เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า การกระทำทั้งหมดที่เธอคิดว่าทำเพื่อหวังดีต่อเว่ยโหรว ในสายตาของเว่ยโหรว กลับเป็นเพียงการให้ทาน หรือให้ด้วยความสงสารและเป็นความเสแสร้ง
สวี่ฟางฮวารู้สึกว่าตัวเองที่ผ่านมา ช่างน่าขันเสียจริง
แท้จริงแล้ว มีเพียงเธอเท่านั้นที่คิดว่าเว่ยโหรวเป็นเพื่อนที่ดี เป็นพี่น้องที่ดี แต่เว่ยโหรวกลับมองเธอเช่นนี้
เว่ยโหรวคิดว่าเธอกำลังให้ทานและยังคิดอีกว่า ความดีทั้งหมดของเธอควรเป็นของเว่ยโหรว
ยิ่งไปกว่านั้น จากคำพูดของเว่ยโหรว ดูเหมือนว่าเธอจะรู้จักหยางจื้อเหวินเป็นอย่างดี และยังรู้เรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับเขาด้วย
แต่ถึงกระนั้น เว่ยโหรวยังคงยุให้เธอแต่งงานกับหยางจื้อเหวิน!
เว่ยโหรวต้องการทำร้ายเธอหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น สวี่ฟางฮวาเงยหน้าขึ้นมองเว่ยโหรวอีกครั้ง ความรู้สึกที่เธอมีต่อเว่ยโหรวค่อยๆ จางหายไปจากดวงตาของเธอ
ในตอนนั้นเอง เว่ยโหรวที่เดินนำอยู่ข้างหน้า กลับหยุดเดินกะทันหัน ก่อนจะทำสิ่งหนึ่งที่สวี่ฟางฮวาไม่เคยคาดคิด แต่ก็อยู่ในความคาดหมายของเธอเช่นกัน
เธอเห็นเว่ยโหรวที่หยุดเดินกะทันหัน ค่อยๆ ฉีกจดหมายที่สวี่ฟางฮวามอบให้เป็นสองส่วน
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังคงฉีกต่อไป
หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง...
เสียงฉีกแต่ละครั้ง กรีดลึกเข้าไปในใจของสวี่ฟางฮวา
ทุกครั้งที่ฉีกลงไป มันช่างเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางหัวใจของเธอ
ทันใดนั้น สวี่ฟางฮวาก็นึกถึงคำพูดของน้องสาวตัวน้อย
ตลอดสามปีที่ผ่านมา จดหมายที่เธอส่งถึงซ่งอี้ทั้งหมด ถูกเว่ยโหรวฉีกทิ้งจนหมด
สามปี... เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองเขียนจดหมายไปกี่ฉบับ แต่ไม่มีฉบับไหนไปถึงมือของชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงเลย
ทุกฉบับถูกเว่ยโหรวฉีกทิ้ง
สิ่งที่เว่ยโหรวฉีกทิ้งไป ไม่ใช่แค่จดหมายเพียงฉบับสองฉบับ แต่เป็นหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักของหญิงสาว และโชคชะตาของคู่รักวัยเยาว์!
หากเธอไม่ได้ยินเรื่องนี้จากน้องสาวตัวน้อย และไม่ได้เห็นกับตาตัวเองในวันนี้ เธอคงยังคงถูกเว่ยโหรวปิดบังต่อไป
คงยังคงเชื่อว่า ซ่งอี้เป็นอย่างที่เว่ยโหรวพูด ว่าเขาลืมคำสัญญาของพวกเขาไปแล้ว และตกหลุมรักหญิงสาวจากคณะศิลปะ
แต่ตอนนี้ ความลับที่เว่ยโหรวปกปิดไว้ กำลังถูกเปิดเผยทีละชั้น
ขณะที่จดหมายถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หัวใจของสวี่ฟางฮวาก็ถูกฉีกขาดตามไปด้วย
มันเจ็บ... เจ็บเหลือเกิน
ในชั่วขณะนั้น เธออยากพุ่งเข้าไปห้าม อยากเดินเข้าไปถามเว่ยโหรวต่อหน้า
ถามเธอว่า ทำไมต้องฉีกจดหมายที่เธอส่งให้ซ่งอี้?
