บทที่ 1: ทะลุมิติสู่ยุค 80
มีข่าวลือกำลังแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ
เรื่องของเรื่องก็คือ ฉินซือฉี ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านซ่งเหลียง ที่จริงแล้วไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา ย้อนกลับไปตอนนั้น เซี่ยกุ้ยหลาน ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านตั้งท้องลูกแฝด จึงต้องเดินทางไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลในอำเภอ แต่ใครจะคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เกิดเหตุการณ์อุ้มเด็กสลับตัวกัน
จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน สามีภรรยาข้าราชการจากในเมืองได้พาตัว ซ่งอวี้หน่วนกลับมาส่งคืน กล่าวว่าเธอต่างหากคือเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของพวกเขา
ส่วนฉินซือฉีก็ได้กลับไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองกับพ่อแม่ตัวจริงของเธอ
แต่ทว่าลูกสาวที่ถูกส่งตัวกลับมายังบ้านนอกคอกนา กลับทนความยากลำบากไม่ไหว ทั้งยังดูถูกดูแคลนคนในครอบครัวซ่ง หลังจากอาละวาดอย่างหนัก เธอก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย
เหตุการณ์นี้ทำให้ครอบครัวซ่งต้องตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย
กว่าจะช่วยชีวิตกลับมาได้ เธอก็เอาแต่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคังทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้ผู้ใหญ่บ้านซ่งกลุ้มใจจนผมขาวไปครึ่งศีรษะ
ณ ขณะนั้น ย่าซ่งกำลังยืนเท้าสะเอวด่าทอซ่งอวี้หน่วนอยู่กลางลานบ้านด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ ว่าเธอเป็นพวกคุณหนูในร่างทาส ให้รีบตื่นจากฝันแล้วยอมรับความจริงเสียที ลุกขึ้นไปทำงานในไร่นาได้แล้ว ถึงจะเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านก็ต้องทำงานเก็บคะแนนเหมือนคนอื่น
ซ่งอวี้หน่วนซึ่งนอนอยู่บนคังดินแข็งๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
จะให้เธอไปทำงานน่ะเหรอ ไม่มีทาง
แต่เธอก็ยอมรับความจริงได้แล้วว่า แค่เผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเล่มหนึ่งเสียแล้ว
นี่ไม่ใช่นิยายแนวสลับตัวคุณหนูตัวจริงตัวปลอมทั่วๆ ไป แต่เป็นนิยายล้างแค้นที่ตัวเอกเป็นผู้หญิง บอกเล่าเรื่องราวของหลินฉิงและหลินเจีย สองพี่น้องที่ร่วมมือกันทวงมรดกของแม่คืนมาจากพ่อใจร้ายและเมียน้อย พร้อมกับสร้างความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและความรัก
แน่นอนว่าในเรื่องนี้ ฉินซือฉี คุณหนูตัวจริง กับลู่เฟิง คู่หมั้นของซ่งอวี้หน่วนก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ก่อนจะได้ครองรักกันอย่างมีความสุขในท้ายที่สุด
ส่วนตัวเธอน่ะเหรอ เป็นแค่ตัวประกอบไร้บทบาทที่โผล่มาไม่ทันไรก็ถูกกำจัดทิ้ง เป็นเพียงตัวร้ายกระจอกงอกง่อยที่ไม่มีใครจดจำ
แล้วทำไมถึงถูกกำจัดล่ะ? เธอพยายามเค้นความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในหนังสือเล่มนี้
【เฮ้อ ดูเหมือนว่าจะไม่ทันแล้ว น้องสาวของหลินเจียที่ชื่อหลินฉิงกำลังจะบุกมาถึงในอีกหนึ่งชั่วโมง หลินฉิงเห็นว่าหลินเจียใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตระกูลหวังอย่างน่าสังเวช ตอนนั้นก็โกรธจนแทบอยากจะฆ่าคน】
ซ่งเหลียงที่นั่งรออาหารกลางวันอยู่ในลานบ้านถึงกับชะงักงัน เสียงมาจากไหนกัน?
