บทที่ 432: ขนห่านห้าเส้น
ซ่งอวี้หน่วนลูบศีรษะของน้องชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เธอเอ่ยชมที่เขาไม่โวยวายตอนเจอเรื่องร้าย ทั้งยังชมว่าเขาเป็นเด็กที่กล้าหาญและเข้มแข็ง แล้วก็ไม่ลืมชมเจ้าห่านขาววีรบุรุษของเรื่องด้วย
ย่าเล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเรื่องได้พาน้องไปโรงพยาบาล ผู้อำนวยการจวงบอกว่าเด็กแค่ตกใจขวัญเสียเท่านั้น ท่านให้ยาต้มมากินแค่ 3 วันก็พอ พร้อมกับกำชับว่าเด็กยังเล็ก คนในครอบครัวต้องคอยอยู่ใกล้ๆ ให้ความอบอุ่น ไม่นานพอเรื่องค่อยๆ เลือนไปเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง
เซี่ยซินตงเล่าความคืบหน้าให้ฟัง "ตอนนี้กำลังให้คนตามหาอยู่ แต่คนร้ายน่าจะปลอมตัวมา ตอนที่มาถึงนี่ มีหนวดเคราดกหนา สวมแว่น แถมยังผมยาวอีก ดูไม่ออกเลยว่าอายุเท่าไหร่ แต่คาดว่าน่าจะราวๆ 30 ปลายๆ เป็นคนต่างถิ่น สำเนียงพูดคล้ายคนแถบเมืองเซี่ยงไฮ้ แต่เรื่องพวกนี้ก็อาจจะปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก็ได้"
ดูท่าแล้วชายแปลกหน้าคนนั้นคงเตรียมการมาอย่างดี การปลอมตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และในยุคสมัยที่ยังไม่มีกล้องวงจรปิดแบบนี้ การจะตามหาใครสักคนจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียวก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
โชคดีที่ตอนนั้นหมิงเซิ่งไหวตัวทันวิ่งหนีได้เร็ว เจ้าห่านขาวยักษ์ก็ทำหน้าที่องครักษ์ได้อย่างยอดเยี่ยม มันส่งเสียงร้องก้าบๆ ดังลั่นไปทั่ว ประจวบเหมาะกับที่คุณปู่ซ่งขับรถม้าออกมาพอดี ชายคนนั้นเลยรีบเผ่นหนีไป
"แล้วลิงตัวนั้นล่ะคะ" ซ่งอวี้หน่วนถาม
"หายตัวไปด้วยกันเลย"
พ่อของเธอเสริมขึ้น "ตอนนี้ตำรวจเขาเพิ่มความถี่ในการตรวจตราแล้วนะ ที่ป้อมยามของหมู่บ้านเราก็ได้รถมอเตอร์ไซค์สามล้อมาประจำการเพิ่มอีกคันด้วย"
เมื่อเห็นว่าพี่สาวทำท่าจะออกไปโทรศัพท์ข้างนอก ซ่งหมิงเซิ่งที่นอนอยู่บนคังก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที เขาจ้องมองพี่สาวตาแป๋วด้วยท่าทางน่าสงสาร "พี่จ๋า ผม...ผมกลัว...ผมไปด้วยได้ไหมครับ"
ซ่งอวี้หน่วนจึงอุ้มน้องชายขึ้นมาแต่งตัวใส่รองเท้าให้เรียบร้อย ก่อนจะจูงมือเขา "พี่จะลาโรงเรียนสักอาทิตย์นึง จะได้อยู่บ้านเป็นเพื่อนหมิงเซิ่ง ดีไหมจ๊ะ"
ซ่งหมิงเซิ่งมีสีหน้าดีใจขึ้นมา แต่ก็ยังเจือความกังวลอยู่ ซ่งอวี้หน่วนจึงพาเขาไปที่โรงงานเพื่อโทรศัพท์ด้วยกัน ระหว่างทางก็ปลอบน้องว่าไม่ต้องห่วง เธอสามารถทบทวนบทเรียนอยู่ที่บ้านได้
ปลายสายที่เธอโทรไปคือบ้านของผู้เฒ่ากู้
ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ผู้เฒ่ากู้เอาแต่นั่งหน้ามุ่ยอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก หลังจากที่รู้ว่าเสี่ยวหน่วนไปไหว้วานให้เซี่ยโป๋เหวินช่วยจัดตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูน แถมยังตั้งเซี่ยจื้อให้เป็นถึงรองผู้จัดการทั่วไปอีกด้วย
