บทที่ 309: ยากจะป้องกัน
กู้หวยอันรู้สึกขัดเขินจนต้องเม้มปาก ‘ถังหูลู่เคลือบน้ำตาล’ นี่มันคำอธิบายแบบไหนกันเนี่ย?
ซ่งอวี้หน่วนละสายตาจากเขาอย่างนึกเสียดาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เดี๋ยวพอประธานกรรมการจงโอนเงินมาให้ แล้วคนของตระกูลจงทั้งสี่คนกลับไปแล้ว ฉันก็คงต้องกลับบ้านเหมือนกันค่ะ”
“วันนี้มีธุระที่ไหนหรือเปล่าครับ” กู้หวยอันเอ่ยถาม
ซ่งอวี้หน่วนเหลือบมองนายน้อยรองจงที่ยืนมองมาทางนี้ตาแป๋วอยู่ไม่ไกล “ฉันรับปากว่าจะพาเขาออกไปเดินเล่นน่ะค่ะ” เธอบอกแล้วก็เสริมขึ้นอีกประโยค “อีกอย่างมีคุณอาตี๋เป็นไกด์ให้ ฉันเองก็อยากไปเดินเที่ยวดูเหมือนกัน”
“ผมอยากพาคุณไปที่ฐานทัพหลงหัง จะไปไหมครับ”
ดวงตาของซ่งอวี้หน่วนเปล่งประกายขึ้นมาทันที “ไปได้ด้วยเหรอคะ”
แน่นอนว่าต้องได้อยู่แล้ว
ดังนั้นซ่งอวี้หน่วนจึงได้ติดตามกู้หวยอันไปยังฐานทัพหลงหัง โดยมีจี้อิ๋งอิ๋งไปด้วย ส่วนนายน้อยรองจงน่ะเหรอ ไม่มีทางได้รับอนุญาตให้เข้ามาในที่แบบนี้อยู่แล้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งอวี้หน่วนได้มาสถานที่แบบนี้ แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกแปลกแยกอะไร อาจเป็นเพราะในชาติก่อนเคยเห็นข่าวและรูปภาพเกี่ยวกับสถานที่ทำนองนี้มานับไม่ถ้วน กระนั้น การได้มาเห็นด้วยตาตัวเองก็ยังสร้างความตื่นตะลึงให้เธออยู่ดี
โครงการที่ร่วมมือกับต่างประเทศได้ลงนามอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่ให้ผลประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย และคำเตือนต่างๆ ที่ซ่งอวี้หน่วนเคยให้ไว้ กู้หวยอันก็สามารถจัดการหลีกเลี่ยงได้อย่างเหมาะสม
ระหว่างทางที่เดินชม พวกเขาได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ซึ่งทุกคนต่างทำหน้าตกตะลึงตาค้างไปตามๆ กัน
จี้อิ๋งอิ๋งที่ถูกซ่งอวี้หน่วนจูงมืออยู่ เอ่ยถามกู้หวยอันขึ้นมาด้วยความอยากรู้ “พี่ชายคะ นี่เป็นครั้งแรกที่พี่พาผู้หญิงมาที่นี่เหรอคะ”
ซ่งอวี้หน่วนได้แต่หัวเราะเบาๆ
ส่วนกู้หวยอันยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย “อิ๋งอิ๋งพูดถูก นี่เป็นครั้งแรกครับ”
“หนูอยากดูเครื่องบินลำใหญ่!” จี้อิ๋งอิ๋งชี้ไปยังที่ไกลๆ
เลขานุการเสี่ยวอู๋ที่เดินตามหลังมา จึงรับหน้าที่พาจี้อิ๋งอิ๋งไปดูเครื่องบินลำใหญ่ตามที่เธอต้องการ
ฟากกู้หวยอันก็ถือโอกาสพาซ่งอวี้หน่วนไปยังห้องทดลองส่วนตัวของเขา
ห้องทดลองของเขามีขนาดใหญ่โตมาก แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต ที่น่าทึ่งคือมีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ด้วย ซึ่งก็จริงอยู่ที่ตอนนี้ปี 1980 แล้ว คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ของใหม่ แต่การได้เห็นในสถานที่แบบนี้ก็ยังน่าตื่นเต้นอยู่ดี
แววตาของกู้หวยอันฉายแววหม่นลงเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความรู้สึกผิด “เสี่ยวหน่วนครับ สมมติฐานที่คุณเคยบอกผมเอาไว้ มันทำให้เป็นจริงได้ยากมาก”
“ฉันก็บอกคุณไปแล้วนี่คะว่าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย”
กู้หวยอัน “...”
