สวี่ฟางฮวาคิดจนหัวแทบแตก ก็ยังไม่เข้าใจว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาเธอถึงได้โง่ขนาดนี้
แต่เธอมั่นใจว่าตอนนี้เมื่อเธอรู้ธาตุแท้ของเว่ยโหรวแล้ว ต่อไปจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ไม่รอช้า สวี่ฟางฮวาหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายถึงซ่งอี้ ในนั้นเธอบอกว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอเขียนจดหมายถึงเขาเสมอ แต่เพราะเชื่อใจเพื่อนผิดคน และเพราะความโง่เขลาของตัวเอง จึงทำให้จดหมายถูกฉีกทิ้งไปก่อนที่จะถูกส่งออกไป วันนี้เธอเพิ่งจะรู้ความจริง
แต่สวี่ฟางฮวาไม่แน่ใจว่าซ่งอี้เคยเขียนจดหมายถึงเธอบ้างหรือไม่
หรือว่าเขาไม่เคยเขียนเลย หรืออาจเป็นอย่างที่สวี่จิ่นหนิงบอก ว่าจดหมายที่ซ่งอี้ส่งมาหาเธอในช่วงสามปีนี้ ล้วนถูกเว่ยโหรวแอบเอาไปทั้งหมด?
เรื่องนี้พรุ่งนี้เธอจะไปถามให้แน่ใจตอนที่ไปส่งจดหมาย และจะหาโอกาสไปค้นที่บ้านของเว่ยโหรวด้วย
แต่สมมติฐานนี้ เธอได้เขียนเล่าไว้ในจดหมายถึงซ่งอี้แล้ว
เธอบอกว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้รับจดหมายจากเขาเลย อาจเป็นไปได้ว่ามีคนแอบอ้างชื่อรับจดหมายแทนเธอไป ซึ่งเธอจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้แน่ชัด
ในตอนท้ายของจดหมาย เธอถามซ่งอี้ว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมา หรือว่าเขาจะกลับมาหรือไม่
ปีนี้เธออายุ 19 แล้ว ในยุคที่หญิงสาวส่วนใหญ่มักแต่งงานตอนอายุ 15 หรือ 16 ปี เธอกำลังจะกลายเป็นหญิงแก่ที่ยังไม่ได้แต่งงานแล้ว
หากซ่งอี้ยังไม่มีการตอบกลับ เธออาจไม่สามารถรอต่อไปได้อีก
ในท้ายจดหมาย สวี่ฟางฮวาบอกว่าเธอจะรออีกเพียง 4 เดือน เพราะหลังจากนั้นเธอจะอายุ 20 ปีเต็ม
หากภายใน 4 เดือนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากซ่งอี้ เธอจะเริ่มมองหาคู่ครองและแต่งงาน
สวี่ฟางฮวารักซ่งอี้ แต่ความรักที่ไม่มีการพบเจอและไม่มีการอยู่เคียงข้างกันนั้น เธออดทนมานานถึงสามปีกว่าแล้ว และเธอไม่ใช่คนที่จมอยู่กับรักเพียงอย่างเดียว
ถ้าหากซ่งอี้เป็นอย่างที่เว่ยโหรวบอก ว่าเขาไปชอบผู้หญิงคนอื่น เธอก็จะปล่อยมือ และไม่คิดรั้งไว้
เมื่อเขียนจดหมายเสร็จ สวี่ฟางฮวาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองเปลวเทียนบนโต๊ะ พลางใช้มือลูบแก้มตัวเองอย่างเหม่อลอย
เปลวเทียนไหวระริก แสงเงาทอดลงบนโต๊ะทำให้เธอเห็นภาพของคนที่คุ้นเคยเลือนราง
อีกด้านหนึ่ง สวี่จิ่นหนิงในห้องของเธอ กำลังฝัน
หรือจะเรียกว่า "ฝัน" ก็ไม่ถูกนัก
ในฝัน เธอได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับตัวเองแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว หรือจะเรียกให้ถูก เธอได้พบกับเจ้าของร่างเดิม
และจากความฝันนี้เอง ทำให้สวี่จิ่นหนิงเข้าใจถึงสาเหตุที่เธอได้ข้ามภพมาอยู่ที่นี่
แท้จริงแล้ว เธอถูกดึงตัวมาที่นี่โดยเจ้าของร่างเดิม
รวมถึงความสัมพันธ์ของเจ้าของร่างเดิมกับเธอ ในอดีตและปัจจุบัน
