เฉินอิ้งฮวาไม่ได้ตอบเธอ เขาแค่เงยหน้ามองเธอด้วยสีหน้าซับซ้อน ก่อนก้มหน้าลงเงียบๆต่อ
เซวียฟางฟางคิดว่าเฉินอิ้งฮวาโกรธแล้ว จึงระเบิดอารมณ์ทันที เธอชี้หน้าหวังเส้าหมิง แล้วด่าไม่ยั้ง
“หวังเส้าหมิง นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”
“กระโดดไปกระโดดมาช่วยคนอื่นออกหน้าอยู่ตรงนี้”
“แล้วผลลัพธ์ล่ะ?”
“เรื่องเลวๆ นายเป็นคนทำ ส่วนเรื่องดีๆ เขาได้หมด”
“นายรู้ไหมว่าคนในเขตบ้านพักพูดถึงนายยังไง?”
“พวกเขาบอกว่านายโง่ บอกว่านายเป็นหมาของเซี่ยจ้าวซี!”
“ฉันเคยเห็นคนเป็นหมานะ อย่างน้อยพวกเขายังหวังกระดูกจากเจ้าของ”
“แต่นายเป็นหมาให้เซี่ยจ้าวซี ไม่ใช่แค่เสียทั้งเงินทั้งแรง ยังต้องเป็นบันไดให้คนอื่นเหยียบ แถมรับผิดแทนอีก”
“รู้ไหมว่าทำไมครอบครัวนายถึงจัดให้นายลงชนบท?”
“เพราะคนในบ้านรู้สึกว่านายโง่เกินไป ถ้ายังอยู่ในเขตบ้านพักต่อไป สักวันต้องสร้างปัญหาให้ครอบครัวแน่”
“เลยส่งนายลงชนบทซะเลย”
“ฮ่าๆ นายคิดว่าเซี่ยจ้าวซีลงชนบทเพราะเห็นแก่พวกเดียวกัน เลยมาลงชนบทเป็นเพื่อนนายงั้นเหรอ?”
“ความจริงเขาทำเพื่อ...”
“เซวียฟางฟาง เธอกำลังเป็นบ้าอะไร หุบปาก!” ในที่สุดเซี่ยจ้าวซีก็ได้สติ รีบขัดไม่ให้เซวียฟางฟางพูดต่อ
เซวียฟางฟางมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน “แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้ว?”
“ฉันยังไม่ได้พูดถึงนายเลยนะ นายคิดว่าตัวเองเป็นคนดีมากหรือไง”
“ใช่ ฉันไม่ใช่คนดี”
“ใครก็ตามที่ทำไม่ดีกับเธอ เซวียฟางฟาง ล้วนไม่ใช่คนดีทั้งนั้น”
“มีแค่เธอที่ถูกเสมอ”
“แต่ลองถามใจตัวเองดูสิ ว่าฉันทำอะไรผิด?”
“เธอเข้าหาฉัน ฉันก็ปฏิเสธชัดเจนแล้ว”
“เธอตามตื๊อ ฉันก็ถอยห่าง”
“บางครั้งเธอทำเกินไปจริงๆ ฉันถึงพูดแรงใส่เธอ”
“ความอดทนและการถอยของฉัน กลายเป็นเหตุผลให้เธอหันมากัดฉันงั้นเหรอ?”
เซวียฟางฟาง “...”
โจวอวิ๋นซูมองนางเอกกับตัวประกอบชายทะเลาะกันต่อหน้า ดูเพลินมาก แต่เฉินอิ้งฮวาที่ก้มหน้าเงียบมาตลอด จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น ขัดจังหวะการกินเผือกแบบเต็มอารมณ์ของเธอ
“ดูเหมือนสหายโจวจะอยากให้พวกเขาทะเลาะกันนะครับ?”
โจวอวิ๋นซูหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน “เปล่านะคะ ฉันแค่ดูเพลินไปหน่อย”
เธอรีบดึงหลี่ชิ่งหงที่ดูเพลินเหมือนกันมาเป็นพวก “พี่ชิ่งหง พี่เองก็ดูพวกเขาทะเลาะกันจนเพลินเหมือนกันใช่ไหมคะ”
“อ๊ะ พวกเขาทะเลาะกันกะทันหันเกินไปจริงๆ” เห็นได้ชัดว่าหลี่ชิ่งหงกำลังอินกับการดูเรื่องชาวบ้านอยู่
พอโจวอวิ๋นซูเรียก เธอถึงได้สติ รีบเข้าไปห้าม
“ชาวบ้านตั้งเยอะแยะกำลังมองอยู่ ฉันต้องไปห้ามพวกเขาหน่อย!”
