บทที่ 470: เพราะเธอคนเดียว
ซ่งอวี้หน่วนคว้าแขนของสือเค่อแล้วดึงให้เขาลุกขึ้นยืน
สือเค่ออยู่ในสภาพที่น่าสมเพช เขาได้แต่แอบถลึงตาใส่ซ่งอวี้หน่วนอย่างเจ็บใจ แต่เธอกลับไม่ได้สนใจสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวเพียงแค่เหลือบมองไปยังคนสองคนที่ถูกจับอยู่อย่างเย็นชา แล้วเอ่ยถามเรียบๆ ว่า “พวกเขาเป็นใคร”
สือเค่อคงรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร เขาจึงรีบตอบ “นั่นเป็นคู่รักไร้ตาที่หาเรื่องคุณหนูของผมเองครับ ผู้ชายชื่อหลินเฉิน ส่วนผู้หญิงชื่อหวงหมิงเชี่ยน”
ซ่งอวี้หน่วนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังลิฟต์โดยไม่พูดอะไรต่อ
ทว่าอ้ายหนี่กลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
“ซ่งอวี้หน่วน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงแหลมปรี๊ดของอ้ายหนี่ตะโกนไล่หลังมา
ซ่งอวี้หน่วนหยุดเดินตามคำสั่ง หญิงสาวกลับทำเพียงแค่หยุดนิ่ง ก่อนจะล้วงมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋า แล้วเดินเอื่อยๆ กลับไปยังทิศทางของห้องพักที่หรูหรานั้น
เธอประเมินสถานการณ์ในใจ พนักงานบริการคนนั้นคงถูกอ้ายหนี่ซื้อตัวไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย อุตส่าห์ทำทีเป็นมาซุบซิบนินทา เพื่อหลอกล่อให้เธอมาที่นี่โดยเฉพาะ และต่อให้เธอไม่หลงกลมาด้วยตัวเอง อ้ายหนี่ก็คงมีวิธีอื่นที่จะลากเธอมาดูภาพตรงหน้าให้ได้อยู่ดี
ซ่งอวี้หน่วนไม่ใช่คนประเภทที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น แต่เธอก็ไม่อาจทนเห็นคนบริสุทธิ์ต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอได้
เธอยืนประจันหน้ากับอ้ายหนี่ที่กำลังเชิดหน้าแสดงความเหนือกว่า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มีอะไรจะพูดกับฉันก็ว่ามา”
แววตาและท่าทีที่ดูไม่ยี่หระของซ่งอวี้หน่วนทำให้อ้ายหนี่แทบคลั่ง เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอก ก่อนจะเค้นเสียงลอดไรฟัน “รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงลากนังนี่มาที่นี่ ก็เพราะแกไงล่ะ! เพราะแกคนเดียวที่ทำให้ฉันต้องลากพวกมันสามคนกลับมา ถ้าไม่ใช่เพราะแก ฉันคงลืมเรื่องของพวกมันไปตั้งนานแล้ว แต่แก...เป็นคนทำให้ฉันนึกถึงพวกมันขึ้นมาอีกครั้ง”
อ้ายหนี่จงใจทิ้งช่วงให้ซ่งอวี้หน่วนได้ซึมซับคำพูดของเธอ ก่อนจะหันไปแสยะยิ้มให้ชายหนุ่มที่ถูกจับอยู่ “หลินเฉิน นายอย่าได้คิดเกลียดฉันเลยนะ เพราะฉันทำตามที่นายขอแล้วจริงๆ ฉันปล่อยพวกนายไปแล้วแท้ๆ แต่นังซ่งอวี้หน่วนนี่ดันมาหาเรื่องฉันก่อน ทั้งด่าทอ ทั้งดูถูกเหยียดหยามสารพัด ไม่เคยเห็นหัวฉันที่ร่างกายอ่อนแอเลยสักนิด”
“แล้วดูสิ บังเอิญอะไรขนาดนี้ นังนี่ยังมาจากที่เดียวกับนังแพศยาของนายอีก ความแค้นเก่ากับความแค้นใหม่มันประดังเข้ามาพร้อมกันแบบนี้ นายคิดว่าฉันจะลืมเรื่องของพวกนายลงได้ยังไงล่ะ เรื่องนี้จะโทษฉันไม่ได้หรอกนะ ต้องโทษซ่งอวี้หน่วนคนเดียวเท่านั้น”
ซ่งอวี้หน่วนได้แต่กะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ฟังตรรกะวิบัติของอ้ายหนี่
ผู้หญิงประเภทนี้ หากมีอำนาจและอิทธิพลหนุนหลังแล้ว การไปขัดใจเธอก็ไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นที่ฮ่องกงหรือที่ไหนบนโลก เธอก็คงมีวิธีนับร้อยนับพันที่จะตามจองล้างจองผลาญจนกว่าจะพอใจ
