองยังจำไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังถูกขุดออกมาและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหลีกเลี่ยงภาษี ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เล่นการพนัน ซื้อบริการทางเพศ และก่อสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน...
แม้กระทั่งเรื่องของฉีเป่าเฉียงที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้านความปลอดภัยเมื่อหลายปีก่อนก็ยังถูกขุดขึ้นมารื้อคดีใหม่
เดิมทีกัวเจี้ยนคิดจะยอมเสียทรัพย์สินบางส่วนเพื่อดิ้นรนช่วยตัวเองอีกสักครั้ง แต่กลับได้รับข่าวว่า หากยอมรับความผิดทั้งหมดเอาไว้เอง อย่างน้อยก็ยังเหลือทางรอดให้ลูกหลาน
กัวเจี้ยนไม่ยินยอม
ตลอดหลายปีมานี้เขาสร้างเนื้อสร้างตัวมาได้ง่ายเสียที่ไหน?
ทรัพย์สินที่สะสมมาทั้งหมด ตัวเองยังไม่มีโอกาสได้เสวยสุขกับมันเลยหรือ?
แต่สถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง วันนี้ภรรยากับลูกชายออกไปข้างนอกและเกือบประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
เขารู้ว่านี่คือคำเตือนจากผู้มีอำนาจเบื้องบน คนเหล่านั้นจะบีบเขาให้ตายก็ง่ายไม่ต่างจากบี้มดตัวหนึ่ง
เขาคิดจะหนีออกไป แต่ตอนนี้ถูกจำกัดอิสรภาพแล้ว จึงไปไหนไม่ได้
แม้แต่การโยกย้ายทรัพย์สินก็ไม่ทันแล้ว โชคดีที่ยังมีเงินสด ทองคำ และเครื่องประดับมีค่าอยู่ไม่น้อย เขาจึงให้ภรรยากับลูกชายนำติดตัวไปหลบอยู่ในชนบท รอให้เรื่องทั้งหมดสงบลงแล้วค่อยออกไป
คนเหล่านั้นรับปากว่าจะไว้ชีวิตเขา อย่างไรเขาก็ยังมีโอกาสได้ออกมา
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงเริ่มเขียนคำรับสารภาพ รับความผิดทั้งหมดเอาไว้กับตัวเอง
ฉีเล่อเล่อปีนขึ้นไปอย่างว่องไวดุจภูตผี ก่อนเข้าไปถึงชั้นสามของบ้านพัก
เธอมองกัวเจี้ยนเขียนคำรับสารภาพด้วยสายตาเย็นชา
จิตสัมผัสกวาดสำรวจอีกครั้ง ด้านนอกบ้านมีกล้องวงจรปิดอยู่มากมาย แต่ภายในห้องที่กัวเจี้ยนอยู่กลับไม่มีกล้อง
ราวกับกัวเจี้ยนสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้น และเห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังยื่นคอมาร่วมอ่านคำรับสารภาพอยู่ข้าง ๆ
เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวกระจ่าง ดวงตากลมโตคู่นั้นดูคล้ายกำลังยิ้ม แต่กลับมีประกายดุร้ายราวกับสัตว์ป่า
กัวเจี้ยนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “เธอเป็นใคร? เข้ามาได้ยังไง?”
ฉีเล่อเล่อมองเขาอย่างเย็นชา “ยังจำคนที่ตกลงมาตายเพราะลวดสลิงขาดได้ไหม? แล้วก็ภรรยาของเขาที่ถูกไฟคลอกตาย ส่วนฉันน่ะ เป็นคนมาส่งนายไปตายไง”
กัวเจี้ยนตกใจแทบสิ้นสติ เขาถอยหลังพลางถาม “เธอต้องการอะไร?”
ฉีเล่อเล่อยกมุมปาก “ฉันต้องการชีวิตของนาย แล้วก็ทรัพย์สินทั้งหมดของนาย!”
กัวเจี้ยนรู้ว่าเจรจาไม่ได้ จึงพุ่งเข้าใส่เธอทั้งตัว “เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้ยังกล้ามาท้าทายฉัน? คนที่ตายด้วยมือฉันยังมากกว่าอายุของเธอเสียอีก!”