หลังจากหลี่ชิ่งหงเตือน พวกเขาถึงเพิ่งสังเกตว่าชาวบ้านรอบข้างต่างกำลังดูเรื่องสนุกของพวกเขาอยู่
จึงไม่มีใครทะเลาะต่ออีก ต่างคนต่างสงบลง
หลังผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ เซวียฟางฟางกับเซี่ยจ้าวซีก็แตกหักกันโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยจ้าวซีกับหวังเส้าหมิง หลังถูกเซวียฟางฟางยุแยงแบบนี้แล้ว จะยังดีเหมือนเดิมได้หรือไม่
……....................................................................................
หลังกลับมาที่จุดพักจือชิงและกินข้าวเย็นเสร็จ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น โจวอวิ๋นซูคิดว่าเป็นป้าชุ่ยที่มาแลกของ จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูอย่างตื่นเต้น ใครจะคิดว่าพอเปิดประตูออกมา กลับเป็นกู้หรงชวนกับหวังซานเฉิงสองคน กู้หรงชวนไม่พูดเกริ่นอะไรเลย เปิดปากตรงๆ ทันที
“สหายโจว ผมมีเรื่องบางอย่างอยากคุยกับคุณ ไม่ทราบว่าสะดวกไหมครับ?”
โจวอวิ๋นซูได้ยินน้ำเสียงจริงจังของเขา ก็ไม่กล้าชักช้า พอดีกับตอนนี้ในครัวไม่มีคน เธอจึงเชิญพวกเขาเข้าไปในครัว หวังซานเฉิงไม่ได้ตามเข้าไป เขายืนเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู ทั้งสองนั่งลงตรงโต๊ะกินข้าว
กู้หรงชวนลังเลอยู่นาน ก่อนพูดขึ้นว่า “สหายโจว มีเรื่องหนึ่งที่ผมคิดมานานแล้ว รู้สึกว่ายังไงก็ต้องบอกคุณตรงๆ”
“เรื่องอะไรเหรอคะ?”
ใจของโจวอวิ๋นซูกระตุกวูบ คงไม่ใช่ตอนที่เธอช่วยเขาไว้ แล้วเผลอเปิดเผยอะไรออกไปหรอกนะ?
กู้หรงชวนพูดเสียงต่ำ “ก่อนหน้านี้ผมเคยเจอคุณที่ไห่เฉิง”
โจวอวิ๋นซูเห็นเขาทำท่าลำบากใจอยู่ตั้งนาน ก็คิดว่าเขาจะมอบภารกิจอะไรให้เธอเสียอีก ใครจะคิดว่าอั้นมาตั้งนาน จะพูดแค่เรื่องนี้ เธอจึงหลุดหัวเราะออกมา พอเธอหัวเราะ ความตึงเครียดที่เดิมมีอยู่ในใจของกู้หรงชวนก็ผ่อนคลายลงทันที หลังหัวเราะเสร็จ โจวอวิ๋นซูก็อธิบายเพิ่ม
“เรื่องนี้ฉันรู้ค่ะ”
“วันนั้นก่อนฉันจะสลบ ฉันเห็นหน้าคุณแล้ว”
“แล้วคุณไม่โทษผมเหรอ?”
“ตอนนั้นคุณยังบาดเจ็บอยู่แท้ๆ แต่ผมกลับจับหัวคุณกระแทกพื้นจนคุณสลบ” กู้หรงชวนถามอย่างลองเชิงเล็กน้อย
โจวอวิ๋นซูส่ายหน้า “เรื่องนั้นจะโทษคุณทั้งหมดก็ไม่ได้ค่ะ”
“เดิมทีอาการบาดเจ็บของฉันก็หนักอยู่แล้ว”
“อีกอย่างคุณก็เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณจากงาน เลยเกิดผลแบบนั้นขึ้น”
“ยิ่งกว่านั้น หลังจากนั้นคุณก็จัดห้องผู้ป่วยเดี่ยวให้ฉัน แล้วก็จ่ายค่ารักษาพยาบาลชดเชยให้แล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลังฟังคำพูดของเธอ กู้หรงชวนก็ถอนหายใจเงียบๆ จากนั้นเขาก็ถามย้ำด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นสหายโจวให้อภัยผมแล้วจริงๆ ใช่ไหม?”
