บทที่ 169: โกรธจนสลบ
ว่าแล้วซ่งอวี้หน่วนก็กระทืบเท้าปึงปัง ส่งเสียงสะอื้นฮักๆ ทำตาน่าสงสาร “หนูไม่อยากไปไหนทั้งนั้นแหละค่ะ หนูรักคุณปู่คุณย่าคุณยาย รักคุณพ่อคุณแม่คุณน้าคุณอา แล้วก็รักทุกคนในครอบครัวของหนูที่สุดเลย”
“ต่อให้มีใครหน้าไหนมาบังคับขู่เข็ญ หรือลักพาตัวหนูไปฮ่องกง หนูก็จะหนีเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ ไม่ยอมอยู่เด็ดขาด!”
คุณเหอที่ยืนอยู่แถวนั้นถึงกับเกาหัวแกรกๆ แต่ถึงจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด สีหน้าของเขากลับเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
มีเพียงกู้หวยอันที่รู้ทัน เขายืนกอดอกนิ่งๆ มองแม่ตัวดีปล่อยของอย่างอารมณ์ดี
ร้ายจริงๆ เด็กน้อยคนนี้
เมื่อกี้ตอนที่คุยกับผู้หญิงคนนั้น ไม่เห็นจะพูดจาแบบนี้สักคำ
เขาเหลือบตามองซ่างกวนอวิ๋นฉีที่ตอนนี้หน้าซีดสลับเขียวไปหมดแล้ว
ซ่างกวนอวิ๋นฉีรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ดาวนับล้านลอยว่อนอยู่เต็มตา
ปีศาจ! ยัยเด็กนี่มันปีศาจในร่างคนชัดๆ
ทำไมถึงได้โกหกหน้าด้านๆ แถมยังปั้นเรื่องได้เป็นฉากๆ แบบนี้
ให้ตายเถอะ เกิดมาจนปูนนี้ ซ่างกวนอวิ๋นฉีไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงที่ไหนเป็นแบบนี้มาก่อน
เธอรู้สึกเหมือนเลือดลมจะตีบตันจนอยากจะล้มทั้งยืน อุตส่าห์ตั้งใจมาคนเดียวเงียบๆ กะว่าจะมาสืบดูให้รู้แน่ชัดก่อน แล้วค่อยวางแผนขั้นต่อไป ใครจะไปคิดว่านังเด็กซ่งอวี้หน่วนจะแสบสันขนาดนี้
ซ่างกวนอวิ๋นฉีตัวสั่นงันงก ชี้นิ้วไปที่ซ่งอวี้หน่วนอย่างเกรี้ยวกราด “เธอ เธอ เธอโกหกหน้าด้านๆ ฉันไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นกับเธอเลยนะ”
“แน่ใจเหรอคะ งั้นคุณก็เอาชีวิตลูกๆ ของคุณมาเป็นเดิมพันสิ กล้าสาบานต่อฟ้าดินไหมล่ะว่าไม่เคยพูด”
ซ่างกวนอวิ๋นฉี “...”
