บทที่ 121: สงครามคนชั่ว
ซ่งอวี้หน่วนจับจ้องไปยังหลินฉิงไม่วางตา ตามหลักเหตุผลแล้ว คนที่ย้ายออกไปอย่างหลินฉิงก็ไม่ต่างอะไรกับการย้ายไปเริ่มต้นใหม่ในแผนที่อื่น ไม่ควรจะกลับมาที่นี่ง่ายๆ หากไม่มีเรื่องจำเป็น แต่เธอกลับมาเร็วเกินไป
หรือว่าการปรากฏตัวของเธอครั้งนี้ คือสัญญาณว่ามีเนื้อเรื่องใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น?
วินาทีต่อมา ภาพเหตุการณ์หลายฉากก็ปรากฏขึ้นในหัวของซ่งอวี้หน่วน เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
นี่สินะ พอตัวละครหลักปรากฏตัวทีไร ก็มักจะมีเนื้อเรื่องใหม่ๆ โผล่ขึ้นมาบอกใบ้เสมอ ไม่ต่างอะไรกับการทำภารกิจในเกมเลย
ในภาพที่เห็น หูจือมีหลานสาวอยู่คนหนึ่งชื่อ หูเสี่ยวเหม่ย ซึ่งหลงรักซูจวิ้นเจ๋อหัวปักหัวปำ
ซูจวิ้นเจ๋อคือพระเอกของเรื่องนี้ เป็นดั่งลูกรักแห่งสวรรค์ที่โชคชะตาเข้าข้างเสมอ และแน่นอนว่ารอบตัวเขาจะต้องมีตัวประกอบหญิงที่ร้ายกาจคอยวนเวียนอยู่ ซึ่งหูเสี่ยวเหม่ยก็คือหนึ่งในนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น ซูจวิ้นเจ๋อและหลินฉิงก็คือคู่พระนางที่ถูกลิขิตมาแล้ว ต่อให้หูเสี่ยวเหม่ยจะงดงามเพียงใด ก็ไม่มีปัญญาจะไปทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ รบกี่ครั้งก็แพ้ทุกครั้ง แม้แผนการของเธอจะไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้หลินฉิงได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ครั้งสุดท้ายที่เธอพยายามจะมอมยาซูจวิ้นเจ๋อ โชคร้ายที่หลินฉิงดันรู้ทันเสียก่อน นางเอกของเรื่องจึงซ้อนแผนร่วมมือกับซูจวิ้นเจ๋อ ทำให้หูเสี่ยวเหม่ยพลาดท่าดื่มน้ำผสมยาแก้วนั้นเข้าไปเสียเอง จนต้องพบกับจุดจบที่อับอายขายหน้าจนหมดอนาคต
หูจือเองก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างหนัก เธอถูกพี่สะใภ้ของตระกูลหูทุบตีจนกระดูกหักหลายท่อน ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ในโรงพยาบาล
แต่ที่น่าแปลกคือ ตามเนื้อเรื่องไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น หลินฉิงก็สามารถไปอยู่ในที่เกิดเหตุได้ทันท่วงทีเสมอ
แต่วันนี้ที่เธอมาถึงหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ คืนนี้พอถึงฉากที่ซูจวิ้นเจ๋อจะเมาไม่ได้สติและถูกหูเสี่ยวเหม่ยพากลับไปส่งที่บ้าน กลายเป็นซูจวิ้นเจ๋อจะพักอยู่ตามลำพัง คงไม่มีหลินฉิงที่แสร้งทำเป็นบังเอิญมาส่งซุปแก้เมาให้เขาถึงหน้าประตูอีกแล้ว
สมน้ำหน้าจริงๆ! ซ่งอวี้หน่วนยิ้มเยาะในใจ
แต่เมื่อคิดดูอีกที หูเสี่ยวเหม่ยก็ไม่ใช่คนดีอะไรนัก เพราะหลังจากที่ชื่อเสียงป่นปี้ไปแล้ว เธอก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ด้วยการโยนความผิดทั้งหมดไปให้เด็กสาวผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง
เด็กสาวคนนั้นทนรับความอัปยศไม่ไหว จึงเลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการดื่มยาพิษ พ่อแม่ของเธอพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมจากทุกสารทิศ แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย
สาเหตุหลักเป็นเพราะซูจวิ้นเจ๋อได้ทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งไปแล้ว เขาไม่อยากให้ชื่อเสียงของตนต้องมาด่างพร้อยเพราะผู้หญิงอย่างหูเสี่ยวเหม่ย จึงเลือกที่จะปิดปากเงียบ
แววตาของซ่งอวี้หน่วนพลันมืดครึ้มลง คนพวกนั้นไม่มีใครดีสักคน ให้พวกมันกัดกันเองให้หนำใจไปเลยสิ บางทีหลินฉิงอาจจะชอบก็ได้
ซ่งอวี้หน่วนตบไหล่น้องชายเบาๆ เป็นสัญญาณ หมิงเซิ่งพยักหน้ารับรู้อย่างว่าง่าย ก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในลานบ้านทันที
อีกฝั่งหนึ่ง ซ่งเหลียงกับปู่ซ่งที่เห็นเหตุการณ์อยู่ก็สบตากันอย่างมีความหมาย นั่นหลินฉิงไม่ใช่หรือ?
