บทที่ 273: คู่แข่ง
แม้คนในครอบครัวจะพูดอยู่เสมอว่าคนที่คู่ควรกับกู้หวยอันนั้นมีน้อยนิด แต่เท่าที่เฉียนอันน่ารู้มา จำนวนผู้หญิงที่อยากแต่งงานกับเขากลับมีไม่น้อยเลย
ไม่เพียงแค่พื้นเพของตระกูลกู้ที่น่าดึงดูดใจ แต่ตัวของกู้หวยอันเองก็เป็นผู้ชายที่สามารถทำให้ใครต่อใครตกหลุมรักได้ง่ายๆ ผู้หญิงทุกคนย่อมรู้ดีว่าการได้แต่งงานกับกู้หวยอันนั้นมีความหมายเพียงใด
แน่นอนว่าเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น
ภาพที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับกู้หวยอันผุดขึ้นมาในจินตนาการของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า มันคงเป็นความสุขที่เกินจะบรรยาย
เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ถูกใจของคุณป้าฉินแม่ของกู้หวยอัน เธอตั้งใจเรียนจนสอบเข้าวิทยาลัยการต่างประเทศได้สำเร็จ เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับท่านมากขึ้น เพราะเธอรู้ดีว่าท่านชื่นชอบผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งความสามารถ ความอ่อนโยน และกิริยามารยาทที่ดีงาม
ซึ่งทุกคุณสมบัติที่ว่ามาล้วนเป็นสิ่งที่เธอมีครบถ้วน
เธอรู้ดีว่าตัวเองมีคู่แข่งอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าเธอเลยสักคน
เฉียนอันน่าเฝ้ารออย่างอดทน วันที่กู้หวยอันจะหันกลับมามองเธอ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเด็กสาวบ้านนอกโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้มาตัดหน้าไปเสียได้ มันเป็นเรื่องที่น่าขบขันสิ้นดี
“ต้องเห็นกับตาตัวเองถึงจะเชื่อ” เฉียนอันน่าพึมพำกับตัวเอง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่คุกรุ่น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้
เป็นผู้หญิงที่ทั้งหยิ่งยโส โอหัง และหลงตัวเองแบบสุดๆ
ทั้งสองคนเติบโตมาในบ้านพักรวมเดียวกัน เรียกว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นกำลังเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านเพราะเพิ่งไปก่อเรื่องมา การพาเธอไปด้วยดูจะเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย
ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้หญิงคนนั้นก็หลงรักกู้หวยอันหัวปักหัวปำ ชนิดที่ว่าชาตินี้จะไม่ยอมแต่งงานกับใครนอกจากเขา
เธอคนนั้นก็คือเสิ่นย่าหรู หญิงสาวที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆ ตระกูลกู้
เสิ่นย่าหรูเป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เธอเพิ่งก่อเรื่องทำร้ายร่างกายเพื่อนนักศึกษาหญิงที่มหาวิทยาลัย จนต้องถูกพักการเรียนและถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน
การพาคนแบบนี้ไปด้วย ถือว่าใช้เป็นโล่กำบังได้อย่างดีเยี่ยม
เพราะที่ผ่านมาคุณปู่ของเธอกับคุณปู่ของกู้หวยอันก็กระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้ง แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานก็ตาม อย่างเช่นเรื่องการเสนอข่าวของกู้หวยอันครั้งล่าสุด ก็มีคนเล่าว่าคุณปู่กู้ไม่พอใจอย่างมาก ถึงขั้นโทรศัพท์มาต่อว่าคุณปู่ของเธอหลายต่อหลายครั้ง
