เติ้งเสี่ยวหลิงคำรามอย่างหงุดหงิด “คุณเป็นอะไรไป? ลืมแล้วเหรอว่าเราเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่? ยังมีหนี้นอกระบบอีกนะ!”
จากนั้นเธอก็มองเขาอย่างระแวง “นั่นลูกสาวฉัน ฉันยังไม่สงสารเลย แล้วทำไมคุณถึงเอาแต่คัดค้าน? หรือเห็นฉีเสี่ยวเล่อหน้าตาสวยแล้วเกิดคิดอะไรขึ้นมา?”
เฝิงเทาถึงกับอึ้งกับความคิดของเธอ
เขามองเติ้งเสี่ยวหลิงด้วยสายตาประหลาด “ช่างเถอะ ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว ก็ทำตามนั้น”
ฉีเล่อเล่อหัวเราะเย็นชาอยู่ในใจ ผู้หญิงน่าขยะแขยงคนนี้มีคุณสมบัติอะไรมาเป็นแม่คน? คนบางคนบนโลกนี้ไม่คู่ควรจะเป็นพ่อแม่ใครจริง ๆ
ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ฉีเล่อเล่อก็เห็นสามีภรรยาสองคนลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ
เติ้งเสี่ยวหลิงแนบหูฟังอยู่หน้าประตูห้องของฉีเล่อเล่อครู่หนึ่ง ประตูแง้มอยู่เล็กน้อย มีเสียงกรนเบา ๆ ดังออกมา เธอจึงค่อย ๆ ปิดประตูห้องของฉีเล่อเล่อให้สนิท
จากนั้นเธอเดินออกไปด้านนอก ค่อย ๆ ดันหน้าต่างห้องของฉีเล่อเล่อให้ปิด หน้าต่างเปิดออกด้านนอก เธอจึงใช้ไม้ที่เตรียมไว้ค้ำหน้าต่างเอาไว้ เสร็จแล้วจึงเดินไปที่ประตู เปิดประตูทิ้งไว้รอเฝิงเทาออกมา
ถึงเวลานั้นก็แค่ใช้ของค้ำประตูบ้านจากด้านนอก ไม่ให้ฉีเล่อเล่อหนีออกมา รอจนใกล้ได้ที่ค่อยเอาของที่ค้ำประตูออก ต่อให้ใครมาตรวจก็ดูไม่ออกว่ามีคนลงมือทำอะไรกับประตู
เฝิงเทาหมุนวาล์วถังแก๊สไปมา ก่อนจุดไฟ หากช่วยคนออกมาตอนใกล้ตาย อวัยวะก็กำลังเหมาะจะนำไปบริจาค แต่ถ้าตายไปเลย ได้เงินประกันมาก็ไม่เลวเหมือนกัน...
ทันทีที่เขาจุดไฟ ฉีเล่อเล่อก็เปิดประตูแล้วกระโจนออกมา
เฝิงเทาชะงัก เมื่อเห็นฉีเล่อเล่อกำลังจะวิ่งออกไป เขาก็รีบไล่ตาม หมายจะจับเธอกดไว้ในบ้าน
ฉีเล่อเล่อใช้พลังความเร็ว พุ่งออกจากประตูและไปปรากฏข้างกายเติ้งเสี่ยวหลิงในพริบตา
เติ้งเสี่ยวหลิงเห็นฉีเล่อเล่อวูบเข้ามาตรงหน้า ยังไม่ทันตั้งตัวก็กรีดร้องเสียงดัง “สามี...”
เฝิงเทายังวิ่งไปไม่ถึงประตู เติ้งเสี่ยวหลิงก็ถูกฉีเล่อเล่อถีบกลับเข้าไปในบ้าน
เมื่อทั้งสองตั้งสติได้ก็รีบผลักประตู แต่กลับพบว่าผลักไม่ออก
ทั้งคู่มีเวลาเพียงตะโกนออกมาสองเสียง “ช่วยด้วย...”
จากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดรุนแรงขึ้น...เสียงระเบิดต่อเนื่องปลุกเพื่อนบ้านโดยรอบให้ตื่น
โชคดีที่บริเวณนี้อยู่ชายขอบของชุมชน มีบ้านเรือนไม่มาก แต่ละหลังเป็นบ้านเดี่ยวที่มีลานของตัวเอง จึงไม่ลุกลามไปถึงบ้านอื่น ผู้คนจำนวนไม่น้อยวิ่งออกมาทั้งชุดนอน
ฉีเล่อเล่อฟังเสียงระเบิด เมื่อเห็นว่าเพื่อนบ้านใกล้จะเข้ามาถึงลานบ้านแล้ว ก็รีบพุ่งหนีไปไกลอย่างรวดเร็ว
มีคนแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไว้ก่อนแล้ว รถดับเพลิงจึงมาถึงอย่างรวดเร็ว
หลังดับเพลิงและตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าการระเบิดของถังแก๊สมีร่องรอยการกระทำของมนุษย์ ประตูใหญ่ไม่ได้ล็อก เฝิงเทากับเติ้งเสี่ยวหลิงได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดและไฟไหม้ ประกอบกับสูดควันเข้าไป ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ทั้งสองดูเหมือนพยายามหนีออกมา แต่คงไม่มีแรงพอจะผลักประตู จึงเสียชีวิตอยู่ตรงประตู
บนร่างของทั้งสองไม่มีร่องรอยถูกมัดหรือถูกทำร้าย ไม่เหมือนถูกฆาตกรรม จึงพอจะตัดประเด็นฆาตกรรมออกไปได้ และดูคล้ายการฆ่าตัวตายมากกว่า
ฉีเล่อเล่อกลับถึงโรงแรม ก่อนปีนเข้าทางหน้าต่างด้านหลังอย่างไร้สุ้มเสียง ตอนเลือกห้องพัก เธอจงใจเลือกห้องนี้เพื่อความสะดวก ด้านล่างเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้น ส่วนด้านหลังอาคารพาณิชย์มีกองข้าวของวางระเกะระกะอยู่มากมายและไม่มีกล้องวงจรปิด ห้องของเธออยู่ชั้นสาม ตอนออกไปเธอเปิดหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อสะดวกต่อการกลับเข้ามาทางเดิม ส่วนตอนขึ้นลง เธอเพียงใช้พลังล่องหนก็พอ
ตอนนี้การรับรู้ต่อธาตุลมของเธอยิ่งเฉียบคมขึ้น เธอสามารถใช้แรงลมพยุงร่าง ประกอบกับเคยฝึกวิชาต่อสู้มาก่อนและยังมีพลังพิเศษของตัวเอง การขึ้นลงในระดับความสูงสิบกว่าเมตรจึงไม่เปลืองแรงแม้แต่น้อย
เช้าตรู่ เธอออกไปกินอาหารเช้าที่โถงของโรงแรมโดยตั้งใจ จากนั้นจึงกลับเข้าห้องและรออย่างเงียบ ๆ
..........................................................