ถามเธอว่า คำพูดที่เคยบอกว่าเธอเป็นพี่น้องและเพื่อนที่ดีที่สุด นั้นเป็นเพียงคำโกหกหรือไม่?
เธออยากถาม...
อยากถามอะไรอีกมากมายเหลือเกิน
แต่สุดท้ายเธอก็อดทนไว้ เธอรู้ดีว่าตอนนี้เธอหุนหันพลันแล่นไม่ได้
สิ่งที่เธอเห็นในวันนี้ เป็นหลักฐานสำคัญที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่สวี่จิ่นหนิงพูดเป็นความจริง
เธอยังคงจำได้ว่า หนิงหนิงเคยบอกว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เธอที่เขียนจดหมายถึงซ่งอี้ แต่ซ่งอี้เองก็เขียนจดหมายถึงเธออย่างต่อเนื่องเช่นกัน
แต่จดหมายที่เธอส่งไป ถูกเว่ยโหรวฉีกทิ้งทั้งหมด
ส่วนจดหมายที่ซ่งอี้เขียนถึงเธอ กลับถูกเว่ยโหรวแอบเก็บไว้ และแอบอ่านแทน
สวี่ฟางฮวายังจำได้ว่าน้องสาวตัวน้อยบอกว่า จดหมายเหล่านั้นถูกซ่อนอยู่ที่ไหน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจึงยังไม่สามารถตัดขาดกับเว่ยโหรวได้ในตอนนี้
เธอวางแผนจะรักษาความสัมพันธ์ฉาบฉวยกับเว่ยโหรวไปก่อน แล้วค่อยหาโอกาสไปที่บ้านเว่ยโหรว เพื่อนำจดหมายที่ซ่งอี้เขียนถึงเธอที่ถูกซ่อนไว้ออกมา
เมื่อถึงตอนนั้น ค่อยตัดขาดความสัมพันธ์ก็ยังไม่สาย
ด้วยเหตุนี้ สวี่ฟางฮวาจึงต้องอดทนไว้ชั่วคราว
เว่ยโหรวฉีกจดหมายที่สวี่ฟางฮวาเขียนถึงซ่งอี้อย่างคลั่งแค้น
"ทำไมเขาไม่ตอบจดหมายฉัน แต่กลับตอบจดหมายของสวี่ฟางฮวา ทำไม! ทำไม!"
ใช่แล้ว เว่ยโหรวก็เคยเขียนจดหมายถึงซ่งอี้ เธอรู้ที่อยู่ของซ่งอี้จากจดหมายของสวี่ฟางฮวา
เว่ยโหรวหลงรักซ่งอี้มานานแล้ว นานกว่าสวี่ฟางฮวาเสียอีก
แต่ก่อนที่เธอจะมีโอกาสเผยความรู้สึก และบอกความต้องการที่จะคบกับซ่งอี้ เธอกลับได้ยินจากสวี่ฟางฮวาว่าทั้งสองคนรักกันและเป็นคู่รักกันแล้ว
แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ซ่งอี้จะไปเป็นแพทย์ทหาร
แต่เว่ยโหรวคิดว่า สวี่ฟางฮวาเป็นคนแย่งซ่งอี้ไปจากเธอ
เธอเป็นคนที่รักซ่งอี้ก่อน ซ่งอี้ควรเป็นของเธอ แต่สวี่ฟางฮวากลับเข้ามาแทรกและแย่งเขาไป
ด้วยเหตุนี้ เว่ยโหรวจึงไม่อยากเห็นซ่งอี้และสวี่ฟางฮวาอยู่ด้วยกัน และไม่ต้องการให้พวกเขาติดต่อกัน
เธอจึงใช้ข้ออ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทของสวี่ฟางฮวา อ้างว่าสวี่ฟางฮวายุ่งกับการเรียนและการทำงาน ไม่มีเวลาไปส่งจดหมาย
แต่จดหมายเหล่านั้นไม่เคยถูกส่งออกไป ทุกฉบับถูกฉีกทิ้งระหว่างทางกลับบ้านของเว่ยโหรว
เธอฉีกจดหมายจนแหลกละเอียด ปล่อยให้เศษกระดาษปลิวกระจัดกระจายไปตามสายลม ความรู้สึกสะใจเอ่อล้นในใจของเธอ
แต่เมื่อคิดถึงจดหมายของซ่งอี้ที่บ้าน เธอก็รู้สึกไม่พอใจ
ทำไมซ่งอี้ถึงไม่ได้รับจดหมายจากสวี่ฟางฮวาเลย แต่ยังคงเขียนจดหมายหาสวี่ฟางฮวาตลอดสามปีที่ผ่านมา
เขาชอบสวี่ฟางฮวามากขนาดนั้นเลยหรือ?
