บทที่ 287: คนเราต้องเห็นแก่ตัว
เซี่ยโป๋เหวินเองก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายฤดูร้อนมาเหมือนกัน แถมยังได้ยินมาอีกว่าใครก็ตามที่เข้าร่วม จะได้รับคะแนนเพิ่มในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึง 20 คะแนน ซึ่งทำให้เขาถึงกับชะงักไปชั่วครู่
สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว เพราะจำนวนผู้เข้าสอบแข่งขันมีมากขึ้นเรื่อยๆ
คะแนนในการรับเข้าก็สูงขึ้นทุกปี ทำให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากขึ้นทุกที ถึงขั้นที่มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยพลาดโอกาสไปเพราะขาดไปเพียงแค่ 1 คะแนน
ดังนั้นการได้คะแนนเพิ่มถึง 20 คะแนน จึงไม่ต่างอะไรกับการได้รับทั้งโอกาสและโควตาเข้าเรียนเลยทีเดียว
เซี่ยโป๋เหวินยอมรับว่าเขาสนใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย แต่ประสบการณ์ที่เคยโดนซ่งอวี้หน่วนเล่นงานมาทำให้เขาเข็ดขยาดจนอดสงสัยไม่ได้ว่าซ่างกวนหว่านอาจจะมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่
ซ่างกวนหว่านอ้างว่าเธอเพียงแค่ได้ยินข่าวมาจึงนำมาบอกต่อ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ไม่ได้ประกาศสู่สาธารณะ นักเรียนที่ได้เข้าร่วมล้วนแต่มีเส้นสาย อีกทั้งยังต้องเป็นผู้ที่มีผลการเรียนและความประพฤติดีเยี่ยมจริงๆ
ด้วยเหตุนี้เซี่ยโป๋เหวินจึงลองไปสืบข่าวดู แล้วก็พบว่าเป็นความจริงตามนั้น คนธรรมดาทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมอย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นตัวเขาเอง แม้จะเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น การจะฝากใครสักคนเข้าไปก็ยังต้องใช้ความพยายามอยู่พอสมควร
ทว่าเขาไม่ได้ทำตามคำแนะนำของซ่างกวนหว่านที่ให้ไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นโดยตรง แต่เลือกที่จะเตรียมโทรศัพท์ไปหาซ่งอวี้หน่วนก่อน
ถ้าเสี่ยวหน่วนไม่เห็นด้วยขึ้นมา เขาจะกลายเป็นคนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองหรอกหรือ
ส่วนเหตุผลที่คิดว่าเสี่ยวหน่วนอาจจะไม่เห็นด้วย นั่นก็เพราะเธอไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้น หนึ่งในผู้ดูแลโครงการนี้ก็คือแม่ของกู้หวยอัน จึงเป็นไปได้ว่ากู้หวยอันอาจจะจัดการทุกอย่างให้เธอเรียบร้อยแล้วก็ได้ เพราะนี่ถือเป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ
แต่ก็มีข่าวลือว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่ได้เข้าร่วมล้วนเป็นนักเรียนดีเด่นระดับเมือง ซึ่งดูเหมือนว่าเสี่ยวหน่วนจะไม่มีคุณสมบัตินี้เลย
เซี่ยโป๋เหวินจึงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก และสำหรับเรื่องที่ซ่างกวนหว่านขอย้ายออกไป เขาก็ไม่เห็นด้วย เพราะบ้านยังมีห้องว่างเหลืออยู่ และการไล่ใครสักคนออกไปในสถานการณ์แบบนี้คงจะถูกผู้คนครหานินทาได้