ข้าวของในบ้านตระกูลเฝิงถูกไฟเผาจนหมด ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุไปพร้อมกับสืบข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับครอบครัวเฝิง จากนั้นจึงตามมาพบฉีเล่อเล่อ
ฉีเล่อเล่อมีสีหน้าเศร้าโศก “คุณลุงตำรวจคะ แม่ของฉัน เธอ...เธอเสียชีวิตแล้วจริง ๆ เหรอคะ...เป็นไปได้ยังไง? เมื่อวานเธอยังบอกอยู่เลยว่าเช้าวันนี้จะพาฉันไปเยี่ยมน้องด้วยกัน”
ตำรวจมองเด็กสาวที่ร้องไห้จนแทบเป็นลม พลางคิดในใจว่า ฉันยังไม่ถึงสามสิบเลย เรียกฉันว่าคุณลุงตำรวจได้ยังไง? แต่ช่างเถอะ เห็นแก่ที่เธอน่าสงสารขนาดนี้ จะไม่ถือสาก็แล้วกัน
ในที่เกิดเหตุมีร่องรอยการกระทำของมนุษย์ แต่ก็อาจเกิดจากการใช้งานผิดพลาด จึงยังตัดสินได้ยาก
ทว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เติ้งเสี่ยวหลิงเพิ่งซื้อประกันให้คนทั้งครอบครัว
ตำรวจถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉีเสี่ยวเล่อ แม่ของเธอ เติ้งเสี่ยวหลิง เพิ่งซื้อประกันเมื่อไม่กี่วันก่อนใช่ไหม? เธอเกลียดที่แม่ขายเธอไปตั้งแต่เด็กหรือเปล่า? คิดจะอาศัยการตายของแม่เพื่อเอาเงินใช่ไหม?”
หลายปีมานี้ คดีฆ่าคนเพื่อหวังเงินประกันมีไม่น้อย
ยิ่งประกอบกับฉีเสี่ยวเล่อถูกขายตั้งแต่ยังเด็ก เพิ่งกลับมาพบครอบครัวแท้ ๆ ความผูกพันระหว่างกันแทบไม่มี...ฉีเล่อเล่อรู้ว่าเรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เธอเตรียมหลักฐานยืนยันที่อยู่ไว้เรียบร้อยแล้ว
เธอพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ฉันน้อยใจเธออยู่บ้าง แต่ไม่ได้เกลียดนะคะ ฉันเพิ่งได้กลับมาเจอเธอ เธอก็ดีกับฉันมาก กลัวว่าถ้าตัวเองเป็นอะไรไป ฉันกับน้องจะไม่มีคนดูแล ถึงได้ซื้อประกันไว้ให้พวกเรา แล้วฉันจะเกลียดเธอได้ยังไง? หรือพวกเขาเป็นหนี้จนหมดหนทาง ถึงได้... แม่คะ แม้แต่ก่อนตายแม่ก็ยังคิดถึงฉัน...”
ตำรวจถึงกับพูดไม่ออก เติ้งเสี่ยวหลิงซื้อประกันอุบัติเหตุให้ฉีเสี่ยวเล่อถึงสามฉบับ เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์
เขายังติดต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีประกันที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของบิดาแท้ ๆ ของฉีเสี่ยวเล่อ อีกฝ่ายแอบบอกว่า เมื่อพิจารณาจากเบาะแสต่าง ๆ ตั้งแต่เกาอวิ๋นเฟิงรับลูกสาวกลับมา ซื้อประกัน จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ ทุกอย่างดูเหมือนมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า
มีที่ไหนเพิ่งรับลูกสาวกลับมา ก็รีบซื้อประกันอุบัติเหตุวงเงินสูงตั้งหลายฉบับ?
เขาอดคาดเดาไม่ได้ว่า หรือคนพวกนี้คิดฆ่าฉีเสี่ยวเล่อเพื่อหลอกเอาเงินประกัน? บริษัทของเกาอวิ๋นเฟิงล้มละลาย เฝิงฮ่าวก็ต้องการไตสำหรับปลูกถ่ายอย่างเร่งด่วน ครอบครัวเฝิงยังมีหนี้ก้อนโต กระทั่งหนี้นอกระบบก็ยังมี...
เรื่องนี้กลับดูเหมือนสองคนนั้นคิดเล่นงานฉีเสี่ยวเล่อไม่สำเร็จ สุดท้ายกลับถูกฆ่าเสียเองมากกว่า
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสงสัยของคนบางคน ไม่มีหลักฐานใด ๆ จึงไม่อาจพูดออกมาได้
อีกอย่าง คนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่มีความสำคัญตายไปสองคน ใครจะไปใส่ใจนัก?
