บทที่ 2: ทารกน้อยที่ถูกเก็บมา
ซูอ้ายหมินรู้สึกแปลกประหลาดกับการเคลื่อนไหวในความมืด ภายในใจของเขามีบางสิ่งกระตุ้นให้เขาอยากตามเงาดำนั้นไปดูให้แน่ชัด ชายหนุ่มจึงขยับตัวลุกขึ้นยืน การขยับตัวของเขาทำให้ซูอ้ายกั๋วรู้สึกตัวจากการพักผ่อน น้องชายจึงเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายด้วยความสงสัย
“พี่ใหญ่ พี่จะไปไหนครับ”
ซูอ้ายหมินทำท่าทางสื่อสารด้วยมือเพื่อบอกน้องชายแทนคำพูด เขาทำท่าทางสื่อความหมายถึงการไปปัสสาวะ ซูอ้ายกั๋วเห็นเช่นนั้นก็เอนตัวพิงต้นไม้ด้วยท่าทีเกียจคร้านตามเดิม ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับขบคิดหาวิธีบอกเล่าเรื่องราวให้แม่ฟัง หากเขานำคำพูดของจางชุ่ยหงไปบอกเล่าทุกตัวอักษร แม่จะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน
ทางด้านซูอ้ายหมินเดินแยกตัวเข้าไปในป่าลึก เขาเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เงาดำปรากฏตัวก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มเดินไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังแว่วมา เสียงของเธอกดต่ำลงและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างเห็นได้ชัด
“กล้าด่าลูกสาวฉันว่าเป็นคางคกขึ้นวอ วันนี้ฉันจะทุบลูกคางคกของพวกมันให้ตายไปเลย”
ซูอ้ายหมินได้ยินคำพูดประโยคนั้นก็รู้สึกร้อนใจ ชายหนุ่มรีบก้าวเท้าเดินหน้าจนเผลอชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ใบไม้เสียดสีกันจนเกิดเสียงดังสวบสาบท่ามกลางความเงียบ
หญิงคนนั้นกำลังเงื้อมือชูก้อนหินขึ้นสูง เธอตั้งใจจะทุบหินก้อนใหญ่ลงบนห่อผ้าใบเล็กบนพื้น การกระทำของเธอเป็นเรื่องผิดบาป เธอจึงรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ พอได้ยินเสียงใบไม้ขยับและเห็นกิ่งไม้สั่นไหว เธอจึงเกิดความหวาดกลัว เธอเกรงว่าหมาป่าจะพุ่งตัวออกมาขย้ำตนเอง หญิงคนนั้นจ้องมองเด็กทารกบนพื้นด้วยสายตาเกลียดชัง
“เดี๋ยวปล่อยให้หมาป่ามากินก็แล้วกัน”
หญิงคนนั้นด่าทอจบก็หันหลังวิ่งหนีออกไปจากป่าโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ซูอ้ายหมินรอจนกระทั่งหญิงคนนั้นวิ่งหนีไปไกลแล้ว เขาจึงเดินออกมาจากหลังต้นไม้ แสงจันทร์สาดส่องลงมาผ่านกิ่งไม้ทำให้เขามองเห็นห่อผ้าบนพื้น ชายหนุ่มจึงก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้
“อุแว้ อุแว้”
พอเขาเดินเข้าไปใกล้ ห่อผ้าใบนั้นก็มีเสียงร้องไห้แผ่วเบาของเด็กทารกดังออกมา
เสียงร้องของเด็กทำให้ซูอ้ายหมินตกใจ เขาใช้เวลาดึงสติอยู่พักใหญ่ก่อนจะก้มตัวลงไปอุ้มเด็กทารกบนพื้นขึ้นมาด้วยท่าทีเก้กัง เรื่องประหลาดเกิดขึ้นเมื่อเขาอุ้มเด็กคนนั้นขึ้นมาแนบอก เด็กทารกหยุดร้องไห้ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองเขาอย่างตั้งใจ เด็กน้อยอ้าปากส่งยิ้มให้เขากว้างขวาง
ซูอ้ายหมินมองดูรอยยิ้มน่ารักของเด็กน้อย หัวใจของเขาถูกกระแทกอย่างแรง ความรู้สึกอ่อนโยนเอ่อล้นขึ้นมาเต็มอก ชายหนุ่มอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนแล้วก้าวเท้ายาวเดินออกจากป่า