แม้ว่าตำแหน่งนั้นจะไม่ได้มีอำนาจอะไร เป็นเหมือนแค่คนคอยวิ่งเอกสารก็ตาม แต่ผู้เฒ่าก็อดจะรู้สึกเปรี้ยวๆ ในใจไม่ได้อยู่ดี ครั้นจะพูดออกไปตรงๆ ก็กระไรอยู่ เลยทำได้เพียงแค่พาลหาเรื่องฉินซู่อวิ๋นแทน
ฉินซู่อวิ๋นถูกพ่อสามีพูดกระทบกระเทียบก็รู้สึกงุนงง แต่ในใจก็พอจะเดาต้นสายปลายเหตุได้อยู่รำไร ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจมากขึ้นไปอีก
ทว่าพอได้ยินว่าเป็นสายของซ่งอวี้หน่วนเท่านั้นแหละ ใบหน้าที่บึ้งตึงของผู้เฒ่าก็พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ฉินซู่อวิ๋นที่อยู่ข้างๆ ตั้งใจจะเปิดอกคุยกับพ่อสามีให้รู้เรื่อง แต่ก็กลับถูกท่านโบกมือไล่ออกไปจากห้องเสียอย่างนั้น
ฉินซู่อวิ๋น “...”
เธอจึงเดินไปปรับทุกข์กับสามี กู้หัวพอได้ฟังก็ถามกลับด้วยความแปลกใจ "คุณเคยเจอซ่งอวี้หน่วนตัวจริงแล้วเหรอ"
ฉินซู่อวิ๋นส่ายหน้า
"คนเรายังไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ ก็ไม่ควรจะไปตัดสินหรือสร้างภาพจำอะไรเกี่ยวกับเขา อีกอย่าง พ่อกับลูกชายเราไม่ใช่คนโง่นะ คนไหนดีไม่ดีพวกเขามองออก คุณเอาแต่มานั่งหงุดหงิดอยู่แบบนี้มันจะได้อะไรขึ้นมา ถ้าวันหนึ่งสองคนนั่นลงเอยกันจริงๆ มันจะพาลให้มีอคติต่อกันไปเปล่าๆ นิสัยของหวยอันคุณก็รู้ดี อย่าหาเรื่องทำตัวเป็นคนไม่น่ารักเลย"
ฉินซู่อวิ๋นเงียบไป เธอขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างนะคะ ถึงในใจฉันจะคิดยังไง แต่ฉันเคยพูดออกมาไหม...ฉันยังไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำเลยด้วยซ้ำ!”
“แค่เพราะฉันชื่นชมเฉียนอันน่า ก็เลยคิดว่าฉันจะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้กับซ่งอวี้หน่วน จนคราวก่อนถึงกับย้ายฉันออกไป คุณว่าฉันเป็นคนที่ไม่รู้จักแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวขนาดนั้นเลยเหรอคะ"
กู้หัวยิ้มเจื่อนๆ "คุณคิดมากไปแล้วน่า เรื่องเล็กน้อยแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องถึงมือคุณหรอก แค่เลขานุการฟ่านก็จัดการได้แล้ว เอาล่ะๆ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลยน่า เรื่องของลูก คุณก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่าไปสร้างภาระให้เขาเลยนะ"
ขณะเดียวกัน ในห้องนั่งเล่น ผู้เฒ่ากู้ก็รับปากเสียงดังฟังชัด "วางใจได้ เดี๋ยวปู่จะไปหาตาเฒ่าเฉียนเดี๋ยวนี้แหละ"
และแล้วผู้เฒ่ากู้ก็ไปหาผู้เฒ่าเฉียนถึงที่จริงๆ เขาเอ่ยทักทายอย่างเนิบนาบ "ห่านขาวบ้านเสี่ยวหน่วนขนร่วงไปห้าเส้น...ใช่คนที่แกส่งไปรึเปล่า"
ตาเฒ่าเฉียนที่กำลังหัวหมุนกับเรื่องของตัวเองอยู่แล้วถึงกับโมโหจนตัวสั่น "ฉันเนี่ยนะ! ฉัน...ฉันจะว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ถึงขั้นต้องไปถอนขนห่านบ้านยัยหนูนั่นเลยรึไง!”