ถ้าจะวัดกันเรื่องความปากจัด ยัยเด็กนี่คือตัวแม่ของจริง
ซ่งอวี้หน่วนไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง เธอรัวต่อเป็นชุดอย่างหัวเสีย “เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเสียเปล่า ไม่รู้หรือไงคะว่าการชี้นิ้วใส่หน้าคนอื่นมันเสียมารยาทที่สุด คนอย่างคุณเนี่ยนะจะไปสอนใครเขาได้ เดี๋ยวเด็กดีๆ ก็โดนคุณสอนจนกลายเป็นเด็กนิสัยเสียกันหมดพอดี”
คุณเหอหรี่ตามองสถานการณ์ ในเมื่อกู้หวยอันก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เรื่องนี้ต้องเคลียร์ให้จบ
อีกอย่าง ถึงกู้หวยอันจะไม่โผล่มา เขาก็พร้อมจะอยู่ข้างซ่งอวี้หน่วนเต็มที่อยู่แล้ว
คนทำงานแบบเขา ถ้ามัวแต่กลัวว่าจะไปเหยียบตาปลาใครเข้า ก็คงไม่ต้องทำมาหากินอะไรกันแล้ว
บรรดาผู้นำคนอื่นๆ แม้จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ก็พร้อมใจกันขยับมายืนอยู่ฝั่งเดียวกับคุณเหอแบบอัตโนมัติ
ในเมื่อยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็ขอดูไปเงียบๆ ก่อนแล้วกัน
คุณเหอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสี่ยวหน่วน หนูอย่าไปหลงเชื่อลมปากใครง่ายๆ นะ ที่ว่าฮ่องกงเป็นเมืองสวรรค์น่ะ มันก็แค่ภาพลวงตา มีแค่บางย่านเท่านั้นแหละที่ดูหรูหรา แต่คนส่วนใหญ่ยังต้องปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงชีพไปวันๆ แถมพวกมิจฉาชีพก็ชุกชุมอย่างกับอะไรดี แล้วนี่ท่านนี้เป็นใครกัน หนูรู้จักเหรอ”
เสียงใสๆ ของซ่งอวี้หน่วนดังขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ก็ผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาใหม่ของสามีเก่าคุณยายหนูเองค่ะ เธอมีหลานสาวที่เป็นคนฮ่องกง แล้วก็หมั้นหมายไว้แล้วกับนายน้อยรองตระกูลจงอะไรนั่น แต่ไอ้หมอนั่นมันเป็นคนโรคจิต ชอบใช้ความรุนแรง หลานสาวของเธอเลยไม่อยากแต่งด้วย”
“ยายใจร้ายคนนี้เลยนึกถึงหนูขึ้นมา เห็นว่าหนูหน้าตาดี เลยคิดจะจับหนูไปแต่งงานแทนหลานตัวเอง เผื่อว่าตระกูลจงจะยอมรับ แล้วก็มาเป่าหูหนูว่าฮ่องกงดีอย่างนั้นวิเศษอย่างนี้ ราวกับเป็นแดนสวรรค์”
“แถมยังดูถูกประเทศเราว่ายากจน ล้าหลัง แล้วก็ผุพัง เธอบอกว่าที่ต้องมาอยู่นี่ก็เพราะความจำเป็น ถ้าเลือกได้ เธอคงเผ่นไปฮ่องกงตั้งนานแล้ว”
“พวกคุณฟังดูสิคะ ความคิดแบบนี้น่าขนลุกไหม คนที่ความคิดเป็นพิษขนาดนี้ยังไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้อีกเหรอคะ เดี๋ยวก็ได้ล้างสมองนักศึกษาจนความคิดวิปริตตามกันไปหมดหรอก”
ซ่งอวี้หน่วนสาดกระสุนคำพูดใส่ไม่ยั้ง
ในที่สุดซ่างกวนอวิ๋นฉีที่หน้าถอดสีอยู่แล้วก็นึกออกจนได้ว่ากู้หวยอันเป็นใครมาจากไหน
วินาทีต่อมา เธอก็หมดแรงจะยืน ร่างกายโคลงเคลง ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทแล้วล้มฟุบไป
ซ่งอวี้หน่วนรีบกระโดดถอยหลังไปสองก้าวใหญ่ๆ พร้อมกับป้องปากประกาศลั่น “ฉันไม่ได้โดนตัวเลยนะคะ เธอเป็นลมล้มไปเอง จะมาหาเรื่องตบทรัพย์กันง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะจะบอกให้ ในกระเป๋าฉันไม่มีเงินสักแดงเดียว!”
ฉู่จื่อโจวมองภาพตรงหน้าพลางหัวเราะในใจ
เวลาแม่หนูนี่จัดการใคร บอกได้คำเดียวว่า บันเทิง!