แล้วเธอล่ะ? เธอเขียนจดหมายหาซ่งอี้มากมาย แต่เขาไม่เคยตอบกลับมาเลย!
นี่คือสิ่งที่ทำให้เว่ยโหรวเจ็บปวดและโกรธแค้นที่สุด
หรือว่าซ่งอี้ตัดสินคนจากรูปลักษณ์? เขาคิดว่าสวี่ฟางฮวาดูดีกว่าเธอใช่ไหม?
หรือเป็นเพราะสวี่ฟางฮวาเรียนมัธยมปลาย แต่เธอแค่เด็กที่ไม่ได้เรียนจบประถม?
แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอก็อยากเรียนต่อ อยากเป็นนักเรียนมัธยมปลาย อยากเป็นครู อยากมีงานที่สบาย ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องให้มือหยาบกร้าน ไม่ต้องให้ผิวหมองคล้ำ
แต่เธอเกิดมาในครอบครัวแบบนั้น เธอไม่มีทางเลือก
เธอสู้สุดชีวิตเพื่อหนีออกจากบ้าน และการแต่งงานคือทางออกที่ดีที่สุด
ซ่งอี้คือคนที่เธอเลือก ไม่ใช่แค่เพราะเธอรักเขา แต่เพราะเขาและครอบครัวของเขาจะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากบ้านที่เธอเกลียดที่สุด บ้านที่เธอไม่อยากกลับไปแม้แต่วินาทีเดียว
แต่สุดท้าย สวี่ฟางฮวากลับแย่งซ่งอี้ไป
"สวี่ฟางฮวา ฉันไม่มีวันยอมให้เธอแย่งซ่งอี้ไปหรอก ซ่งอี้ต้องเป็นของฉัน เว่ยโหรวเท่านั้น!"
หลังจากปล่อยเศษจดหมายให้ปลิวไปตามลม เธอหันหลังกลับและเดินไปทางซ้าย ซึ่งเป็นเส้นทางกลับบ้านของเธอ
สวี่ฟางฮวามองแผ่นหลังของเว่ยโหรวที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีกครั้ง จากนั้นเธอจึงก้มลงเก็บเศษจดหมายที่ถูกฉีกทิ้งอย่างระมัดระวัง
เธอเก็บมันอย่างตั้งใจ ราวกับว่าสิ่งที่เธอกำลังกอบกู้ ไม่ใช่แค่เศษกระดาษธรรมดา...
สวี่ฟางฮวาค่อยๆ เก็บเศษจดหมาย ก่อนจะเดินกลับบ้าน
เดิมทีเธอคิดจะเขียนจดหมายถึงซ่งอี้อีกฉบับ แต่ตอนนี้เวลาไม่พอ ตอนบ่ายเธอต้องไปสอนที่โรงเรียนของสหกรณ์หมู่บ้าน จึงต้องรอเขียนคืนนี้
พรุ่งนี้เช้าค่อยไปส่ง และสอบถามดูว่ามีจดหมายจากซ่งอี้ถึงเธอบ้างหรือไม่
เมื่อเธอกลับถึงบ้าน สวี่จิ่นหนิงยังอยู่ที่นั่น
เมื่อสวี่ฟางฮวาเดินเข้ามา สายตาของสวี่จิ่นหนิงเต็มไปด้วยความสงสัย
'เธอเห็นเว่ยโหรวฉีกจดหมายหรือเปล่า ถ้าเห็นแล้วก็คงไม่เชื่อเว่ยโหรวอีกต่อไป เว่ยโหรวเป็นคนเสแสร้ง!'