เธอเคยถามคุณปู่เหมือนกันว่าทำไมไม่ยอมลงให้กันบ้าง ในเมื่อท่านก็อยากให้เธอได้แต่งงานกับกู้หวยอันไม่ใช่หรือ เธอกับคุณป้าฉินอุตส่าห์สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาได้แล้วแท้ๆ อย่าให้เรื่องบาดหมางของผู้ใหญ่มาทำลายทุกอย่างที่สร้างมาเลย
แต่คุณปู่กลับบอกเธอว่า “คนเราต้องมีประโยชน์ ถ้าไม่มีประโยชน์ ต่อให้ดีแค่ไหนก็ไร้ความหมาย”
คำพูดนั้นเรียบง่ายและชัดเจนจนเธอเข้าใจได้ในทันที
สุดท้ายเธอก็ได้ตระหนักว่า หากตระกูลเฉียนของเธอไม่มีอำนาจและบารมีมากพอที่จะต่อกรกับตระกูลกู้ได้ คุณปู่ของตระกูลกู้ก็จะไม่มีวันชายตามองพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ เฉียนอันน่าก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ยกตัวอย่างเช่นการที่เธอได้ไปฝึกงานกับคุณป้าฉินในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ ก็เป็นเพราะตระกูลเฉียนมีพลังอำนาจที่ทัดเทียมกัน ตระกูลกู้จึงยอมรับพวกเขาในฐานะคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
เฉียนอันน่ารู้สึกว่าคุณปู่ของเธอช่างมองการณ์ไกลและเฉียบแหลมจริงๆ
เธอต้องควบคุมสติอารมณ์ให้ดีกว่านี้ ต่อให้กู้หวยอันจะไปหลงใหลได้ปลื้มสาวบ้านนอกคนนั้นก็ไม่เป็นไร เธอถือว่ามันเป็นแค่การเปลี่ยนรสชาติชั่วครั้งชั่วคราวของคุณชายอย่างเขาเท่านั้น
เธอเองก็มีวิธีจัดการกับสาวบ้านนอกคนนั้นได้ตั้งร้อยแปดวิธีเช่นกัน
***
ขณะที่เฉียนอันน่ากำลังวางแผนจัดการกับเธออยู่นั้น ซ่งอวี้หน่วนกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เธออยู่ในห้องประชุม และสังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งคอยแอบมองเธออยู่ตลอดเวลา เขามาจากศูนย์ควบคุมโรคปักกิ่ง ชื่อว่ากู้จิน
เมื่อตอนที่เดินเล่นกันก่อนหน้านี้ กู้หวยอันก็ไม่ได้พูดถึงชายคนนี้เลย
ซ่งอวี้หน่วนจึงเอ่ยกระซิบถามกู้หวยอันที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยเสียงที่แผ่วเบา “คนที่ชื่อกู้จินน่ะค่ะ เขารู้จักกับคุณหรือเปล่า ทำไมถึงมองฉันไม่วางตาเลย”
กู้หวยอันไม่ตอบ แต่หยิบกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาเขียนข้อความแล้วส่งให้เธอ ‘อารองของผมเอง!’ ซ่งอวี้หน่วนชะงักไปเล็กน้อย
เอาเถอะ อารองก็อารอง
เธอเหลือบมองดวงตาสีดำขลับที่ฉายแววขบขันของกู้หวยอัน ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างมีความนัยกลับไป จากนั้นก็นั่งตัวตรง ไม่ซักไซ้ถามอะไรต่ออีก
เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น กู้หวยอันก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ที่จริงแล้ว กู้หวยอันหวังว่าซ่งอวี้หน่วนจะสังเกตเห็นแล้วเข้ามาถามเขา เขาถึงกับวางแผนบทสนทนาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