เขาไม่ใช่ซ่างกวนเหิงที่น่ารังเกียจคนนั้นเสียหน่อย แต่ซ่างกวนหว่านก็ยังคงยืนกรานที่จะย้ายออกไปให้ได้ โดยอ้างว่าเธอทะเลาะกับลี่อิ๋งทุกวัน หากปล่อยไว้นานวันเข้า ความผูกพันเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ก็จะมลายหายไป
ทว่าเซี่ยโป๋เหวินกลับนึกถึงคำเตือนของเสี่ยวหน่วนขึ้นมา
เรื่องที่ตระกูลซ่างกวนทิ้งคนของตัวเองไว้ที่ปักกิ่ง ซึ่งซ่างกวนอวิ๋นฉีได้ให้การไปแล้วว่าเป็นชายที่ชื่อเหล่าฉีและเหล่าโต้ว ทั้งคู่ต่างก็มีครอบครัวแล้ว และถึงแม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะให้ความร่วมมือในการสืบสวนเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่รู้อะไรที่เป็นประโยชน์เลย
ตอนนี้คนทั้งสองกำลังหลบหนีและมีหมายจับออกมาแล้ว ตามการคาดเดาของเซี่ยโป๋เหวิน ในเมื่อทั้งคู่เป็นคนของซ่างกวนเหิง พวกเขาย่อมต้องมีการติดต่อกันอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน หรือกำลังวางแผนลักลอบหนีไปฮ่องกงหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้ยังคงมีคนของพวกเขาหลงเหลืออยู่
ความคิดนี้ทำให้เซี่ยโป๋เหวินใจหายวาบ การที่ตระกูลซ่างกวนทิ้งคนไว้ที่ปักกิ่งคงไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจับตาดูเขาเป็นแน่ แล้วพวกเขาทำไปเพื่ออะไรกัน บางทีอาจจะมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นซ่อนอยู่
เขาหันไปพูดกับซ่างกวนหว่าน "เสี่ยวหว่าน เรื่องที่พ่อกับอาหญิงของเธอทำผิดมันไม่เกี่ยวกับเธอ แต่การที่เธอจะย้ายออกไปอยู่คนเดียวมันก็ไม่ดีเหมือนกัน อาพอจะรู้จักกับอาจารย์ใหญ่ของมหาวิทยาลัยเกษตรอยู่บ้าง เธอไปเรียนต่อที่นั่นแล้วพักที่หอพักของมหาวิทยาลัยไปก่อนก็ได้”
“ตัวเธอเองก็มีเงินอยู่แล้ว อยากจะซื้ออะไรก็สะดวก ส่วนค่าเล่าเรียนไม่ต้องเป็นห่วง อาจะจัดการให้เอง พอมีวุฒิปริญญาตรีของที่นี่แล้ว ในอนาคตเธออยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือจะกลับไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงก็ยังได้”
“เธอลองเก็บไปคิดดู ถ้าตกลงอาก็จะไปจัดการให้ แต่ถ้าไม่ตกลงก็ย้ายออกไปได้เลย อา…เซี่ยโป๋เหวินอาจจะเคยทำผิดต่อคนมามากมาย แต่อาไม่เคยทำอะไรผิดต่อตระกูลซ่างกวนของพวกเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องมาระแวงอากับลี่อิ๋ง”
“เอาล่ะ นี่คือข้อเสนอของอา ลองไปคิดดูให้ดี แล้วค่อยมาให้คำตอบ"
ซ่างกวนหว่านใช้เวลาคิดเพียงครู่เดียวก็ตอบตกลง
แต่เธอเลือกที่จะไม่บอกเรื่องที่นายน้อยรองจงแฝงตัวเข้าไปในค่ายฤดูร้อนให้เซี่ยโป๋เหวินได้รับรู้ เพราะสิ่งที่เรียนรู้มาจากแม่ก็คือ คนเราถ้าไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินจะลงโทษ
หากแม่ของเธอเป็นคนใจอ่อนปวกเปียก เธอกับพี่ชายคงตายไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และแม่ของเธอก็คงไม่มีวันได้ขึ้นเป็นนายหญิงของตระกูลซ่างกวนอย่างแน่นอน
ซ่างกวนหว่านเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีความสุข
ส่วนเซี่ยโป๋เหวินก็ได้เริ่มลงมือจัดเก็บทรัพย์สินและของใช้ส่วนตัวทั้งหมดของเขา เพื่อเตรียมออกเดินทางนำไปส่งมอบที่อำเภอหนานซานด้วยตัวเอง