ไม่ใช่เพียงแค่โลกนี้ของเจ้าของร่างเดิม ที่เป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากหนังสือซึ่งมีชื่อว่า "คุณหนูแท้จริงผู้เป็นที่รักของครอบครัว" และมีตัวเอกเป็นสวี่ฟางฟาง ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นหลินหวังซู แม้แต่โลกที่สวี่จิ่นหนิงอยู่ก่อนหน้านี้ ก็เป็นโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากหนังสือเช่นกัน
เธอเองก็เป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกกำหนดให้ทำตามบทบาท โดยไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง และนางเอกของโลกนั้นก็คือพี่สาวต่างแม่ของเธอ สวี่จิ่นเหวิน ขณะที่เธอเป็นเพียงตัวร้ายที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นบันไดให้พี่สาวก้าวไปข้างหน้า
ในหนังสือเรื่องนั้น เรื่องราวที่ถูกบรรยายให้คนอื่นรับรู้ ไม่ใช่ว่าเธอถูกพี่สาววางแผนฆ่า แต่เป็นว่าเธอพยายามผลักพี่สาวตกบันได ทว่าเกิดผิดพลาด เธอจึงเป็นฝ่ายตกลงไปเอง
ทุกคนต่างพูดกันว่าเธอได้รับกรรมที่สมควรแล้ว ขณะที่นางเอกอย่างสวี่จิ่นเหวินก็ยังคงเป็นตัวแทนของความดี ความงาม และความบริสุทธิ์
ส่วนในโลกของยุค 80 แห่งนี้
เจ้าของร่างเดิม และครอบครัวสวี่ ก็เป็นเพียงตัวประกอบเช่นกัน พวกเขาถูกกำหนดให้เป็นตัวประกอบเพื่อปูทางให้กับนางเอกหลินหวังซู ต้องถูกลดระดับสติปัญญาให้ต่ำลงอย่างไร้เหตุผล และสุดท้ายก็ต้องพบกับจุดจบอันแสนเศร้า
เจ้าของร่างเดิมเริ่มตระหนักรู้ในตอนที่เธอ "ตาย" ครั้งแรก
ใช่แล้ว "ตายครั้งแรก" เพราะหลังจากเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิต เธอพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในช่วงสามปีก่อน ตอนที่เพิ่งกลับมาถึงกลุ่มผลิตชิงเหอ และหลังจากนั้นเรื่องราวก็วนกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง
เมื่อได้รับสติ เจ้าของร่างเดิมพยายามดิ้นรนเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน คนในครอบครัวสวี่ และตัวละครตัวอื่นๆ ที่เป็นเพียงตัวประกอบในโลกนี้ ก็ยังคงดำเนินไปตามเส้นทางเดิมที่ถูกกำหนดไว้
สุดท้ายเธอก็ตายอีกครั้ง
แล้วทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
โลกใบนี้ติดอยู่ในวังวน วังวนที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ในโลกที่เวียนว่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเธอเท่านั้นที่ตื่นรู้
ท่ามกลางวัฏจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าของร่างเดิมจะไม่รู้สึกสิ้นหวังและแตกสลาย
จนกระทั่งถึงช่วงท้าย เธอชินชากับทุกสิ่ง และเกือบจะเสียสติ
แล้วไม่กี่วันก่อนหน้านี้ อยู่ๆ เธอก็มองเห็นตัวเองอีกคนหนึ่ง เห็นสวี่จิ่นหนิงในโลกยุคใหม่ที่ถูกฆ่าตาย
ดังนั้น เธอจึงสังเวยตัวเองเพื่อดึงสวี่จิ่นหนิงเข้ามา
"ฉันรู้สึกได้ว่า มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะปลุกพวกเขาได้"
"ตั้งแต่เธอเข้ามาในโลกนี้ วงจรเดิมก็ไม่หมุนซ้ำอีกต่อไป"
"ต่อจากนี้ โลกนี้ก็จะเป็นของเธอแล้ว"