ในฐานะตำรวจ เขาย่อมอยากสืบหาความจริง แต่เมื่อสืบไม่พบ คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ
ในใจเขาไม่ได้ตัดข้อสงสัยที่ว่าฉีเสี่ยวเล่ออาจจงใจฆ่าคนและจัดฉากขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงความประพฤติของพ่อแม่คู่นี้แล้วก็รู้สึกว่า...สมควรแล้วจริง ๆ
ทางเดินของโรงแรมมีกล้องวงจรปิด หลังจากฉีเสี่ยวเล่อรับอาหารที่สั่งมาส่งแล้ว เธอก็ไม่เคยออกจากห้องอีก เรื่องนี้ปลอมแปลงไม่ได้ ห้องพักของเธออยู่ชั้นสาม อีกทั้งอาคารพาณิชย์สองชั้นด้านล่างยังสูงกว่าปกติ หน้าต่างอยู่ห่างจากพื้นเกือบแปดเมตร เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งจะกระโดดลงไปได้หรือ? ต่อให้กระโดดลงไปได้ แล้วจะกลับขึ้นไปยังไง? เธอไม่ใช่มนุษย์บินได้เสียหน่อย
หลังการสืบสวน ตำรวจไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นคดีวางเพลิงโดยเจตนา ทั้งยังหาตัวผู้ต้องสงสัยไม่ได้ และไม่มีใครคอยตามจี้ให้สืบคดี สุดท้ายจึงทำได้เพียงปิดคดีโดยสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ
ฉีเล่อเล่อกับเฝิงฮ่าวต่างได้รับเงินชดเชยจากประกัน
ฉีเล่อเล่อนำเงินสองล้านหยวนทั้งหมดบริจาคให้สถานสงเคราะห์ เมื่อเผชิญกับข้อสงสัยจากชาวเน็ตและผู้คนในสังคม ฉีเล่อเล่อโพสต์หลักฐานการบริจาคลงในบัญชีโซเชียล พร้อมข้อความว่า
“ญาติที่เพิ่งได้กลับมาพบกันจากไปเสียแล้ว ไม่มีใครเข้าใจความเศร้าของฉันได้ บางทีฉันอาจเกิดมามีวาสนากับญาติน้อยเกินไป ขอให้เด็กที่มีชะตาชีวิตเหมือนฉันได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น!”
จากนั้นเธอก็ออกจากบัญชี ไม่สนใจคำถามต่าง ๆ อีก เมื่อเรื่องทางนี้จบลง เธอก็ไม่คิดสนใจอีกว่าน้องชายที่เรียกกันตามสายเลือดคนนั้นจะเป็นอย่างไร
แต่ก็มักมีพวกแมลงวันที่จ้องหากินกับความทุกข์ของคนอื่นตามตอแยไม่เลิก
เมื่อมองเห็นคนที่ยืนรออยู่ตรงทางออกของสถานีรถไฟเมืองหลวง ใบหน้าของฉีเล่อเล่อก็ปรากฏรอยยิ้มผ่อนคลาย “ยายคะ น้า...”
น้าประคองยายรีบตรงมาหาฉีเล่อเล่อ “เสี่ยวเล่อ...”
แต่ในตอนนั้นเอง คนกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามาล้อมพวกเธอไว้
ฉีเล่อเล่อมองไมโครโฟนที่แทบจะจ่อถึงหน้า ก่อนมองชายคนนั้นอย่างเย็นชา “นี่ไม่ใช่เหล่าเฉิงจื่อ ผู้เสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดหรอกเหรอ? วันนี้คิดจะมาช่วยไกล่เกลี่ยให้บ้านไหนอีกล่ะ?”
เหล่าเฉิงจื่อเผยรอยยิ้มมันเยิ้ม “ฮ่า ๆๆ ฉีเสี่ยวเล่อ พวกเรามีวาสนาต่อกันจริง ๆ ได้เจอกันอีกแล้ว มีคนฝากฝังให้ฉันมา วันนี้อยากขอให้เธอตอบคำถามสักสองสามข้อ”