ถ้าซ่งอวี้หน่วนถามว่า ‘ทำไมไม่บอกฉันล่ะ’ เขาก็จะลองหยั่งเชิงดูโดยตอบไปว่า ‘ผมกลัวว่าคุณจะคิดมาก เลยยังไม่ได้แนะนำให้รู้จักกัน’
บางทีเธออาจจะตอบกลับมาว่า ‘ทำไมฉันต้องคิดมากด้วยล่ะคะ’
เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็จะพูดว่า ‘ถ้างั้นถ้าคุณไม่คิดมาก ผมก็จะแนะนำให้รู้จักกันนะครับ’
มันเป็นเพียงก้าวเล็กๆ ที่เขาลองเสี่ยงเดินไปข้างหน้าดู แต่ซ่งอวี้หน่วนกลับไม่เล่นไปตามแผนที่เขาวางไว้ เธอไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามสักคำ ทำเอาเขาไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว
เฮ้อ...คงต้องค่อยเป็นค่อยไปสินะ
ทางด้านกู้จินซึ่งเข้าร่วมประชุมอยู่ตลอด ในตอนแรกที่เห็นซ่งอวี้หน่วน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าหลานชายตัวดีของเขากับเด็กสาวคนนี้ดูเหมือนจะ...มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน
เห็นได้ชัดว่าฉู่จื่อโจวเองก็รู้เห็นเป็นใจด้วย
กู้จินเห็นตอนที่ซ่งอวี้หน่วนรู้ตัวว่าเขากำลังมองเธออยู่ และก็เห็นทั้งสองคนแอบส่งกระดาษโน้ตให้กัน
นี่หมายความว่า...เขาต้องแนะนำตัวให้เธอรู้จักอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหม
แล้ว...เขาควรจะทำตัวยังไงดี
แม้ว่าซ่งอวี้หน่วนจะมีคุณตาเป็นถึงเซี่ยโป๋เหวินและมีน้าชายคือเซี่ยซินตง แต่ในสายตาเขา เธอก็ยังไม่คู่ควรกับหวยอันอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าต้องแนะนำตัวกันจริงๆ เขาควรจะพูดอะไร ต้องให้ของขวัญแรกพบหรือเปล่า แล้วเขาควรจะบอกเรื่องนี้กับพ่อและพี่ชายพี่สะใภ้ดีไหมนะ
เขารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปหมด
พอนึกถึงคำพูดที่หวยอันเคยพูดไว้ตอนทานข้าวที่บ้านวันก่อน เขาก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิหลานชายในใจ ‘ดูสิ ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แท้ๆ ยังจะดึงเด็กสาวดีๆ เข้ามาพัวพันอีก ทำแบบนี้มันใจร้ายเกินไปแล้ว’
“คุณกู้ คุณกู้ครับ”
กู้จินสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกของหัวหน้าทีมเต๋อ เขาจึงต้องรีบดึงสติกลับมาอยู่กับการประชุม และแอบส่งสายตาดุๆ ไปให้หลานชายหนึ่งที
การประชุมยังคงดำเนินต่อไป และในที่สุดทุกฝ่ายก็บรรลุข้อตกลงร่วมกัน นั่นคือจะมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการผลิตยาขึ้นที่ฐานทัพทดสอบการบิน ควบคู่ไปกับการสร้างโรงงานผลิตยาในตัวอำเภอหนานซาน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็มีการวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อการประชุมเลิก ซ่งอวี้หน่วนก็เดินไปขอกุญแจรถจากกู้หวยอัน เธอตั้งใจจะพาน้องชายกับจี้อิ๋งอิ๋งไปหาอาหญิงที่คณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรม
ฉู่จื่อโจวรีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า "รถของเขาขับยากนะ ผมขับรถไปส่งดีกว่า"