ซูอ้ายกั๋วเห็นพี่ชายอุ้มเด็กกลับมาด้วย เขาจึงรีบกระโดดลุกขึ้นจากพื้นด้วยความร้อนรน
“พี่ใหญ่ พี่ไปเก็บเด็กที่ไหนมาครับ”
“อา ปา ปา”
ซูอ้ายหมินส่งเสียงในลำคอพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งทำท่าทางสื่อสารกับน้องชาย ดวงตาของเขาเปล่งประกายความตื่นเต้น ชายหนุ่มไม่มีท่าทีสิ้นหวังเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป เขาราวกับถูกจุดประกายไฟแห่งชีวิตขึ้นมาใหม่
ซูอ้ายกั๋วยกมือขึ้นเกาหัวพร้อมกับจ้องมองพี่ชาย ครอบครัวของพวกเขาแทบจะไม่มีข้าวกินอยู่แล้ว พี่ชายของเขายังอยากจะทำตัวเป็นคนใจดีอีก
“ตอนนี้บ้านเราแทบจะไม่มีอะไรกินแล้ว พี่อยากจะพาเด็กคนนี้กลับบ้านไปอีกเหรอครับ”
ซูอ้ายหมินเป็นคนมีนิสัยอ่อนโยนมาตลอด ครั้งนี้เขากลับดื้อดึงเป็นพิเศษ ไม่ว่าน้องชายจะพยายามพูดเกลี้ยกล่อมอย่างไร เขาก็ไม่สนใจ ชายหนุ่มตบหน้าอกตัวเองแล้วทำท่าทางสื่อสารด้วยมือเพื่อส่งความหมาย
“ฉันต้องการเด็กคนนี้”
ซูอ้ายกั๋วส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ เขาเดินเข้าไปใกล้เพื่อขอดูเด็กทารกในอ้อมแขนพี่ชาย
“พี่ใหญ่ เด็กคนนี้อาจจะพิการถึงได้ถูกเอามาทิ้ง ใครจะเอาเด็กปกติมาทิ้งไว้บนภูเขาให้หมาป่ากินกันครับ”
ซูอ้ายหมินไม่ยอมส่งเด็กให้น้องชายอุ้ม เขาทำท่าทางสื่อสารด้วยมือด้วยท่าทีเด็ดขาดซึ่งหาได้ยาก
“ต่อให้เด็กคนนี้จะพิการ ฉันก็จะเลี้ยงเธอ”
ซูอ้ายกั๋วถอนหายใจออกมายาว แม้เขาจะเป็นคนมีเหตุผลแต่ลึกซึ้งแล้วเขาก็เป็นคนใจอ่อน หากเขาไม่เห็นเด็กคนนี้ก็คงไม่เป็นอะไร แต่เมื่อเขาเห็นเด็กแล้วเขาก็ทำใจทิ้งเด็กไว้ไม่ได้ เด็กคนนี้ก็มีหนึ่งชีวิตเหมือนกัน
“ช่างเถอะครับ เราอุ้มเด็กกลับบ้านกันก่อน ทิ้งไว้ที่นี่เด็กต้องโดนหมาป่ากินอย่างแน่นอน”
สองพี่น้องเลิกพักผ่อน พวกเขาอาศัยแสงจันทร์ช่วยส่องทางเดินลงจากภูเขาอย่างเร่งรีบ หมู่บ้านหงซิงตกอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงบ สภาพความเป็นอยู่ในยุคนี้ค่อนข้างลำบาก หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ทุกครอบครัวก็รีบนอนหลับพักผ่อนเพื่อประหยัดน้ำมันตะเกียง
บ้านของครอบครัวซูเหลาสานตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน บริเวณบ้านอยู่ใกล้กับภูเขา สองพี่น้องเดินลงจากภูเขาใช้เวลาไม่นานก็ถึงบ้าน ประตูรั้วไม้ไผ่ของบ้านเปิดแง้มไว้ ภายในบ้านมืดสนิท
ซูอ้ายกั๋วผลักประตูเดินเข้าไปในบ้าน เขารู้ดีว่าแม่กำลังรอฟังข่าวการดูตัวของพี่ใหญ่อย่างใจจดใจจ่อ แม่ยังไม่เข้านอนอย่างแน่นอน เขาจึงส่งเสียงเรียกตั้งแต่เดินเข้าบ้าน
“แม่ครับ พวกเรากลับมาแล้ว”
ซูเสี่ยวเม่ยได้ยินเสียงพี่ชายรอง เธอรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น เธอและแม่ต้องนั่งทำเชือกป่านในความมืด พวกเธอรอฟังข่าวการดูตัวของพี่ใหญ่จนร้อนใจไปหมด
“พี่ใหญ่ การดูตัวเป็นยังไงบ้างคะ สำเร็จไหมคะ”
ซูอ้ายกั๋วตอบกลับน้องสาว
“เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ”
[จบบท]