“แค่ทำเรื่องแลกเปลี่ยนของนั่นสำเร็จหน่อยก็คิดว่าตัวเองเก่งกาจนักรึไง คิดว่าใครๆ ก็อยากจะโค่นเธอ หรือไม่ก็อยากจะประจบประแจงเธองั้นสิ ยัยหนูนั่นนึกว่าตัวเองเป็นใคร วิเศษวิโสมาจากไหน!"
ผู้เฒ่าเฉียนชี้หน้าผู้เฒ่ากู้แล้วตวาดอย่างหัวเสีย "บอกไว้ก่อนนะ ช่วงนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว อย่ามาหาเรื่องกันให้มากนัก ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่!"
ผู้เฒ่ากู้กลับอารมณ์ดี ไม่คิดจะถือสาหาความตาเฒ่าเฉียนที่ตอนนี้ก็คงกำลังวุ่นวายกับปัญหาของตัวเองจนไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนอยู่แล้ว
แต่ถึงจะพูดหยอกไปอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แอบส่งสัญญาณให้คนของตัวเองไปสืบสาวเรื่องนี้อย่างเงียบๆ การปรากฏตัวของชายแสดงละครลิงเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือมีใครจงใจส่งมากันแน่ เรื่องนี้จะประมาทไม่ได้เลย
ซ่งอวี้หน่วนลองคิดทบทวนดูแล้ว ก็เห็นด้วยกับคำพูดของผู้เฒ่ากู้ ไม่น่าจะใช่ฝีมือของตระกูลเฉียน ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกการขยับตัวของพวกเขาถูกจับตามองจากทุกทิศทุกทาง คงไม่หาเรื่องใส่ตัวเพิ่มอีกแน่
แล้วถ้าไม่ใช่ตระกูลเฉียน จะเป็นหลินฉิงกับซูจวิ้นเจ๋อได้หรือไม่
เรื่องราววุ่นวายของสองคนนั้นซ่งอวี้หน่วนรู้ดีอยู่แล้ว หูเสี่ยวเหม่ยไปอวดเย้ยหลินฉิงถึงที่ แถมยังพยายามข่มขู่ให้ซูจวิ้นเจ๋อรับผิดชอบแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นจะแฉเรื่องทั้งหมด สุดท้ายเรื่องก็จบลงที่เธอเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มระหว่างทางจนแท้งลูกไปเมื่อปีก่อน
หลังจากนั้นหลินฉิงก็ควงซูจวิ้นเจ๋อไปเยี่ยมเยียนหูเสี่ยวเหม่ยถึงบ้านพัก โยนเงินให้ 300 หยวนแล้วก็เชิดหน้าจากไป ทำให้หูเสี่ยวเหม่ยโกรธแค้นจนตัดสินใจจะฟ้องร้องจริงๆ จังๆ
แต่ใครจะคิดว่าซูจวิ้นเจ๋อจะชิงลงมือก่อน โดยอ้างว่าตนเองต่างหากที่ถูกหูเสี่ยวเหม่ยฉวยโอกาสล่วงเกิน ถึงแม้จะเสียหน้าจนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหนแล้ว แต่ก็ไม่สนใจอีกต่อไป ถึงจะไม่มีคดีตัวอย่างมาก่อน แต่ตำรวจก็รับแจ้งความเอาไว้
พอข้ามปี คุณตาของหลินฉิงก็บุกมาถึงบ้าน จัดการสั่งสอนหลินตู้ไปหนึ่งชุดใหญ่ พร้อมกับไล่ให้พวกเขาย้ายออกไปทันที สองสามีภรรยาหลินตู้ที่เพิ่งถูกพี่สะใภ้ของหูจือรุมด่าและทุบตีมาหมาดๆ พอมาโดนคุณตาของหลินฉิงเล่นงานซ้ำอีก ก็พาลไปลงที่หลินเจียผู้อ่อนแอ หูจือถึงขั้นผลักหลินเจียตกบันไดจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงป่านนี้
ครอบครัวหลินกำลังวุ่นวายเสียขนาดนั้น หลินฉิงไม่น่าจะมีทั้งเวลาและความกล้าพอที่จะมาเล่นงานหมิงเซิ่งได้
อีกคนหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือฉินซือฉี ซึ่งอยู่ที่เทศมณฑล ซ่งอวี้หน่วนจึงโทรศัพท์ไปหาทั้งผู้เฒ่าหูและผู้เฒ่าหลิน ฝากให้ช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลฉินและตระกูลลู่ในบ้านพักข้าราชการอย่างเงียบๆ โดยเน้นไปที่ฉินซือฉีเป็นพิเศษ
แต่ซ่งอวี้หน่วนก็คิดว่าความเป็นไปได้ยังน้อยอยู่ อย่างแรกคือฉินซือฉีไม่มีพรรคพวกหรือคนคอยหนุนหลังเหมือนซ่างกวนอวิ๋นฉี อีกทั้งตอนนี้เธอก็กำลังมุ่งมั่นกับการเรียนอย่างหนัก น่าจะกำลังเอาชนะตัวเองเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้อยู่
แล้วชายที่มาแสดงละครลิงคนนั้นจะเป็นใครได้อีกล่ะ
ทันใดนั้น ชื่อของกัวไห่ฉินก็แวบเข้ามาในหัวของเธอ ลูกสะใภ้ของหลิวจินชุ่ยคนนั้นตอนนี้อาศัยอยู่ที่กองพลน้อยหลิวเหอวาน ถ้าจะนับกันจริงๆ พวกเธอก็มีความแค้นต่อกันอยู่
ซ่งอวี้หน่วนจึงไม่รอช้า รีบไปหาฉู่จื่อโจวเพื่อขอยืมรถ ฉู่จื่อโจวไม่วางใจที่จะปล่อยให้เธอไปคนเดียวอย่างแน่นอน เขาจึงรีบจัดการงานของตัวเอง แล้วขับรถพาซ่งอวี้หน่วนมุ่งหน้าไปยังกองพลน้อยหลิวเหอวานทันที
แต่พอไปถึงที่นั่น พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่ากัวไห่ฉินกับพี่ชายของเธอย้ายออกไปแล้ว เนื่องจากยุคนี้การเดินทางข้ามถิ่นยังต้องใช้จดหมายแนะนำตัวอยู่ ผู้ใหญ่บ้านจึงยังมีสำเนาเอกสารเก็บไว้
ซ่งอวี้หน่วนขอดูเอกสารก็พบว่าที่อยู่ปลายทางที่พวกเขาย้ายไปคือที่แห่งหนึ่งในหนานเฉิงจริงๆ ทั้งสองคนได้คืนสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับปลูกบ้านทั้งหมดแล้ว นั่นหมายความว่าทะเบียนบ้านของกัวไห่ฉินและกัวฮ่าวได้ถูกย้ายออกไปเรียบร้อย
ซ่งอวี้หน่วนลองสอบถามรูปพรรณสัณฐานของกัวฮ่าวจากคนในหมู่บ้าน ได้ความว่าเขาตัดผมสั้นเกรียน ไม่ไว้หนวดเครา และไม่สวมแว่นตา เพราะไม่ได้มีปัญหาเรื่องสายตา มีเพียงส่วนสูงเท่านั้นที่พอจะใกล้เคียงกับคำให้การ
แต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ซ่งอวี้หน่วนกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ทว่าข้อมูลที่ได้จากกองพลน้อยหลิวเหอวานก็มีอยู่จำกัด พวกเขารู้เพียงว่ากัวฮ่าวพาน้องสาวมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุได้สิบกว่าขวบ โดยอ้างว่าพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้วและไม่มีญาติที่ไหนเหลืออีก
ต่อมากัวไห่ฉินก็ได้แต่งงานกับซุนต้าจ้วง แต่ตัวกัวฮ่าวเองกลับไม่เคยมีครอบครัว เมื่อปีที่แล้วเขาเดินทางไปทำงานที่หนานเฉิงและดูเหมือนจะหาเงินมาได้ก้อนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่ากัวไห่ฉินได้หย่าขาดกับซุนต้าจ้วงแล้ว ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเขารู้ก็มีเพียงเท่านี้
[จบบท]