เธอกำลังคุยอะไรกับเสี่ยวหน่วนกันนะ?
ทั้งสองคนอยากจะเดินเข้าไปถามไถ่ แต่เมื่อเห็นว่าซ่งอวี้หน่วนไม่ได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ก็เลยได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็อยู่หน้าประตูบ้านตัวเอง หลินฉิงคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ทว่าหลินฉิงไม่รู้เลยว่าในใจของซ่งอวี้หน่วนกำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้แต่เพียงว่าเด็กสาวตรงหน้าปากคอเราะร้ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ซ่งอวี้หน่วน เธอพูดจาเหลวไหลอะไรของเธอ ฉันจะไปคิดแค้นอะไรกับครอบครัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย"
"แล้วเธอมาที่บ้านฉันทำไมล่ะ?"
"ฉันก็แค่อยากจะมาถามน้องชายเธอหน่อยว่าเขารู้อะไรบ้างหรือเปล่า"
"เรื่องนั้นเธอน่าจะไปถามซิ่วเจวียนมากกว่านะ"
"ซิ่วเจวียนก็พูดจาไม่รู้เรื่อง"
"แล้วน้องชายฉันจะไปรู้เรื่องได้ยังไง?" ซ่งอวี้หน่วนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตอบโต้ จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
"ยางอายมีบ้างไหมหลินฉิง เห็นว่าครอบครัวซ่งรังแกง่ายนักหรือไง ถึงได้มาระรานไม่เลิกแบบนี้"
หลินฉิงหรี่ตาลง แต่ก็ยังไม่แสดงอาการโกรธออกมา
หลินฉิงปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยสงบนิ่งได้ในทันที ราวกับสายลมและก้อนเมฆที่ลอยเอื่อย
วันนี้เธอไม่ได้ตั้งใจมาเพื่อข่มขู่หรือหาเรื่องเพียงอย่างเดียว เดิมทีเธออยากจะลากฉินซือฉีมาด้วย แต่รายนั้นกลับปฏิเสธหัวชนฝา ท่าทางราวกับว่าที่นี่มีอสูรร้ายที่น่าสะพรึงกลัวรออยู่ เธอจึงต้องบุกเดี่ยวมาเพียงลำพัง
หากไม่ได้ระบายความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอกนี้ออกไป มีหวังเธอคงได้ไม่เป็นอันนอนไปทั้งคืนแน่ ครั้งนี้แหละ เธอจะขอลองหยั่งเชิงดูให้รู้แน่ชัด ว่ากู้หวยอันปกป้องซ่งอวี้หน่วนไว้แน่นหนาขนาดไหนกันเชียว เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนที่อยู่ไกลถึงฐานทัพหลงหังจะสามารถดูแลจัดการได้ทุกเรื่อง
สุดท้ายแล้วคนเราก็ต้องพึ่งพาตัวเอง ซ่งอวี้หน่วน...ต่อให้เธอสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ มีดีแค่สวยไปก็เท่านั้น!
หลินฉิงมองซ่งอวี้หน่วนที่ทำท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟด้วยแววตาเย้ยหยัน เธอเดาว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ซ่งอวี้หน่วนคงจะยกชื่อของกู้หวยอันขึ้นมาข่มขู่เธอเป็นแน่ ซึ่งเธอก็ตั้งตารอคอยเวลานั้นอยู่เหมือนกัน
"เธอคิดมากไปแล้วจริงๆ" หลินฉิงพูดด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง "ฉันก็แค่แวะมาถามดูเฉยๆ ในเมื่อไม่เกี่ยวกับน้องชายของเธอ งั้นฉันก็ไม่รบกวนแล้ว ลาก่อนนะ!"
พูดจบหลินฉิงก็เก็บคทาหยกใส่กระเป๋าแล้วหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป
แต่ซ่งอวี้หน่วนกลับก้าวเข้ามาขวางเธอไว้ พร้อมกับแกล้งทำเป็นถามด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว "แล้วคทาหยกนั่น เธอคิดจะเอามันไปทำอะไรต่อ?"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะ?" หลินฉิงย้อนถามอย่างถือดี
"เกี่ยวมากเลยน่ะสิ" ซ่งอวี้หน่วนสวนกลับ "ด้วยสันดานอย่างเธอ พอกลับไปก็คงจะไปเป่าหูแม่เลี้ยงกับพ่อของเธอแบบกำกวมว่า คทาหยกถูกทิ้งไว้แถวๆ หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ถึงยังไงมันก็เป็นของปลอม เก็บไว้ก็รกมือเปล่าๆ พอพ่อแม่ของเธอได้ยินแบบนั้นก็จะร้อนใจจนนั่งไม่ติด ต้องรีบแจ้นมาที่อำเภอหนานซาน แล้วก็จะทึกทักเอาเองว่าคทาหยกนั่นอยู่กับครอบครัวฉัน จากนั้นก็จะแห่กันมาหาเรื่องที่บ้าน ถึงตอนนั้นต่อให้ครอบครัวฉันมีร้อยปากก็แก้ต่างไม่ไหว"
แววตาของหลินฉิงฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอคิดแบบนั้นจริงๆ ไม่คาดคิดว่าซ่งอวี้หน่วนจะเดาแผนการของเธอออกทั้งหมด
"ดูจากสีหน้าของเธอก็รู้แล้วว่าฉันเดาถูก" ซ่งอวี้หน่วนชี้หน้าหลินฉิง
"เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เพราะความร้ายกาจของเธอนี่แหละ ตอนแรกฉันว่าจะเล่าเรื่องของหูเสี่ยวเหม่ยกับซูจวิ้นเจ๋อให้ฟัง แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ไม่เล่าให้ฟังแล้ว รีบไสหัวไปซะ!"