แต่เดี๋ยวก่อน นั่นยายเฒ่าโดนเธอเล่นงานจนสลบไปแล้วนะ จะช่วยเบาเครื่องลงสักนิดไม่ได้เลยรึไง
คุณเหอคือชายชาติทหารของแท้ ในขณะที่คนอื่นยืนอึ้ง เขากลับพุ่งเข้าไปประคองร่างที่ไร้สติของซ่างกวนอวิ๋นฉีไว้ได้ทัน
ทุกคนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สุดท้าย ซ่างกวนอวิ๋นฉีผู้น่าสงสารก็ถูกหามส่งโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 อำเภอหนานซานไปตามระเบียบ
ในที่สุดซ่งเหลียงก็หายใจทั่วท้องเสียที
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วายตามไปที่โรงพยาบาลอยู่ดี
กู้หวยอันหันไปอธิบายกับหัวหน้าตำรวจด้วยท่าทีสบายๆ “พอดีผมต้องพากองทหารม้าไปที่ฐานทัพทดสอบการบินน่ะครับ แล้วระหว่างทางก็บังเอิญผ่านมาเจอคนรู้จักพอดี ผมเห็นว่าเธออายุน้อย เลยกลัวว่าจะโดนใครหลอกเข้า ก็เลยแวะดูหน่อย ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปแล้วครับ”
หัวหน้าตำรวจ “...”
เอ้า เชื่อก็เชื่อ ให้มันได้อย่างนี้สิ
กองทหารม้าบนหลังอาชาตัวสูงใหญ่เคลื่อนขบวนจากไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาชื่นชมของชาวบ้านที่มองตามจนเสียงกีบม้าค่อยๆ เงียบหายไป
จากนั้นกู้หวยอันก็กระโดดขึ้นรถจี๊ปของฉู่จื่อโจว แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
พอไปถึง ซ่งอวี้หน่วนซึ่งอยู่บนอาคารก็เห็นผู้อำนวยการจวงเดินผ่านมาพอดี เธอจึงรีบชี้ไปที่ร่างของซ่างกวนอวิ๋นฉีที่ถูกหามเข้าไป พร้อมกับกำชับเสียงดังฟังชัด “ผู้อำนวยการคะ ช่วยดูแลเธอคนนี้ให้ดีที่สุดเลยนะคะ เธอคนนี้เป็นถึงภรรยาคนที่ 2 ของคุณเซี่ยโป๋เหวิน ประธานกรรมการบริษัทร่วมทุนจากปักกิ่งเชียวนะคะ”
ผู้อำนวยการจวง “...”
พูดจบเธอก็หันไปหาคุณเหอ “ยังไงก็ต้องแจ้งข่าวให้ที่บ้านเธอรู้ใช่ไหมคะ แล้วใครจะเป็นคนโทรไปบอกเหรอคะ”
คุณเหอยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร กู้หวยอันที่เพิ่งเดินเข้ามาก็พูดแทรกขึ้นมาเรียบๆ “ผมจัดการเองครับ”
【กรี๊ด พี่ชายคะ การโทรไปครั้งนี้ของคุณมันไม่ต่างอะไรกับการหย่อนระเบิดลงกลางวงเลยนะคะ รับรองว่าบ้านนั้นต้องแตกกระเจิงเป็นชิ้นๆ แน่】
【แล้วนี่ทำไมพี่ยังไม่รีบกลับไปที่หน่วยอีกล่ะคะ อย่าให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้งานใหญ่ของพี่ต้องเสียเวลาสิ】
【พี่ชายรู้ตัวไหมคะว่าเมื่อกี้ตอนอยู่บนหลังม้า พี่หล่อขนาดไหน หล่อแบบวัวตายควายล้ม หล่อแบบไม่เผื่อแผ่ใครเลย】
【คิกคิก ถ้าพี่เป็นทหารม้าจริงๆ นะ หนูจะลากพี่ไปจดทะเบียนสมรสเดี๋ยวนี้เลย】
กู้หวยอัน: “...”