ถึงกระนั้นเขาก็ยังโทรศัพท์ไปหาซ่งอวี้หน่วน แต่เธอดันไม่อยู่บ้านพอดี เขาจึงไม่สะดวกที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคนอื่น ได้แต่ต้องรอให้เธอกลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่
ขณะเดียวกัน ที่บ้านตระกูลกู้ ผู้เฒ่ากู้ถูกวาจาแดกดันอย่างเย็นชาของผู้เฒ่าเฉียนเล่นงานจนใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
ในใจเขานึกฉุนเฉียว ซ่งอวี้หน่วนเด็กคนนี้ จะอยู่ให้ห่างจากหวยอันสักหน่อยไม่ได้หรือไง รู้ทั้งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังจะดันทุรังเข้ามาใกล้ให้ได้ แล้วคนในครอบครัวของเธอก็ไม่มีใครสักคนเลยหรือที่รู้จักคิดบ้าง
หลังจากที่ถากถางจนพอใจแล้ว ผู้เฒ่าเฉียนก็เปลี่ยนมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"บ้านฉันก็ไม่ได้คิดจะเกาะติดหวยอันของบ้านนายขนาดนั้น คุณสมบัติของหลานสาวฉันเป็นยังไงนายก็เห็นอยู่แล้วว่าดีเลิศขนาดไหน แต่ตอนนี้เราพักเรื่องของเด็กรุ่นหลังไว้ก่อน ฉันจะไม่เอาเรื่องในอดีตมาบีบคั้นนายหรอกนะ ฉันแค่อยากจะพูดคุยเปิดอกกับนายสักหน่อย”
“เหล่ากู้ ถ้าหากลูกชายของนายยืนกรานจะเลือกแต่ซ่งอวี้หน่วนจริงๆ นายต้องคิดให้ดีว่าจะทำยังไงถึงจะช่วยเพิ่มโปรไฟล์ให้เธอดูดีขึ้นมาได้"
ผู้เฒ่ากู้ขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง ยังจะให้ฉันช่วยเรื่องโควตาเข้ามหาวิทยาลัยให้เธออีกคนหรือไง"
ผู้เฒ่าเฉียนตอบกลับ "เรื่องนั้นก็ตามใจนายเถอะ แต่พอพูดถึงมหาวิทยาลัย ฉันก็นึกถึงเรื่องค่ายฤดูร้อนมิตรภาพขึ้นมาพอดี หลานชายของฉันคนหนึ่งก็ได้เข้าไปเหมือนกัน แค่ได้เข้าร่วมก็ได้คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่มอีก 20 คะแนนแล้ว”
“นี่เป็นโอกาสที่ดีมาก นายควรจะเตรียมการล่วงหน้าไว้ ส่งเธอเข้าไปในค่ายซะ เผื่อในอนาคตเธอจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างน้อยนี่ก็ยังนับเป็นเกียรติยศติดตัวได้บ้าง”
“ไม่อย่างนั้นถ้าภรรยาของหวยอันเป็นแค่คนที่ไร้ประโยชน์ นายเองก็พลอยจะเสียหน้าไปด้วยไม่ใช่เหรอ อีกอย่างนะ ถ้าพวกนายเป็นคนส่งเธอเข้าไป ซ่งอวี้หน่วนจะไม่ซาบซึ้งในบุญคุณของตระกูลกู้หรือ"
สีหน้าของผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนไปมาหลายครั้ง
อันที่จริง ในใจของเขามีปมเรื่องหนึ่งอยู่ เป็นปมใหญ่ที่กัดกินใจเขามาตลอด ซึ่งผู้เฒ่าเฉียนคือคนที่ช่วยเขาแบกรับมันเอาไว้ ไม่ว่าเจตนาเดิมของเขาในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่การกระทำแบบนั้นมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี แถมยังจัดการได้ไม่ดีพอจนเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงตามมา และยังพรากชีวิตของคนหนุ่มสาวไปถึงสองคน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาแอบสืบสวนเรื่องนี้อย่างเงียบๆ มาโดยตลอด แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆ เลย นี่คือปมในใจและเป็นจุดอ่อนของเขา