ฉีเล่อเล่อคว้าคอเขาเอาไว้ในมือเดียว “คนชั่วอย่างแก มีสิทธิ์อะไรถึงยังมีชีวิตอยู่”
เธอใช้พลังล่องหนแล้วเดินไปทางหน้าต่าง ในภาพจากกล้องวงจรปิด ชายร่างสูงใหญ่อ้วนท้วนคนหนึ่งพลันพุ่งหัวทิ่มลงมาจากชั้นสามอย่างรุนแร ใครบอกว่าตกจากชั้นสามแล้วตายไม่ได้?
แม้แต่ล้มบนพื้นราบก็ทำให้คนตายได้ง่าย ๆ ขอเพียงมีแรงมากพอ
กัวเจี้ยนส่งเสียงร้องสั้น ๆ ออกมาเพียงคำเดียว “อ๊าก...”
ฉีเล่อเล่อมองภาพสีแดงปะปนขาวบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนเหลือบมองกล้องวงจรปิด
เธอลบร่องรอยทั้งหมดที่บ่งบอกว่าตัวเองเคยมาที่นี่ จากนั้นนำทรัพย์สินทุกอย่างในบ้านที่สามารถขนไปได้ติดตัวไปจนหมด เหลือไว้เพียงบ้านว่างเปล่าหลังหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ตระกูลกัวติดค้างแม่บุญธรรมของเธอ!
จากนั้นเธอก็ออกจากที่นี่ หลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดและเดินทางข้ามคืนไปยังหมู่บ้านบ้านเกิดของกัวเจี้ยน
ภายในหมู่บ้านยากจนแห่งหนึ่ง ในบ้านชั้นเดียวหลังเตี้ย ลูกชายกับภรรยาของกัวเจี้ยนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน
กัวเซี่ยงเฉิงขมวดคิ้ว “แม่ พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่? ที่โกโรโกโสนี่ ผมไม่อยากอยู่แม้แต่วันเดียว”
เซี่ยงลี่ ภรรยาของกัวเจี้ยนปลอบลูกชาย “ลูก รออีกหน่อย พอทางพ่อของลูกมีคำตัดสินและชำระบัญชีทรัพย์สินเสร็จ พวกเราก็ไปได้แล้ว”
กัวเซี่ยงเฉิงถาม “เงินสดตั้งเยอะ พวกเราจะเอาออกไปยังไง?”
เซี่ยงลี่ตำหนิเขา “เงินสด ทองคำแท่งกับเครื่องประดับค่อย ๆ เอาออกไปได้ แต่จะโอนเงินไม่ได้แล้ว บัญชีของพวกเราสามคนต้องถูกตรวจสอบแน่ เดิมทีการโอนเงินออกไปข้างนอกก็มีข้อจำกัดอยู่แล้ว ค่อยเป็นค่อยไป พวกเราเอาติดตัวไปก่อนนิดหน่อย ต่อไปมีโอกาสค่อยกลับมาเอาที่เหลือ”
กัวเซี่ยงเฉิงถามอีก “ฝังไว้ในบ้านหลังนี้จะปลอดภัยเหรอ?”
เซี่ยงลี่หัวเราะเยาะ “สถานที่โกโรโกโสแบบนี้ ไม่มีทั้งวิวทะเลสาบหรือทิวทัศน์ภูเขา ไม่มีมูลค่าให้พัฒนาอะไรหรอก ไม่เกิดเรื่องแน่ เดี๋ยวพวกเราขุดให้ลึกอีกหน่อย ไม่มีใครหาเจอหรอก”
สองแม่ลูกถอนหายใจ หลังพักเหนื่อยกันครู่หนึ่งก็ยังต้องขุดหลุมซ่อนสมบัติต่อ
ฉีเล่อเล่อเดินมาหยุดอยู่หน้าต่าง ฟังบทสนทนาของสองแม่ลูก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ทำไมกันล่ะ? คนคนหนึ่งทำความชั่วไว้มากมาย แต่ครอบครัวกลับยังใช้ชีวิตหรูหราได้ พวกคุณควรเรียนรู้ที่จะหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ใช่เป็นปรสิตเกาะคนอื่นกิน”