หลินฉิงที่เมื่อครู่ยังทำท่าหยิ่งผยอง บัดนี้กลับยืนตัวแข็งทื่อ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หูเสี่ยวเหม่ย...นังสารเลวนั่น! ชอบหาเรื่องไปหาซูจวิ้นเจ๋อถึงที่ทำงาน เรียกเขาว่า "พี่จวิ้นเจ๋อ" ด้วยน้ำเสียงออดอ้อนจนน่าขนลุก แทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว หน้าไม่อายเหมือนป้าของตัวเองไม่มีผิด ชอบนักหรือไงการเป็นมือที่สามทำลายความรักของคนอื่นเนี่ย!
ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงคำพูดของซ่งอวี้หน่วนก่อนหน้านี้ ที่พูดถึงจอมโจรตระกูลหูอะไรนั่นขึ้นมาได้ หลินฉิงจะยังสงบนิ่งอยู่ได้อย่างไร
เธอไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม แต่ก็ขยับเข้าไปใกล้ซ่งอวี้หน่วนอีกก้าว ก่อนจะกัดฟันถามเสียงกรอด "เธอรู้จักหูเสี่ยวเหม่ยได้ยังไง แล้วเรื่องที่เธอจะพูดเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นมันคือเรื่องอะไร?"
"เธอเองก็ร้ายกาจใช่ย่อย แล้วทำไมฉันต้องบอกเธอล่ะ?" ซ่งอวี้หน่วนทำเสียงฮึดฮัด "ไม่บอกหรอก อยากรู้ก็เรื่องของเธอสิ ให้เธออกแตกตายไปเลย!"
หลินฉิง: "..."
เธออยากจะสะบัดหน้าเดินจากไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้รู้ให้แน่ชัด มันรู้สึกทรมานเหมือนมีอะไรมาข่วนในใจ เธอจึงเปลี่ยนเรื่องถาม "เมื่อกี้เธอบอกว่าในบรรดาตระกูลจอมโจรมีคนตระกูลหูอยู่ด้วย มันหมายความว่ายังไง?"
"ก็คำตอบเดิมนั่นแหละ ทำไมฉันต้องบอกเธอ?" ซ่งอวี้หน่วนหัวเราะเยาะ
"อีกอย่างนะ อย่าพยายามขุดหลุมพรางดักฉันเลย คนนามสกุลหูบนโลกนี้มีตั้งเยอะแยะ อย่าไปปรักปรำคนบริสุทธิ์เขาล่ะ ระวังจะโดนฟ้องเอา"
พูดจบ ซ่งอวี้หน่วนก็แกล้งยกนาฬิกาขึ้นมาดู แล้วอุทานเสียงดังอย่างจงใจ "ตายจริง! นี่มันเลยเวลาเลิกงานแล้วนี่นา เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการไปเที่ยวเล่นดื่มเหล้าจริงๆ เลยนะเนี่ย"
ใบหน้าของหลินฉิงเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาว สับสนวุ่นวายไปหมด
"นี่เธอ... ซ่งอวี้หน่วน! เธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?" หลินฉิงโกรธจนกระทืบเท้าเร่าๆ
ทว่าซ่งอวี้หน่วนกลับไม่สนใจเธออีก เธอหันหลังเดินตรงไปยังประตูบ้านของตัวเอง แต่แล้วก็พลันหยุดชะงักแล้วหันกลับไปมองหลินฉิงที่ยังคงยืนหน้าซีดเผือดอยู่ที่เดิม
ซ่งอวี้หน่วนลบสีหน้าเกรี้ยวกราดออกไปจนหมดสิ้น แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร "พี่หลินฉิงคะ ถ้าเกิดมีคนมาที่หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอเพื่อตามหาคทาหยกจริงๆ ขึ้นมา ฉันจะรีบไปแจ้งความทันทีเลยค่ะ แล้วฉันจะบอกคุณอาตำรวจว่ามีคนชื่อหลินฉิงทำของตกไว้ที่นี่ก่อนจะจากไป แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร รู้แต่ว่ามันสำคัญจนทำให้ครอบครัวของเธอต้องร้อนใจมาตามหา แล้วให้คุณอาตำรวจช่วยพวกเธอตามหาด้วยกัน แบบนี้ดีไหมคะ?"
[จบบท]