จิตใจของอ้ายหนี่อำมหิตเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว เธอก็ทำลายครอบครัวหวงที่เคยมีกิจการเล็กๆ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนล้มละลาย ทั้งยังวางแผนล่อลวงพี่ชายของหวงหมิงเชี่ยนให้ติดการพนันจนต้องกระโดดตึกฆ่าตัวตาย จ้างวานอันธพาลไปปล่อยข่าวลือเสียหายที่โรงเรียนของน้องสาวจนเธอทนไม่ไหวต้องกรีดข้อมือตัวเอง ส่วนพ่อกับแม่ของหญิงสาวก็ต้องล้มป่วยลงเพราะความอัปยศและความเสียใจ
สุดท้ายจึงเหลือเพียงพี่น้องสองคน ขณะที่หลินเฉินเองก็ยอมทำลายใบหน้าของตัวเองเพื่อยุติเรื่องทั้งหมด
อ้ายหนี่รับปากว่าจะปล่อยพวกเขาไป แต่ในใจกลับยังคงคุกรุ่นไปด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อหลินเฉิน เพราะตั้งแต่เล็กจนโต เธอไม่เคยต้องการอะไรแล้วไม่ได้ ผู้ชายมากมายต่างพากันมาสยบแทบเท้าเธอราวกับสุนัขเชื่องๆ มีเพียงหลินเฉินคนเดียวที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอ ในสายตาของเขามีเพียงหวงหมิงเชี่ยน หญิงสาวที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเขา
ครอบครัวของหลินเฉินอาจจะยากจน แต่เขาคือบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ในเมื่อหยิ่งในศักดิ์ศรีนัก ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเธอง่ายๆ เธอก็จะขยี้ศักดิ์ศรีของเขาให้แหลกคามือ ทำให้เขามีชีวิตอยู่ไม่ต่างจากกองโคลนที่ไร้ค่า
ข้อมูลที่กู้หวยอันเคยให้ไว้ปรากฏขึ้นในหัวของเธออย่างละเอียด มันชัดเจนว่าอ้ายหนี่คือผู้อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมทั้งหมด แต่กลับไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะเอาผิดเธอได้เลย และต่อให้มี ตระกูลอ้ายก็คงใช้เงินมหาศาลเพื่อปิดคดีได้อย่างง่ายดาย
ซ่งอวี้หน่วนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “งั้นเหรอ สรุปว่าเป็นเพราะฉันเองที่ลากพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเธอต้องการจะทำอะไรต่อล่ะ”
แววตาของอ้ายหนี่ทอประกายอำมหิตอย่างไม่ปิดบัง
“ข้อเสนอง่ายๆ เลยนะ เธอก็แค่คุกเข่าลงตรงหน้าฉัน แล้วเลียฝุ่นบนรองเท้าทั้งสองข้างของฉันให้สะอาดเอี่ยมอ่อง จากนั้นฉันก็จะปล่อยพวกมันไป แต่ถ้าเธอทำไม่ได้...ก็คงต้องเสียใจด้วย เพราะฉันจะไม่ปล่อยใครไปทั้งนั้น และจุดจบของพวกมันแต่ละคนจะต้องน่าสังเวช โดยเฉพาะเด็กนั่น...”
คำขู่นั้นส่งผลให้ร่างของหวงหมิงเชี่ยนที่คุกเข่าอยู่สะท้านขึ้นทันที เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองอ้ายหนี่ด้วยแววตาตื่นตระหนก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล ดวงตาข้างหนึ่งก็บอดสนิท แม้วัยของเธอน่าจะอยู่ราวๆ ยี่สิบกว่าปี แต่สภาพที่เห็นกลับดูราวกับหญิงชราวัยสี่สิบห้าสิบปีไม่มีผิด
ดวงตาที่เคยเหม่อลอยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววหวาดผวาอย่างสุดขีด
“คุณหนูคะ! จะทำอะไรกับฉันก็ได้ แต่ได้โปรดปล่อยน้องชายของฉันไปเถอะนะคะ! ได้โปรดเถอะค่ะ คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอร้องล่ะค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะ เขายังอายุแค่ 5 ขวบเองนะคะ!”