โจวอวิ๋นซูเก็บรอยยิ้ม ก่อนพูดอย่างจริงจัง “ใช่ค่ะ ฉันให้อภัยคุณแล้ว”
“ดังนั้นสหายกู้ คุณไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดอีก”
เดิมทีกู้หรงชวนกลั้นหายใจรอฟังคำตอบอยู่ พอได้ยินแบบนั้น เขาก็โล่งอกทันที
จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วรวบขาชิดทำความเคารพดัง “ปึก”
“ขอบคุณสหายโจวที่เข้าใจครับ!”
หลังได้รับการให้อภัยอย่างชัดเจนจากโจวอวิ๋นซู กู้หรงชวนก็เหมือนปลดโซ่ตรวนบางอย่างออกไป
บรรยากาศรอบตัวเขาผ่อนคลายลงทันที หลังคุยเรื่องสำคัญจบ กู้หรงชวนก็เริ่มคุยเล่นกับโจวอวิ๋นซูตามสบาย
“ดูเหมือนสหายโจวยังเรียนหนังสืออยู่เลย ทำไมถึงมาที่นี่กะทันหันล่ะครับ?”
โจวอวิ๋นซูจึงเลือกเล่าเฉพาะบางส่วน เธอเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงบีบบังคับให้ลงชนบทแทนพี่สาวต่างแม่คร่าวๆ ให้เขาฟัง กู้หรงชวนที่ผ่านการฆ่าฟันมามากมาย จนจิตใจแข็งดุจเหล็กกล้าแล้ว ตอนนี้กลับอดโกรธแทนไม่ได้
“เรื่องของจุดพักจือชิงนี่ผิดระเบียบชัดๆ!”
“รวมถึงโรงงานเครื่องจักรด้วย”
“โรงงานใหญ่ขนาดนั้น แต่การจัดการกลับหละหลวม ปล่อยให้คนข้างล่างทำเรื่องแบบนี้ได้”
โจวอวิ๋นซูเลิกโกรธไปนานแล้ว เธอกลับปลอบเขาแทนเสียอีก
“ที่ไหนก็มีคนชอบหาช่องโหว่อยู่แล้ว เรื่องแบบนี้กำจัดให้หมดได้ยากมาก”
“พวกเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่าง แค่ทำส่วนของตัวเองให้ดีก็พอค่ะ”
ดูเหมือนกู้หรงชวนจะถูกปลอบสำเร็จ เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ต้องการให้ผมช่วยยื่นเรื่องร้องเรียนไหมครับ?”
“ถ้าร้องเรียนสำเร็จ คุณก็จะกลับไปเรียนต่อที่ไห่เฉิงได้”
โจวอวิ๋นซูส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“ฉันตกลงกับโรงงานเครื่องจักรไห่เฉิงเรียบร้อยแล้ว ไม่อยากกลับไปวุ่นวายกับเรื่องนี้อีก”
“อีกอย่าง ฉันมีความสามารถพอ จะออกไปจากที่นี่ด้วยตัวเองได้แน่นอน”
กู้หรงชวนพยักหน้าอย่างชื่นชม “ดี”
“ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อผมได้” พูดจบ เขาก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาส่งให้เธอ
“ด้านบนนี้มีที่อยู่กับเบอร์โทรของหน่วยประจำการผม”
“แน่นอน ถ้าคุณไม่มีอะไรทำ ก็เขียนจดหมายหาผมได้เหมือนกัน”
แม้โจวอวิ๋นซูจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทิ้งที่อยู่กับเบอร์โทรไว้ให้เธอด้วยจุดประสงค์อะไร แต่เธอก็มีความรู้สึกที่ดีต่อเขาไม่น้อย จึงรับมันไว้ด้วยความยินดี
ทั้งสองไม่สะดวกยึดครัวไว้นานเกินไป หลังคุยกันอีกไม่กี่ประโยค กู้หรงชวนก็ขอตัวกลับ
ประมาณสองทุ่ม ในที่สุดระบบก็ส่งเสียง “ติ๊ง” ขึ้นมา พร้อมกับอัปเกรดระบบเสร็จสมบูรณ์
โจวอวิ๋นซูเปิดหน้าต่างระบบดู กล่องของขวัญเลื่อนขั้นที่เปล่งแสงสีทองกล่องหนึ่งก็คลี่ออกตรงหน้าเธอ
แพ็กเกจใหญ่เลื่อนขั้น:
สูตรโลหะผสมความหนาแน่นสูง A3 x1
ช่องกระเป๋า x5
แบบแปลนรถแทรกเตอร์อเนกประสงค์ x1
ยาเม็ดเสริมร่าง x10