เรื่องราวมันชุลมุนวุ่นวายขนาดนี้ ยังมีอารมณ์มาเพ้อฝันเรื่องไร้สาระอีกเหรอ
เห็นทีว่าแบบฝึกหัดที่ให้ไป คงจะยังน้อยเกินไปสินะ
ซ่งอวี้หน่วนแอบหลบอยู่หลังฝูงชน แล้วเอื้อมมือไปสะกิดกู้หวยอันเบาๆ ก่อนจะกระซิบถาม “ไอ้เรื่องสร้างบ้านด้วยอากาศน่ะ พี่คิดไปถึงไหนแล้วคะ”
ถามได้ถูกจังหวะเหลือเกินนะ
กู้หวยอันตีหน้าขรึมตอบ “ยังไม่คืบหน้า”
ซ่งอวี้หน่วนยังคงกระซิบกระซาบกับเขาต่อ “ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์มาช่วยหนุนหลังฉัน”
มุมปากของกู้หวยอันโค้งขึ้นเล็กน้อย “ไม่เป็นไร”
ซ่งอวี้หน่วนแกล้งลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย “พี่หวยอันค้า~~ แต่เมื่อกี้นี้มันช่างบังเอิ๊ญ บังเอิญจริงๆ เลยนะค้า”
กู้หวยอันทำเป็นไม่สนใจท่าทีล้อเลียนของเธอ ก่อนจะถามกลับไปว่า “คุณนี่มันใจถึงจริงๆ ที่บ้านรู้เรื่องที่ทำไหมเนี่ย”
ซ่งอวี้หน่วนบุ้ยปากไปทางชั้นล่าง “นู่นไงคะ แอบย่องตามมากันให้พรึ่บ”
คนที่ว่าก็คือซ่งเหลียงกับซ่งเหนียนนั่นเอง
กู้หวยอันกับซ่งอวี้หน่วนยืนคุยกันอยู่มุมกำแพง เขาบอกเธอว่า “ผมจะไปโทรศัพท์แจ้งข่าวครอบครัวของคุณยายท่านนี้หน่อย”
คนที่กู้หวยอันโทรหาคือเซี่ยโป๋เหวินกับเซี่ยหมิง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา
กู้หวยอันไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรให้มากความ
เขาแค่แจ้งสั้นๆ ว่าตอนนี้ซ่างกวนอวิ๋นฉีนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 อำเภอหนานซาน แต่โชคดีที่ช่วยไว้ทัน ตอนนี้เลยพ้นขีดอันตรายแล้ว
เซี่ยโป๋เหวินที่ปลายสายถึงกับชะงักไป
เขารู้ดีว่ากู้หวยอันเป็นใคร จึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นกระตือรือร้นและนอบน้อมในทันที เขาเอ่ยขอบคุณไม่หยุดปาก แต่ทันทีที่วางสาย เขาก็คว้าถ้วยชาบนโต๊ะมาปาลงพื้นจนแตกกระจาย
เขารู้ดีว่าซ่างกวนอวิ๋นฉีเป็นคนอีโก้สูงปรี๊ด ไม่ยอมให้ใครมาหยามหน้าได้ง่ายๆ
ถ้าถูกใครลูบคมเข้าเมื่อไหร่ เป็นต้องหาทางเอาคืนให้สาสมทุกครั้งไป
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
นังจูเฟิ่งคนนั้น มันไม่กลัวเธออีกต่อไปแล้ว
แล้วจู่ๆ เธอจะไปโผล่ที่อำเภอหนานซานทำไมกัน
เซี่ยหมิงเองก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวนี้เช่นกัน
เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังส่วนใหญ่ เขาไม่เคยได้รับรู้
เพราะอนาคตของเขาถูกวางไว้ให้เดินบนเส้นทางที่ขาวสะอาดและสวยหรูเท่านั้น
เขาคือความภาคภูมิใจหนึ่งเดียวของซ่างกวนอวิ๋นฉี
แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ด้วยความที่เป็นคนฉลาด เขาจึงไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ ทำเพียงแค่กล่าวขอบคุณกู้หวยอันอย่างสุดซึ้งเท่านั้น
***
สุดท้ายแล้วเซี่ยโป๋เหวินก็ไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเซี่ยหมิงผู้เป็นลูกชายมาแทน
ก็จูเฟิ่งกับลูกอีก 2 คนของเขาอยู่ที่อำเภอหนานซานทั้งคน
เอาตามตรงคือเขาไม่อยากเจอหน้าพวกเขา
ในใจก็ได้แต่ก่นด่าซ่างกวนอวิ๋นฉีว่ายิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือน ทำแต่เรื่องโง่ๆ ให้ได้อับอายขายขี้หน้าไปถึงตระกูลกู้จนได้
[จบบท]