"สวี่จิ่นหนิง จงใช้ชีวิตให้ดี พ่อแม่และพี่น้องของบ้านสวี่ จริงๆ แล้วพวกเขาก็สามารถเป็นคนที่ดีได้"
"แม้ว่าเธอจะไม่พูดออกมา แต่ฉันรู้ว่าเธอและฉันต่างก็ปรารถนาความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวเหมือนกัน"
"ปลุกพวกเขาให้ตื่น แล้วเธอจะมีครอบครัว จากนั้นใช้ชีวิตให้ดี และมีความสุขแทนฉันด้วย"
"สวี่จิ่นหนิง เธอต้องมีความสุขนะ ถ้าเป็นไปได้ ช่วยใช้ชีวิตให้มีความสุขแทนฉันด้วย"
"เรื่องในโลกยุคใหม่ เธอไม่ต้องกังวล ความดีและความชั่วมีผลลัพธ์เสมอ คนชั่วจะได้รับกรรมที่พวกเขาสมควรได้รับ"
"สวี่จิ่นหนิง ขอโทษที่ดึงเธอมา และขอบคุณที่ช่วยให้ฉันได้หลุดพ้น"
"เธอต้องมีความสุขนะ"
หลังจากพูดจบ เจ้าของร่างเดิมก็ยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะค่อยๆ สลายไปต่อหน้าสวี่จิ่นหนิง
สวี่จิ่นหนิงที่นอนอยู่บนเตียงพลันลืมตาขึ้นทันที
เธอพลิกตัว มองออกไปยังดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่ภายนอก คิดถึงความฝันเมื่อครู่
หรือบางที... นั่นอาจจะไม่ใช่แค่ความฝัน
เธอเพิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่โลกนี้ที่ถูกควบคุมโดยเส้นเรื่อง แม้แต่โลกก่อนหน้าของเธอก็เช่นกัน ตัวเธอก็เป็นแค่ตัวประกอบที่ไร้ความคิดเช่นกัน
จนกระทั่งเจ้าของร่างเดิม หรือก็คือตัวเธอในชาติก่อน ดึงเธอมาที่โลกนี้ เธอถึงมีความคิดเป็นของตัวเอง
แต่จริงๆ แล้ว สวี่จิ่นหนิงไม่โกรธที่เจ้าของร่างเดิมดึงเธอมา
เพราะหากต้องเป็นแค่หุ่นเชิดที่ไร้สติปัญญาและหลงอยู่ในความมืดมนของเส้นเรื่อง เธอก็ยอมเลือกใช้ชีวิตในยุคนี้ ดีกว่ามีชีวิตที่ไร้ตัวตน
เธออยากเป็นคน คนที่มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ความรู้สึก มีความคิดของตัวเอง ไม่ใช่เครื่องมือที่ถูกควบคุม
เธอกับเจ้าของร่างเดิม เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบัน
แต่สวี่จิ่นหนิงต้องยอมรับว่า เธอมีชีวิตที่ดีกว่าเจ้าของร่างเดิมมาก
จะมีสักกี่คนที่สามารถทนอยู่ในโลกที่ต้องตายซ้ำๆ แบบนั้นได้โดยไม่พังทลายลง
เธอเข้าใจเจ้าของร่างเดิมดี
จากสภาพของเธอที่เห็น เธอรู้ว่าการสลายหายไป คือทางออกที่ดีที่สุดของเธอ
และเธอยังจำสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมพูดได้
เธอบอกว่า ตั้งแต่สวี่จิ่นหนิงเข้ามาในโลกนี้ เหล่าตัวประกอบก็สามารถถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้
นั่นหมายความว่า ครอบครัวสวี่ที่ถูกควบคุมโดยเส้นเรื่อง สามารถถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา และตระหนักถึงการมีตัวตนของพวกเขาเองได้
ถ้าเป็นแบบนั้น เธอสามารถมีความหวังได้หรือไม่?
เธอมีโอกาสที่จะได้รับความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวใช่ไหม?
แม้ว่าสวี่จิ่นหนิงจะปฏิเสธเสมอว่าเธออยู่คนเดียวได้ และไม่ต้องการความรักและการดูแลจากครอบครัว
แต่เธอก็เป็นมนุษย์ และมนุษย์เป็นสัตว์สังคม
มีใครบ้างที่ไม่ปรารถนาความรักและการอยู่ร่วมกับใครสักคน?
เธอแค่ปากแข็งเท่านั้นเอง เธอถูกครอบครัวในโลกเดิมทำร้ายจนไม่กล้าคาดหวังอีกต่อไป