อ้ายหนี่กลับเหวี่ยงเท้าเตะร่างของหวงหมิงเชี่ยนที่คุกเข่าอยู่จนล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะชี้นิ้วไปยังซ่งอวี้หน่วน แล้วเอ่ยกับหญิงสาวที่น่าสงสารด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ตอนแรกฉันก็กะว่าจะปล่อยแกไปแล้วเชียว แต่เป็นนังนั่นต่างหากที่ลากพวกแกกลับมาอีกครั้ง ไปอ้อนวอนนังนั่นสิ ไปขอให้มันคุกเข่าเลียรองเท้าให้ฉัน แล้วฉันจะยอมปล่อยพวกแกไปทั้งสามคน รับรองได้เลยว่าจะไม่มายุ่งกับพวกแกอีกเป็นครั้งที่สอง”
หวงหมิงเชี่ยนจำต้องหันไปมองเด็กสาวที่ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
เธอเป็นเด็กสาวที่หน้าตาสะสวยหมดจด ท่าทางดูไร้เดียงสา ไม่ประสีประสาต่อโลกภายนอก ราวกับยังตามสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้านี้ไม่ทัน
ดูจากรูปลักษณ์แล้ว อายุน่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ การที่เธอมาอยู่ที่โรงแรมนี้ได้ ก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคณะนักแสดงจากแผ่นดินใหญ่ที่เหล่าสาวใช้พูดถึงกันเมื่อคืน และการที่เธอขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ ก็หมายความว่าครอบครัวของเธอต้องมีฐานะดีมาก ชีวิตของเธอคงจะเปี่ยมไปด้วยความสุข...ซึ่งแตกต่างจากชีวิตของเธอลิบลับ
หญิงสาวเหลือบมอง ‘พี่เฉิน’ ของเธอ ผู้ชายที่เคยหล่อเหลา แต่ตอนนี้กลับมีเพียงรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวเต็มใบหน้า น้ำตาแห่งความขมขื่นก็ไหลรินออกมาอย่างสุดจะกลั้น ตอนนั้นเขาทำใจลงมือทำลายใบหน้าตัวเองได้อย่างไรนะ มันคงจะเจ็บปวดเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
หลินเฉินค่อยๆ ส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณ
หวงหมิงเชี่ยนพยักหน้ารับอย่างปวดร้าว เธอเข้าใจความหมายของเขาดี พวกเขาจะไม่มีวันลากเด็กสาวผู้บริสุทธิ์คนนี้ให้ต้องมาตกระกำลำบากไปด้วยเด็ดขาด
ทว่า...เธอก็ยังมองโลกในแง่ดีเกินไป อ้ายหนี่เป็นแค่คนหาข้ออ้างไปวันๆ ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนนี้จะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ นอกเสียจากว่า...พวกเขาจะตายกันให้หมด
น้องชายของเธอยังเล็กนัก หากต้องอยู่บนโลกนี้ตามลำพัง ชีวิตของเขาคงไม่มีวันได้พบกับความสุข สู้จากไปพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวอาจจะดีเสียกว่า
แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เธอต้องให้เด็กสาวคนนี้ออกไปจากที่นี่ให้ได้
เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากอ้ายหนี่ หวงหมิงเชี่ยนก็ไม่กล้าลุกขึ้นยืน เธอทำได้เพียงแค่รวบร่างของน้องชายที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเข้ามากอดไว้แน่นๆ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับซ่งอวี้หน่วน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “น้องสาว หนูมากับครอบครัวใช่ไหม รีบกลับไปหาพวกเขานะ เรื่องของเราไม่เกี่ยวกับหนูเลยสักนิด รีบไปเถอะ”
คำพูดนั้นทำให้อ้ายหนี่หน้าเปลี่ยนสีทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและโกรธเกรี้ยว
เธอก้าวฉับเข้าไปกระชากผมของหวงหมิงเชี่ยนอย่างแรง ก่อนจะเงื้อมือที่ไว้เล็บยาวเฟื้อยขึ้น หมายจะฟาดลงบนใบหน้าของหญิงสาว จริงอยู่ว่าเธอเป็นถึงคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เรื่องสกปรกเช่นนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของบ่าวไพร่ แต่สำหรับหวงหมิงเชี่ยน นังผู้หญิงแพศยาที่อยู่ในใจของหลินเฉิน เธอพอใจที่จะลงมือทรมานด้วยตัวเองมากกว่า
แต่แล้ว...เธอก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อมีมือเล็กๆ ขาวสะอาดข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะกระชากร่างของเธอแล้วเปลี่ยนเป็นขยุ้มเส้นผมของเธอแทน
ซ่งอวี้หน่วนเหลือบมองหวงหมิงเชี่ยนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้ จะยังคงมีคุณธรรมและความดีงามหลงเหลืออยู่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้...เธอก็ควรจะช่วยสักหน่อย
การจัดการกับผู้หญิงจิตใจโหดร้ายอย่างอ้ายหนี่นับว่าเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเธอ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแน่ใจว่าคนทั้งสามจะปลอดภัยเสียก่อน
ซ่งอวี้หน่วนจึงไม่รอช้า เธอฉุดกระชากลากถูอ้ายหนี่ที่ยังคงกรีดร้องโวยวายเข้าไปในห้องพักสุดหรูนั้น...
[จบบท]