หลินเจีย? นั่นภรรยาปัญญาชนของหวังจู้จื่อนี่นา เธอใช้ชีวิตลำบากอย่างนั้นเหรอ?
หวังจู้จื่อเป็นคนติดเหล้า พอเมาได้ที่ก็มักจะทุบตีภรรยาและลูกๆ ส่วนแม่ของเขาก็รังเกียจหลินเจียที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ จึงคอยดุด่าทุบตีเธออยู่เป็นประจำ
ซ่งเหลียงหรี่ตาลง เขารู้สึกว่าไม่ได้เห็นหน้าปัญญาชนหลินมาสักพักแล้ว.. เดี๋ยวนะ แล้วเมื่อกี้ใครเป็นคนพูด?
【หวังจู้จื่อมันก็แค่เดนมนุษย์ ถึงกับทุบตีจนขาของหลินเจียหัก แถมยังไม่ให้ข้าวกินมาหลายวันแล้ว ตอนนี้ยังวางแผนกับแม่ตัวเองว่าจะเอาลูกสาวทั้งสองคนไปขายอีก】
【โชคดีที่หลินฉิงมาทันเวลา เธอพาทั้งแม่และลูกสาวอีกสองคนหนีไปได้ จากนั้นก็เริ่มแผนการล้างแค้น เริ่มจากไปร้องเรียนว่าพ่อของฉันทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้ชาวบ้านรังแกคนอื่น อีกแค่ 3 วัน พ่อของฉันก็จะถูกปลดออกจากตำแหน่งและถูกจับเข้าคุก】
หัวใจของซ่งเหลียงหล่นวูบ
หลินฉิง น้องสาวของหลินเจียงั้นเหรอ?
แล้วเขาก็เห็นซ่งอวี้หน่วน ลูกสาวที่เพิ่งได้คืนมา เดินช้าๆ ออกมาจากในห้อง
【มีคนบอกว่าพ่อฉันยักยอกเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับฤดูใบไม้ผลิไปซ่อนไว้ในโกดังทิศตะวันตกตั้งหลายพันจิน ไปดูหน่อยดีกว่าว่าจริงหรือเปล่า?】
ซ่งเหลียงมองตามร่างลูกสาวที่เดินตรงไปยังโกดังทิศตะวันตกด้วยความตกตะลึง
【เอ๊ะ ทำไมประตูโกดังถึงล็อกล่ะ? หรือว่าข้างในจะมีเมล็ดพันธุ์ที่ถูกยักยอกมาจริงๆ?】
ขาของซ่งเหลียงอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ เขาทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้น
เซี่ยกุ้ยหลานที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวรีบวิ่งออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด ส่วนย่าซ่งที่กำลังยืนด่าอยู่กลางลานบ้านก็ถึงกับหายใจสะดุด
ทั้งสามคนสบตากันด้วยความตื่นตระหนก ต่างคนต่างเบิกตากว้าง
เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ หรือว่าจะเป็นเสียงความคิดของเสี่ยวหน่วน?
ความคิดที่ดูบ้าบิ่นนี้ทำให้ทุกคนในครอบครัวซ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับตัวแข็งทื่อ บรรยากาศในลานบ้านพลันเงียบสงัดลงอย่างน่าขนลุก
ซ่งเหลียงมองลูกสาวที่ปากปิดสนิทอย่างไม่เชื่อสายตา เสียงของเขาสั่นเครือ “เสี่ยว... เสี่ยวหน่วน เมื่อกี้ลูกพูดว่า... บี๊บ!”
