บทที่ 428: ตอกหน้า
เมื่อถึงเวลาเปิดภาคเรียนของซ่งอวี้หน่วน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเจมค์ที่โทรมาแจ้งข่าวดี ว่าสินค้าล็อตแรกที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาโดยเรือขนส่ง ได้เข้าเทียบท่าที่เมืองเซี่ยงไฮ้เรียบร้อยแล้ว
ซ่งอวี้หน่วนไม่รอช้า รีบต่อสายถึงจงเส้าชิงและเลขานุการฟ่านทันที
ในขณะเดียวกัน ฉินซู่อวิ๋นที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเซี่ยงไฮ้กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในห้องทำงาน เธอมองตามหลังเลขานุการฟ่านที่เดินออกไปจัดการงานด้วยท่าทีลิงโลดแล้วยิ่งรู้สึกขุ่นมัวในใจ
ฉินซู่อวิ๋นไม่เพียงแต่ไม่พอใจ แต่ยังรู้สึกโกรธเคืองอยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำ เพราะเห็นได้ชัดว่าการที่เธอถูกส่งไปทำงานที่นั่นก็เพื่อกันเธอออกไปให้พ้นทาง และต้นเหตุก็มาจากซ่งอวี้หน่วน
เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ใช่ฝีมือของผู้เฒ่า ก็คงไม่มีใครทำได้อีกแล้ว
ฉินซู่อวิ๋นไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าในสายตาคนอื่น เธอดูเป็นคนไม่รู้จักแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว หรือไม่มีหัวคิดขนาดนั้นเลยหรือยังไง
ทำไมทุกคนถึงได้ทำท่าทีรังเกียจราวกับว่าเธอเป็นอสรพิษร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เฒ่ากู้ ปกติท่านไม่ใช่หรือที่เอาแต่ดูแคลนซ่งอวี้หน่วนมาตลอด แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ขณะที่ความคิดกำลังสับสนวุ่นวาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนที่เฉียนอันน่าจะเดินเข้ามาด้วยสภาพอิดโรย
ดูเหมือนว่าที่บ้านของหญิงสาวกำลังมีปัญหาหนัก คุณย่าของเธอยังไม่ได้กลับบ้านจนป่านนี้ มิหนำซ้ำ คุณลุงคนโตที่ไม่เอาไหนก็ยังเอาแต่โวยวายจะขอแบ่งสมบัติ โดยกล่าวหาว่าที่คุณย่าถูกจับตัวไปก็เพราะทำเรื่องไม่ดีเอาไว้
เฉียนเฟิงถึงกับประกาศกร้าวว่าชวีลี่เหมยไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจะลากเขาเข้าไปพัวพันด้วย แล้วก็ขอตัดขาดความสัมพันธ์กันนับแต่นี้
เฉียนอันน่าเคยคิดว่าคุณปู่คงจะดุด่าหรือถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคุณลุง แต่ท่านกลับนิ่งเฉย
แม่ของเธอกำชับว่าไม่ต้องไปอยากรู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ต่อให้คุณย่าจะเป็นอะไรไป เรื่องก็ไม่มีทางลามมาถึงตัวหลานสาวอย่างเธอแน่นอน
เฉียนอันน่ายื่นเอกสารในมือให้ฉินซู่อวิ๋น พูดคุยธุระเพียงไม่กี่คำก็ขอตัวกลับ ฉินซู่อวิ๋นอยากจะชวนคุยต่อ แต่พอนึกถึงคำพูดของลูกชายก็ต้องเก็บความต้องการนั้นไว้
ทันใดนั้น โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น เป็นสายจากเพื่อนสนิทของเธอ
“ซู่อวิ๋น ลูกสาวฉันกลับมาแล้วนะ แถมยังเอาของขวัญมาฝากเธอด้วย คืนนี้ว่างไหม เรามาเจอกันหน่อยสิ”