“แต่สมมติฐานของคุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสาขาอื่นได้ ผมจะพาคุณขึ้นไปดูข้างบน” กู้หวยอันกล่าวอย่างจริงจัง
ห้องทดลองแห่งนี้มีเพดานที่สูงโปร่ง ทางทิศเหนือมีเครื่องมือชิ้นหนึ่งวางอยู่บนแท่น กู้หวยอันอธิบายว่ามันคือเครื่องมือที่ใช้ทดลองสมมติฐานของเธอนั่นเอง
เขาเริ่มสาธิตให้เธอดู เพียงครู่เดียวก็มีลูกบอลลูกเล็กๆ ไหลออกมาจากเครื่อง มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ดูแปลกตาไปตามเส้นทางคดเคี้ยวเพื่อไปยังจุดหมาย แต่แล้วจู่ๆ เมื่อมันเคลื่อนผ่านประตูบานหนึ่ง ลูกบอลก็อันตรธานหายไป
ซ่งอวี้หน่วนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่เขากำลังเล่นมายากลให้เธอดูหรืออย่างไร
“ลูกบอลหายไปไหนแล้วคะ” เธอรีบถาม
มันคงไม่ได้หายวับไปจริงๆ หรือทะลุมิติไปที่อื่นหรอก เพราะเทคโนโลยีในยุคนี้ยังทำไม่ได้ แต่จะว่าเขาเล่นมายากลให้ดู มันก็ไม่น่าใช่สไตล์ของกู้หวยอันเท่าไหร่นัก
“โน่นไงครับ ดูสิ” กู้หวยอันชี้ไปยังจุดหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าประตู
ซ่งอวี้หน่วนมองตามไป ก็เห็นลูกบอลลูกนั้นหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูเล็กๆ สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจไม่ใช่ลูกบอล แต่เป็นประตูต่างหาก
ซ่งอวี้หน่วนมองเห็นแสงที่เปล่งออกมาจากประตูบานเล็กๆ นั้น แสงสว่างนี่เองที่ทำให้ลูกบอลล่องหนไปได้
“หลักการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบินได้ แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าเป็นผมจะมองเห็นลูกบอลอยู่ แต่คุณไม่เหมือนกัน นี่เป็นครั้งแรกที่คุณเห็น เลยถูกหลอกได้ง่าย สายตาของคุณจะคอยจ้องตามลูกบอลไปโดยไม่รู้ตัว จนมองข้ามประตูบานนี้ไป”
ซ่งอวี้หน่วนเลื่อนสายตาขึ้นไปจับจ้องใบหน้าของกู้หวยอัน นี่เขากำลังหาเรื่องมาแกล้งเธอเล่นอยู่หรือเปล่านะ?
แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีเกินไปแล้ว ทุกครั้งที่มองเหมือนใจจะสั่นไหวไปหมด เธอพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก “คำอธิบายของคุณมันไม่ถูกเลยสักนิด เรื่องนี้ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันตรงไหน คุณกำลังแถอยู่นะคะ รู้ตัวไหม”
กู้หวยอันยิ้มออกมา
จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยยิ้ม แต่พอยิ้มขึ้นมาทีก็ดูดีจนน่าใจหาย ราวกับดวงดาวในแววตาของเขากำลังพร่างพรายออกมา โปรยปรายลงสู่หัวใจของคุณ ก่อนจะระเบิดตูมกลายเป็นดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตา
“ไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นหรอกครับ ทฤษฎีและข้อมูลบางอย่างที่คุณบอกผมในคืนนั้น มีความสำคัญกับผมมากจริงๆ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ทฤษฎีของคุณยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับระบบพลังงานและระบบขับเคลื่อนได้อีกด้วย”
เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่มีงบประมาณมากพอ พูดไปพูดมา สุดท้ายก็ติดเรื่องเงินอยู่ดี
ซ่งอวี้หน่วนย่อมรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร ข้อมูลพวกนั้นเป็นสิ่งที่เธอจงใจแกล้งทำเป็นพูดออกมาเอง ในเมื่อโลกใบนี้มีกู้หวยอันเป็นผู้นำด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทั้งยังมีตำแหน่งและอำนาจในการตัดสินใจ หากประเทศพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว เธอก็ย่อมได้รับประโยชน์ไปด้วย แล้วทำไมเธอถึงจะไม่ทำล่ะ
ซ่งอวี้หน่วนถามเขาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ “แล้วคุณจะขอบคุณฉันยังไงดีคะ”
【พี่ชายคะ ครั้งนี้ถ้าพี่ยอมยกตัวเองให้เป็นของขวัญ ฉันก็จะรีบตกลงทันทีเลย!】
กู้หวยอัน “...”