เขารู้ดีว่าเหล่าเฉียนไม่ได้มีเจตนาดี แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับบุญคุณครั้งนี้
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ชอบฟังคำพูดเหล่านี้อยู่ดี ผู้เฒ่ากู้จึงทำได้เพียงถลึงตาใส่เหล่าเฉียนอย่างไม่พอใจ
ผู้เฒ่าเฉียนรู้ดีว่าควรพูดแต่พอดี เขาเข้าใจว่าแผนนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ แต่ก็ถือว่าได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว และลึกๆ ก็คาดว่าโอกาสสำเร็จนั้นน่าจะแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่ซ่งอวี้หน่วนกลับถึงบ้าน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ใหญ่โรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ท่านแจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่ามีหนังสือแจ้งการคัดเลือกเข้าค่ายฤดูร้อนส่งตรงมาจากเบื้องบน ขอให้เธอเตรียมตัวเดินทางไปยังจุดนัดพบที่เป่ยซานในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งแรกที่จัดขึ้นโดยทั้งสองพื้นที่
อาจารย์ใหญ่รู้อยู่แล้วว่าซ่งอวี้หน่วนมีคนรู้จักอยู่ที่ปักกิ่ง แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเส้นสายของเธอจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้
ซ่งอวี้หน่วนกล่าวขอบคุณอาจารย์ใหญ่ด้วยความงุนงง พอดีกับที่เซี่ยโป๋เหวินโทรเข้ามา เธอจึงถือโอกาสถามไถ่ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
เซี่ยโป๋เหวินรีบปฏิเสธทันที "ไม่ใช่ตาแน่นอน" เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"ถ้ากู้หวยอันไม่รู้เรื่อง ก็น่าจะเป็นฝีมือของผู้เฒ่ากู้"
จากนั้นเขาก็อธิบายถึงข้อดีต่างๆ ของการเข้าค่าย แต่ก็ไม่ลืมที่จะเตือนเธอ "เด็กๆ ที่นั่นแต่ละคนล้วนเป็นนักเรียนดีเด่นไม่ก็เป็นหัวหน้าห้อง เรียกได้ว่าไม่มีเด็กจากครอบครัวธรรมดาเลยสักคน พอเข้าไปแล้วจะต้องเจอกับความกดดันสูงมาก"
ซ่งอวี้หน่วนเพียงแค่ร้อง "อ๋อ" ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะพูดคุยเรื่องอื่นอีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป
บุญคุณครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินไปแล้วจริงๆ
หญิงสาวลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ตามสไตล์ของนิยายเล่มนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะมีกับดักอะไรรอเธออยู่ในค่ายฤดูร้อนก็ได้ อย่างเช่น ถูกคนอื่นกีดกัน เยาะเย้ย จนต้องขายขี้หน้าไประดับนานาชาติ
ถ้าไม่ไปซะก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาปวดหัว
เธอรู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างกู้หวยอัน และคาดว่าทางตระกูลกู้คงจะรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่ที่ไม่กล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายก็เพราะกู้หวยอันสั่งห้ามเอาไว้
แล้วจู่ๆ ทำไมถึงส่งเธอไปเข้าค่ายฤดูร้อนกันล่ะ หรือว่าจะให้ไปเพิ่มโปรไฟล์
ความเป็นไปได้นี้สูงมากทีเดียว…
[จบบท]