ฉินซู่อวิ๋นใช้เวลาคิดเพียงครู่เดียวก็ตอบตกลง ใบหน้าของเธอพลันปรากฏรอยยิ้มยินดีเมื่อรู้ว่าเผยเหอกลับมาแล้ว
เผยเหอเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิท อายุอานามก็ไล่เลี่ยกับหวยอัน ทั้งคู่ต่างก็เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสำหรับเยาวชนอัจฉริยะเหมือนกัน เพียงแต่เรียนกันคนละสาขา
หญิงสาวถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ ในขณะที่หวยอันลูกชายของเธอแค่เดินทางไปดูงานเพียงช่วงสั้นๆ แต่พอกลับมาก็ได้รับตำแหน่งสำคัญทันที
ในสายตาของเธอ เผยเหอเป็นเด็กสาวที่เก่งกาจโดดเด่น เหนือกว่าเฉียนอันน่าลิบลับ อีกทั้งภูมิหลังครอบครัวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลเฉียนเลย
ฉินซู่อวิ๋นเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ชอบซ่งอวี้หน่วน เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองโดยสัญชาตญาณ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ
***
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้รับรู้เลยว่าแม่ของกู้หวยอันกำลังตั้งแง่กับเธออยู่ และต่อให้รู้ เธอก็คงแค่หัวเราะในใจเบาๆ
เมื่อตรวจสอบรายการสินค้าที่เจมค์ส่งมาให้ เธอก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้เธอไม่ขอยุ่งเกี่ยว ขอแค่รับผิดชอบดูแลเรื่องเสื้อผ้าจากบริษัทของเธอให้เรียบร้อยก็พอ
แต่เดิมเจมค์เป็นฝ่ายยืนกรานว่าสินค้าของเขาจะต้องมาถึงก่อน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันความจริงใจ แล้วฝั่งเธอจึงค่อยส่งสินค้าของตัวเองตามไป ดังนั้นเมื่อของมาถึงแล้ว ก็ถึงเวลาที่เธอต้องทำตามข้อตกลง
ซ่งอวี้หน่วนวางแผนไว้ว่า เมื่อทองคำและหยกมาถึงปักกิ่งแล้ว นอกจากจะแบ่งส่วนหนึ่งไว้ที่บริษัทนำเข้าส่งออกของเธอ ที่เหลือทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้ทีมวางแผนการค้าต่างประเทศเป็นผู้ดูแลจัดการต่อไป
เพราะตอนนี้ การค้าในลักษณะแลกเปลี่ยนสินค้าของเธอได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานนี้แล้ว
หลายวันต่อมา เมื่อสินค้าล็อตนี้ถูกขนส่งมาถึงปักกิ่งอย่างปลอดภัย ทุกคนต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
วินาทีที่ได้ยลโฉมทองคำแท่งอร่ามตาและกองหยกเนื้อดีล้ำค่า คนที่เคยเคลือบแคลงสงสัยหรือถึงขั้นไม่เชื่อเลยสักนิดต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง
คนที่เคยพูดจาดูแคลนไว้ลับหลังต่างพากันเงียบกริบ รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเหมือนถูกตบอย่างจัง
ทองคำเป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างยิ่ง การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้สร้างผลประโยชน์มหาศาล และชื่อของซ่งอวี้หน่วนก็ถูกจารึกในฐานะผู้สร้างคุณูปการครั้งสำคัญ ถึงจะเป็นการแลกเปลี่ยนเพียงครั้งเดียว แต่มูลค่าที่ได้กลับมานั้นประเมินค่าไม่ได้เลย
ผู้เฒ่ากู้ถึงกับเอ่ยปากกับหัวหน้าทีมวางแผนการค้าต่างประเทศด้วยความภาคภูมิใจว่า “เป็นไงล่ะ จะไม่มีรางวัลตอบแทนความดีความชอบให้หลานฉันหน่อยหรือไง”