ช่างเป็นความคิดที่ยากจะป้องกันจริงๆ
เขาจ้องมองซ่งอวี้หน่วนนิ่งด้วยสายตาแน่วแน่ ริมฝีปากขยับเล็กน้อย…เขาอยากจะลองยอมยกตัวเองให้จริงๆ
ส่วนซ่งอวี้หน่วนเองก็กำลังจ้องมอง…ลำคอของกู้หวยอัน อากาศร้อนขนาดนี้ยังจะติดกระดุมเสื้อเสียแน่นหนา เขาไม่ร้อนบ้างหรือไงนะ
เมื่อทั้งสองสบตากัน ในที่สุดกู้หวยอันก็เป็นฝ่ายหัวเราะเบาๆ ออกมาเพื่อทำลายความเงียบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย “จริงๆ แล้วทั้งหมดนี่ยังเป็นแค่แนวคิดเบื้องต้นน่ะครับ การจะทำให้สำเร็จจริงมันยากมาก ไปเถอะ ผมจะพาไปเดินดูที่อื่นต่อ”
จากนั้น กู้หวยอันก็จงใจเลือกพาเธอไปยังสถานที่ที่คนพลุกพล่านและเปิดให้เข้าชมได้ทั่วไป เพื่อไม่ให้ซ่งอวี้หน่วนมีโอกาสได้คิดฟุ้งซ่านไปไกลกว่านี้
ซ่งอวี้หน่วนหารู้ไม่ถึงความคิดในใจของเขา ยังนึกไปว่าบางสถานที่เป็นเขตหวงห้ามเลยเข้าไปไม่ได้
หลังทานอาหารกลางวันเสร็จ กู้หวยอันก็ขับรถมาส่งทั้งสองคนที่บ้านพัก เขาบอกกับซ่งอวี้หน่วนว่าช่วงสองสามวันนี้เขาจะค่อนข้างยุ่ง หากมีเรื่องอะไรก็สามารถเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์หาเขาได้เสมอ
พูดจบเขาก็ขับรถจากไป
ซ่งอวี้หน่วนกำลังจะไปที่พิพิธภัณฑ์เพื่อพบกับผู้อำนวยการเฝิง ไหนๆ เธอก็มีบัตรพนักงานแล้ว แต่ยังไม่ทันได้ไป คุณอาตี๋ก็มาบอกข่าวดีเสียก่อนว่าเงินโอนมาเรียบร้อยแล้ว แถมจำนวนเงินที่โอนมาก็มีแต่จะเยอะกว่าที่คาดไว้ ไม่มีน้อยกว่าแน่นอน
ยอดเงินที่โอนเข้ามาคือ 61,000 หยวน โดยระบุว่าอีก 1,000 หยวนที่เกินมานั้นเป็นค่าโทรศัพท์ ซึ่งซ่งอวี้หน่วนได้ให้เบอร์ที่ทำงานของคุณอาตี๋ไว้กับจงต้าเฉียว ปกติห้องทำงานนี้จะไม่ค่อยมีคนอยู่ แต่วันนี้มีคนรอรับสายเป็นพิเศษ
นายน้อยรองจงอยากจะตามซ่งอวี้หน่วนไปด้วย แต่เธอได้บอกให้เขารักษาตัวให้อาการคงที่เสียก่อน เมื่อไหร่ที่อาการดีขึ้นแล้ว จะไปเที่ยวเล่นที่อำเภอหนานซานก็ยังไม่สาย
ตกกลางคืน ผู้เฒ่าจี้ก็เรียกเธอเข้าไปพบในห้องหนังสือ ท่านบอกซ่งอวี้หน่วนว่าในเงินก้อนนี้มีส่วนของเธออยู่ 10,000 หยวน
สำหรับโรคประเภทนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบำรุงร่างกาย ต่อให้ต้องใช้ยาบำรุงราคาแพงเป็นครั้งคราว แต่เงิน 50,000 หยวนก็ยังถือว่าเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้ปฏิเสธ และได้ให้หมายเลขบัญชีเงินฝากของเธอกับคุณอาตี๋ไป ทำให้เธอได้เงินเข้ากระเป๋ามาง่ายๆ ถึง 10,000 หยวน ซึ่งก็ทำให้เธออารมณ์ดีไม่น้อย
พวกเขาไม่ได้จัดให้นายน้อยรองจงพักอยู่ที่บ้านตระกูลจี้ แต่จัดการให้เขาอยู่ในหอผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาล พร้อมกับเช่าบ้านพักในบริเวณใกล้เคียงไว้ให้ด้วย พอมีเงินมีคนอยู่ในมือ เรื่องทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องง่ายไปหมด
เรื่องของตระกูลจงถูกรายงานขึ้นไปเบื้องบนเรียบร้อยแล้ว ทำให้การเคลื่อนไหวของนายน้อยรองจงและบอดี้การ์ดถูกจำกัด โดยให้ความสำคัญกับการรักษาเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นๆ ให้เป็นไปตามกฎระเบียบไปก่อน ซึ่งการทำแบบนี้กลับทำให้จงเส้าชิงรู้สึกโล่งใจเสียอีก
อันที่จริง เขาไม่อยากให้มีบอดี้การ์ดอยู่ด้วยแม้แต่คนเดียว แต่ถ้าไล่พวกเขากลับไปทั้งหมด ทางบ้านตระกูลจงก็คงจะส่งคนชุดใหม่มาอยู่ดี สู้ใช้งานอาต้ากับอาเฉิงที่ถูกสั่งสอนจนสิ้นฤทธิ์ไปแล้วจะดีเสียกว่า
รอจนกว่าเขาจะสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เมื่อไหร่ ค่อยไล่พวกเขากลับไปก็ยังไม่สาย
[จบบท]