เขาอยากจะถามว่าเธอไปรู้เรื่องพวกนั้นมาจากไหน แต่กลับอ้าปากพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ซ่งอวี้หน่วนมองซ่งเหลียงอย่างงุนงง เธอเกาหัวแกรกๆ ด้วยความไม่คุ้นเคย จึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไป
【พวกเขาเป็นอะไรกันหมด ทำไมถึงจ้องฉันแบบนั้น?】
ย่าซ่งมองดวงตาที่ทั้งใสซื่อและงุนงงของซ่งอวี้หน่วน พลันนึกถึงตำนานที่เล่าขานกันมาในตระกูลซ่ง
หัวใจของเธอเต้นระรัว มือที่สั่นเทาฟาดเผียะลงบนตัวซ่งเหลียง “ฉันได้ยินเสียงเด็กร้องไห้มาจากบ้านตระกูลหวังนะ ยายเฒ่าหวังนั่น วันๆ เอาแต่ตีลูกตีหลาน ข้าวกลางวันยังไม่ให้กินดีๆ แล้วตอนบ่ายจะมีแรงทำงานได้ยังไง แกเป็นผู้ใหญ่บ้าน รีบไปดูที่บ้านหวังเดี๋ยวนี้เลย ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปสิ!”
เซี่ยกุ้ยหลานรีบถอดผ้ากันเปื้อนออก แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่เธอก็รู้ว่าต้นตอของเรื่องวุ่นวายทั้งหมดมาจากครอบครัวหวัง
ให้ตายเถอะ! ทำไมต้องลากสามีของฉันเข้าไปเดือดร้อนด้วย!
【ทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงเด็กถูกตีเลย แต่ไปก็ดีเหมือนกัน ครอบครัวหวังนั่นแหละคือตัวปัญหา บ้านเราจะได้ไม่ถูกหลินฉิงโกรธเกลียดไปด้วย ไม่อย่างนั้นครอบครัวซ่งคงตายกันหมด เหลือรอดแค่อาหญิงคนเดียว แต่ก็ต้องกลายเป็นคนขาด้วนทั้งสองข้าง】
ซ่งถิงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องถึงกับตาเหลือก เธอชี้หน้าซ่งอวี้หน่วน “นังเด็กบ้า แก... บี๊บ!”
เธอเอามือกุมคอตัวเองด้วยความตกใจ ทำไมจู่ๆ ถึงพูดไม่ได้!
ย่าซ่งแทบจะล้มทั้งยืน
หากเป็นจริงอย่างที่บรรพบุรุษเคยกล่าวไว้ ว่าในตระกูลจะมีผู้มีพลังหยั่งรู้อนาคตเกิดขึ้นมา นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่เสี่ยวหน่วนพูดคือความจริง
ครอบครัวซ่งของพวกเขามีสมาชิกรวมกันถึง 15 ชีวิต แล้วทำไมถึงตายจนเหลือรอดแค่คนเดียวได้? เธอกับสามีมีลูกชาย 3 คน ลูกสาว 1 คน แถมยังมีหลานชายอีก 4 คน หลานสาวอีก 2 คน แม้จะยากจน แต่ครอบครัวก็รักใคร่ปรองดองกันดี แล้วทำไมทุกคนต้องมาตายจากไป?