ก็เรื่องแบบนี้ ใครหน้าไหนจะทำได้กันเล่า
นอกจากจะใช้เงินตราต่างประเทศแล้ว จะไปหาซื้อทองคำจากข้างนอกได้ที่ไหนกัน แต่เสี่ยวหน่วนกลับทำได้ แถมยังเป็นการใช้ของแลกของอีกต่างหาก
ตอนแรกใครต่อใครต่างก็มองว่าเป็นเรื่องเล่นๆ ของเด็ก แต่ตอนนี้คงได้หุบปากสนิทกันหมดแล้ว
ตัวเขาเองน่ะไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลเลยสักนิด เพราะต่อให้ไม่นับคนอื่น แค่ผู้เฒ่าจี้คนเดียวก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจแน่ถ้ามันเป็นเรื่องไร้สาระจริงๆ
แต่นี่ผู้เฒ่าจี้กลับนิ่งเงียบ นั่นก็แปลว่าซ่งอวี้หน่วนสามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้
และผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็ต้องทวงสิทธิประโยชน์ให้หลานสาวสุดที่รักอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นคนพวกนี้คงได้แกล้งทำไขสือไปเรื่อยๆ
หัวหน้าหูรีบกล่าว “ให้แน่นอนครับ มีใบประกาศเกียรติคุณให้ด้วย”
“แล้วให้เท่าไหร่ล่ะ?”
“สองพันหยวนครับ!” หัวหน้าหูกลั้นใจตอบออกมา
ผู้เฒ่ากู้เบ้ปาก แต่เมื่อลองคิดดูแล้วก็พอรับได้ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ด้านอื่นเพิ่มเติมให้หลานสาว
“เรื่องเงินก็เรื่องหนึ่ง แต่ฉันว่าน่าจะมีอย่างอื่นให้ด้วยนะ อย่างเช่น โควตาเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องสอบ หรือทุนไปเรียนต่อต่างประเทศอะไรทำนองนั้น”
ข้อเสนอเหล่านี้หัวหน้าหูรับปากอย่างง่ายดาย เขาบอกว่าด้วยผลการเรียนของเสี่ยวหน่วน เรื่องโควตาไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
แต่สำหรับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีเงื่อนไขค่อนข้างสูงมาก แต่เขาก็ให้คำมั่นสัญญาว่า ตราบใดที่เสี่ยวหน่วนมีคุณสมบัติครบถ้วน จะต้องมีที่ว่างสำหรับเธอหนึ่งตำแหน่งแน่นอน และสัญญานี้จะมีผลไปอีกถึง 10 ปี
ผู้เฒ่ากู้เพียงแค่พยักหน้ารับ แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม
ขั้นตอนต่อไปคือการจัดสรรปันส่วนสินค้าที่ได้มา บรรดาเจ้าของบริษัทหยกจากหนานเฉิงต่างก็มารออยู่ที่ปักกิ่งล่วงหน้าแล้ว
ซึ่งในกลุ่มนั้นมีนักธุรกิจจากฮ่องกงรวมอยู่ด้วย 2 คน และครั้งนี้พวกเขาจะชำระค่าหยกด้วยเงินตราต่างประเทศ
ในส่วนของทองคำ นอกจากส่วนที่ซ่งอวี้หน่วนขอเก็บไว้ ที่เหลือทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้การดูแลของทีมวางแผนการค้าต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนสินค้าครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
เลขานุการฟ่านซึ่งตอนนี้ย้ายไปประจำทีมการค้าต่างประเทศที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อดูแลการค้ารูปแบบนี้โดยเฉพาะ ได้โทรศัพท์ไปหาซ่งอวี้หน่วนเพื่อสอบถามถึงแผนการแลกเปลี่ยนครั้งต่อไป