กู้หวยอันเหลือบไปเห็นอารองที่ทำท่าเหมือนอยากจะคุยกับเขาพอดี เขาจึงยังไม่ส่งกุญแจให้ซ่งอวี้หน่วน แต่พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มว่า "เรื่องนั้นไม่ต้องรีบหรอกครับ พอห้องปฏิบัติการสร้างเสร็จ คุณจะมีโอกาสได้ขับรถของผมอีกเยอะ"
ซ่งอวี้หน่วน “...” คำพูดนี้มันฟังดูแปลกๆ แฮะ
สุดท้ายเธอก็ไปกับฉู่จื่อโจวเพื่อรับอาหญิงที่คณะศิลปะการแสดงและวัฒนธรรมแล้วเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกัน แน่นอนว่าผู้เฒ่าหูและผู้เฒ่าหลินก็ขอติดรถกลับไปด้วย
ส่วนผู้เฒ่าจี้เองก็อยากจะกลับไปพร้อมกับเซี่ยซินตง เพื่อจะได้ปรึกษาเรื่องตำรับยาตัวอื่นต่อ
ขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ซ่งหมิงโปมองเหม่อไปยังทิศทางปากทางเข้าหมู่บ้านด้วยใจที่กระสับกระส่าย “นี่ก็บ่ายคล้อยแล้ว ทำไมยังไม่กลับมากันอีก”
“คนไปกันตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” อารองซ่งเหอของเขาพูดปลอบ
ซ่งหมิงโปไม่ได้เป็นห่วง แต่เขากำลังรู้สึกว่าทุกอย่างมันดูเหนือจริงไปหมด เมื่อคืนพวกเขาเพิ่งจะตกลงกันอยู่เลยว่าเขาจะอยู่เฝ้าบ้านกับคุณปู่ ส่วนคนอื่นๆ ไม่ต้องไป ให้เสี่ยวหน่วนไปคนเดียวก็พอ
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าพอฟ้าสาง เจ้าหมิงเซิ่งน้อย น้องชายวัย 5 ขวบของเขาจะตื่นแต่เช้ามืด แถมยังขยันขันแข็งผิดปกติ ทั้งรินน้ำให้พี่สาวแปรงฟัน บีบยาสีฟันใส่แปรง เตรียมผ้าขนหนูให้พร้อมสรรพ แถมตอนที่เสี่ยวหน่วนล้างหน้า เขายังอุตส่าห์เต้นโชว์อยู่ข้างๆ ปากก็ร้องเพลงฮัมเพลงไปเรื่อยเปื่อย
โอ้โห น้องชายของเขาไปกินอะไรผิดสำแดงมาเนี่ย
แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือคนในบ้านกลับมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ส่วนเสี่ยวหน่วนเองก็ดูจะชอบใจกับการปรนนิบัติของน้องชายไม่น้อย
สุดท้าย เสี่ยวหน่วนก็จูงมือหมิงเซิ่งน้อยเดินออกจากบ้านไปอย่างมีความสุข ทิ้งให้ซ่งหมิงโปยืนงงและรู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอะไรที่สำคัญมากๆ ไป
ทันใดนั้น คุณปู่ก็ตะโกนเรียกให้เขาไปเก็บตะกร้าดักปลาที่ริมแม่น้ำ ท่านบอกว่าคืนนี้แขกอาจจะเยอะเป็นพิเศษ
อารองของเขาจึงรีบไปที่สหกรณ์ของคอมมูนเพื่อซื้อเนื้อหมูมาถึง 5 จิน
ใจป้ำสุดๆ!
ส่วนอาสะใภ้รองก็ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารอยู่ในครัว ลางสังหรณ์ของคุณปู่แม่นราวกับตาเห็น พอตกบ่าย แขกเหรื่อก็ทยอยกันมาที่บ้านจนแน่นขนัดไปหมด
เขาต้องคอยเอ่ยทักทายตามน้องชาย ทั้งปู่รอง ปู่สาม ปู่สี่ ไหนจะลุงเต๋อ ปู่กงอีก ลานบ้านทั้งด้านในและด้านนอกคึกคักจอแจไปหมด
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้แอบดูโหงวเฮ้งให้ใครอีกแล้ว ถึงแม้ว่าแขกแต่ละคนจะมีที่มาที่ไม่ธรรมดาก็ตาม เพราะเสี่ยวหน่วนเตือนเขาไว้แล้ว
“การดูโหงวเฮ้งไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ทุกอย่างล้วนมีผลของกรรมตามมา ถ้าจะดูให้ใครจริงๆ ก็ต้องเรียกเก็บเงิน ไม่อย่างนั้นห้ามดูสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาดนะ”
คำพูดของน้องสาว...เขาเชื่อสุดใจ!
[จบบท]