ย่าซ่งไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เธอหันไปจ้องลูกสาวคนเล็กสุดที่รักแล้วสั่งเสียงเข้ม “รีบไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้ ส่วนฉันกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ของแกจะไปที่บ้านตระกูลหวัง”
ซ่งถิงยืนนิ่งอึ้ง
ดวงตาของซ่งอวี้หน่วนเป็นประกาย
【ฉันก็อยากไปด้วย แต่จะหาข้ออ้างว่าอะไรดีล่ะ?】
ย่าซ่งเดินเข้ามาหาหลานสาว แล้วจูงมือเธอไว้อย่างเอ็นดู “หลานรักของย่า ไปเถอะ ไปดูเรื่องสนุกๆ กับย่ากัน”
ซ่งอวี้หน่วนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมวิ่งตามไปอย่างว่าง่าย
ซ่งเหลียงกับภรรยารีบวิ่งนำหน้าไปก่อนด้วยใจที่สับสนว้าวุ่น ย่าซ่งวิ่งตามมาติดๆ พอผ่านหน้าบ้านของเพื่อนบ้านตระกูลซุน เธอก็ไม่ลืมที่จะคว้าแขนย่าซุนเอาไว้ “ไปเร็ว ไปดูเรื่องสนุกที่บ้านตระกูลหวังกัน”
ย่าซุนไม่รอช้า ทิ้งหลานชายที่อยู่ในมือแล้ววิ่งตามไปทันที
ขณะที่วิ่ง ย่าซุนก็ลอบมองซ่งอวี้หน่วนไปด้วย พลางคิดในใจว่า ‘โอ้โห เด็กคนนี้ช่างสวยจริงๆ ทั้งปากแดงฟันขาว คิ้วตาก็สวยได้รูปราวกับภาพวาด งดงามเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ บนสวรรค์’
ทว่าในใจของซ่งอวี้หน่วนกลับเต็มไปด้วยความตกตะลึง
พวกเขาวิ่งมาจนถึงบ้านตระกูลหวังที่อยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน ย่าของเธอสามารถรวบรวมเหล่าคุณย่ามาได้ถึง 6 คน ซ่งอวี้หน่วนหันกลับไปมองข้างหลังแล้วก็ได้แต่ตกใจ ให้ตายสิ ยังมีผู้หญิงกับเด็กๆ อีกกว่าสิบคนวิ่งตามมาด้วย
ในยุคสมัยที่ความบันเทิงขาดแคลนเช่นนี้ แค่แม่ไก่สองตัวตีกันก็สามารถดึงดูดสายตาผู้คนให้หยุดดูได้เป็นนานสองนาน
แต่คนยิ่งเยอะก็ยิ่งดี เพราะบ้านตระกูลหวังไม่ได้มีแค่ลูกชายเยอะ แต่ยังเป็นพวกอันธพาลอีกด้วย ไปกันน้อยคน พ่อกับแม่ของเธออาจจะถูกทำร้ายได้
เนื่องจากอยู่ไม่ไกลนัก ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึง
ประตูใหญ่ของบ้านตระกูลหวังเปิดอ้าอยู่
เสียงของย่าหวังและหวังจู้จื่อดังโหวกเหวกโวยวายออกมา พร้อมกับเสียงของผู้หญิงอีกหลายคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ในขณะที่ผู้ชายคนอื่นๆ ในบ้านกลับหัวเราะชอบใจโดยไม่สนใจอะไร
เซี่ยกุ้ยหลานเดินสำรวจไปรอบๆ ทั้งในและนอกบ้าน แล้วตะโกนถามเสียงดังลั่น “ปัญญาชนหลินอยู่ที่ไหน?”
ย่าหวังเบิกตาถลนจ้องกลับ “เซี่ยกุ้ยหลาน อย่าคิดว่าผัวแกเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วฉันจะกลัวนะ แกบุกเข้ามาในบ้านฉันทำไม หรือว่าแกแอบชอบใครในบ้านฉัน...”
ยังไม่ทันขาดคำ ร่างของย่าซ่งก็พุ่งเข้าไปกระชากผมของย่าหวัง แล้วตบหน้าฉาดใหญ่ “นังแก่ปากสกปรก กินอะไรเป็นอาหาร ถึงได้กล้ามาด่าลูกสะใภ้ฉัน วันนี้ฉันจะขุดโคตรเหง้าแกขึ้นมาด่าให้หมด!”
ย่าหวังไม่ยอมน้อยหน้า คว้าผมของย่าซ่งคืนเช่นกัน
ซ่งอวี้หน่วนได้แต่อ้าปากค้างอีกครั้ง นี่มันศึกคุณย่าจิกหัวตบกันชัดๆ!
[จบบท]