“คุณป้าฟ่านคะ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้คิดเลยค่ะ หรือไม่ก็... คุณป้าลองดูว่าต้องการอะไรบ้าง แล้วส่งรายการมาให้ฉันก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อกับคุณเจมค์ดูให้ค่ะ”
ปลายสายตอบรับด้วยความยินดี
ขณะนี้ โรงงานยาแห่งใหม่ในอำเภอหนานซานใกล้จะเปิดทำการเต็มที นอกจากพนักงานที่ต้องเร่งผลิตยาตามคำสั่งซื้อ คนอื่นๆ ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมสินค้าเพื่อส่งมอบ
ซ่งอวี้หน่วนกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายวันเสาร์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ย่าซ่งและคนอื่นๆ เพิ่งจะวางมือจากงาน ท่านดึงหลานสาวเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่าอยากจะไปซื้อบ้านที่ปักกิ่ง
ดวงตาของซ่งอวี้หน่วนทอประกายระยิบระยับ “คุณย่าคะ ตอนนี้คุณย่ามีเงินเก็บเท่าไหร่แล้วเหรอคะ”
ย่าซ่งมองท่าทีของหลานรักแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ “ยังไงก็ไม่เยอะเท่าที่หลานหาได้หรอกน่า... เสี่ยวหน่วน ย่าได้ยินอาจารย์ใหญ่บอกว่าผลการเรียนของหลานต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้แน่ๆ ย่าเลยว่าจะไปปักกิ่งสักครั้ง ไปหาซื้อบ้านไว้ในชื่อของหลาน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านน้าเล็กของหลานหน่อย”
“แต่ว่า... บ้านของน้าเล็กก็เหมือนบ้านของหนูนะคะ”
ย่าซ่งเอ่ยสอน “เด็กโง่เอ๊ย ที่พูดแบบนั้นได้ก็เพราะตอนนี้น้าเล็กของลูกยังไม่มีเมีย พอเขามีน้าสะใภ้เมื่อไหร่ เขาก็จะมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว ของพวกนี้ ทั้งบ้านทั้งอะไรต่อมิอะไร ลูกคิดว่าน้าสะใภ้เขาจะทำเป็นมองไม่เห็นได้เหรอ”
“ถึงตอนนั้นก็คงได้มีเรื่องวุ่นวายกันเปล่าๆ ยังไงลูกก็เป็นแค่หลานสาวฝั่งแม่ สู้เราไม่เอาเสียดีกว่า ย่าจะซื้อให้เอง ตอนนี้ย่ามีปัญญาซื้อแล้ว”
ซ่งอวี้หน่วนอุทานออกมาเบาๆ “...คุณย่าสุดยอดไปเลยค่ะ” แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “แต่บ้านที่ปักกิ่งแพงมากเลยนะคะ”
“ถ้าตอนนี้ไม่ซื้อ อนาคตจะยิ่งแพงขึ้นไปอีก คอยดูเถอะ อีกหน่อยราคาจะยิ่งถีบตัวสูงขึ้นทุกปีๆ จนสุดท้ายอาจจะแพงลิบลิ่วจนเราเอื้อมไม่ถึงเลยก็ได้...” ย่าซ่งกล่าวอย่างมั่นใจ
ซ่งอวี้หน่วนมองย่าซ่งตาโตอย่างทึ่งๆ คุณย่าของเธอช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ขนาดเรื่องแบบนี้ยังคาดการณ์ได้ด้วย
***
ภายในบ้านหลังหนึ่งของกองพลน้อยหลิวเหอวานในอำเภอหนานซาน หญิงชายคู่หนึ่งกำลังเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ
กัวไห่ฉิน ลูกสะใภ้ของหลิวจินชุ่ย เอ่ยกับชายหนุ่ม
“พี่ใหญ่ เลิกฝันถึงเรื่องไร้สาระลมๆ แล้งๆ ของพี่ได้แล้ว ที่เรายังมีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะคุณแม่วางแผนจัดการไว้ให้ทั้งหมด”
ชายหนุ่มมีสีหน้าอำมหิต สองมือกำหมัดแน่น “ไม่ได้! ซ่งถิงเป็นเมียที่ฉันหมายตาไว้แล้ว เธอต้องแต่งงานกับฉันคนเดียวเท่านั้น จะไปแต่งกับคนอื่นไม่ได้!”
[จบบท]